พอเริ่มเป็นวัยรุ่น ลูกๆ ทั้งหลายก็จะแอบมีความลับกันบ้างไม่มากก็น้อย อาจเป็นเรื่องเล็กๆ ก็ได้หรือเรื่องใหญ่ๆ ก็มี แต่ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ หากมันคือปัญหา วัยรุ่นก็ย่อมต้องการที่ปรึกษาเสมอ แต่หากลูกวัยรุ่นไม่ได้สนิทกับพ่อแม่นัก เรื่องที่เป็นปัญหาก็มักจะเป็นความลับต่อไป

             
        ส่วนหนึ่งขอให้เข้าใจเลยว่า
วัยรุ่นไม่ได้อยากมีความลับกับผู้ปกครอง หรือเจตนาหลอกลวงพ่อแม่ แต่กลัว...กลัวที่จะโดนตำหนิหรือกลัวพ่อแม่ห่วงเกินความจำเป็น แล้วแต่สถานการณ์ จึงอาจตบแต่งเรื่องราวให้มีผลกระทบน้อยลง บอกแต่เฉพาะที่ไม่น่ากังวลหรือเลี่ยงบอกเก็บเรื่องเป็นความลับไปเลย  ในฝั่งพ่อแม่เองที่บางครั้งก็จ้ำจี้จ้ำไชถามย้ำๆ ว่าเรื่องที่พูดนั่นจริงไหมๆ เรื่องถามเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ไม่ใช่การจับผิด หรือไม่เชื่อใจลูก แต่ถามเพราะเป็นห่วงลูกค่ะ  เลยต้องถามย้ำๆ ให้แน่ใจ แต่ทั้งนี้เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ถ้าไม่โกหกกันเลยจะดีกว่าแน่นอนค่ะ





       

        แต่ก็แปลกเหมือนกันที่มีวิจัยที่ศึกษาเรื่องการพูดคุยระะหว่างพ่อแม่กับลูก พบว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่สามารถบอกได้ว่าลูกกำลังโกหก หรือไม่แน่ใจว่าลูกกำลังโกหกหรือไม่ ซึ่งตามทัศนะของนักจิตวิทยาครอบครัวทั้งหลายก็บอกว่า จริงๆ แล้วพ่อแม่เองก็ไม่ควรจะมามัวนั่งจับผิดลูกวัยรุ่นว่าพูดโกหกหรือไม่ มันเสียเวลาไปเปล่าๆ แต่แนะนำให้ใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อให้ ลูกกล้าบอกความจริงกับตัวเองได้ดีกว่า และเทคนิคที่ว่าก็คือ ใช้วิธีการโกหกที่เนียนกว่านั่นเอง 
 
หา!! โกหกที่เนียนกว่า!??
            จริงๆ เทคนิคนี้ไม่ใช่เทคนิคใหม่ล่าสุดอะไรที่ไหนเลยนะคะ มันก็คือการ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่าลูกกำลังลองใจ หรือแต่งเรื่องมาเล่าให้ฟัง นั่นเองค่ะ เพียงแต่ว่าเทคนิคที่ว่านี้แอบยากอยู่สักหน่อย แถมต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอด้วย



 
##สีของหัวสไลด์
1=ส้ม
2=ฟ้า
3=ชมพู
4=ม่วง
5=ฟ้า
6=เขียว##
ใส่สีเลขสีที่นี่หลังเครื่องหมายดอกจันทร์ห้ามมีเว้นวรรคนะ-> *1
ทำอย่างไร ให้วัยรุ่นไม่โกหกผู้ใหญ่







เริ่มปล่อย เริ่มห่าง!

           





          พอลูกเริ่มโตแล้วพ่อแม่พอวางใจปล่อย อาจจะหันไปมุ่งทำงานทำการมากขึ้น มักเริ่มห่างจากลูกวัยรุ่นไป จึงกลายเป็นช่องว่างที่ทำให้วัยรุ่นไม่กล้าพูดตรงๆ กับพ่อแม่ ดังนั้นต้องเริ่มกลับมาใกล้ชิดสนิทกับลูกวัยรุ่นใหม่ โดยการนำตัวพ่อแม่เข้าไปทำกิจกรรมโปรดของลูก ถ้าลูกติดเน็ต ก็ไปเล่นเน็ตกับลูกซะ ถ้าลูกชอบเกมก็ไปขอเล่นเกมเป็นคู่แข่งกับลูกซะ แรกๆ ลูกจะรำคาญ เล่นไม่เป็น ยังจะมาเล่น แต่ตื้อเล่นๆ เข้า ลูกก็ใจอ่อน สอนและเล่นกับพ่อแม่ได้มากขึ้น ผู้เขียนเคยเจอพ่อแมแที่ให้ลูกสอนเล่นเกม จนตัวเองติดเกมมากกว่าลูก ก็มีนะ ฮ่าๆ

วัยรุ่นต้องพยายามทดสอบลองใจพ่อแม่!  

       

         วัยรุ่นต้องพยายามทดสอบลองใจพ่อแม่ เพราะเมื่อพ่อแม่มาตีสนิทมากๆ เข้า (โดยเฉพาะกรณีครอบครัวที่ไม่ค่อยใกล้ชิดกันนัก) ลูกวัยรุ่นจะยังไม่วางใจแน่ๆ ว่าพ่อแม่จะมาไม้ไหน เขาต้องพยายามหาทางยั้งเชิงพ่อแม่ไว้ก่อน ลูกวัยรุ่นอาจจจะจำลองสถานการณ์สมมติโดยทำเป็นเล่าเรื่องของเพื่อนที่มีปัญหามากมาย ซึ่งจริงๆ อาจเป็นเรื่องตัวเองนั่นแหละ เพื่อดูว่าพ่อแม่จะว่าอย่างไรก็ได้

       พ่อแม่ควรตอบในเชิงที่ไม่ตำหนิ อย่าหาว่าเพื่อนลูกนิสัยไม่ดี (เพราะจริงๆ อาจเป็นเรื่องของตัวเองนั่นแหละ) อย่าโอเวอร์แอคติงเกินความจำเป็น ถ้าเรื่องนั้นอาจจะรุนแรงมาก ก็อย่าลุกขึนมาด่า อย่าถึงขั้นตีโพยตีพาย เป็นลมล้มตึง และถามทำนองว่า "ลูกทำไปได้อย่างไร" 
ไม่เช่นนั้นครั้งต่อไปลูกก็จะไม่เล่าอะไรอีก เพราะกลัวปฏิกิริยาออฟชันจัดเหล่านี้ เพียงแค่ตอบรับ บอกอารมณ์ และพูดสิ่งที่อยากให้ทำก็พอแล้วค่ะ (4 วิธีพูดที่วัยรุ่น "ไม่ชอบให้ถาม")  

             สิ่งสำคัญคือ ไม่ว่าวัยรุ่นจะเล่าเรื่องของใครหรือของตัวเองก็ตาม หากเป็นเรื่องของปัญหา อนุมานได้ว่าเค้าอยากได้ข้อแนะนำหรือหนทางให้ช่วยแก้ไขค่ะ เพราะฉะนั้นก็ควรตั้งใจฟังบ้างนะคะ         สมมติว่าลูกเล่าเรื่อง SEX



             สมมติว่าลูกพูดเรื่องการมีเพศสัมพันธ์
                อย่าตกใจและตาลีตาเหลือกห้ามทันใด
                "ยังไม่ถึงวัย จะมาพูดเรื่องนี้ทำไม รอให้โตก่อน" แล้วจบเรื่องทั้งหมด
                
แต่ควรพูดด้วยเหตุผลและแนะนำอย่างตรงไปตรงมา (แตไม่แรง) เช่น  
 
        "มันก็เป็นเรื่องยากอยู่นะ ที่คนวัยอย่างลูก จะไม่สนใจเรื่องมีเซ็กส์เลย ก็วัยอยากรู้อยากลองกันนี่นะ แต่ลูกลองคิดดูนะ ถ้าเกิดเด็กๆ วัยยังเรียนไม่จบไปพลาดพลั้งมีลูกขึ้นมา อนาคตจะเป็นอย่างไร คนเราควรให้เกียรติอนาคตขอตัวเองใช่ไหม หรือลูกว่าไง" ถามกลับ ฟังลูกตอบแล้วค่อยแนะนำต่อไปค่ะ ลูกลองหาวิธีปลดปล่อยตัวเองดูสิ 

   

          ดูๆ แล้วอาจจะยาก เพราะ
บางทีทั้งๆ ที่พ่อแม่ก็รู้ว่าลูกพูดจริงหรือไม่จริง หรือไม่แน่ใจก็ยังต้องแกล้งทำเนียนๆ ไป ให้คำแนะนำอย่างนิ่งๆ พยายามไม่ตำหนิ ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะกับวัยรุ่นส่วนใหญ่มากกว่า คือ ไม่ห่างแต่ก็ไม่ก้าวก่ายลูก อยู่ข้างลูกเสมอ
             นี่แหละสุดยอดแห่งการโกหกของพ่อแม่ ทำไม่รู้ไม่ชี้ยอมนิ่งให้ลูกตายใจ พยายามไม่กระโตกกระตากว่ากำลังจับตามองลูกอยู่ ทำเหมือนผู้ใหญ่ใจดีให้อิสระลูก แต่ก็ยังอยู่ข้างๆ ลูกตลอดเวลา


                

        วิธีการเหล่านี้อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ถ้ามันทำให้ลูกพร้อมที่จะพูดความจริงกับพ่อแม่อย่างตรงไปตรงมา ก็น่าลองนะคะ
 
บทความฝากบอกผู้ใหญ่ แต่ก็ชวนวัยรุ่นคิด  "คอลัมน์มุมผู้ใหญ่"
เด็กดีดอทคอม :: โหวตเลย เรื่องเพศพูดได้ไหม!
ลูกเถียงปกป้องเพื่อน แต่แม่เสียใจนะ!
เด็กดีดอทคอม :: โหวตเลย เรื่องเพศพูดได้ไหม!
ลูกข้าดี ลูกข้าเก่ง "หยุดเถอะ" หนูเจ็บนะ
เด็กดีดอทคอม :: โหวตเลย เรื่องเพศพูดได้ไหม!
อยากไป...แต่จะขออย่างไร ควรให้ไปไหม? 
เด็กดีดอทคอม :: โปรดเข้าใจ! ในลีลาของวัยรุ่น เมื่อรุ่นใหญ่ปะปะรุ่นเล็ก!
เถียงให้เป็น ดีกว่าดื้อเงียบนะ มองมุมใหม่กันเถิด
เด็กดีดอทคอม :: โปรดเข้าใจ! ในลีลาของวัยรุ่น เมื่อรุ่นใหญ่ปะปะรุ่นเล็ก!
Twitter @kiatkarine
แหล่งข้อมูล, ภาพประกอบ:
webmd.com/parenting/features/is-your-teen-lying-to-you
พี่เกียรติ
พี่เกียรติ - Community Master ถนัดแฝงตัวตามกระทู้เด็กดี มีความสนใจเป็นล้านเรื่องขึ้นอยู่กับดราม่าขณะนั้น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

อารมณ์ดี Member 7 ส.ค. 56 22:43 น. 25

พ่อแม่ เราโคตรปล่อย แบบไม่มีห่วง หรือระแวงสักนิด ตั้งแต่เป็นวัยรุ่นเอ๊าะแระ ไม่ค่อยถาม แต่เราอ่ะจะเล่าเอง ย้ำว่าแบบทุกเรื่อง ความรัก  แฟน โดดเรียน ทุกสิ่งอย่าง ไม่เคยโกหก (สักครั้ง)

ที่ท่านไม่ห่วงเราหรือปล่อยเราไม่ใช่ไม่รักนะ แต่

เราทำตัวให้พ่อแม่ไว้ใจ ท่านรู้ว่า หากท่านถามเราจะบอก ไม่โกหก ไม่ปิดปัง ตรงไปตรงมา บอกความคิดไปเลย และ ทำให้ท่านรู้ว่าเราดูแลตัวเองได้

บางคนอาจจะคิดว่า ตัวเองดูแลตัวเองได้ โตแล้ว แต่ ในความจริงพ่อแม่ก็เห็นเราเป็นเด็กเสมอแหละ

เพราะฉะนั้นต้องทำให้ท่านเห็นว่า เราโตแล้วจริงๆ ไม่ใช่แต่ตัว แต่ความคิดด้วย แล้วก็ถึงเวลาที่จะไว้ใจเราได้แล้ว 

ถ้าคนไหนเคยเริ่มที่จะโกหกพ่อแม่ ครั้งแรกแล้ว พ่อแม่จับได้ โคตรซวยบอกเลย เพราะท่านจะไม่เชื่อใจเราอีก วิธีแก้ เราว่า น่าจะพยายามเปลี่ยนตัว ให้เขาเห็นว่าเราเปลี่ยนไปแล้ว อย่าเถียง ไม่งั้นจะยิ่งแย่


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 สิงหาคม 2556 / 22:46
1
Lucifer_secret Member 17 ม.ค. 57 20:33 น. 25-1
นี่เราโตแล้วใช่มั้ยคะ? - - ทำไมเค้าเชื่อใจเรามากจัง ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้บอกความจริงไปซะทุกเรื่อง มีเนียนมีแถจนสีข้างถลอกบ้าง(?) แม่จับได้นะ แต่เค้าคงมั่นใจว่าเราจะไม่ทำอะไรไม่ดีหรือเกินขอบเขตเรทที่ทำได้ แต่อีกใจนึงก็อยากให้เค้าแสดงออกมั่งอ่ะ เสียใจ ชอกช้ำระกำใจ โกรธแล้วนะ
0
กำลังโหลด
ไอ่ถั่วงอก Member 5 มิ.ย. 56 21:33 น. 2
แม่ชอบพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ พูดครั้งเดียวก็รู้แล้ว :(
ถึงจะเป็นห่วงแต่ห่วงมากไปมั้ย?
0
กำลังโหลด
ll.Zeitgeist.ll Member 14 ก.ค. 56 00:51 น. 22
ปล่อยตั้งแต่ป.1 ไปเองกลับบ้านเอง อยู่ม.1ปุ๊บ บ้านกับโรงเรียนคนละจังหวัดก็ไปเองกลับเอง ไม่เคยไปรับ-ส่ง ให้คิดเอง ตัดสินใจเอง คุยได้ เถียงได้ (และเถียงชนะบ่อยๆ ) ปรึกษาได้ แต่ถ้าเรื่องไหนพ่อแม่ไม่เห็นด้วย จะไม่ช่วย อยากทำอะไรจัดการเอง แต่บางเรื่องเราก็ยอมเค้านะ เพราะเราก็ไม่ได้เอาแต่เหตุผลของตัวเอง บางเรื่องเหตุผลของเค้ามันก็ใช่อยู่ ตีกับเพื่อน พ่อแม่ก็ไม่ว่า >> บอกแค่ว่าถ้ามีปัญหาขึ้นมา ป๊าม๊าไม่ช่วยนะ ตัวเองทำเองต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง ทุกอย่างที่เป็นชีวิตเรา พ่อแม่ให้เราตัดสินใจเองหมดเลย พออ่านของคนอื่นๆแล้ว... พ่อแม่เลี้ยงเรามาแบบไหนวะ!!! บางครั้งเราก็อยากให้พ่อแม่มารับมาส่งบ้างนะ
2
Lucifer_secret Member 17 ม.ค. 57 20:28 น. 22-1
อารมณ์เดียวกันเลยอ่ะ คือตั้งแต่ขึ้นมัธยมก็ถูกปล่อยประมาณตัดหางปล่อยวัดเลยค่ะ คือเราอยากได้อารมณ์ห่วงหวงบ้างอะไรบ้าง ไปไหนมาไหนเอง อยากทำอะไรก็ทำ อยากได้อะไรก็ซื้อเอง วันก่งวันเกิดก็ไม่ต่างจากวันธรรมดา ยังดีที่ช่วงนี้เขายังโทรมาแฮปปี้เบิร์ทเดย์ไม่เหมือนก่อนที่แทบจะลืม แม่บอกว่า...หนูอยากทำอะไรก็ทำเถอะ แม่ไม่ว่า แต่อย่าให้ลำบากแม่ ทำผิดขึ้นมาแม่ช่วยอะไรหนูไม่ได้หรอกนะ... การตัดสินใจก็ต้องทำเองหมด อีกอย่างคือ รร กับบ้านมันค่อนข้างไกล ต้องอยู่หอ แรกๆก็มีโทรถามบ้างไรบ้าง เดี๋ยวนี้เดือนนึงนับครั้งโทรได้ ต่างกับเพื่อนเด็กหอเหมือนกันที่โทรตามแทบจะทุกห้านาที อยากบอกมากว่าไม่ใช่แค่พวกคุณที่ไม่มีอิสระอิจฉาเราหรอก เราเองก็อิจฉานะ บางทีอิสระที่เราได้มันก็เยอะเกินไป - - ตอนนี้ที่คุยก็เรื่องทั่วไป เราต้องชวนคุยอ่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่องที่บ้าน -___-' ปล.พ่อแม่เลี้ยงเราแนวไหนกันนี่ - -? ปลล.แม่บอกว่าไม่อยากรบกวน เฮ้ออออ รบกวนก็ได้ค่ะแม่ นิดๆหน่อยๆในแต่ละวัน แต่ที่เป็นอยู่ก็ดีนะ แย่อย่างคือไม่ค่อยรู้เรื่องที่บ้านเนี่ยแหละ - - โกรธแล้วนะ
0
กำลังโหลด
me&myself&i Member 17 ก.ค. 56 16:13 น. 23
เราว่ามันอาจจะใช้ได้จริงๆนะ คือเราอ่ะทำอะไรเองมาตลอดคือตัดสินใจเองทุกอย่างอ่ะพ่อแม่ไม่เคยบังคับทำนู่นทำนี่เลยเราเลือกที่เรียนเองตั้งแต่เข้าม.1ตอนม.4ก็เลือกสายเองเลือกโรงเรียนเองเข้ามหาลัยเราก็เลือกเองทั้งคณะทั้งมหาลัยพ่อแม่ไม่เคยพูดเลยนะว่าอยากให้เราเป็นอะไรเรียนอะไรทำงานอะไรพูดแค่ว่าเอาตัวให้รอดก็พอแล้ว แล้วเวลาอยู่บ้านเราก็ทำกิจกรรมกับที่บ้านตลอดอ่ะ ดูละครกับแม่ดูบอลกับพ่อ ออกไปออกกำลังกายด้วยกันตอนเย็นอ่ะ คือดูเหมือนว่าพ่อแม่จะไม่ยุ่งกับชีวิตส่วยตัวเราอ่ะแต่ก็ทำกิจกรรมด้วยกันตลอด มันเลยทำให้เราไม่กล้าโกหกพ่อแม่เลยนะ ไปกินเหล้าก็บอก ไปเที่ยวก็บอก ไปไหนก็บอกอ่ะ คือทำผิดอะไรก็บอกหมดอ่ะ (ตัวอย่างที่ไม่ดี) แต่ก็โดนดุโดนว่าบ้าง 
0
กำลังโหลด

