พอเห็นหัวข้อนี้ พี่ตินคว้าหมับเลย เพราะว่าอยากรู้มานานแล้ว
ทำไมริมฝีปากของเราต้องมีน้ำ (ลาย) ออกมาหล่อเลี้ยงเสมอ และเป็นส่วนที่เมื่อแห้งแล้วจะทรมานที่สุด
ในขณะที่ส่วนอื่นๆ ของร่างกายแม้จะแห้งแตก ก็ไม่เจ็บขนาดนี้...
เรามาดูกันเนอะว่า ร่างกายมหัศจรรย์ของเราเนี่ย ทำอะไรได้อีก
ลองจินตนาการภาพสเต๊กร้อนๆ ชุ่มฉ่ำ หรือข้าวสวยร้อนๆ กับน้ำแกงกลิ่นหอมกรุ่น
หรือไม่ก็มะนาวรสเปรี้ยวๆ ผ่าซีกเป็นสองส่วน กลิ่นหอมเปรี้ยวดูนะ
น้องๆ เริ่มมีน้ำลายออกมาในปากหรือยังเอ่ย
การที่ร่างกายมีปฎิกิริยาเช่นนี้ เป็นตัวชี้วัดว่าคุณถูกใจกับอาหารมื้อนั้นหรือเปล่า
และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการย่อยอาหาร และการบอกว่า อร่อยมาก
ทันทีที่เราส่งอาหารเข้าปาก การย่อยจะเกิดขึ้นทันที ที่ด้านในปากก่อนเลย
จากการบดเคี้ยว ซึ่งจุดนี้เอง ริมฝีปากจะต้องส่งน้ำลายออกมาเพื่อเป็นทำความชุ่มชื้น
เพราะอาหารบางอย่างก็เนื้อแข็ง ถ้าปล่อยให้ฟันทำงานอย่างเดียว อาจจะไม่พอ
และน้ำลาย นี่แหละ คือ ส่วนสำคัญของการย่อยอาหารอย่างแรก
เป็นด่านแรกที่ต้องทำงานให้ดีที่สุด เพื่อให้ด่านต่อไปย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในน้ำลายเหล่านี้มีเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหารต่างๆ โดยเฉพาะโปรตีน
ยิ่งเอนไซม์ตัวที่เรียกว่า salivary amylase นอกจากจะสำคัญในการย่อยอาหารแล้ว
ยังเป็นตัวแทนสำคัญที่มียีนของเราครบถ้วน สามารถนำน้ำลายนี้มาตรวจแล้วบ่งบอกถึงความเป็นเราได้ด้วย
การศึกษานี้ปรากฎในนิตยสารชื่อ The Journal Nature Genetics

พวกเขานำเอนไซม์ตัวนี้มาตรวจ และนำไปเทียบกับกลุ่ม Ape ( - - )
และพบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างกันเห็นได้ชัดเจน
แต่ที่ต่างกันคือ มนุษย์มีเอนไซม์ช่วยย่อยอยู่ 15 ตัว ส่วนชิมแปนซี (Ape นั่นเอง) มีแค่ 2 เท่านั้น
นอกจากนี้ การศึกษายังพบยีนที่บอกได้ว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นกินอาหารอะไรมาบ้าง
ร่างกายผ่านการย่อยอาหารชนิดไหนมา จากการศึกษาเอนไซม์ในน้ำลายของชนเผ่าแทนซาเนีย
ชื่อว่าเผ่า Hadza พวกเขาพบว่าคนกลุ่มนี้กินรากไม้ หน่อไม้ต่างๆ เป็นอาหารหลัก
ในขณะที่กลุ่ม Datog อาศัยในแทนซาเนียเหมือนกัน กินพวกเนื้อสัตว์เป็นหลัก
การศึกษานี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตื่นเต้นมาก พวกเขาคิดว่าจะศึกษาเพิ่มเติมกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
เพื่อหาทางตรวจสอบเรื่องราวของบรรพบุรุษ และบางที พวกเราอาจจะได้รู้ว่า...
อาหารที่กินเข้าไป ส่งผลต่อสมอง และร่างกายหรือเปล่า
เป็นไปได้ไหมว่าการกินแต่เนื้อสัตว์ ทำให้ร่างกายของบรรพบุรุษมนุษย์โบราณแข็งแรง สูงใหญ่
แต่เมื่อต่อมา มีการบริโภคพืชผักมากขึ้น ทำให้ร่างกายของมนุษย์เปลี่ยนไป เล็กลง
แต่การพัฒนาการด้านสมองกลับเพิ่มมากขึ้นไปด้วย
และตอนนี้ สมมติฐานข้อใหม่ที่พี่ตินคิด... และสนใจก็คือ
จะเป็นไปได้ไหมที่อาหารคือสิ่งที่มีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่สุด
หรือน้องๆ คิดว่ายังไง
Dek-d : อตินเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก www.livescience.com/mysteries/
12 ความคิดเห็น
แน่นอน ว่าอาหารมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตมากทีเดียว
งั้นก็ต้องกินผักเยอะๆๆๆ
เปนความรุ้ที่ดี
อาหารเป็นปัจจัย4ถ้าไม่มีกินก็ตาย