
สวัสดีค่าชาว Dek-D พบกับคอลัมน์ “เด็กพลังบวก” ที่จะพาน้องๆ ไปค้นหาแรงบันดาลใจจากวัยรุ่นเจ๋งๆ ที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และทำกิจกรรมเพื่อตัวเองและสังคมกันค่ะ
หนึ่งในซีรีส์ Y ที่ฮอตปรอทแตกชนิดติดเทรนด์ทวิตเตอร์ทุก Episode นาทีนี้ก็ต้องยกให้ "เพราะเราคู่กัน 2gether The Series" หรือ "คั่นกู" จากค่าย GMMTV จริงๆ ค่ะ เพราะโมเมนต์จีบกันของ "สารวัตร-ไทน์" ทำให้คนดูใจน้วย ~~ แคปรัวๆ จนโทรศัพท์เมมเต็ม วันนี้เลยขอพาไปรู้จัก "JittiRain" ผู้แต่งนิยายที่เป็นต้นฉบับของเรื่องนี้ขึ้นมา บอกเลยว่านอกจากคอมพลีตเพราะกระแสตอบรับ เธอยังทำตามความฝันของเธอสำเร็จอีกอย่างนึง ว่าแล้วก็เลื่อนลงไปอ่านกันค่ะ :)
จุดเริ่มต้นของนักเขียน
ผู้เคยพิมพ์เรื่องสั้นแจกเพื่อน
“สวัสดีค่ะ ชื่อ ‘จิตติณัฏฐ์ งามหนัก’ ชื่อเล่น ‘น้ำฝน’ (แต่เพื่อนเรียก ‘จิตติ’) จบจากคณะศึกษาศาสตร์ เอกชีววิทยา มหาวิทยาลัยนเรศวรค่ะ ^^”
เธอเล่าจุดเริ่มต้นเส้นทางนักเขียนให้ฟังว่า “เราชอบการเขียนตั้งแต่เด็กๆ เลยค่ะ จำได้ว่าตอนอยู่ ม.2 เราแต่งเรื่องสั้นแล้วพิมพ์ใส่กระดาษแจกเพื่อนในห้องด้วยความคิดแบบเด็กๆ ว่า อยากแชร์อะไรที่เราเขียนให้ทุกคนได้อ่าน พอโตขึ้นเลยทำให้เรารักที่จะเขียนนิยายเหมือนเดิม วิธีการฝึกฝนของเราจะเริ่มที่การเขียน เขียนอะไรก็ได้วันละหน้า อ่านหนังสือและดูหนังให้มากขึ้นเพื่อเรียนรู้มุมมองการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่และน่าสนใจ ต้องหาความรู้อยู่ตลอดเวลา แม้แต่ตอนอยู่เฉยๆ ก็จะนั่งคิดหาอะไรแปลกใหม่มาพัฒนางานเขียนเพื่อหลีกหนีความจำเจค่ะ"
เคยแต่งนิยายชายหญิงมาก่อน
แต่ฟีดแบ็กนิยาย Y ดันรุ่งกว่า
“เราแต่งนิยายชายหญิงมาทั้งหมด 3 เรื่องก่อนจะมาเขียน Y เต็มตัว ต้องบอกว่าเส้นทางจากวันนั้นทรหดมากกก เราเคยส่งต้นฉบับไปให้สำนักพิมพ์พิจารณาเยอะมาก แต่เค้าก็ตอบมาว่าไม่ผ่าน ถึงจะได้ยินแบบนั้นเราก็ไม่เคยคิดหยุดเขียน คิดอย่างเดียวว่ามันคือสิ่งที่เรารัก ถ้ารักก็ต้องเขียนต่อไป จนมีโอกาสได้มาแต่งแนวชายรักชาย ตอนนั้นรู้สึกว่าเป็นแนวที่แปลกใหม่ แล้วทัชกับเราอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน (อาจฟังดูเวอร์แต่เป็นยังงั้นจริงๆนะ 555)”
“เราเข้าสู่วงการ Y แบบตัวเปล่า เราเองไม่ได้คาดหวังอะไรมากแค่ขอให้มีคนอ่านบ้าง มีพื้นที่แชร์เรื่องราวที่เราเขียนและพูดคุยกับประสาเพื่อน ซึ่งผลตอบรับถือว่าดีเลยค่ะ ทำให้มีกำลังใจเขียนเรื่องต่อๆ ไป อาจมีคนอ่านเยอะบ้างน้อยบ้าง แต่ทุกเรื่องที่เขียนก็ทำให้เราพบมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน สอนให้เราพัฒนาตัวเอง ทำให้เรามีคนอ่านที่เปรียบเสมือนเพื่อนมากขึ้น ซึ่งมันพอแล้ว ดีแล้ว” แอบบอกนิดนึงว่า เธอมาเขียน Y เพราะชิป EXO แต่หลังๆ เขียนวายไทยก็ไม่ได้ใช้อิมเมจของ EXO ค่ะ
สำหรับ feedback ก็เรียกว่าเกินคาดมากๆ “เราเริ่มลงนิยาย Y บนเว็บที่ชื่อ Thaiboyslove หรือที่คนรู้จักกันดีว่า ‘เล้าเป็ด’ ด้วยความที่ในนั้นมีความยูนีคของนิยายอยู่แล้ว เลยกลายเป็นศูนย์รวมคนที่ชอบอ่านนิยายแนวเดียวกันมาอยู่ด้วยกัน พูดคุยและแนะนำต่างๆ ให้กัน ฉะนั้นสำหรับเรา ฟีดแบ็กที่ได้จากวายนั้นจึงดี ประกอบกับตอนเขียนชายหญิงฝีมือเราเด็กน้อยมากกก เลยมีคนอ่านไม่เยอะค่ะ”
เพราะชอบ Scrubb จึงเกิด "คั่นกู"
จิตติมีผลงานที่เรียกว่าประสบความสำเร็จอย่างสวยงามหลายเรื่องเลย แต่ก่อนอื่นขอถามถึงแรงบันดาลใจจากเรื่องคั่นกูหน่อยค่ะว่าเริ่มต้นจากไหน? “เราเป็นแฟนคลับวง Scrubb แล้วรู้สึกอยากให้คนอื่นๆ ได้ฟังทุกเพลงของวงที่เราชอบ ไม่ใช่แค่เพลงดังๆ เลยทำให้เราตัดสินใจเขียนนิยายเรื่องนึง แล้วดำเนินเหตุการณ์แนว Slice of life ผ่านบทเพลงของสครับ สุดท้ายก็ได้เป็นนิยายชื่อ ‘เพราะเราคู่กัน’ หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันดีว่า #คั่นกู ค่ะ”
"อยากให้ทุกคนลองสังเกตเนื้อเพลงแต่ละเพลงที่สารวัตรร้องไห้ไทน์ฟัง คือความหมายมันจะค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป แล้วเราก็จะรู้ว่าเค้ารักของเค้ามากแค่ไหน" --- @JittiRain12
ฝากสารวัตรและไทน์ไว้ในอ้อมอกด้วยนะครับ #คั่นกู #2getherTheSeries
— Winmetawin (@winmetawin) February 7, 2020
ยังไม่ต้องชอบมากก็ได้ แค่เปิดใจให้พวกเราก็พอ #คั่นกู
— bbright (@bbrightvc) February 7, 2020
คิดว่าเพราะอะไรถึงมีคนติดต่อขอนำไปทำซีรีส์? “คิดว่าคงเป็นเพราะความสดใสและการดำเนินเรื่องผ่านเพลงค่ะที่ทำให้นิยายเรื่องนี้แตกต่างออกไป เพราะนอกจากเล่าเรื่องของนักศึกษาและกลุ่มเพื่อนแล้ว บรรยากาศและบทเพลงก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้นิยายที่ถูกทำเป็นซีรีส์มีสีสันและชีวิตชีวามากขึ้น”
...และเพราะชอบดูหนัง
จึงเกิด "ทฤษฎีจีบเธอ"
เชื่อว่าชาวแฟนๆ ซีรีส์ Y ก็ต้องหลงรัก "ทฤษฎีจีบเธอ" เหมือนกัน เรื่องนี้ก็เป็นซีรีส์ที่สร้างจากนิยายที่เธอแต่งเหมือนกันนะ เธอเล่าให้ฟังว่า "แรงบันดาลใจหลักๆ ของเรื่องนี้มาจากหนังค่ะ เราเองชอบดูหนังมากกก เลยหยิบมาเล่าเรื่องราวของเด็กนิเทศเอกฟิล์มลงในนิยายชายรักชายเรื่อง 'ทฤษฎีจีบเธอ' ซึ่งเราจะเอาทฤษฎีหนังหลายเรื่องที่ตัวเอกชื่นชอบ มาเป็นทฤษฎีจีบค่ะ พูดง่ายๆ ว่า ตัวเอกจะจดจำมุกหรือวิธีที่พระเอกนางเอกใช้จีบกันในหนังเพื่อเอามาใช้จีบคนที่ชอบ ถ้าเกิดใครเคยดูหนังเรื่องนั้นมาก่อนอาจจะรู้สึกอินตาม"
" ส่วนทฤษฎีหนังที่ใช้ในเรื่อง ต้องศึกษาเองและถามเพื่อนๆ ที่เรียนสายนี้ค่ะ แต่จริงๆ เรื่องนี้ไม่ได้เจาะจงลงลึกชีวิตเด็กฟิล์มขนาดนั้น แต่เราจะโฟกัสหลักๆ ไปที่การทำละครเวทีนิเทศ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เด็กเอกฟิล์มต้องทำในเรื่อง"
แล้วพอรู้ว่าตัวละครหลักของเรื่องนี้จะเล่นโดย "ออฟ-กัน" เรารู้สึกยังไงบ้าง? "ชอบมากกก รู้สึกว่าตรงคาแรกเตอร์ที่เราสร้างเลย อีกอย่างเราเองก็ติดตามออฟ-กันมาประมาณนึงเหมือนกันค่ะ (จริงๆ เรารู้ข่าวนี้พร้อมคนอ่านเลยนะ 5555)"
ขอบคุณคนอ่าน สนพ. และทาง GMMTV มากเลยค่ะที่ให้โอกาสนิยายเรื่อง #ทฤษฎีจีบเธอ ได้เป็นซีรีส์ และที่น้ำตาปริ่มที่สุดคือการได้นักแสดงที่ชื่นชอบอย่าง #ออฟกัน มาแสดงนำ ขอบคุณมากค่ะ #gmmtvseries2019 pic.twitter.com/5Xnj7wGooz
— จิตติ. (@JittiRain12) November 5, 2018
ภาวะหมดไฟมีกัน(น่าจะ)ทุกคน
หลังจากได้พูดคุยถึงกิมมิกจากตัวอย่างงานของเธอ ก็ขอกลับมาถามชีวิตนักเขียนบ้าง เพราะเราเชื่อว่ามีบางคนกำลังถอดใจจากสิ่งที่ตัวเองรัก เธอเล่าว่า “ภาวะหมดไฟเป็นธรรมดาของคนทำงานสายสร้างสรรค์ค่ะ เราหมดไฟบ่อยมากก บางครั้งคือไม่มีพลังคิดหรือเขียนอะไรต่อเลย ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากสภาพแวดล้อมหรอก แต่เกิดจากระเบียบวินัยของตัวเราเอง มันเป็นอุปสรรคใหญ่มากๆ ที่เราก้าวข้ามไปไม่ได้ เราคิดว่าตัวเองยังคงทำงานตามอารมณ์อยู่นะ เพราะทุกครั้งที่อยากเขียนอะไร เราจะมีความคิดว่าต้อง ‘อยาก’ จะทำมันก่อน ไม่งั้นเราจะไม่แตะต้องมันเลย แล้วเหตุผลเดียวที่ทำให้เราอยากเขียนคือ ‘แรงบันดาลใจ’ ถ้าหมดเมื่อไหร่ก็ไม่อยากเขียน ไฟก็จะหมดตามไปด้วย”
แล้วเราทำยังไงถึงจุดไฟขึ้นมาใหม่อีกครั้ง? “ที่ผ่านมาเราแก้ด้วยการหยุดเขียนค่ะ เพราะพยายามหมกมุ่นกับมันต่อไปแล้วไม่ได้ผล เราเลยเอาเวลานั้นไปหาแรงบันดาลใจข้างนอกแทน อาจจะเดินเล่น เที่ยว ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือง่ายๆ ตามร้านกาแฟ แล้วบางทีบรรยากาศรอบๆ ก็ช่วยให้เราคิดอะไรได้มากขึ้นค่ะ”
มองว่าชีวิตคือการเดินทาง
ขอบคุณที่ผู้อ่านอยู่เคียงข้าง
“ชีวิตเราเหมือนการเดินทาง เที่ยวจุดนั้นแวะจุดนี้ เดี๋ยวก็มีที่ใหม่ๆ ให้เราอยากไปเรื่อยๆ เลยไม่คิดจะถามตัวเองเรื่องเป้าหมายที่ชัดเจนเลย แต่ถ้าถามถึงปัจจุบัน เราต้องการมีความสุขกับชีวิตเรียบง่ายต่อไปค่ะ เขียนนิยาย แพลนเที่ยวหาแรงบันดาลใจ หรือหางานอดิเรกที่ชอบมากๆ อย่างการวาดรูปและดูหนัง แค่นี้ก็พอแล้ว"
“ขอขอบคุณที่สนับสนุนเราจนเดินทางมาไกลจากจุดเริ่มต้นมาก ดีใจที่วันนี้ยังมีผู้อ่านเคียงข้างเสมอ ขอฝากผลงานนามปากกา JittiRain ไว้กับผู้อ่านทุกท่าน รวมถึง "คั่นกู" ด้วยนะคะ ส่วนน้องๆ ที่อยากเขียนและกำลังพยายามอยู่ ขอทำให้ทำต่อค่ะ ทำโดยไม่ต้องคาดหวังผลตอบแทนที่สูงตั้งแต่ครั้งแรก แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้มีคือ ‘ความรักที่จะเขียน’ ถ้าเรารัก เชื่อว่าเวลาและโอกาสจะพิสูจน์ตัวของทุกคนเองค่ะ”
เป็นอีกหนึ่งนักเขียนที่ทัศนคติดีมากๆ เธอไม่ได้เขียนครั้งแรกแล้วประสบความสำเร็จ แต่เคยทั้งถูกปฏิเสธจากสำนักพิมพ์ และผ่านจุดที่ผลงานยังไม่เป็นที่รู้จักมาแล้ว มันคือจุดที่วัดใจเลย จนวันนี้เธอได้รางวัลจากความพยายามนั้นแล้ว และเราเชื่อว่าหลังจาก #คั่นกู เธอก็จะผลิตผลงานดีๆ ออกมาสร้างความสุขให้ทุกคนอีกแน่นอนค่ะ เราหวังว่าเรื่องราวของจิตติจะทำให้น้องๆ อยากลุกมาทำตามความฝันนะคะ ^^






2 ความคิดเห็น
อยากดูซีรีส์แย่แล้ววว ><
อยากเป็น1ในตัวละครบ้างจังครับ 555!