5 อาวุธเหนือจินตนาการที่คุณต้องตะลึง! (ภาคจบ)

5 อาวุธสุดเจ๋งที่คุณจะต้องตะลึง (ภาคจบ)


สวัสดีชาวไรเตอร์ทุกคนค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งกับอีก 5 อาวุธไม่ธรรมดาที่น้องๆ จะต้องไม่เคยได้ยินแน่ๆ ซึ่งครั้งก่อนพี่น้ำผึ้งได้นำเสนออาวุธในบทความ "5 อาวุธสุดเจ๋งที่คุณจะต้องตะลึง (ภาคแรก)" เรียกได้ว่าอึ้งกันไปเลยทีเดียว แต่พี่เชื่อว่าอีก 5 อย่างต่อไปนี้ รับรองว่าน้องๆ จะต้องอ้าปากค้างไปตอนอ่านเลยล่ะค่ะ! จะเป็นอะไรไปดูกันเลย

 

 
(เครดิตภาพ : historyofchineseinventons.weebly.com )
 


Chinese Flamethrower


ถ้าพูดถึงอาวุธโบราณ คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดินแดนมังกร หรือประเทศจีนนั้น มีอาวุธที่ยิ่งใหญ่และเหนือจินตนาการไม่แพ้ที่ใดในโลก... ที่เห็นได้ชัดมากๆ เลยคือ หอกไฟหรือเครื่องพ่นไฟที่ปรากฏในช่วงศตวรรษที่ 10 สำหรับหอกไฟ พี่จะบรรยายให้ฟังกันเร็วๆ นะคะ ตัวหอกก็จะติดอยู่กับกระบอกไม้ไผ่ คุณสมบัติสามารถยิงเปลวไฟและลูกกระสุนในระยะที่ห่างออกไปไม่กี่ฟุตได้ โดยใช้วัตถุดิบคือ ดินปืนที่มีไนเตรตต่ำที่ทำให้เกิดการเผาไหม้ใน 5 นาที

หอกไฟนี้ทำให้เกิดควันพิษร้ายแรง พิษของมันมีลักษณะเหมือนกับสารหนู ส่งผลให้ผู้สูดดมอาเจียนและชัก ถึงแม้ว่าศัตรูจะไม่ได้ถูกฆ่าตรงๆ แต่สารพิษจะไปทำให้อวัยวะภายในหยุดทำงานและเสียชีวิตในที่สุดค่ะ (น่ากลัวเชียว) 

 


(เครดิตภาพ : collectorebooks.com)

 

Percussion Pistol Whip


วันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 1834 เป็นวันที่ โจชัว ชอว์ ได้จดสิทธิบัตร แส้ขี่ม้าที่มีปืนพกซ่อนอยู่ในด้ามจับ ค่ะ เรียกได้ว่าเป็นอาวุธที่เท่และอันตรายมากทีเดียว แส้นี้ถูกออกแบบให้มีไกปืนแบบปืนทั่วไปที่สามารถปลดล็อกได้โดยใช้นิ้วหัวแม่มือ แต่เมื่อเราเหนี่ยวไกปืนก็ยังคงสามารถจับแส้ไว้ได้ อีกทั้งยังมีลูกเล่นคือเมื่อง้างด้ามจับออก ปุ่มจะติดออกมาทำให้ยิงได้ในทันที แต่ก็ยังมีข้อเสียคือสามารถยิงได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เป็นอาวุธที่แปลกดีเหมือนกันนะคะ 




(เครดิตภาพ : http://i81.servimg.com/)

 

Hwacha


ช่วงศตวรรษที่ 16 วิศวกรชาวเกาหลีได้ประดิษฐ์ธนูไฟรูปแบบใหม่ที่เรียกได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของจรวด มันมีชื่อว่า "ฮวาชา"

ฮวาชาขับเคลื่อนด้วยดินปืน ทุกครั้งที่ยิง มันสามารถปล่อยธนูไฟได้มากกว่า 100 ดอก เทียบเท่ากับอาวุธของซามูไรเลยทีเดียว ลูกกระสุนของฮวาชาถูกเรียกว่า "ซิงกิจียอน" เป็นลูกศรไฟที่สามารถระเบิดได้ โดยสายชนวนของซิงกิจียอนจะขึ้นอยู่กับจำนวนของศัตรูที่ต้องการระเบิด ในช่วงที่ญี่ปุ่นต้องการยึดครองเกาหลีในปี ค.ศ.1592 ตอนนั้นเกาหลีมีฮวาชาสะสมมากกว่าร้อยอันแล้ว

ต่อมา ในปี ค.ศ. 1593 เกิดสงครามขึ้นที่เมืองแฮงจู และนี่แหละ คือข้อพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของฮวาชา เมื่อญี่ปุ่นได้นำกำลังทหารกว่า 30,000 นายบุกรุกเมืองแฮงจู ซึ่งมีประชาชนเพียง 3,000 คนเท่านั้น แต่ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ เมืองแฮงจูสามารถรอดมาได้ ด้วยอาวุธสำคัญอย่างฮวาชา ซึ่งมีทั้งหมด 40 อัน หลังจากนั้นญี่ปุ่นยังพยายามบุกรุกเข้ามาอีกหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็สูญเสียทหารไปมากกว่าหมื่นนายเลยทีเดียว 

พูดได้คำเดียวว่า... เป็นอาวุธที่น่าสะพรึงจริงๆ ค่ะ 


 

(เครดิตภาพ : http://14544-presscdn-0-64.pagely.netdna-cdn.com/)

 

Axe Guns

พี่น้ำผึ้งสังเกตว่า... เกือบทุกประเทศ มักจะนำปืนมาปรับเปลี่ยนรวมกับอาวุธอื่นเพื่อให้เป็นอาวุธชนิดเดียวกัน ทั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อให้ดูสวยงามเท่านั้น แต่ยังเพื่อเพิ่มประโยชน์ในสงครามอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ดาบปลายปืน ที่เกิดขึ้นในสงครามไครเมียและสงครามกลางเมืองอเมริกา เป็นต้น แต่... ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครรู้ว่าประเทศเยอรมัน ก็ได้มีการนำปืนมาประยุกต์เข้ากับอาวุธชนิดอื่นเช่นกัน และอาวุธที่พี่พูดถึงก็คือ ขวานปืน นั่นเองค่ะ อยากชมอยากดู ก็ขอชี้เป้าให้เลยค่ะ ขวานปืนที่พี่พูดถึงนี้ จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่กรุงเดรสเดน ลักษณะเด่นคือ เป็นขวานที่นำปืนมาติดตรงด้ามจับทำให้สามารถใช้พร้อมกันได้ ถามว่าทำไปทำไม ก็ขอตอบสั้นๆ ว่า ทางเยอรมันเขาพัฒนาอาวุธตัวนี้ให้ใช้กันในหมู่ทหารม้าค่ะ เพื่ออำนวยความสะดวกเวลาเข้าป่าหรือใช้ในสงคราม

 
(เครดิตภาพ : http://listverse.com/)

 

Hellburners


ปี ค.ศ. 1584 ได้เกิดสงครามที่ยาวนานกว่า 8 ปี และคนที่สะใจที่สุด คงไม่พ้น Federigo Giambelli เล่าย่อๆ ก็คือ หนึ่งปีก่อนหน้า เขาได้เสนอตัวเป็นผู้คิดค้นอาวุธให้แก่สเปน แต่กลับถูกหัวเราะเยาะและไล่ให้ออกนอกประเทศ เขาจึงได้ย้ายไปอยู่เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยี่ยม

ไม่นานหลังจากนั้น สเปนได้ส่งดยุคแห่งปาร์มาไปล้อมเมืองแอนต์เวิร์ป ซึ่งได้กลายเป็นชนวนการแบ่งแยกเมืองของชาวดัชต์ในเวลาต่อมา ดยุคหวังจะล้อมเมืองโดยการส่งเรือเข้าไปกีดขวางทางน้ำในแม่น้ำสเกลต์ แต่แอนต์เวิร์ปก็แก้เผ็ดโดยการส่งเรือไฟเข้าไป กองทัพสเปนจึงผลักเรือไฟนั้นออกไป ทางด้าน Giambelli ได้ยื่นเรื่องขอทางเมืองให้ส่งเรือแก่เขา 60 ลำเพื่อสร้างเครื่องป้องกัน แต่ทางเมืองกลับส่งให้เพียง 2 ลำเท่านั้น

Giambelli ไม่ยอมแพ้ เขาเริ่มสร้างอาวุธชิ้นเอก โดยเริ่มจากสร้างห้องซีเมนต์ที่มีผนังหนาขนาด 1.5 เมตรและบรรจุดินปืนน้ำหนัก 3,000 กิโลกรัมเข้าไป จากนั้นปิดด้วยกำแพงหินอ่อนและคิดค้นกลไกที่จะตั้งเวลาจุดชนวนระเบิดเมื่อลำเรือถูกปล่อยออกไป เขาเรียกผลงานนี้ว่า การเผาไหม้จากนรก (Hellburners)

ในคืนวันที่ 5 เมษายน Giambelli ส่งเรือไฟ 32 ลำนำหน้าเรือ Hellburners ของเขาไปยังน่านน้ำเพื่อหลอกล่อสเปน ดยุคสเปนได้สั่งให้กำลังพลออกไปล้อมเรือไฟเหล่านั้นเพื่อที่จะผลักมันออกไป แต่ทว่าหนึ่งในเรือเฮลล์เบิร์นเนอร์นั้นอยู่ห่างสายดินเกินไปทำให้ค่อยๆ ลุกไหม้ และด้วยเรือดับเพลิงของสเปนทำให้เฮลล์เบิร์นเนอร์ลำแรกทำงานไม่สำเร็จ พวกทหารสเปนเริ่มหัวเราะเยาะ

แต่ไม่ทันค่ะ หัวเราะไม่ทันขาดคำ เฮลล์เบิร์นเนอร์ลำที่ 2 ก็ระเบิดตัวเองและฆ่าทหารไปมากกว่า 1,000 นายในระยะ 60 เมตร แต่ถึงอย่างนั้นชาวดัตช์ก็ไม่ได้ตื่นตัวหรือสนับสนุน Giambelli เลย ท้ายที่สุด ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา สเปนก็ได้รับชัยชนะในที่สุด และ Giambelli ก็กลายเป็นบุคคลที่ได้รบการยกย่อง (รวมไปถึงคำด่าจากชาวสเปน) ในฐานะผู้ผลิดอาวุธที่บ้าระห่ำที่สุดในโลก

เป็นยังไงกันบ้างคะกับอาวุธสุดมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความเป็นมาอันน่าสนใจ ส่วนตัวพี่น้ำผึ้งมองว่า อาวุธเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและความก้าวไกลทางด้านทหารในสมัยนั้นๆ แถมยังเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายได้ด้วยนะคะ ถ้าต้องโหวต พี่น้ำผึ้งบอกเลยว่า... ชอบ Hellburners มากๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ชนะสงคราม แต่ทั้งโลกก็ได้รับรู้ถึงความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประดิษฐ์อาวุธชิ้นนี้ ตอนอ่านพี่นี่อ้าปากค้างเลยค่ะ ไม่รู้ว่าคิดได้ยังไง โหดจริงๆ

เอาละคะ วันนี้พี่น้ำผึ้งคงต้องขอลาไปก่อน ส่วนครั้งหน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรนั้น อย่าลืมติดตามกันนะคะ


พี่น้ำผึ้ง :)


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/Pen_Huo_Qi
http://www.datamp.org/patents/displayPatent.php?id=35529
https://en.wikipedia.org/wiki/Hwacha
https://en.wikipedia.org/wiki/Pistol_sword
https://en.wikipedia.org/wiki/Hellburners


 
Deep Sound แสดงความรู้สึก
พี่น้ำผึ้ง
พี่น้ำผึ้ง - Columnist นักเขียนที่ชอบส่งต่อพลังบวกให้ทุกคน

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด