เรื่องอายเรื่องเล็ก 

เมื่อก่อนพี่ตินเด็กๆ เรื่องที่น่ากลัวมากของเด็กวัยรุ่นก็คือการรายงานหน้าชั้น

จริงๆ แล้วพี่ตินเฉยๆ เพราะเป็นคนพูดมากมาแต่เกิด (ขี้เม้าท์น่ะเอง)

แต่จะมีเพื่อนๆ บางคนที่จะขี้อายไม่ค่อยพูด เมื่อออกไปหน้าห้อง พวกเขาก็จะเก้อๆ เขินๆ อยู่ประจำ

เพราะงั้น พอพี่ตินอ่านบทความนี้ ก็เลยนึกถึงเขาขึ้นมาทันทีเลย

แล้วน้องๆ ละ มีเพื่อนแบบนี้ไหมเอ่ย

 

ว่ากันว่าเรื่องขี้อายเนี่ยเป็นเรื่องธรรมดาของคนเรา

ยกตัวอย่าง เวลาเราไปงานปาร์ตี้ บางคนก็เขินไม่อยากจะไป

เวลาอยู่ในกลุ่มคนเยอะๆ ก็จะรู้สึกแปลกๆ ไม่ค่อยอยากจะพูด

นักวิจัยบอกว่าแน่นอนเรื่องขี้อายนี้อยู่ในยีนของเรา แต่มีวิธีมากมายที่จะเอาชนะมัน

 

เมื่อนับกันแล้ว ประชากร 40 เปอร์เซ็นต์เป็นคนขี้อาย

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ใครๆ ก็ขี้อายทั้งนั้นแหละ

โดยเฉพาะเวลาพบปะคนต่างเพศเนี่ย ทำยังไงมันก็เก้อๆ เขินๆ เนอะ

เรื่องนี้ นักวิจัยได้สัมภาษณ์หนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งสารภาพว่า “ผมมีเพื่อนเยอะ แต่ไม่กล้าขอสาวเดทเลย”

สำหรับเรื่องนี้ พวกเขาคิดว่าเบื้องหลังและเบื้องลึกของความอาย คือความไม่มั่นใจในตัวเอง

รู้สึกในแง่ลบกับสิ่งที่ตัวเองทำ และเป็น และที่สำคัญ รู้สึกเหมือนมีกระจกอยู่หน้าตัวเองตลอดเวลา

 

 

เรื่องของยีนในตัวมีบทบาทสำคัญมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

ถ้าหากว่าแม่เครียดตอนท้องลูก และไม่ค่อยออกไปพบปะผู้คน ก็อาจจะส่งผลต่อเด็กได้เช่นกัน  

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำนายภาพพจน์ของเด็กได้ หรือความขี้อายจะเป็นมรดกตกทอดมาทางกรรมพันธุ์

เรื่องแบบนี้ เราสามารถแก้ได้อยู่แล้ว ก็แหม ใครๆ ก็อยากคุยเก่ง มีเพื่อนเยอะทั้งนั้นแหละ

 

เริ่มต้นเลย คนขี้อายควรเริ่มต้นแบบช้าๆ คือต้องรักตัวเอง และมองตัวเองในแง่บวกก่อน

จากนั้นจึงเริ่มที่จะเข้าสังคมบ้าง แรกๆ ก็เริ่มแบบน้อยๆ ไม่ต้องมากจนเกินไป

เริ่มสักแค่ 10 นาทีก่อนก็ได้ และเริ่มจากเพื่อนกลุ่มเล็กๆ ใกล้ตัวเสียก่อน

ที่สำคัญมาก คือพวกเขาควรเริ่มจากเรื่องที่ตนเองชอบและเก่งที่สุด

เพราะไม่ว่าคนเราจะขี้อายมากแค่ไหน ก็ต้องมีสักเรื่องที่มั่นใจว่าทำได้ดี

คนขี้อายบางคนอาจชอบอ่านหนังสือมาก รู้จักหนังสือดีทุกเล่ม

ถ้าหากว่าเป็นแบบนี้ พวกเขาควรเริ่มจากบทสนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่เขารู้ดี ก็คือหนังสือนั่นเอง

 

แต่แน่นอนว่านักวิจัยได้กล่าวปิดท้ายไว้ว่า ความอายไม่ใช่โรค และไม่ใช่อะไรที่เราต้องคิดว่าเป็นปมด้อย

คนเรามีสิทธิ์ที่จะอาย มันเป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นสิ่งที่เราเป็น

เพียงแต่ว่า ถ้าหากว่าเราแก้ไข เราอาจจะพบกับสิ่งใหม่ๆ ได้เช่นกัน

เอ้า ใครขี้อายยกมือขึ้น

 

Dek-d : อตินเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.msnbc.msn.com/id/20178762/?GT1=10252
พี่อติน
พี่อติน - Writer Editor ผู้ดูแลหมวดนักเขียนที่หลงใหลการอ่านแบบสุดๆ และไม่เคยพลาดทุกข่าวสารในวงการวรรณกรรม!

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

22 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
//***Connect_love***/// Member 7 ก.ย. 50 12:54 น. 3
เราก็ไม่ค่อยขี้อายเท่าไรหรอกนะ เรื่องรายงานหน้าชั้นหรือว่าพูดหน้าเสาธงเป็นเรื่องสบาย ๆ เลย แต่ก็อย่างว่าแหล่ะ มันต้องมีบ้างไม่ค่อยกล้าคุยกับเพื่อนต่างเพศ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
₤a₫¥_ β-V☼|₫ψ Member 7 ก.ย. 50 19:20 น. 9
ตอนแรกก็อายอยู่เหมือนกันนะ กับการที่ต้องไปรายงานหน้าชั้นอ่ะ แต่หลังๆ มา เริ่มเฉยๆ เนื่องจากออกบ่อยๆ มันก็ชิน
0
กำลังโหลด
เนยคนสวย Member 7 ก.ย. 50 19:38 น. 10
ตอนเด็กๆเราเป็นคนขี้อายมากๆๆๆๆ >__<

แต่ตอนนี้กลับหน้าด้านสุดๆ =..=^^ ประมาณว่า..."เนยเปลี๊ยนไป๋~!!"
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
สปานนี่ Member 7 ก.ย. 50 21:08 น. 14
ขี้อายเล็กน้อย แต่ว่าตอนนี้หน้าตัวเองเริ่มหนาขึ้น ความอายเลยลดลง 55+ อายไม่ผิดนี่ คนมันเขินเป็น
0
กำลังโหลด
30-1 7 ก.ย. 50 21:18 น. 15
เมื่อก่อนน่ะขี้อายมากๆเลย แต่ก็ได้เพื่อนตอน ม.ปลายนี่แหละช่วยไว้ เค้าพูดโคตรมากเลย 55+ ก็เลยพูดมากตามไปด้วย ดีจายอ่า
0
กำลังโหลด
passzenith Member 7 ก.ย. 50 21:24 น. 16
พี่เรียนวิดวะอยู่อ่ะนะ อย่างที่เรฟข้างบนบอกแหละ ลองไปค่ายลานเกียร์ดู ไม่ก้อไปคุยกะรุ่นพี่ที่รู้จัก เพราะวิดวะ มันเรียนยาก หนักไม่ใช่น้อย ใจต้องพร้อม เข้ามาได้ก้อต้องดิ้นรนอีก ไม่ให้โดน รีไทร(ไล่ออก)รึติดโปร(ถ้าติดอีกรอบก้อรีไทร์) ปีหนึ่ง ขึ้นปีสอง เด็กหายไปเยอนะน้อง เกือบครึ่งๆเลย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
crepo Member 7 ก.ย. 50 21:36 น. 20

เมื่อตนเด็กๆผมเป้นคนขี้อายมากเลยอะ  แบบไม่ค่อยชอบพูดกะใคร แต่ไม่รู้ทำไมพอโตมานี่คนละเรื่องเลย

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด