พูดถึงหิมะขาวปุ๊บ พี่ตินคิดถึงนิทานเรื่องกุหลาบแดงและหิมะขาวปั๊บเลย

คิดว่าน้องๆ หลายคนคงจะเคยอ่านนะ

พี่ตินว่าคำว่าหิมะขาว เป็นคำที่เพราะนะ ว่าไปแล้วก็คือถึงหนังสือจีนกำลังภายในเล่มโปรด

ที่พระเอกชื่อว่า โป้วอั้งเสาะ จอมดาบหิมะแดงนั่นเอง ไม่รู้ว่าน้องๆ เคยอ่านกันไหม

แต่ยังไงก็เหอะ วันนี้เราพูดกันเรื่องหิมะขาวนะ เพราะงั้น พี่ตินจะกลับมาก่อนดีกว่า

 

แน่นอนว่าเหตุผลหนึ่งที่คนชอบหิมะ คงเป็นเพราะมันมีสีขาวสะอาด มองดูสบายตาสบายใจ

จนคนทุกคนคิดว่าหิมะคงไม่ใช่หิมะแล้วละ ถ้ามันไม่มีสีขาวเนี่ย

(ลองคิดเล่นๆ ก็ได้ถ้าหิมะสีดำ คงจะแปลกน่าดูเลยเนอะ)

แต่ก็นั่นแหละ มันก็แปลกดีเหมือนกันเนอะ ทำใหหิมะเป็นสีขาวขนาดนี้ละ

ขาวจับใจเลย ทั้งที่ต้นกำเนิดของมันก็เหมือนฝนนี่นา แต่ฝนก็ไม่เห็นจะเป็นสีขาวเลย

แค่หิมะเป็นการรวมตัวของน้ำ แล้วกลายเป็นคริสตัลแข็งเท่านั้น

มันเปลี่ยนสีได้เหรอ อะไรกันที่สร้างให้มันกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์แบบนี้นะ

 



การจะเข้าใจว่าสีขาวมาจากไหนกันแน่ เรามาเข้าใจเรื่องสีกันก่อนดีกว่า

สีที่เราเห็นในทุกวันนี้เนี่ย แท้จริงแล้วก็เกิดจากแสงเดียวน่ะแหละ แต่สะท้อนเป็นหลายๆ สี

และดวงตาของเราก็รับความถี่นั้นได้ แล้วจำแนกมันออกมาเป็นสีต่างๆ

และที่สิ่งของต่างๆ มีสีที่ต่างออกไป ก็เพราะว่ามันมีอนุภาคที่ต่างกัน ทั้งอะตอม และโมเลกุล

ทำให้แต่ละวัตถุมีความถี่ที่สายตาของเราจะรับได้แตกต่างกันออกไป

ขึ้นอยู่กับว่าพลังงานในตัวของวัตถุนั้นมีอะไรบ้าง และมากแค่ไหนอย่างไร

 

และหิมะก็คือน้ำที่แข็งแล้ว และความถี่ของมันที่ส่งมาสู่สายตาของเราคือสีขาวโพลน

แต่อาจจะมีหลายคนสงสัยว่า แล้วทำไมไม่มีสีอื่นเลยละ

ซึ่งคำตอบก็คือ การย้อนกลับไปดูลักษณะของน้ำแข็งกัน

จริงอยู่น้ำแข็งนั้นเกิดจากน้ำนี่แหละ

แต่การเปลี่ยนแปลงโมเลกุลของมัน ซึ่งก็คือการเปลี่ยนจากน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง โดยความเย็น

ทำให้สีที่เราได้เห็นแตกต่างออกไป เพราะทุกอย่างในตัวน้ำได้เปลี่ยนไปแล้ว

เมื่อกลายมาเป็นน้ำแข็ง ก็เท่ากับว่ากลายเป็นอีกสสารหนึ่งไปเลย

แถมหิมะนั้น จริงๆ แล้วเกิดจากการที่น้ำแข็งคริสตัลเล็กๆ ที่เกิดจากน้ำหลายๆ อันมารวมตัวเข้าด้วยกันอีก

เมื่อแสงมาสัมผัสก้อนหิมะ มันผ่านเข้าไปที่คริสตัลต่างๆ

และกลายมาเป็นอีกสสารใหม่ ให้สีที่แตกต่างออกไปจากของเดิม แม้จะไม่ทั้งหมด

แต่ก็มากในระดับหนึ่ง ทำให้สีที่เราเห็น แปลกตาไป....

 

อืม สรุปว่าการที่สิ่งของทุกอย่างมีสีที่แตกต่างกัน เพราะว่าเรื่องความถี่ของมันน่ะเอง...

 

Dek-d : อตินเอง  

ขอบคุณข้อมูลจาก http://science.howstuffworks.com/question524.htm

 

พี่อติน
พี่อติน - Writer Editor ผู้ดูแลหมวดนักเขียนที่หลงใหลการอ่านแบบสุดๆ และไม่เคยพลาดทุกข่าวสารในวงการวรรณกรรม!

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

21 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เฮ้อ..อะไรกันนักกันหนาเนี้ย Member 19 ก.ค. 50 18:16 น. 20

 kOl3 

ฝากไอดีเฮาด้วย.........เน้อออออออออ

 kOl3 

โทดน๊าที่ไม่มีฟามคิดเหนในบทฟามนี้

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด