
สวัสดีค่า พบกับคอลัมน์ “เด็กพลังบวก” ที่จะพาน้องๆ ไปค้นหาแรงบันดาลใจจากวัยรุ่นเจ๋งๆ ที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และทำกิจกรรมดีๆ เพื่อตัวเองและสังคมค่ะ
เมื่อวันที่ 4-7 มกราคมที่ผ่านมา ทีมนักเรียนวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้เดินทางไปแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติที่เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน แล้วในที่สุด ผลงาน "อาชา-ปักษา-มัจฉา-วารี" ของพวกเขาก็ได้คว้าทั้งรางวัลชนะเลิศและรางวัล Best Technique Award มาฝากคนไทยสำเร็จ นับเป็นการได้แชมป์ต่อเนื่องปีที่ 2 สำหรับทีมนี้ รวมถึงช่วยรักษาแชมป์สมัยที่ 9 ของคนไทยไว้ได้อย่างสวยงาม!
และในวันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ "เก้า" หนึ่งในสมาชิกที่เป็นหัวหน้าทีม เกี่ยวกับชีวิตและความฝัน พร้อมไขข้อข้องใจของคนทั้งประเทศว่า "ทำไมถึงชนะได้ ทั้งที่เมืองไทยไม่มีหิมะ?"
ความถนัดที่แตกต่างคือจุดเริ่มต้น
"สวัสดีครับ ผมชื่อ อภิสิทธิ์ ศรชัย (เก้า) ครับ ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ ก็มี กฤษณะ คบสหาย (แม็ก), ธนศักดิ์ พิพัฒน์ (เฟรม) และธนากร ศักดิ์สิงห์ (ออย) พวกเราอายุ 18 ปี เป็นนักเรียน ปวช. ปี 3 สาขาวิจิตรศิลป์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานีครับ^^"
เก้าเล่าเรื่องการรวมตัวของสมาชิกทีมทั้งสี่ว่า "คณะวิจิตรศิลป์ของพวกเราจะเรียนศิลปะ ทั้งวาดรูป ปั้น และแกะสลักอยู่แล้วครับ แล้วมีวันนึงอาจารย์มาถามเราว่าสนใจการแข่งนี้มั้ย ผมเลยลองไปหากลุ่มว่ามีใครถนัดการแกะสลักหรือลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์บ้าง สุดท้ายก็ได้เพื่อนๆ ที่สนิทกันตั้งแต่ปี 1 และถนัดคนละด้านมาร่วมทีมกันตอนปี 2 ครับ อย่างผมกับแม็กจะถนัดลายไทย ออยถนัดแกะขึ้นโครง และเฟรมถนัดร่างภาพ"
ชนะใจกรรมการด้วยความประณีตสไตล์ไทย
เก้าเล่าถึงการเตรียมตัวให้ฟังว่า "ก่อนไปประชุมจะมีอาจารย์อาวุโส อาจารย์ปัจจุบัน และนักศึกษามาช่วยกันออกไอเดียจนเกิดเป็นโมเดลชิ้นเล็กๆ และปรับแบบเรื่อยๆ ครับ ส่วนรายละเอียดคือเขาให้เวลาแกะ 3 วัน แกะได้ตั้งแต่ 8.00 - 21.00 น. หลังจากนั้นเขาจะเก็บไฟแล้ว และที่พักของเราปิดก่อนสี่ทุ่มด้วย สิ่งที่เขาเตรียมให้คือเครื่องมือแกะสลักประมาณ 4 ตัว บันได และนั่งร้านครับ"
"ในการแกะครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นมากๆ ครับ ยกเว้นวันแรกที่เราเจอปัญหาเรื่องการร่างรูป สเกลเรา 5 เมตร ส่วนก้อนหิมะ 3 เมตร เลยต้องยอมเสียเวลาครึ่งวันแรกเพื่อร่างใหม่ แต่พอขึ้นโครงได้ทุกอย่างก็ฉลุยครับ เสร็จก่อนเวลาด้วย^^"
และสุดท้ายทีมนี้ก็ชนะใจกรรมการด้วยความประณีตสไตล์ไทย เก้าแสดงความเห็นว่า "กรรมการน่าจะเห็นจุดแข็งที่ความละเอียด ลวดลายงานเราทุกปีจะพริ้ว แสดงความเป็นไทยครับ"
ทรมานกับอุณหภูมิ -26 องศา!
แน่นอนว่าชัยชนะครั้งนี้ทำให้พวกเขาและคนไทยทั้งประเทศภาคภูมิใจ แต่กว่าจะได้มานี่สิ! "เรื่องอากาศเป็นอุปสรรคใหญ่มากครับ ปีนี้หนาวมากกก ตั้ง -26 องศาแน่ะ บางเวลา -30 เลยด้วยซ้ำ ทุกคนเลยทำงานแบบป่วยๆ นอนน้อยมาก ทุกอย่างโหดร้ายยังกับอยู่ต่างดาวเลยครับ เราต้องอดทนทำให้เสร็จทันเวลา T^T ปัญหารองลงมาคืออาหารครับ เราไม่ชอบอาหารรสชาติจืดๆ ของจีนสักเท่าไหร่"
ไม่มีหิมะ? ทำหิมะจำลองขึ้นมาเองก็ได้!
มาถึงคำถามยอดฮิตที่เจ้าตัวถึงกับบอกว่า เจอหลายคนยิงใส่รัวๆ (รวมถึงเราด้วย 555) อยากรู้ว่าทีมเก้าไปฝึกแกะสลักหิมะกันที่ไหนคะ ลงทุนบินไปซ้อมมือที่เมืองหนาวเลยรึเปล่า?
"อ๋อ อาจารย์มีสูตรทำหิมะจำลองครับ ทำได้โดยเอาทรายกับปูนปลาสเตอร์มาผสมกัน เป็นปูน 1 ส่วน ทราย 2 ส่วน หล่อเป็นแท่งหิมะจำลองขนาด 1.5 เมตร (เป็นขนาดครึ่งนึงของวันแข่งจริง) ตรงนี้ช่วยกันหลายคนรวมถึงภารโรงด้วย พอสำเร็จแล้วพวกผมก็ซ้อมจากโมเดลที่อาจารย์ปั้นเพื่อดูพัฒนาการครับ แล้วพอซ้อมบ่อยๆ ก็แม่นมากขึ้น"
"อ๋อ อาจารย์มีสูตรทำหิมะจำลองครับ ทำได้โดยเอาทรายกับปูนปลาสเตอร์มาผสมกัน เป็นปูน 1 ส่วน ทราย 2 ส่วน หล่อเป็นแท่งหิมะจำลองขนาด 1.5 เมตร (เป็นขนาดครึ่งนึงของวันแข่งจริง) ตรงนี้ช่วยกันหลายคนรวมถึงภารโรงด้วย พอสำเร็จแล้วพวกผมก็ซ้อมจากโมเดลที่อาจารย์ปั้นเพื่อดูพัฒนาการครับ แล้วพอซ้อมบ่อยๆ ก็แม่นมากขึ้น"
"และสิ่งนึงที่เราได้รู้จากการไปแกะปีที่แล้วคือ การแกะหิมะจำลองยากกว่าการแกะหิมะจริงๆ อีก พอไปเจอของจริงเลยรู้สึกง่ายกว่าที่เคยซ้อมมาเยอะเลยครับ"
ยากกว่าได้แชมป์ คือรักษาแชมป์
ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว พวกเขาได้คว้ารางวัลคะแนนรวมสูงสุด (Top Grade Awards) จากผลงาน "น้ำ ปลา นา ข้าว" ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 และปีนี้เขาก็รักษาแชมป์ได้สำเร็จ
"ปีแรกกังวลเรื่องที่เราไม่เคยจับหิมะมาก่อนครับ พอมาปีนี้เรากดดันเรื่องการรักษาแชมป์ เลยพยายามทำให้ดีที่สุด"
Photo Credit: 哈尔滨工程大学团委
อ.พิศิษฐ์ หนึ่งในอาจารย์ผู้ดูแลทีมนี้ เล่าให้ฟังว่า "ตั้งแต่ทำกิจกรรมในจังหวัด หรือไปที่ฮาร์บินปีก่อนและปีนี้ สิ่งที่ชัดเจนสุดคือความอดทน โดยเฉพาะสภาพอากาศ บางทีผมยังไม่ไหวต้องเข้าไปห้องที่มีฮีตเตอร์เลยครับ แต่น้องๆ ทำได้ตลอด นอกจากนี้เขายังเข้าใจงานได้ดี ปีนี้แทบไม่ต้องบอกอะไรมากเลย เขารู้หน้าที่ว่าต้องทำอะไร สามารถหยิบความชอบแต่ละอย่างมารวมกันได้"
ความยากของการแกะสลัก = พลาดแล้วพลาดเลย
ไหนๆ ก็คลุกคลีกับการแกะสลักมาพักใหญ่แล้ว เก้าคิดว่าความยากของงานคืออะไร? "การแกะสลักคือการแกะออก เติมเข้าไปใหม่ไม่ได้ พลาดแล้วพลาดเลยครับ"
"ถ้าเราเข้าใจการแกะจริงๆ ผมว่าการแกะทั่วไปกับการแกะหิมะไม่ต่างกันเลย ถ้าไม่คิดเรื่องขนาดนะ และอีกอย่างนึงที่ยากคือ เราจะแกะหิมะได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในที่อุณหภูมิติดลบ ดังนั้นถ้าแกะโฟมอยู่ที่บ้านเราในสภาวะปกติ ยังไงก็ดีกว่าอยู่แล้วครับ"
ประสบการณ์ที่น้อยคนจะได้สัมผัส
"พวกเราเรียนศิลปะมา และงานนี้ทำให้เราต่อยอดพัฒนาฝีมือได้ครับ เรามีโอกาสได้ไปต่างประเทศเพื่อแกะสลักหิมะ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เยอะ และความประทับใจคือเราสามารถคว้ารางวัลมาให้ประเทศที่ไม่มีหิมะตกได้ครับ^^"
สี่หัวใจที่แยกกันทำตามฝัน
เนื่องจากสมาชิกทีมทั้งสี่เรียนอยู่ ปวช. ปี 3 เลยขอถามเป้าหมายต่อไปสักหน่อย "แม็กกับเฟรมไปเพาะช่างครับ เพราะแม็กชอบลายไทย ส่วนเฟรมไปทางวาดงานจิตรกรรมสากล ออยอยากเป็นครู เลยไปต่อครูที่ ม.บูรพา ส่วนผมอยากไปศิลปากรครับ ทุกคนแยกไปทำตามความฝันของตัวเอง"
จากนั้นเก้าได้ทิ้งท้ายเพื่อให้น้องๆ ทำตามความฝันด้วยเช่นกันค่ะ "ผมว่าทุกคนมีความชอบและความถนัดของตัวเองครับ ถ้าเราได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ความสำเร็จจะเป็นจริงได้ในสักวัน เราจะได้ชื่อเสียงและได้ต่อยอดจากสิ่งที่ชอบตามที่เราหวังไว้ ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนให้ทำเต็มที่นะครับ^^"
กว่าน้องๆ อาชีวะกลุ่มนี้จะคว้าแชมป์มาได้ไม่ใช่ง่ายเลยค่ะ ไหนจะต้องฝึกกับโมเดลหิมะจำลองที่ความหนาแน่นต่างจากหิมะจริง และต้องเจออากาศติดลบรุนแรงด้วย ยังไงเราก็ขอขอบคุณตัวแทนจากทั้ง 3 ทีมและอาจารย์ผู้ดูแลด้วยนะคะที่ร่วมกันคว้ารางวัลนี้มาฝากคนไทย รวมถึงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจดีๆ ให้น้องๆ ตั้งใจทำความฝันต่อไปค่ะ








0 ความคิดเห็น