31 ความคิดเห็น

pAlMize Member 5 มิ.ย. 56 20:41 น. 1
เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นกับพ่อแม่ของผมอย่างแน่นอน เพราะท่านไม่เคยคิดจะรับฟังเราแต่จะคอยจับผิดอยู่ฝ่ายเดียว อย่าหวังๆ ฮ่าๆๆ
0
กำลังโหลด
ไอ่ถั่วงอก Member 5 มิ.ย. 56 21:33 น. 2
แม่ชอบพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ พูดครั้งเดียวก็รู้แล้ว :(
ถึงจะเป็นห่วงแต่ห่วงมากไปมั้ย?
0
กำลังโหลด
ReJint Member 5 มิ.ย. 56 22:22 น. 3
เรื่องจับผิดไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่เรื่องเลี้ยงไม่ปล่อยนี่เริ่มชักจะไม่ไหวแล้ว

แม่ไม่ค่อยให้ไปเที่ยวกับเพื่อนสักเท่าไหร่ ถ้าไปได้ ก็นานๆไปที

จนจะเข้ามหาลัยแล้ว เรายังไปไหนเองไม่ค่อยจะเป็นเลย เบื่อจัง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
โนมาเนียนา Member 6 มิ.ย. 56 11:54 น. 5
พ่อแม่ก็เลี้ยงเราแบบนี้แหละ

แต่ต่างกันที่ เราเองก็รู้ทันพ่อแม่เหมือนกัน 555+

แต่บางครั้งท่านก็มาจู้จี้จุกจิกเกินไปนะ

เราเข้าใจ คห.1 ดี เพราะเคยโดนมาก่อน

แต่หลังๆ มาพ่อแม่ก็ต้องปรับตัว

เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับพ่อกับแม่

เลยได้มาเจอกันครึ่งทาง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด
ฟา ' ฟ่ า ง Member 7 มิ.ย. 56 19:32 น. 9
พ่อแม่ปล่อยนะ แต่ก็ไปไหนบ่อยไม่ได้
ถ้าไปเที่ยวกับเพื่อนเดือนละครั้งสองครั้งก็พอได้ -0-
แต่เราว่าแค่นี้เราพอใจแล้วแหละ ถึงพ่อแม่จะไม่เข้าใจเราทุกเรื่อง
แต่อย่างน้อย ๆ เขารับฟังเราบ้างก็ยังดี -_-


0
กำลังโหลด
darkzero78 Member 7 มิ.ย. 56 19:58 น. 10
แม่เราชอบหาว่าเราไม่จริงใจ ใครว่าล่ะ ? เราจริงใจนะ แล้วบางทีเวลาเรากำลังอารมณ์ดีๆกันอยู่ก็ชอบขุดคุ้ยเรื่องเก่ามาเล่า(บ่น)ใหม่ พอเราอารมณ์เสีย ก็จะบอกว่าแม่แค่สอนอะไรแบบนั้น เราเศร้าใจเหลือเกิน T^T
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Fai_laputama Member 9 มิ.ย. 56 11:45 น. 12
แม่เรารู้ทันตลอด ขึ้นอยู่ว่าท่านจะเผยไต๋มากน้อยแค่ไหน แถชอบบอกว่า แกน่ะ แค่อ้าปาก แม่ก็เห็นไส้หมดทุกขดแล้ว สรุปว่าโกหกแม่ไม่ได้เลย 
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แมวสามสี 9 มิ.ย. 56 21:50 น. 15
- -"ไม่ทางหรอก จะให้พูดเรื่องเซ็กมีเพศสัมพันธ์หรือเรื่องอื่นๆก็ตามพ่อแม่ไม่คิดจะฟังชอบด่าชอบตี ขอเหอะ บ้างบ้านมีลูกสาวยังคุยกับเพื่อนผู้ชายไม่ได้เลยด่าอย่างเดียวไม่ฟังเหตุผลอะไรเลยงี่เง่า อันนี้เจอมากับตัว เพื่อนมาบ้านก็ไม่ได้ด่าๆๆๆอีกจะออกไปกับเพื่อนก็ไม่ได้- -"งี่เง่าชะมัด เลี้ยงลูกนะไม่ใช่นักโทษ

สรุป พ่อแม่ชอบจับผิดไม่ยอมฟังเหตุผลถ้าพ่อแม่ยอมฟังลูกบ้าง ลูกจะไม่โกหกไม่มีความลับกับพ่อแม่ 

ปล.ตอนนี้กลายเป็นคุณแม่คนแล้วเข้าใจทุกคนและในอนาคตคงจะไม่ทำแบบพ่อแม่ของตัวเองแน่ๆที่ไม่ยอมฟังเหตุผลของลูก อย่างสุดท้ายเป็นกำลังให้ทุกคน
0
กำลังโหลด
Pearendless Member 13 มิ.ย. 56 22:07 น. 16
บอกตามตรง,, ไม่เคยเล่าหรอก -..-'' ฮ่ะๆ
ถ้าจะเล่าให้เค้าฟังก็พวกประมาณเรื่องไร้สาระ ฮาๆ ทำนองนั้น -w-''
0
กำลังโหลด
✖BlackRabbit✖ Member 16 มิ.ย. 56 11:53 น. 17
รู้ แต่ไม่เล่า... ในหลายๆ เรื่อง เหตุเพราะหมดหวังจะพึ่งพาผู้ใหญ่แล้วในเรื่องเหล่านั้น... เอาจริงๆ ต่อให้ไม่เล่า ก็จัดการปัญหาเองได้ ปัญหาแบบนั้นล่ะที่จะไม่เล่าให้ฟัง อันไหนเกินรับมือค่อยเปรยๆ ให้ฟัง... (แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาไหนเกินรับมือจนถึงตอนนี้น่ะนะ)
0
กำลังโหลด
` เ ค้ ก โ ร ย ถั่ ว Member 17 มิ.ย. 56 20:14 น. 18
ของเรา แม่รับฟังนะ
แต่พ่อก็รับฟังเหมือนกัน แต่ท่านจะคอยตักเตือนเรา
เรารู้นะว่ามันหวังดี แต่มันมากเกินไปอะ
จนเรารำคาญ เช่นตอนนั้นเราเดินข้ามถนนกับพ่อใช่มั้ย
ท่านก็จะตำหนิด้วยเสียงดุๆว่าดูทางบ้างเหมือนไม่พอใจ
น้ำเสียงมันติดจรำคาญเราอะ เราก็เลยไม่ชอบคุยกับพ่อ
เพราะเหมือนว่าำอะไรก็ผิดตลอดเวลา
ยิ่งพ่อเราพูดมากเท่าไหร่ เหมือนมันมีอารมณ์ฉุนเฉียวมาอะ
ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นคนก่อนะ ไม่รู้ว่าพ่ออินหรือยังไงไม่ทราบ - -
เราเลยจบปัญหาอย่างที่บอกไม่ค่อยคุยกับพ่อ
เพราะมันยิ่งทำให้เราทะเลาะกันเองอะ
เราเลยสนิทกับแม่ และปรึกษาเล่าอะไรทุกอย่างให้แม่ฟังมากกว่า ..
0
กำลังโหลด
'~Hina๋cha๊n~ Member 19 มิ.ย. 56 00:16 น. 19
คือ..อยากให้ปล่อยเรามั่งอะ ม.6แล้วนะ จะเข้ามหาลัยแล้วอะ
ขอไปไหนก็ไม่ค่อยให้ไป อยากจะลองนั่งรถไปเองบ้างอะไรบ้างก็ไม่ให้บอกอันตราย ๆ
เข้าใจว่าเป็นห่วง แต่ม.6แล้วนะคะ ยังไปไหนเองไม่ค่อยเป็นเลย ที่ทางก็จำไม่ค่อยเลยจริง ๆนะั ทั้งๆที่อยุ่มันมาตั้งแต่เด็กแล้วอะ อารมณ์แบบรู้ว่าอยู่ตรงไหน แต่ไปเองไม่เป็นเลยจริง ๆ เพราะเวลาขอไปไหนเองก็ไม่เคยให้ไป ไปเที่ยวกับเพื่อนก็จะไปส่ง-รับตลอดเลย พอบอกว่าอยากลองไปเองมั่ง ก็เอาแต่พูดว่ามันอันตรายนู้นนี่ มันไม่เหมือนสมัยตอนพ่อกับแม่เด็กๆตอนนั้นยังไม่อันตรายเท่านี้ 
เราน่ะก็รู้ว่ามันอันตรายมากขึ้น แต่ลองคิดดูสิ ถ้าไม่ลองให้เราไปไหนเองบ้างอะ พอเข้ามหาลัยไปอยู่คนเดียวมันก็ไม่รู้จักวิธีระวังตัวเลยอะดิ 
พอไปคุยด้วยเหตุผลแบบนี้ทีไรก็ ทะเลาะกับพวกท่านตลอดเลยจริงๆ ท้อมาก ค่อยๆอธิบายแล้วไม่เคยขึ้นเสียงเลยสักครั้งเลยนะ พอเดี๋ยวนี้ท่านก็เริ่มเข้าใจก็บอกแค่ว่าเดี๋ยวครั้งหน้าจะให้ลองขึ้น แต่ว่าจะไปด้วยไรงี้ เราโอเคนะ แต่พอเอาเข้าจริง ๆมันก็นั่งรถส่วนตัวตลอดเลย ฮือออ มีการบอกอีกว่าจะขึ้นทำไมให้เสียตังค์ รถตัวเองก็มีนั่งสบายกว่าเยอะ อยากจะบอกแม่ว่า แล้วจะให้ความหวังหนูทำไม?
0
กำลังโหลด
aisouno Member 22 มิ.ย. 56 17:06 น. 20
เจ็บมากเวลาเพื่อนชวนไปนู่นไปนี่ แล้วต้องปฏิเสธ เพราะที่บ้านไม่ให้ไป
เหตุผลคือ ใครจะไปรับ-ส่ง ถ้าไปเองแล้วไปเป็นเหรอ อันตรายนะ ห่วงจนเกินเหตุ จนป่านนี้เราไปไหนเองไม่เป็นเลย เพราะไม่เคยไปเอง
เรียนพิเศษ ที่หนึ่งอยากเรียนมาก แต่สุดท้ายมาจบลงที่ว่าใครจะไปรับ-ส่ง เรารู้ทางและไปประจำ แต่เราก็พอไปเองได้ แม้จะไม่เคยไปเอง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เรียน
อยากไปไหนเอง บอกว่าคนอื่นไปเองได้เลย ก็บอกว่า เขารับผิดชอบตัวเงอได้ แล้วหนูรับผิดชอบได้ไหม หนูรับผิดชอบได้อยู่แล้ว แต่พวกคุณต่างหากที่ไม่คิดจะให้หนูรับผิดชอบตัวเอง

ตอนเด็กๆทะเลาะกับเพื่อนบ่อยๆ บางครั้งก็แค่เถียงกันเล็กๆน้อยๆ พอเอามาเล่าที่บ้าน ไงล่ะ เราผิดตลอด ลูกคนอื่น ลูกเทวดา ดีไม่ไผิด เรามันผิดเอง ให้ตายเถอะ
 
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด