มารู้จัก ‘Carpe Diem’ โรงเรียนในอเมริกาที่มีห้องเรียนเหมือน "ออฟฟิศทำงาน"

     สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D.com วันนี้ พี่วุฒิ มีโรงเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกามาแนะนำให้น้องๆ ได้รู้จักกัน โรงเรียนนี้ชื่อ “Carpe Diem Innovate School” โรงเรียนนี้มีความพิเศษอยู่ที่ว่าไม่มีห้องเรียนเหมือนโรงเรียนปกติทั่วไป แล้วห้องเรียนที่นี่เป็นแบบไหน เรามาดูกันเลยครับ



 
Photo Credit: Facebook : Carpe Diem Innovative School - Cincinnati
 
     ‘Carpe Diem Innovate School’  เป็นโรงเรียนในกำกับของรัฐบาล ตั้งอยู่เมืองซินซินแนติ รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดสอนระดับเกรด 7 -12 และถึงแม้ว่าโรงเรียนจะมีพื้นที่ขนาดเล็ก แต่การเรียนการสอนนั้นถือว่ามีคุณภาพมากๆ ด้วยหลักสูตรการเรียนการสอนที่เข้มงวด พร้อมกับห้องเรียนที่มีลักษณะไม่เหมือนโรงเรียนอื่น เพราะว่านักเรียนที่นี่จะมีโต๊ะเรียนที่แบ่งเป็นสัดส่วนมีพื้นที่เป็นของตัวเอง ลักษณะเหมือนกับโต๊ะทำงานออฟฟิศ นักเรียนแต่ละคนจะมีคอมพิวเตอร์ที่เอาไว้เรียนแบบออนไลน์ และก็ยังมีการเรียนรู้นอกห้องเรียนคล้ายๆ กับการออกไปฝึกทำงานแบบจริงจังอีกด้วย โดยมีคุณครูที่เป็นเหมือนโค้ชสอนตัวต่อตัวและเป็นผู้คลายความสงสัยเมื่อนักเรียนมีคำถาม ภายใต้สโลแกนหลักของโรงเรียนที่ว่า “Smart School, Smart Kids, Smart Choice”

 
>Smart School<
 
    ทุกอย่างในชีวิตคือการเรียนรู้ ทางโรงเรียนจึงเชื่อว่านักเรียนทุกคนไม่ควรจะถูกกักกันความรู้แค่เฉพาะในห้องเรียนหรือรูปแบบการเรียนแบบทั่วไปที่นิยมทำกัน นักเรียนจะได้เรียนรู้จากตัวเองควบคู่ไปกับสื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสามารถต่อยอดเรียนรู้ต่อไปอย่างมีคุณภาพ
 
>Smart Kids<
 
    นักเรียนจะได้รับการศึกษาในระดับที่เข้ากับตัวเอง เพื่อเสริมสร้างทั้งความสามารถและความมั่นใจ และแต่ละคนจะได้รับการวางแผนในการเรียนที่ต่างกันเพื่อให้เติมเต็มศักยภาพอย่างสูงสุด
 
>Smart Choice<
 
    ทางโรงเรียนจัดการเรียนการสอนอย่างยืดหยุ่นเพื่อผลสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนที่ดีของนักเรียนทุกคน
 
Photo Credit: businessinsider.com
 
ทำไมต้องจัดโต๊ะเรียนแบบออฟฟิศทำงานด้วย?
 
    โรงเรียนนี้มีการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงาน (Project-Based Learning) ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญของการศึกษาของโรงเรียนนี้ เด็กๆ จะได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองชอบ และเลือกทำโครงงานในเรื่องที่ตนสนใจ และการจัดทำโครงงานของเด็กๆ แต่ละคนนั้น จะมีมหาวิทยาลัย, องค์กรต่างๆ และรวมไปถึงสถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมและดูแล เป็นการช่วยให้นักเรียนเข้าใจเรื่องคอนเซ็ปต์และทฤษฎีที่ใช้ในการทำโครงงานอย่างถูกต้อง และการทำโครงงานก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าใจในวิชาที่เรียนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างเสริมทักษะการเข้าสังคม และปลูกฝังความเป็นผู้นำในตัวนักเรียนอีกด้วย ดังนั้นการจัดห้องเรียนแบบออฟฟิศทำงาน ก็เหมือนเป็นการให้นักเรียนได้เรียนรู้กับตัวเอง เพราะว่าที่นี่ถือว่า “นักเรียนทุกคนล้วนมีความแตกต่างกัน”

 
นักเรียนแบบไหนที่เหมาะกับโรงเรียนนี้?
 
- มีแรงจูงใจและพร้อมที่จะทำงานที่มีความท้าทายตลอด
- ต้องการที่จะเรียนวิชาของมหาวิทยาลัยในขณะที่ยังเรียนมัธยม
- ชอบที่จะเรียนอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็ก
- อาจจะเป็นนักเรียน home school มาก่อน แล้วอยากมาเรียนต่อมัธยมที่นี่
- มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และชอบตารางเรียนที่มีความส่วนตัวและเข้ากับตัวเอง

 
เด็กโรงเรียน Carpe Diem จะได้เรียนในสิ่งที่เข้ากับตัวเอง
 
    การได้เรียนรู้ในระดับที่เข้ากับตัวเองจะเป็นการเสริมสร้างทั้งความสามารถและความมั่นใจผ่านงานหรือการบ้านต่างๆ ที่มีความท้าทายอยู่เสมอ และนักเรียนที่นี่จะค้นพบตัวเองได้เร็วกว่านักเรียนคนอื่นๆ จากการเรียนการสอนที่เน้นให้รู้จักตัวเองว่าต้องการอะไร และอยากเป็นอะไร
 
นักเรียนที่โรงเรียนนี้เรียนวิชาอะไรบ้าง
 
    นักเรียนโรงเรียน Carpe Diem จะต้องเรียนให้ครบ 45 หน่วยกิตหรืออาจจะมากกว่า โดยทางโรงเรียนจะมีวิชาบังคับและกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
 
- วิชาคณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ, วิทยาศาสตร์, สังคมศึกษา
- การพัฒนาวุฒิภาวะทางอาชีพ หรือการวางแผนการศึกษาต่อในอาชีพที่อยากเป็น
- ความรู้เรื่องทางการเงินแบบนานาชาติ
- สมรรถภาพทางกาย และปลูกฝังสุขนิสัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเป้าหมายในการใช้ชีวิตและเรื่องครอบครัว
- การมีส่วนร่วมกิจกรรมสังคม
- ความรับผิดชอบต่อส่วนร่วม

 
เว็บไซต์โรงเรียน
 



 
     เพราะว่าโรงเรียนนี้มีความเชื่อที่ว่า “นักเรียนทุกคนล้วนแตกต่างกัน” ไม่ว่าจะเป็นความสามารถ ความชอบ หรือความสนใจ และถ้าจะให้นักเรียนทุกคนต้องมานั่งเรียนในห้องเรียนเดียวกัน โดยเน้นความรู้ที่ถ่ายทอดจากคุณครูเป็นหลัก มันก็อาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการให้กับนักเรียนเท่าที่ควร ดังนั้น การจัดห้องเรียนแบบออฟฟิศ แยกนักเรียนเพื่อให้ตัวเองได้อยู่และเรียนรู้กับสิ่งที่ตัวเองสนใจผ่านการทำโครงงานในหัวข้อที่เลือกเอง ก็เป็นเหมือนการช่วยให้นักเรียนค้นหาตัวเองได้เร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อรู้ตัวเองเร็วมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จเร็วมากกว่าคนอื่นๆ นั่นเองครับ
 
    เห็นแบบนี้แล้ว ก็นึกอยากให้โรงเรียนในบ้านเรามีการจัดการเรียนการสอนแบบนี้เหมือนกันนะครับ แล้วน้องๆ ล่ะครับ คิดอย่างไรกันบ้างกับการเรียนการสอนของโรงเรียน Carpe Diem? … แล้วพบกันใหม่บทความหน้าครับ :D   





 
อ้างอิง

 
พี่วุฒิ
พี่วุฒิ - Columnist มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น