“แค่สนุกไปกับมัน ก็ชอบได้” เคล็ดลับการเรียนของ “จ๊ะจ๋า-จิณจุฑา” คนพิการต้นแบบ!

     ช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา น้องๆ หลายคนอาจจะได้เห็นได้แชร์ข้อความให้กำลังใจจากทวิตเตอร์ ของบัณฑิตสาวป้ายแดง ที่ถึงแม้จะป่วยเป็นโรคกระดูกเปราะ ไม่สามารถเดินได้ตั้งแต่เกิด และเข้ารับการผ่าตัดไปแล้ว 34 ครั้ง แต่ก็มีทัศนคติที่ดีและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้ ซึ่งพี่กุ๊กไก่ได้นำเสนอในคอลัมน์เด็กพลังบวกไปบ้างแล้วค่ะ (อ่าน: คลิก)
 

 
     แม้ว่าจะมีอาการเจ็บป่วยจนทำให้ “จ๊ะจ๋า-จิณจุฑา จุ่นวาที” ต้องหยุดเรียนไปเป็นปีๆ แต่ความเพียรพยายาม ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเอง และความไม่ยอมแพ้ต่อการเรียนของน้อง จนสุดท้ายสามารถเรียนจบ 4 ปี คว้าใบปริญญาสาขาการตลาดพร้อมกับเพื่อนๆ ได้ ทำให้กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ มอบโล่ยกย่องเชิญชูเกียรติคนพิการต้นแบบ ให้กับน้องจ๊ะจ๋า เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการต่อสู้กับชีวิต วันนี้น้องจ๊ะจ๋าได้เผยเคล็ดลับและมุมมองเรื่องการเรียน มาให้น้องๆ ชาว Dek-d ได้ติดตามกันด้วยค่ะ
 

 
โล่ยกย่องเชิญชูเกียรติคนพิการต้นแบบ
     เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา น้องจ๊ะจ๋า เข้ารับรางวัลโล่ยกย่องเชิญชูเกียรติคนพิการต้นแบบ จากกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ เนื่องจากเป็นคนเก่ง คนดี มีความกล้าหาญ กตัญญู และเพียรพยายาม เป็นคนสู้ชีวิต และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองตลอดเวลา เพราะนอกจากจะสามารถเรียนจบตามเวลาที่กำหนด (4ปี) ในขณะที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ทั้งที่อายุยังน้อย แล้วยังทำกิจกรรมทางสังคม และกิจกรรมจิตอาสาที่เป็นคุณประโยชน์ให้กับสังคม รวมไปถึงยังหารายได้ให้กับครอบครัวอีกด้วย
 

 
กว่าจะได้ใบปริญญามา ไม่ใช่เรื่องง่าย
     ด้วยความที่จ๊ะจ๋าเป็นคนร่าเริงและชอบการสื่อสาร เลยมีความฝันที่อยากจะเรียนต่อในสาขาสื่อสารมวลชน หรือนิเทศศาสตร์ จนมีโอกาสได้เข้ารับการสัมภาษณ์ในสาขานี้ จากโครงการรับตรงโควตาคนพิการ แต่ความฝันของน้องก็ดับลง เพราะเหตุผลที่ว่าอาจจะไม่สามารถเรียนกับคนปกติได้ ทั้งๆ ที่น้องก็จบจากเรียนโรงเรียนปกติ ทำให้น้องจ๊ะจ๋าเสียใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็เดินหน้าต่อ หันมาอ่านหนังสือ และไปเรียนพิเศษเหมือนเพื่อนๆ เพื่อเตรียมตัวสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยอื่น สุดท้ายแล้วก็ยังมีอุปสรรคจนทำให้น้องไม่สามารถเรียนสาขาสื่อสารมวลชนได้อีก น้องจึงผันตัวเอง เลือกเรียนสาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี ด้วยเหตุผลที่ว่า อย่างน้อยก็ได้เรียนเกี่ยวกับด้านบุคลิกภาพและการสื่อสารบ้างก็ยังดี
 

 
หนีไม่ได้ ชนไปเลยละกัน
     น้องจ๊ะจ๋าเป็นคนที่ไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์มาก ถึงขั้นเกลียดเลยก็ว่าได้ แต่สาขาวิชาการตลาด เน้นเรื่องการคำนวณ เจอตัวเลขเต็มๆ !! ช่วงปีแรกน้องจ๊ะจ๋าต่อต้านสุดฤทธิ์ เททุกอย่าง ไม่เรียน ไม่อ่านหนังสือเลย จนกระทั่งผลการเรียนออกมาเหลือ เกรด 1 กว่าๆ คือปกติจะซีเรียสเรื่องเรียนมากๆ ไม่เคยต่ำกว่าเกรด 3 ก็ทำให้โกรธตัวเองมาก รู้สึกว่ามันเสียเปล่า เลยคิดว่าเพื่อนๆ ยังทำได้เลย แค่นี้ทำไมเราจะทำไม่ได้ และไหนๆ ก็หนีไม่ได้แล้ว ก็พุ่งเข้าหามันเลยละกัน จากนั้นน้องเลยฮึดสู้! พยายามทำความเข้าใจบทเรียนจนเกรดกลับมา 3.5 (โห....สุดยอดเลย)
 

 
เคล็ดลับพิชิตใจตัวเอง
     “สนุกไปกับมัน ไม่กดดันตัวเอง” เป็นเคล็ดลับง่ายๆ ที่น้องจ๊ะจ๋า เอามาใช้พลิกเกรดของตัวเอง น้องเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ชอบและไม่เข้าใจ แต่ก็ค่อยๆ พยายามอ่านทำความเข้าใจ ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ มีที่มาอย่างไร และคอยตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้น สุดท้ายก็สามารถเข้าใจได้ แต่ที่สำคัญก็คือ “ใจ” เราต้องสนุกไปมัน อย่าพึ่งปิดกั้นหรือคิดไปเองก่อนว่าจะทำไม่ได้ เพราะถ้าใจไม่เอาแล้ว ทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงไปอีก และก็ต้องไม่กดดันตัวเองด้วย ไม่งั้นก็ยังเครียดอยู่ดี ยิ่งถ้าเราตั้งเป้าหมายไว้ด้วย ก็จะทำให้มีพลังเพิ่มขึ้น อยากจะเดินไปให้ถึงตรงนั้นค่ะ
 

 
แฟนคลับตัวยง VS. การเรียน
     หลายครั้งที่คนภายนอกมองว่า แฟนคลับเด็กนักเรียนนักศึกษา คือ “ติ่ง” ที่ไม่ใส่ใจกับการเรียน ซึ่งแท้จริงแล้ว หลายคนก็มีศิลปินเป็นแบบอย่างในด้านต่างๆ อย่างน้องจ๊ะจ๋าเอง ชื่นชอบและติดตามศิลปินไทยและเกาหลี คือ ไมค์ พิรัชต์, GOT7 และโบกอม เพราะชอบแนวความคิด ทัศนคติ และบุคลิกภาพของศิลปิน เพื่อนำมาปรับใช้กับตัวเอง อย่างเช่นตอนนี้ศิลปินอ่านหนังสือเล่มนึง น้องจ๊ะจ๋าก็ไปตามหาหนังสือเล่มนั้นมาอ่านบ้าง ซึ่งก็สามารถเนื้อหาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย
 
     น้องจ๊ะจ๋าสามารถแบ่งเวลาให้กับการเรียนและติดตามศิลปินที่ชื่นชอบได้ เพราะ “รู้ตัวเองว่าเวลานี้ต้องทำอะไร” ในช่วงที่ต้องเรียน ต้องอ่านหนังสือ น้องจะตั้งใจทำให้เรียบร้อยก่อน ถึงมาผ่อนคลายด้วยการติดตามศิลปินตาม Social Network แต่ถ้ามีโอกาสที่ศิลปินออกงาน และน้องสะดวกในการเดินทาง น้องก็จะไปติดตามแบบประชิดถึงตัวเช่นเดียวกับแฟนคลับทั่วไปๆ
 

 
     จากการที่ติดตามไมค์ พิรัชต์ อยู่สม่ำเสมอหลายปี (ตั้งแต่มัธยมต้น) ด้านศิลปินเองก็ได้ติดตามและมักถามไถ่น้องจ๊ะจ๋าเช่นกัน (บางทีส่งข้อความผ่านอินสตาแกรมมาหาน้องด้วย) ทำให้น้องได้รับกำลังใจโดยตรงเลยค่ะ
 

 
เรียนจบแล้ว มองอนาคตไว้อย่างไรบ้าง
     พอเรียนจบแล้ว ก็มีงานติดต่อน้องจ๊ะจ๋ามา 2 งานแล้ว เป็นงานประจำ และงาน Freelance ด้านสื่อสารมวลชนอย่างที่ใฝ่ฝันไว้ ซึ่งน้องจ๊ะจ๋าบอกว่า เร็วๆ นี้จะมีผลงานด้านพิธีกร ทางจอทีวีให้เราได้ติดตามกันด้วยค่ะ ซึ่งน้องก็คาดว่าจะสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนมาประยุกต์ใช้ได้ในการทำงานทั้ง 2 อย่างเป็นอย่างดี เช่น ด้านบุคลิกภาพ การพูด การสื่อสาร และการวิเคราะห์ผู้บริโภค เป็นต้น ส่วนด้านการเรียน น้องก็มีวางแผนจะเรียนต่อระดับปริญญาโท ด้านการตลาด เพราะคิดว่าจะสามารถนำมาต่อยอดในการทำงานได้อีก
 

 
     ระหว่างการสัมภาษณ์ น้องจ๊ะจ๋าบอกพี่แนนนี่ว่า “จ๊ะจ๋าไม่อยากเป็นต้นแบบ หรือแบบอย่างให้ใครค่ะ เพราะหลายๆ คนมีพื้นฐานประสบการณ์ไม่เหมือนกัน” แต่พี่ก็ยังเชื่อว่าเรื่องราวและทัศนคติของน้องจะเป็นแนวทางและเป็นกำลังใจให้กับคนอื่นๆ ได้ค่ะ
     อย่างไรแล้วพี่แนนนี่ และทีมงานเด็กดี จะรอติดตามชมผลงาน และเป็นกำลังใจให้กับน้องจ๊ะจ๋าแบบนี้ต่อไปค่ะ
พี่แนนนี่
พี่แนนนี่ - Columnist เด็กเอกไทย คลั่งไคล้มิกกี้(เม้าส์) หลงใหลอิตาลี คอยเฝ้าลงพื้นที่ ตามข่าว TCAS

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด