เรื่องวันวาเลนไทน์
วันก่อนพี่ตินเข้าเว็บๆ หนึ่ง แล้วอ่านเจอเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก
เลยอยากจะมาแบ่งให้น้องๆ ได้อ่านด้วยกันจ้า
ราคาของความรัก
- โดยเฉลี่ย ชาวอเมริกันจะจ่ายเงินประมาณคนละ 120 เหรียญ (4,800 บาท) ในวันวาเลนไทน์
- ผู้ชายจ่ายเงินมากกว่าผู้หญิงในวันวาเลนไทน์ถึง 2 เท่า ผู้ชายจ่ายประมาณ 156 เหรียญ (6,240 บาท) ส่วนผู้หญิง ประมาณ 85 เหรียญ (2,400 บาท)
- ผู้ชายส่วนมากไม่อยากได้รับของขวัญวาเลนไทน์ คิดได้เป็น 1/3 ส่วนผู้หญิงมีประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่ไม่อยากได้
- ในช่วงวาเลนไทน์ กุหลาบสวยๆ ในอเมริกาขึ้นราคาได้สูงถึงดอกละ 75 เหรียญ (3,000 บาท) และส่วนมากจะขายในราคาประมาณ 58 เหรียญ (2,320 บาท)
- เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย กว่า 9 ล้านคน ได้รับการคาดหวังจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าว่าจะซื้อของขวัญอะไรบางอย่างให้พวกมัน พวกเขาจะได้ได้กำไรไง
- ผู้หญิงอเมริกัน 15 เปอร์เซ็นต์ซื้อกุหลาบให้ตัวเองในวันวาเลนไทน์ (ฉันซื้อกุหลาบให้ตัวเอง ฉันซื้อกุหลาบให้ตัวเอง)
เรื่องของความรัก
- จากการศึกษาของดูเร็กซ์ พบว่าในช่วงวันวาเลนไทน์ ถุงยางขายดีเพิ่มเป็นหลายเท่า!!!
- และยังรวมไปถึงยอดขายชุดตรวจครรภ์ของสาวๆ ในเดือนต่อมา (มีนาคม) ด้วย
- รู้ไหมว่าอาชีพอะไรได้ดอกไม้มากที่สุด คำตอบหรือ ก็คุณครูไงละ ได้จากเด็กๆ พ่อแม่ และคนรักด้วย เพียบเลยเห็นไหม
- ก่อนจะถึงวันวาเลนไทน์ประมาณ 1 อาทิตย์ สินค้าหวานๆ อย่างช็อกโกแลต การ์ด จะขายดีขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
- การ์ดที่ถูกส่งมากที่สุดในวันหยุดแบบนี้ อันดับ 1 คือคริสต์มาส และอันดับ 2 คือ การ์ดวาเลนไทน์
- Hallmark ผลิตการ์ดวาเลนไทน์ครั้งแรกเมื่อปี 1913
- ปัจจุบัน Hallmark จ้างผู้เชี่ยวชาญ 85 คน เพื่อคิดแผนการตลาดในช่วงวันวาเลนไทน์ และจะมีการทำแบบสอบถามกว่าหนึ่งแสนคน การสัมภาษณ์นี้ส่งผลต่อรูปแบบของการ์ดใหม่ๆ เกือบ 2,000 ใบในทุกปี
- การ์ดสุดฮิตของ Hallmark คือการ์ดที่มีข้อความหวานๆ อย่าง "Each time I see you, hold you, think of you, here's what I do ... I fall deeply, madly, happily in love with you. Happy Valentine's Day."

ทั่วโลก
- ในญี่ปุ่น ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายให้ช็อกโกแลตและของขวัญกับหนุ่มๆ ในวันวาเลนไทน์ ส่วนผู้ชาย จะให้กลับในวันไวท์เดย์ 14 มีนาคม
- แหล่งผลิตผลกาเกาที่ใหญ่ที่สุดเรียกกันว่า The
- คำบอกรักในภาษาเยอรมันคือ "Ich liebe dich."
- สำหรับคนอเมริกัน จะใช้เงินในวันวาเลนไทน์กับสิ่งเหล่านี้ คือการ์ด 65 เปอร์เซ็นต์ กินข้าวท่ามกลางแสงเทียน 44 เปอร์เซ็นต์ ลูกกวาดขนมหวาน 38 เปอร์เซ็นต์ น้ำหอม 12 เปอร์เซ็นต์ ดอกไม้ 32 เปอร์เซ็นต์ เครื่องประดับ 11 เปอร์เซ็นต์ (พี่ตินก็ไม่เข้าใจว่าเขาคิดเปอร์เซ็นต์กันแบบไหน)
ประวัติศาสตร์
- จุดกำเนิดของวันวาเลนไทน์เกิดจากชาวโรมัน ในช่วงเทศกาล Lupercalia ที่หนุ่มๆ จะวาดรูปของหญิงสาวที่ตนรัก และเก็บรูปนั้นไว้เป็นเพื่อนตลอดปี
- คำยอดฮิตอย่าง "Sweets for the sweet" มาจากบทประพันธ์อมตะของเชคสเปียร์ เรื่องแฮมเล็ต
Dek-d : อตินเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก www.wisebread.com/weird-things-you-didnt-know-about-valentines-day
4 ความคิดเห็น
อืม เป็นแบบนี้นี่เอง ขอบคุณนะคะ ได้ความรู้เพิ่มขึ้น
และเพราะแต่ละคนไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว จึงทำให้เปอร์เซ็นดูแปลกๆน่ะค่ะ