Meet # 90 ตอนนี้กระแส K-Pop กำลังมาแรงมากๆ ใครๆ ชอบเกาหลี ดาราเกาหลี อาหารเกาหลี เพลงเกาหลี ฯลฯ แหม มาแรงกันจริงๆ เพราะงั้น Meet ของเราวันนี้ พี่ตินก็เลยจับสาวไทย Export ไปแดนกิมจิมาพูดคุยกันรับรองว่าใครอยากรู้จักประเทศเกาหลี อ่านบทสัมภาษณ์นี้ได้ข้อมูลเพียบแน่นอน
พี่ติน : ยินดีที่รู้จ้า แนะนำตัวก่อนเลยนะ
น้องหวาน : สวัสดีค่ะ มีนามจริงว่า ด.ญ. เพชรลดา สถิตชลาลัย (ไม่เจียมว่าอายุเยอะค่ะ - -) นามเล่น น้ำหวาน นามเกาหลี จน จัง ตู - - นามปากกา Whanmeister ค่ะ นิสัย น่ารัก พูดน้อย เรียบร้อย รักเด็ก (ชาย บรรลุนิติภาวะแล้ว) ค่ะ แฮะๆ
พี่ติน : Whanmeister แปลว่าอะไรอะ ทำไมใช้นามปากกานี้ละจ๊ะ
น้องหวาน : Whan คือนามเล่นจริงๆที่ท่านพ่อท่านแม่ตั้งให้ค่ะ ส่วน meister เป็นนามเล่นที่เพื่อนออสเตรเลียมันเพิ่มให้ คือที่จริงหวานเคยเห็นเพื่อนฮาวายตั้งชื่อในดิสเพลย์เอ็มฯ ว่า ster ต่อท้ายชื่อเขาแล้วช่วงนึงเขาก็เลิกใช้ไป ใช้แต่ชื่ออย่างเดียว แล้วก็แบบ.. เห็นเท่ดีเลยขอเขาว่า ขอใช้คำว่า ster ต่อท้ายชื่อฉันได้ม้า เขาก็ว่าเอาไปเลย มันไม่ใช่คำของผม ตอนแรกก็ตั้งชื่อดิสเพลย์ในเอ็มฯ แค่ Whanster แล้วพอเพื่อนออสเตรเลียนมาเห็นตอนแชต มันก็ขำแล้วก็แซวว่า เอาให้เจ็บตั้งเป็น Whanmeister เลยดีกว่า เจ๋งกว่า ฮากว่า ก็สงสัยว่ามันแปลว่าไร เขาก็บอกว่า ไม่มีความหมาย มันแค่เป็นสมญานามกวนๆ ของฝรั่งเท่านั้นค่ะ
พี่ติน : อ๋อ งี้นี่เอง เรามาเริ่มกันดีกว่า เห็นว่าน้องหวานเรียนอยู่ที่เกาหลี มหาวิทยาลัยชื่อ คยองฮี (ชื่อยังกะนางเอกหนัง จุดเริ่มต้นของหัวใจให้ 1 เปอร์เซ็นต์) เป็นมหาวิทยาลัยแบบไหน ลองบรรยายเป็นภาพให้ฟังหน่อยสิจ๊ะ น้องหวาน พี่ตินอยากเห็นภาพ
น้องหวาน : ฮิฮิ ชื่อเหมือนนางเอกหนัง แฮะๆ ม. คยองฮีเป็นมหาลัยที่มีชื่อเสียงด้านคณะบริหารธุรกิจ และก็มีนักเรียนต่างชาติเยอะมาก เพราะสถาบันสอนภาษาค่อนข้างดัง เรียนที่นี่ หวานมีเพื่อนญี่ปุ่น จีน เยอะกว่าเพื่อนเกาหลีอีก ฮ่าๆๆ ที่นี่ค่อนข้างกว้างขวาง อยู่บนหลืบเขาเล็กน้อยถึงปานกลาง (เวลาไปเรียน จะเหมือนต้องปีนเขาเลยอ่ะค่ะ) ถ้าพี่ตินมา อย่าลืมใส่ชุดปีนเขาพกกระติกน้ำเล็กๆ ใส่กระเป๋ามาด้วยละกัน แฮะๆ คือปกติที่เกาหลีมันก็หนึ่งในสามของประเทศเป็นภูเขาอยู่แล้วอ่ะนะคะ เลยไม่ค่อยแปลก หลายมหาลัยที่นี่ก็อยู่บนเนินเขา บ้านช่องก็ตั้งกันบนเนินนี่แหละ แล้ว ที่ม. คยองฮีจะมีจุดเด่นคือ อาคารหอสมุดมีรูปร่างสไตล์โรมัน สวยหรูอลังการมากค่ะ หนังเรื่องคลาสสิคก็มาถ่ายทำที่นี่ มิวสิควีดีโอ หรือพวกละครก็มาถ่ายทำกันบ่อยๆ ค่ะ
พี่ติน : แล้วสนุกไหม ที่เรียนอยู่เนี่ย ทำยังไงถึงได้ไปเรียนละ น้องหวานติดต่อยังไง เล่าให้เพื่อนๆ น้องๆ ฟังหน่อย เผื่อมีคนอยากไปเรียนต่อบ้าง
น้องหวาน : สนุกค่ะ ชอบมาก แต่ไม่ชอบเวลามาสายอาจารย์จะสั่งให้ซื้อกาแฟเลี้ยงเพื่อนในห้องเป็นการทำโทษ อันนี้เปลืองค่ะ ขอบ่นหน่อย ก็เรียนภาษาเกาหลี แต่กดดันเพราะพวกเด็กจีน ญี่ปุ่นมันจะเก่งกว่า เพราะภาษาค่อนข้างใกล้เคียงกัน และที่เกาหลีก็มีตัวฮันจา (ตัวจีน) ใช้ ซึ่งนักเรียนจีน สบายเลย ถึงจะไม่เหมือนกันทั้งหมดแต่ก็ใกล้เคียง และไวยากรณ์ก็เหมือนกับภาษาญี่ปุ่น เด็กจีนกะเด็กญี่ปุ่นเลยเรียนภาษาเกาหลีไม่เหนื่อยเท่าเด็กไทยตาดำๆ อย่างหวานเท่าไหร่ T^T เรื่องติดต่อ ก็คือ เข้าเว็บมหาลัย ดูว่าคอร์สที่เราจะเรียนมีเปิดช่วงไหนมั่ง เปิดรับสมัคร เมื่อไหร่ ใช้เอกสารอะไร ค่าเทอมเท่าไหร่ แต่หวานมายื่นเองที่เกาหลี ถ้าจะให้แนะนำว่ายื่นจากเมืองไทยยังไง อันนี้ไม่แน่ใจค่ะ เพราะหวานมายื่นด้วยตัวเอง พอดีว่าพูดเกาหลีได้เลยไม่ค่อยมีปัญหายุ่งยากอะไรค่ะ แฮะๆ
พี่ติน : แปลว่า น้องหวานเป็นคนชอบภาษาเกาหลี? เริ่มชอบมาตั้งแต่เมื่อไหร่
น้องหวาน : ถูกค่ะ หวานเรียนเอกเกาหลีที่ม. บูรพา ที่จริงตอนแรกไม่ชอบภาษาเกาหลีเลย บอกตามตรง ชอบภาษาไทยมากกว่า อันนี้เรื่องจริง ใครเรียนภาษาเกาหลีจะรู้ว่ามันโคตรๆ ยาก (แอบพูดไม่สุภาพ) ภาษาไทยเรานี่แหละ ง่ายสุดแล้ว ไวยากรณ์ก็ง่าย อดีต ปัจจุบันอนาคตก็ไม่มีเยอะ ไม่ต้องแบบ.. แบ่งระดับว่า ภาษาสุภาพสุดๆ สุภาพกลางๆ ภาษาสำหรับเพื่อน อะไรแบบนี้ เพื่อนเกาหลีเอกไทยยังยอมรับเลยว่าภาษาไทยง่ายกว่า -_-^ แต่ด้วยตกกระไดพลอยโจน ได้โควต้าเอกเกาหลีก็เลยเรียนมา ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักเกาหลีเลยพี่ติน กิมจิคือะไรเหรอ?? ประมาณนั้น ยังจำได้สมัยปีหนึ่งปีสอง พอบอกใครๆ ว่าเรียนเอกเกาหลี ทุกคนจะถามกลับด้วยคำถามเดียวกันว่า “แกจบแล้วจะทำอะไรกิน” (สมัยนั้นภาษาญี่ปุ่นดังค่ะ) เราก็เอ๋อๆ ไป นั่นดิ ชั้นจบไปทำไรกินฟะ แต่พ่อก็ให้กำลังใจ บอกไม่เป็นไร มาสานต่อธุรกิจที่บ้านก็ได้ อาจารย์ที่สอนก็บอกตลอด พวกเธอรุ่นแรก มีงานทำแน่นอน ก็เลยเรียนมา ปรากฏเป็นโชคดี เพราะยังไม่มีใครพูดเกาหลีได้ พวกเราเอกเกาหลีรุ่นแรกก็เลยเนื้อหอมงานรุมตอมกันตั้งแต่เรียนปีสาม หวานเองก็ได้เข้าวงการ (ฟังดูหรู) จับงานแปลการ์ตูนชิ้นแรกตอนเรียนปีสามเหมือนกันค่ะ

พี่ติน : แล้วน้องหวานคิดยังไงกับภาษาและประเทศเกาหลี รวมถึงวัฒนธรรมของคนเกาหลีด้วย รวมนิยายเกาหลีด้วยนะ คิดยังไง ทำไมฮิตกันเหลือเกิน ทั่วบ้านทั่วเมืองไทยเนี่ย
น้องหวาน : ภาษาเกาหลียากมากกกกกกกกกกกกกก (คำเดียวจบ) อย่างที่บอก ไวยากรณ์ก็ต่างจากภาษาไทย เยอะด้วย บางตัวบ้านเราก็ไม่มีใช้ แปลลำบากมาก แบ่งภาษาสุภาพเป็นหลายระดับ อดีตปัจจุบันอนาคตมีหมด ภาษาเกาหลีง่ายอย่างเดียว คือ พยัญชนะและตัวสะกดน้อยมาก จำง่าย แต่ออกเสียงยากส่วนประเทศเกาหลี มีแต่ความเร่งรีบ วุ่นวาย เวลาเป็นเงินเป็นทอง เช่นบนบันไดเลื่อนนะคะ มันยังวิ่งกันเลย ต้องแบ่งเป็นสองฝั่ง (บนบันไดเดียวกัน) ฝั่งนึงคนยืนเฉยๆ ด้านข้างให้คนรีบเขาวิ่งไป ใครยืนเกะกะผิดฝั่งจะถูกเขี่ยให้พ้นทางอย่างน่าอับอาย แล้วหวานเคยแบบ.. มาใหม่ๆ เราก็ไม่รู้เนอะ เมืองไทยยืนได้ตามใจฉัน เลยดันไปยืนตรงที่ให้คนรีบอ่ะค่ะ เขาก็เลยเขี่ยๆ เราออกให้พ้นทางอย่าน่ารังเกียจมาก ไม่พอหันมามองด้วยแววตาประณาม สังคมรุมประณาม ขอบอกว่า อับอายค่ะ ส่วนวัฒนธรรมเกาหลี งานเป็นงาน เล่นเป็นเล่น ทำงานเราทำถึงตาย กินเหล้า เราก็ต้องกินกันให้ตายไปข้างนึง (วัฒนธรรมกินเหล้านี่ ขอเลยค่ะ - -) คนเกาหลีจะดีอย่าง เขาทำงานจริงจัง แต่พอถึงเวลาเล่น เขาก็ปลดปล่อยกันสนุกสุดเหวี่ยง คนเกาหลีจะชอบกินเหล้า เพราะพอเมาแล้วจะเปิดใจคุยได้หมดเปลือก เคยเจอแบบ.. พวกหนุ่มขี้อาย เจอหน้าเอาแต่แอบมอง แต่หลังจากเมาก็เปรี้ยวมีแรงฮึดกล้าโทรมาหา เจอพวกนี้บ่อยๆ ก็ฮาๆ ดีค่ะนิยายเกาหลีที่ฮิตหวานคิดว่า น่าจะมาจากพลอตเรื่องกุ๊กกิ๊กๆ ที่แหวกแนวจากบ้านเรา(ซึ่งเป็นแนวตบจูบ หวานชอบแนวนี้ล่ะ ขอบอก อิอิ) และทุกเรื่องไม่ว่าจะสนุกตลกแค่ไหนก็ต้องแอบน้ำตาไหล มีซีนเศร้าด้วย อันนี้ถือเป็นเอกลักษณ์นิยายเกาหลีเลย บวกกับบุคลิกพระเอกเกาหลีจะโรแมนติก บ้างก็กวนๆ น่ารักๆ แบบสเป็คสาวไทย ก็เลยได้รับความนิยมจากเด็กไทยช่วงนี้ค่ะ
พี่ติน : แล้วที่เกาหลีมีที่เที่ยวอะไรสนุกๆ บ้าง ไปเที่ยวมาบ้างยัง เล่าหน่อย
น้องหวาน : ไปประจำก็นี่เลยพี่ติน มยองดง (สยามบ้านเรา) ชอบไปเดินค่ะ เด็กวัยรุ่นหน้าตาดีเยอะ ฮ่าๆๆ ใกล้บ้านด้วย แต่ต้องไปตอนเย็นจะมีของขายเยอะ อีกอย่าง เข้าไปช็อปเครื่องสำอางเขาจะให้ของแถม แค่เข้าไปเดินชมไม่ต้องซื้อ เราก็ได้ของพรีเมี่ยมมาทดลองใช้ อันนี้ชอบที่สุด (ชอบของฟรี
 
 
 
 
 
ว่างั้นเหอะ - -) อีกที่ ก็คังนัม แหล่งคนรวย ถ้าไปเที่ยวคลับก็มาที่คังนัม เขาว่าดีกัน แต่หวานก็ยังไม่เคยไป บอกแล้วเป็นเด็กเรียบร้อย ขยันเรียน (ไม่มีเงินเที่ยวตะหาก T^T) ขาดไม่ได้เลยก็ พระราชวัง คยองบกกุง อันนี้ทัวร์ชอบพาไป แต่บอกบอกว่าไม่สนุกค่ะ (ไม่แนววัยรุ่นเท่าไหร่) สวนสนุกก็มีเอเวอร์แลนด์ เครื่องเล่นเยอะมากกกกกกกกกกกก แต่หวานเป็นพวกปฏิเสธเครื่องเล่นหวาดเสียวทุกชนิด ไปแล้วรู้สึกขาดทุนทุกทีเพราะค่าตั๋วค่อนข้างแพง แล้วก็ตลาดที่เหมือนจตุจักรบ้านเราก็นี่เลย ตลาดทงแดมุน และนัมแดมุน แต่หวานว่า ของไม่ค่อยถูกเท่าไหร่หรอกค่ะ เสื้อผ้าซื้อไปเมืองไทยก็ใส่ไม่ได้อีกต่างหาก บ้านเราร้อนมากนี่นา ทะเลไม่แนะนำ ทะเลเกาหลีโคตรๆ ไม่สวยเลยจริงๆ ไปกระบี่บ้านเราโลด แต่แนะนำว่าฤดูหนาว แจ่มสุด มาเล่นสกี ดูหิมะค่ะ บ้านเราไม่มี อิอิ
พี่ติน : อาหารเกาหลี อะไรอร่อยๆ พี่ตินชอบของกินมาก
น้องหวาน : ส่วนตัวนะพี่ติน หวานชอบตอกปกกี มันเป็นอาหารว่างที่เด็กวัยรุ่นชอบกินกัน (ทำตัวเนียนเป็นวัยรุ่นว่างั้นเหอะ - -) แต่ช่วงหน้าร้อนจะขายไม่ดี เพราะมันทั้งเผ็ดทั้งร้อน แต่หวานก็กินมันทุกฤดู ขาดไม่ได้เลย เมนูอันนี้ ไม่น่าถูกใจคนไทยเพราะเพื่อนคนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบเพราะว่ามันมีแต่แป้งผัดพริกเผ็ดๆ บางร้านก็เผ็ดมาก ปกติหวานไม่กินเผ็ด แต่เพื่อตอกปกกี หวานทนด้ายยยยยยยยยย - - ของว่างแนะนำไปแล้ว อาหารมั่งดีกว่า ส่วนตัวชอบบูแดจีแกค่ะ เผ็ดอีกเหมือนกัน แต่อร่อยมากๆ คล้ายๆ แกงส้ม แต่จะใส่ชีส แฮม ไส้กรอก ตอก (ของโปรด - -) วุ้นเส้น ผัก มาม่า หรือสารพัดอย่างที่เราอยากเพิ่ม แล้วก็ พุลโกกี (เนื้อย่างไฟ) อันนี้รสชาติเลิศมาก แล้วก็อาหารจานด่วนมื้อเช้าก่อนเข้าเรียนก็นี่เลย ชัมชีคิมปับ (ข้าวห่อสาหร่ายรสทูน่า) อร่อย กินง่าย รวดเร็ว ราคาย่อมเยา (สองพันวอน แปดสิบบาทค่ะ - -) แต่ส่วนใหญ่จะทำอาหารกินเอง เพราะหิ้วสเบียงเครื่องปรุงมาจากเมืองไทย และเมททำกับข้าวเก่ง หวานก็มีหน้าที่กินและเก็บล้างค่ะ ปกติ ทำอาหารไม่เป็นเลยจริงๆ พี่ติน แต่แบบ.. อยู่นาน จากที่ทอดปลาไม่เคยสุก ทอดไข่ก็ยังไหม้ เดี๋ยวนี้ทำผัดผักน้ำมันหอยได้แล้วนะ ขอบอก ฮ่าๆๆ หวานก็สำนึก เออ.. กฎการเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอด มันเป็นแบบนี้นี่เอง ฮ่าๆๆ
พี่ติน : ย้อนกลับไปใหม่ เมื่อกี้บอกว่าแปลหนังสือด้วยใช่มะ แล้วน้องหวาน... เข้าสู่วงการแปลได้เยี่ยงไรจ๊ะ สมัครอย่างไร หรือใครแนะนำมา
น้องหวาน : ตอนเรียนปีสาม เพื่อนในเอกให้ช่วยแปลค่ะ พอเสร็จมันก็ไปบอกบก.ให้ว่าเพื่อนคนนี้ช่วยนะ เขาก็เลยรับหวานเข้าไปโดยอภิสิทธิ์มากไม่ต้องเทสต์ (ขอกราบขอบพระคุณเพื่อนสาวสวย พอตตี้ ไว้ ณ ทีนี้ด้วย) ก็แปลเรื่อยมาจนเรียนจบ ก็มีดวงดีได้อภิสิทธิ์อีกครั้ง เพราะทางแจ่มใสต้องการคนช่วยแปลเรื่องฟูลเฮ้าส์ฉบับการ์ตูน เลยไปเป็นหนึ่งในนักแปลเรื่องนั้นด้วย คือความจริงตอนนั้นงานด่วนมาก ทางแจ่มใสเลยไม่มีเวลาเทสต์แล้วพอดีรุ่นน้องที่รู้จัก เขาก็คอนเฟิร์มให้ว่าหวานจับงานแปลการ์ตูนอยู่ พี่ๆ แจ่มใสเชื่อใจเลยได้ร่วมงานกันแต่นั้นมาค่ะ ขอบคุณพี่ๆ แจ่มใสที่ให้โอกาสไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่า
พี่ติน : แล้วเรื่องที่แปลเนี่ย? คือ “เจ้าหญิงจอมจุ้นฯ” น้องหวานคิดว่าแปลยาก – ง่าย อย่างไร เวลาแปลเนี่ย มันมีเกร็ดอะไรที่ต้องจำไหม ท่าทางจะยากไหม
น้องหวาน : เรื่องยากง่ายคงเป็นแต่ในฉากพระราชวังค่ะ เพราะคำศัพท์จะเป็นทางการและเขาจะแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับยศฐาบรรยาดาศักดิ์ รึพระราชพิธีประเพณีโบราณของราชวงศ์เกาหลีด้วย อันนี้ยากสุด แต่ฉากกุ๊กกิ๊กพระนางไม่ยากเท่าไหร่ และคนแต่งจะแทรกมุกอะไรน่ารักๆ เรื่อยๆ ก็สนุกดีค่ะ เวลาแปลหวานจะยึดหลักว่า อย่าแปลเป็นภาษาแปล (สมัยแปลแรกๆ แปลแข็งมาก อับอายๆ) ให้แปลเป็นภาษาไทยที่อ่านสนุกแต่ใจความตามต้นฉบับยังอยู่ครบ หลักการแปลคือให้อ่านหนังสือภาษาไทยเยอะๆ ยิ่งเรารู้ภาษาไทยเยอะเท่าไหร่
เราจะยิ่งแปลเป็นธรรมชาติมากเท่านั้น อันนี้ไม่รู้เพื่อนๆ พี่ๆ นักแปลคนอื่นคิดไงแต่หวานคิดงี้นะ เพราะบางครั้งเนี่ย เราเข้าใจว่าคนแต่งอยากพูดอะไรแต่แปลเป็นไทยไม่ออก แปลแล้วไม่สนุก บางทีเพื่อนคนไทยมาอ่านก็จะบอก แกพูดแบบนี้ดิ เป็นภาษาไทยมากกว่า เราก็เออเนอะ ลืมไปนึกไม่ออก ก็เลยคิดว่า อ่านหนังสือภาษาไทยเยอะๆ ให้รู้ภาษาไทยเยอะๆ ช่วยเรื่องการแปลได้มากจริงๆ ค่ะ
พี่ติน : ได้ข่าวว่าเขียนเรื่องด้วย งั้นพี่ตินจะถามว่า ระหว่างเขียนกับแปล คิดว่ามันแตกต่างกันอย่างไร และเหมือนกันอย่างไร
น้องหวาน : แตกต่างก็ตรงที่งานแปลเราไม่ต้องคิดพล็อตเอง แต่งานเขียนเราคิดพล็อตเอง แต่ถามว่าชอบอันไหนมากกว่า ขอสองใจชอบทั้งคู่เลยละกัน คืองานเขียนเนี่ย จะอิสระกว่าเยอะ เพราะเรากำหนดทุกอย่างเอง อยากให้ใครเป็นใครตาย เราแต่งเอง แต่งานแปลเนี่ย บางที แปลๆ ไปมีแอบนอกใจอย่างให้คนนี้เป็นพระเอกแต่เราก็แก้ตามใจไม่ได้ (แอบอึดอัดและนี่หนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขียนนิยายเอง - -) มีเรื่องฮาจะเล่า สมัยแปลการ์ตูนแรกๆ มีเรื่องนึงหวานชอบพระรองมากกว่า เคยพยายามจะดันทุรังแปลให้พระรองเป็นพระเอกให้ได้ด้วยนะ ฮ่าๆๆ แต่ด้วยจรรยาบรรณ ก็เลยถอดใจจากการพยายามดันพระรองให้เป็นพระเอก เลยตัดสินใจแต่งนิยายเองดีกว่าส่วนข้อมูล อาจเป็นสำนวนที่ใช้ล่ะ เพราะเวลาแปลหวานจะให้เป็นสำนวนไทยมากที่สุด ซึ่งบางครั้ง มุขที่ใช้ในนิยายเขียนของเราเอง บางทีก็ไปอยู่ในนิยายแปลอะไรแบบนี้ เพราะบางมุขคนเกาหลีขำ พอแปลเป็นไทย คนไทยงงค่ะ หวานก็ช่วยเนียนๆ แก้ให้ขำๆ บ้าง มุขก็เลยยืมใช้เวียนเทียนกันหลายเรื่อง ฮ่าๆๆ ไหนๆ ก็พูดเรื่องงานเขียนแล้ว แอบฝากผลงานเขียนเรื่องแรก “Hello English - สะกิดรักคนไกล หัวใจอินเตอร์” (ที่เขียนมาปีกว่าแล้วยังไม่จบ - -) พล็อตก็มาจากตัวเองเลยค่ะ เป็นคนที่อ่อนอังกฤษมากๆ แต่กามเทพกลั่นแกล้งให้ไปปิ๊งรักหนุ่มลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกัน (แอบโฆษณาไปในตัว ฮิฮิ) อยากฝากไปลองอ่านสนุกๆ อย่าลืมอุดหนุนถ้าสมมติว่าออกเป็นพอตเก็ตบุ๊คแล้วด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
พี่ติน : เห็นว่าได้ไปออกรายการที่เกาหลีด้วยเหรอ? เล่าให้พี่ตินฟังหน่อยสิ
น้องหวาน : อ๋อ เป็นรายการทอล์คโชว์ค่ะ คือจะเชิญสาวๆ จากหลายชาติมานั่งเม้าท์ประเทศเกาหลี สากกะเบือยันเรือรบ เม้าท์กันทุกเรื่องแต่เป็นภาษาเกาหลีนะคะ แล้วแต่วีคนั้น หัวข้อทอล์คจะเป็นเรื่องอะไร ก็เป็นตัวแทนสาวงามจากประเทศไทยส่งเข้าไปเม้าท์ว่างั้น ก็จะมีสาวงามจากเอเชีย จากยุโรป จากออสเตรเลีย อเมริกา มาหมดค่ะ วีคนึงก็จะเชิญมาสิบหกคน หลายหลากเชื้อชาติปนกัน ก็สลับกันไปทุกวีคค่ะ เดือนนึงก็อัดรายการกันคนละสองสามครั้ง สลับกันไป
พี่ติน : แล้วในอนาคต น้องหวานอยากทำงานด้านไหนต่อ เกาหลี?
น้องหวาน : ไหนๆ ก็มาเรียนถึงเกาหลี คงต้องจบชีวิตที่ภาษาเกาหลีนี่แล้วล่ะค่ะ หวานเป็นมนุษย์สันโดษ ชอบชีวิตอิสระ งานอิสระ ไม่ชอบสุดๆ เลยอะไรที่แบบอยู่ในกฏระเบียบ (ถือคติมีกฎไว้แหก - -) และเป็นคนที่เข้าแก๊งไหนหัวหน้าตายหมดไงคะ ก็เลยแบบ.. เข้างานตอกบัตรแต่เข้า เลิกงานดึกๆ รอเจ้านายกลับ สร้างภาพอะไรพวกนี้ ไม่ชอบเลย (กลัวหัวหน้าเครียดตายเพราะหวาน - -) ก็เลยอยากจับงานเขียนงานแปลต่อไป ไม่มีใครบังคับ (ยกเว้น บก. ทวง - -) แอบเป็นล่ามฟรีแลนด์กิตติมศักดิ์บ้างอะไรประมาณนี้ อยากเปิดร้านไอติม เค้ก น่ารักๆ พอดีได้ไอเดียจากที่นี่ด้วย ถ้ามีทุนก็อยากลองทำ แต่อาจเจ๊งเพราะเพื่อนเยอะ (พวกนี้ชอบมากินฟรีเหมือนเรา - -) อ้อๆ คิดว่ากลับไปจะไปเป็นอาจารย์สอนพิเศษ ที่สถาบันกวดวิชาต่อด้วยค่ะ บอกแล้วว่ารักเด็ก ฮิฮิ
พี่ติน : แล้วน้องหวานคิดอย่างไรกับเว็บเด็กดี
น้องหวาน : เป็นเว็บที่ทันสมัยและมีทุกอย่างครบวงจรเรียกว่า เข้าเด็กดีแล้วจะเพลินจนลืมไปแวะเว็บอื่นเลย ทั้งสาระ ความรู้ บันเทิงทั้งไทยและเทศ จะเห็นเลยว่ามีแนะนำกวดวิชา ให้กำลังใจน้องๆ เอ็นทรานซ์ เครียดๆ ก็มาดูบอร์ดทีมีทั้งสาระและบันเทิง เบื่อๆ ก็มาดูรูปดาราไทยเกาหลีญี่ปุ่นฝรั่ง นิยายก็มีทุกเรื่องทุกรส และยังเป็นเวทีสานฝันสำหรับน้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียนด้วย พี่ๆ ทีมงานเว็บมาสเตอร์ทุกคนก็เป็นกำลังเอง รักและสนิทกันเหมือนพี่น้อง เข้าเด็กดีแล้วรู้สึกอบอุ่นมากค่ะ ไม่ว่าจะอยู่ต่างแดนไกลแค่ไหน เข้าเด็กดีแล้วจะอบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้านจริงๆ ค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้พี่ๆ เว็บมาสเตอร์ทุกคนนะคะ อะจา อะจา ไฟติ้ง ^^
พี่ติน : น้องหวานว่าอยากให้เว็บมีอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง
น้องหวาน : บอร์ดสอนภาษาต่างประเทศวันละคำค่ะ
พี่ติน : ให้ทำคอลัมน์ในเว็บเด็กดี น้องหวานอยากทำคอลัมน์อะไรดีเอ่ย แนะนำหน่อยสิ
น้องหวาน : คอลัมน์แฉด้านมืดของประเทศเกาหลีค่ะ เพราะตอนนี้เด็กไทยคลั่งใคล้เกาหลีมากๆ เลยอยากให้น้องๆ เห็นด้านมืดจะได้หันมารักชาติบ้านเมืองไทยซะทีค่ะ ปกติ หวานก็ชาตินิยมอยู่แล้ว ยิ่งมาเกาหลียิ่งรักชาติไทยยิ่งชีพกว่าเดิมอีกค่ะ T_T
พี่ติน : อยากบอกอะไรกับเพื่อนๆ ในเว็บ สำหรับตอนนี้
น้องหวาน : กินของไทย ใช้ของไทย ช่วยชาติประหยัดพลังงานค่ะ และสำหรับน้องๆ เตรียมเอ็นท์ก็ตั้งใจอ่านหนังสือกันนะคะ พี่หวานเอาใจช่วยอยู่ไกลๆ มากๆ ตรงนี้แหละค่ะ
พี่ติน : เอาละ เราจะขอลิงค์มายไอดีเพื่อให้เพื่อนๆ น้องๆ ได้เข้าไปเยี่ยมน้องหวาน สาวแดนกิมจิกันนะ
น้องหวาน : http://my.dek-d.com/Whanmeister/
พี่ติน : คำพูดสุดท้ายที่อยากจะพูดที่สุด
น้องหวาน : อยากกินตำซั่วที่สุดในโลกเลย - - ล้อเล่นๆ จริงจังๆ นะคะ อยากให้ทุกคนกล้าคิดกล้าทำกล้าแสดงออกในสิ่งที่สร้างสรรค์และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร เรามียี่สิบสี่ชั่วโมงเท่ากัน มีความพยายามเหมือนกัน เพียงแต่เราใช้มันไม่เท่ากัน ฉะนั้น ใช้มันให้คุ้ม เต็มที่กับชีวิตและทำวันนี้ให้ดีที่สุด

ขอบคุณมากน้า น้องหวาน สาวไทยโกกิมจิ ที่มาเล่าเรื่องสนุกๆ ให้พี่ตินฟังในวันนี้สนุกมากมายจ้า ใครที่อยากเป็นอย่างน้องหวาน อย่าลืมเข้าไปปรึกษานะ พี่ตินว่าชีวิตน้องเค้าสนุกสนานจริงๆ จ้า

Meet #90 : หวาน
Interviewer : อตินเอง
พี่เต้จัง
พี่เต้จัง - Designer ดีไซน์เนอร์ประจำเว็บไซต์ Dek-D.com

แสดงความคิดเห็น

กระทู้นี้ถูกปิดการแสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น