ฮอบบิทแข็งแรงพอที่จะผจญภัยได้จริงๆ หรอ?
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน เชื่อว่าหลายคนคงเคยรู้จักนิยายมหากาพย์อย่าง The Lord of the Ring กันใช่มั้ยคะ แล้วเคยสงสัยหรือเปล่าว่าทำไมพ่อมดแกนดัลฟ์ถึงให้พวกฮอบบิทติดสอยห้อยตามเหล่าคณะเดินทางด้วย ท่านพ่อมดไม่กลัวว่าฮอบบิทจะเป็นอะไรไปเหรอ ก็ในเมื่อเส้นทางมันอันตรายปานนั้น แล้วพวกฮอบบิทแข็งแรงพอที่จะเดินทางหรือเปล่า?
ชัดเจนเลยว่าท่านพ่อมดไม่ได้ต้องการให้บิลโบและโฟรโดตรวจร่างกายก่อนออกเดินทาง แต่นักวิทยาศาสตร์กลับสงสัยหนักมาก พวกเขาจึงทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของฮอบบิทโดยเฉพาะเลยค่ะ แถมยังได้รับการตีพิมพ์ลงบนวารสารวิชาการด้วย โอ้โห พีคได้อีก วันนี้พี่น้ำผึ้งก็เลยนำเรื่องราวเกี่ยวกับงานวิจัยที่ว่านี้มาฝากน้องๆ กันค่ะ ว่าแล้วมาดูกันเลยดีกว่าว่า จริงๆ แล้วฮอบบิทแข็งแรงพอที่จะออกผจญภัยหรือเปล่า ถ้าพร้อมแล้วตามมาเลยจ้า
รู้จักกับ "ฮอบบิท"
J.R.R. Tolkien ได้บรรยายเกี่ยวกับชาวฮอบบิทไว้ในหนังสือ “The Hobbit” ที่ตีพิมพ์ในปี 1938 ว่า “พวกเขาตัวเล็ก สูงเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของพวกเรา โดยธรรมชาติแล้ว พวกเขาอาศัยอยู่ตามโพรงไม้และกินอาหาร 6 มื้อต่อวัน”
ฮอบบิทกับอัตราการเผาผลาญ
ในปี 2015 คริโซ มาโนฮาราน และ สกาย โรเซ็ตตี้ นักศึกษาจาก University of Leicester Centre for Interdisciplinary Science ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับค่า Basal Metabolic Rate (BMR) หรืออัตราการเผาผลาญพื้นฐานของเผ่าพันธุ์ในนวนิยายเรื่อง The Lord of the Ring จนออกมาเป็นเปเปอร์ภายใต้หัวข้อ "Modelling the BMR of Species in Middle-Earth"
มาโนฮารานและโรเซ็ตตี้ได้กำหนดอัตราการเผาผลาญ (BMR) พื้นฐานสำหรับเอลฟ์และฮอบบิทในมัชฌิมโลก (Middle Earth) และมองว่าพวกเขาต้องมีการพักผ่อนในแต่ละวันด้วย จากนั้นจึงเริ่มต้นทำการทดลอง โดยทั้งคู่ได้จำลองอัตราการเผาผลาญของตัวละครโดยพิจารณาจากสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับเผ่าพันธุ์ของตัวละครนั้นๆ ค่ะ

กวางโรเดียร์
(via: alanmackenziephotography.com)
สำหรับเผ่าพันธุ์เอลฟ์ พวกเขาแทนด้วยกวางโรเดียร์ (Roe Deer – ชื่อวิทยาศาสตร์ Capreolus capreolus ) เนื่องจากสภาพแวดล้อมของป่ามี่ความคล้ายคลึงกัน กวางเป็นสัตว์กินพืช ส่วนเอลฟ์เป็นพวกกินมังสวิรัติ ที่สำคัญทั้งกวางโรเดียร์และเอลฟ์ต่างก็เป็นพวกคล่องแคล่วว่องไว มีความเร็วเหมือนกันค่ะ
สำหรับฮอบบิท พวกเขาให้เหล่าพอสซัม (Southwestern Pygmy Possum – ชื่อวิทยาศาสตร์ Cercartetus concinnus) สวมบทบาทเป็นฮอบบิท เนื่องจากลักษณะนิสัยของพวกมันที่ชอบอยู่ตามโพรงต้นไม้ และยังกินอาหารที่หลากหลายเช่น น้ำหวานและแมลง ซึ่งคล้ายๆ กับพวกฮอบบิทค่ะ
.jpg)
พอสซั่ม
(via: australiangeography.com.au)
หลังจากที่ซุ่มศึกษาอยู่นาน ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับจำนวนแคลอรี่ขั้นต่ำที่ต้องการใช้ในชีวิตแต่ละวันดังนี้
- ฮอบบิท: 1818.61 kcal/day
- มนุษย์: 1702.2 kcal/day
- เอลฟ์: 1416.95 kcal/day
จากข้อมูล เราสามารถสรุปได้ว่าเอลฟ์ต้องการพลังงานน้อยที่สุด หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม นั่นเป็นเพราะว่าชาวเอลฟ์มีอายุยาวนานเป็นพันๆ ปีค่ะ ซึ่งสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ที่ว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีอัตราการเผาผลาญอาหารต่ำจะมีชีวิตที่ยืนยาวกว่า
ในทำนองเดียวกัน ฮอบบิทมีอัตราการเผาผลาญดีกว่าเอลฟ์และมนุษย์ นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาตัวเล็ก มันเลยส่งผลต่ออัตราการสูญเสียความร้อนในร่างกายของพวกเขา กล่าวง่ายๆ ก็คือ ยิ่งตัวเล็ก ยิ่งเผาผลาญดี เหมือนอย่างพวกหนูหรือนกไงล่ะคะ เพราะงั้นทั้งคู่เลยสรุปได้ว่า ฮอบบิทต้องกินอาหารเฉลี่ยวันละ 6.7 มื้อเพื่อให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดี ตรงกับในนิยายเลย
ฮอบบิทกับปริมาณอาหาร
มาโนฮารานและโรเซตตี้สรุปไว้ในเปเปอร์ว่า ถ้าคณะเดินทางทั้ง 9 ใช้เวลา 92 วันในการไปถึงหุบเขามรณะ พวกเขาทั้งหมดจะใช้พลังงานถึง 1,780,214.59 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว! เพราะฉะนั้นถ้าพวกเอลฟ์ต้องเตรียมอาหารให้คณะเดินทางด้วยขนมปังแป้งเลมบัส (lembas bread) พวกเอลฟ์ต้องเตรียมทั้งหมด 675 ชิ้นเพื่อให้เหล่าฮอบบิท 304 ชิ้น ให้แกนดัลฟ์, เอรากอน และโบโรเมียร์รวมกัน 214 ชิ้น ให้กิมลี 99 ชิ้นและอีก 60 ชิ้นเป็นของเลโกลัส
ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า ฮอบบิท 1 คนต้องการขนมปังแป้งเลมบัสจำนวน 76 ชิ้นเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดในการเดินทางจากริเวนเดลล์สู่หุบเขามรณะนั่นเองค่ะ

เลโกลัสต้องการเลมบัสแค่ 60 ชิ้น
(via: Warner Bros.)
ฮอบบิทกับชนิดอาหาร
ในหนังสือ The Hobbit เรารู้ว่าบิลโบ แบ็กกินส์มักจะบ่นเรื่องความเมื่อยล้าและอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้ แต่เห็นแบบนั้นแล้ว บิลโบกลับเป็นฮอบบิทที่กินง่าย อยู่ง่ายนะคะ เขาแต่กินได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะอาหารมังสาวิรัติที่ราดครีมและน้ำผึ้ง แต่ถ้าไม่มีจริงๆ เขาก็สามารถอยู่ได้โดยกินแค่ลูกเบอร์รี่ในป่า ถึงแม้ว่าบางครั้งเขาจะฝันถึงเบคอนและไข่ก็ตามที ซึ่งการกินง่ายอยู่ง่ายของเหล่าฮอบบิทนี่แหละที่อาจเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบในการผจญภัยครั้งสำคัญของเหล่าฮอบบิทค่ะ
ฮอบบิทกับวิตามิน D
ดร.โจเซฟ เอ. ฮอปกินสัน และ นิโคลัส เอส. ฮอปกินสัน ลูกชายของเขาได้ตีพิมพ์งานวิจัย “The hobbit — an unexpected deficiency (ฮอบบิทและการขาดแคลนที่ไม่คาดคิด)” ลงในวารสารทางการแพทย์ออสเตรเลีย เนื้อหาในเปเปอร์กล่าวถึงการขาดแคลนวิตามิน D ของชาวฮอบบิท
อย่างที่รู้กันดีว่าชาวฮอบบิทชอบอาศัยอยู่ในโพรง มันเลยทำให้พวกเขาไม่ค่อยได้เจอกับแสงแดดสักเท่าไหร่ เป็นเหตุให้พวกเขาได้รับวิตามิน D อย่างไม่เพียงพอ ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและกระดูกของชาวฮอบบิทมากๆ

บ้านฮอบบิท
(via: Priceonomics)
แต่โชคดีที่ชาวฮอบบิทยังได้รับวิตามิน D จากอาหารที่พวกเขารับประทาน เช่น น้ำมันปลา (ซึ่งกอลลัมน่าจะได้จากการกินน้ำมันปลา) ส่วนบิลโบนั้นได้ผจญภัยไปกับคณะเดินทาง เขาจึงได้รับวิตามิน D จากดวงอาทิตย์ค่ะ
ไม่เพียงแค่นั้น นักวิจัยทั้งสองยังได้ศึกษาการได้รับวิตามิน D ของเผ่าพันธุ์อื่นๆ ด้วยค่ะ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
- ฮอบบิท มีค่าวิตามิน D เท่ากับ 4
- คนแคระ มีค่าวิตามิน D เท่ากับ 3
- คน มีค่าวิตามี D เท่ากับ 4
- เอลฟ์ชั้นสูง มีค่าวิตามิน D เท่ากับ 4
- เอลฟ์ป่า มีค่าวิตามิน D เท่ากับ 2
- มังกรสม็อก มีค่าวิตามิน D เท่ากับ 0
- โทรลล์ มีค่าวิตามิน D เท่ากับ 0
- ก็อบลินส์ มีค่าวิตามิน D เท่ากับ 0
- กอลลัม มีค่าวิตามิน D เท่ากับ 1
โดยเลข 4 หมายความว่าได้รับวิตามิน D มากที่สุดและ 0 คือไม่ได้วิตามิน D เลยค่ะ ซึ่งถ้าเราสังเกตดีๆ จะพบว่าตัวละครที่มีค่าวิตามิน D สูงๆ นั้นเป็นฝั่งของผู้ชนะ (คณะเดินทาง) ขณะที่ฝั่งของพวกกอลลัมที่เป็นผู้แพ้นั้นมีค่าวิตามิน D ต่ำ เพราะฉะนั้นฮอปกินส์จึงสรุปเลยว่าวิตามิน D มีผลต่อชัยชนะของตัวละครค่ะ! ส่วนใครที่สงสัยว่าสองพ่อลูกใช้วิธีอะไรในการทำวิจัย คำตอบก็คือ Text Analysis ค่ะ

เหล่าคณะเดินทางทั้ง 9
(via: Warner Bros.)
ดังนั้นจากเปเปอร์ที่กล่าวมาข้างต้น เราสามารถสรุปได้ว่า จริงๆ แล้วฮอบบิทแข็งแรงพอที่จะออกเดินทางไปทำลายแหวนกับคณะเดินทาง เนื่องจากชาวฮอบบิทมีอัตราการเผาผลาญสูง กินอาหารได้หลากหลาย และปรับตัวได้ง่ายเมื่อไปอยู่ในสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันค่ะ ซึ่งพี่น้ำผึ้งมองว่าเป็นเรื่องน่าสนใจมากๆ เลยค่ะที่มีการทำวิจัยดีๆ แบบนี้ขึ้นมา นับว่าเป็นการเปิดโลกพี่และทุกคนไปอีก แล้วน้องๆ ล่ะคะคิดว่ายังไงบ้าง? ส่วนครั้งหน้าพี่จะนำเรื่องอะไรมาฝากนั้น รอติดตามเลยค่ะ
พี่น้ำผึ้ง :)
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://books.google.co.th/books?hl=en&lr=&id=HDg6CgAAQBAJ&oi=fnd&pg=PA30&dq=1,780,214.59+calories.&ots=IpCe7cbML5&sig=_KYxsxu257_ciLovidkw6TURb_c&redir_esc=y#v=onepage&q=1%2C780%2C214.59%20calories.&f=false
https://www2.le.ac.uk/offices/press/features/the-science-of-middle-earth
https://www.mja.com.au/system/files/issues/199_11_161213/hop10218_fm.pdf


1 ความคิดเห็น
คนที่ทำวิจัยนี่ก็ว่างน้อออ 5555
มามะเรามาดูกันทีละอย่างตามความคิดเห็นและความจำของผม
อย่างแรก ฮอบบิทหรือฮาล์ฟลิง เป็นญาติที่ใกล้เคียงกับมนุษย์มากกว่าคนแคระ จะพูดว่าฮอบบิทเป็นมนุษย์เผ่าหนึ่งก็ได้ (ดังนั้นฮอบบิทจึงเป็นบุตรของอิลลูวาร์ทา เท่าๆกะบมนุษย์หรือเอล์ฟ แต่คนแคระเป็นบุตรของวาลาร์นามว่าอาวเล)
วิถีชีวิตของฮอบบิทอย่างที่บทความว่ากินอาหารหกมื้อ ชื่นชอบงานเลี้ยง ชอบสูบยาสูบ(พวกนี้เคลมว่าเป็นคนคิดค้นยาสูบ) นิยมสวมเสื้อผ้าสีฉูดฉาด แต่ไม่สวมรองเท้า(เพราะหนังเท้าที่หนา)
ส่วนใหญ่ว่ายน้ำไม่เป็นและไม่ไว้วางใจเรือ(ยกเว้นพวกที่บั๊กแลนด์ และฮอบบิทเผ่าสตัวร์ที่อาศัยอยู่ใกล้น้ำ)
ที่อยยู่อาศัยของฮอบบิท ที่ว่าอยู่ในโพรงนั้น จริงๆแล้วมีแค่สองพวก คือพวกคนมีอันจะกิน กับคนจน ส่วนฮอบบิทฐานะกลางๆ จะนิยมปลูกบ้านแบบ'พวกคนตัวโต' มากกว่า โดยโพรงของฮอบบิทจะแห้งและอยู่สบาย ห้องที่ดีที่สุดจะอยู่ทางขวามือเมื่อเข้าประตูไป และจะมี หน้าต่าง แค่ห้องนี้
อายุของฮอบบิทจะยืนยาวกว่ามนุษย์เล็กน้อย โดยฮอบบิทที่อายุมากที่สุดก่อนถูกบิลโบทำลายสถิติคือ ผู้เฒ่าตุ๊กที่มีอายุ 130 ปี แต่บิลโบมีอายุ 135 ปีตอนเดินทางจากมัชฌิมโลกไปยังแดนอมตะ(แต่บิลโบถือครองแหวนนี่นะ จะเรียกว่าโกงก็ได้)