|
สวัสดีจ๊ะ วันนี้ พี่ผึ้ง มีเรื่องที่สังคมกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้มาเล่าให้น้องๆ ฟังกัน คือ นักวิชาการของบ้านเราเขาออกมาบอกว่า ภาษาวัยรุ่น หรือ "แอ๊บแบ้ว" ที่กำลังเป็นที่นิยมพูดจาล้อเลียน จนกลายเป็นเรื่องตลกขำๆ คือต้นเหตุทำภาษาไทยวิบัติ
เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายวัฒนะ บุญจับ นักวิชาการสำนักภาษาและวรรณกรรม กรมศิลปากร กล่าวว่า ขณะนี้ได้เกิดแฟชั่นการใช้ภาษาไทยในทางวิบัติของเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ ที่ภาษาวัยรุ่นเรียกว่า "แอ๊บแบ๊ว" เกิดจากสังคมบางสังคม กลุ่มคนบางกลุ่มนำภาษาไทยมาพูดเล่น ล้อเลียนแบบไม่ชัด ล้อเล่นจนเป็นเรื่องตลก สุดท้ายกลายเป็นภาษาพูดติดปากนำมาใช้ในชีวิตประจำวันแบบผิดๆ เหมือนการผันคำเล่นสมัยก่อน เช่น หนึ่งคึง สองคอง สามคาม เป็นต้น เป็นการเล่นภาษา สิ่งที่น่ากังวลคือคนในกลุ่มที่ใช้ภาษาแอ๊บแบ๊วไม่ได้มองว่าทำให้ภาษาไทยวิบัติ เป็นเพียงเรื่องตลก ขำๆ และรู้ความหมายกัน เฉพาะคนในกลุ่มเท่านั้น ถึงจะรู้ว่าคำนี้ ประโยคนี้แปลว่าอะไร แต่คนนอกกลุ่มกลับมองว่าการพูดภาษาไทยแบบแอ๊บแบ๊วทำให้ภาษาไทยวิบัติ ภาษาไทยแบบแอ๊บแบ๊ว เกิดจากวิวัฒนาการการใช้ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียน มีการใช้แบบผิดเพี้ยน เช่นคำว่า about อ่านว่า อะเบ๊าต์ แต่สำเนียงออสเตรเลียน อ่านว่า อะแบ๊ว ช่วงหลังครูภาษาอังกฤษจากประเทศออสเตรเลียมาสอนในประเทศไทยมากขึ้น แล้วนำวิธีการพูดแบบผิดเพี้ยนมาสอนในโรงเรียนนานาชาติ เด็กพูดภาษาอังกฤษผิดเพี้ยนจนนำมาใช้กับภาษาไทยด้วย เป็นลักษณะผู้ใหญ่แต่พูดภาษาไทยไม่ชัดเหมือนเด็ก อย่างไปคุมการสอบเป็นผู้ประกาศของเด็กรุ่นใหม่ชอบพูดคำว่า "ไปแล้ว" เป็น "ไปหล้าว" มันเหมือนภาษาไทยแบบอ้อนๆ เหมือนเด็กพูดอ้อแอ้ๆ อาจจะดูน่ารัก แต่ในมุมมองผมมันอุบาทว์ เป็นการใช้ภาษาไม่สมวัย บางคนอายุมากแล้วยังพูดจาไม่ชัดเหมือนเด็กๆ"นักวิชาการด้านภาษาและวรรณคดี กล่าว
นอกจากนี้การประกวดนักร้องรายการเรียลลิตี้ต่างๆ ที่ครูสอนร้องเพลง มักสอนให้ผู้เข้าประกวดร้องเพลงแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ออกสำเนียงตามฝรั่ง ทุกคำของภาษาไทยเหมือนมีตัว CH กำกับอยู่ เช่น เธอ เป็น เชอ, ฉัน เป็น ชั้น, ใจ เป็น จัย เป็นต้น เมื่อก่อนออกเสียง จ เป็น ช แต่เดี๋ยวนี้แม้แต่ตัว ท ยังผิดเพี้ยน เช่นคำว่า ทั้ง เป็น ชั้ง ซึ่งตนมองว่าการที่หาความแปลก ความเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้ไม่มีคุณค่า ไม่ถูกต้อง หากไม่มีการแก้ไข ภาษาเช่นนี้จะกลายเป็นภาษาของวัยรุ่นแถวสยาม วัยรุ่นโรงเรียนนานาชาติ เมื่อเด็กวัยรุ่นกลุ่มอื่นมองว่าเป็นแฟชั่น เป็นเรื่องโก้เก๋นำมาใช้ต่อ จะทำให้ภาษาไทยเสื่อมและผิดเพี้ยนไปในที่สุด อยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาแก้ไขเรื่องนี้ด่วน ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ยอมรับว่า พฤติกรรมแอ๊บแบ้วของเด็กไทยนั้น ตนไม่ทราบมาก่อน อยากเรียกร้องให้พ่อแม่และครูภาษาไทยให้คำแนะนำการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ทั้งนี้ จะนำปัญหาใช้ภาษาไทยแอ๊บแบ๊วเข้าหารือในการสัมมนาวิกฤติภาษาไทย ซึ่งสมาคมครูผู้สอนภาษาไทยแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ ราชบัณฑิตยสถาน และสำนักงานเอกลักษณ์แห่งชาติ ได้ร่วมจัดขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธาน จากนั้นจะนำผลสัมมนามาใช้ประกอบการร่างแผนแม่บทภาษาไทยแห่งชาติ เสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ที่มีการเปิดประเด็นปัญหาแอ๊บแบ๊วขึ้น เพราะเป็นปัญหาใหม่ที่ผู้ใหญ่ยังไม่รู้เรื่อง เพื่อจะได้รู้เท่าทันปัญหาวิกฤติภาษาไทยในปัจจุบัน ผมไม่อยากให้คนทั่วไปมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าปล่อยให้เด็กเลียนแบบแอ๊บแบ๊วต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วเด็กรุ่นใหม่จะพูดภาษาไทยไม่ชัดเจน มีค่านิยมที่เลียนแบบฝรั่งที่พูดไทยชัดจนกลายเป็นกระแสนิยมขยายวงกว้างไปยังกลุ่มเด็กวัยรุ่นกลุ่มอื่นๆ" ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว อย่างที่เห็นนะจ๊ะว่า ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของเรากำลังตื่นตระหนกกับการใช้ภาษาไทยของวัยรุ่น หรือ แอ๊บแบ๊ว กันอย่างมาก ซึ่งสำหรับ พี่ผึ้ง คิดว่าหากน้องๆ นำไปพูดคุยเล่น แซวกันในหมู่เพื่อนฝูงสนุกๆ ก้ใช้ไปเถอะจ๊ะ แต่หากจะนำมาใช้ในงานเขียนที่เผยแพร่สู่สายตาคนอื่นๆ อย่างนิยายในเน็ต ก็ควรระมัดระวังในการใช้หน่อยนะจ๊ะ แล้วน้องๆ มีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไรกันบ้าง...โพสต์กันมานะจ๊ะ
พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก และ ข่าวสด |


7 ความคิดเห็น