สวัสดีค่ะชาว Dek-D ช่วงหลังมานี้มีคนไทยหลงใหลเสน่ห์ของแดนปลาดิบกันมากขึ้น เพราะนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม บ้านเมืองที่แสนเป็นระเบียบ และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าแล้ว มาตรฐานการศึกษาของเขาก็สูงเช่นกัน ดังนั้น “ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น” จึงเป็นที่หมายปองของเด็กมัธยมปลายหลายคน วันนี้แหละค่ะเราจะพาไปพูดคุยกับหนึ่งในเด็กไทยที่ได้ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปเรียนที่ญี่ปุ่นถึง 5 ปี แถมยังเรียนในคณะที่ขึ้นชื่อว่ายากและเฉพาะทางมากๆ ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว...ตามมาด่วน!
แนะนำตัว
“สวัสดีครับ ชื่อ ‘ตั้ม’ ปิยะพงษ์ ศิริสุทธานันท์ จบสายวิทย์-คณิตจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และได้ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปเรียนต่อปริญญาตรีในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ของ Osaka University ครับ”
ทำไมถึงสนใจทุนนี้? แล้วทำไมถึงเลือกประเทศญี่ปุ่นล่ะ? “ผมรู้จักทุนนี้จากโรงเรียนครับ แล้วผมเห็นว่าข้อเสนอทุนน่าสนใจมาก เป็นทุนให้เปล่า เรียนฟรี 5 ปี ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ส่วนเหตุผลที่สนใจประเทศนี้ ผมคิดว่าเทคโนโลยีของญี่ปุ่นพัฒนาไปไกลมากครับ คิดว่าเขาน่าจะมีองค์ความรู้พัฒนาผู้คนที่เฉียบขาด เลยตัดสินใจสมัครทุนนี้ จากนั้นก็ได้อยู่ที่นั่น 5 ปี ปรับพื้นฐาน 1 ปี และเรียนตรี 4 ปี”
นี่แหละ...ชีวิตนักเรียนทุนสุดสตรอง
เราต้องเรียนอะไรบ้างตอนปรับพื้นฐาน? “ต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นหลักครับ แล้วผมเรียนสายวิศวะ เลยต้องเรียนเลข ฟิสิกส์ และเคมีด้วย ส่วนตอนขึ้นปี 1 จริงๆ เนี่ยเหมือนไปฟัง rap เลย เค้าพูดไวมาก แล้วยังมีภาษาถิ่นของเค้าอีก แรกๆ ผมเลยต้องเปิดหนังสืออ่านอย่างเดียวเลย เพราะเรายังพออ่านภาษาญี่ปุ่นได้ แล้วโชคดีที่ผมเรียนสายวิทย์มา ทำให้พอจับประเด็นได้ครับ ช่วงปี 1 จะมีหลายวิชาที่เราเคยได้เรียนปูพื้นมาแล้วตั้งแต่ตอนเรียนมหิดล”
“แต่หลังจากนั้น ปี 2 เหมือนเจอเนื้อหาใหม่หมดเลย ถ้าเอาปีที่ใช้ความพยายามสุดๆ คือช่วงปี 2 เทอม 2 ครับ วิชามีความเฉพาะทางมากขึ้น แถมต้องเรียนเป็นภาษาญี่ปุ่นอีก ทำแล็บอีก บางคนอาจไม่มีปัญหากับการเขียนรายงาน แต่สำหรับผมที่ภาษายังไม่แน่นก็ลำบากพอสมควรเลยครับ ส่วนปี 3 เทอม 1 ไม่มีแล็บ แต่วิชาเฉพาะเยอะมาก ต้องสอบหลายตัว”
อยากให้เล่าถึงบรรยากาศการเรียนสักนิด “ผมรู้สึกคนญี่ปุ่นพื้นฐานความรู้ทั่วไปค่อนข้างแน่นครับ ตอนสอบจะแข่งขันซีเรียสมาก บางคนถึงขนาดซิ่ว 2-3 ปีเพื่อเข้ามหา’ลัยดังๆ ให้ได้เลยครับ แต่พอมาตอนเรียนเค้าไม่ซีเรียสขนาดนั้น เน้นเข้าสังคมด้วย เพื่อนก็มีทุกแบบครับ แถวหน้าตั้งใจเรียน แถวหลังก็หลับบ้างเป็นปกติ”
แต่ถึงตั้มจะเจอเนื้อหาเรียนที่โหดและภาษาที่ไม่คุ้นเคยในช่วงปีแรกๆ แต่เขาก็มีวิธีผ่อนคลายแบบฉบับของเขาเหมือนกัน “ผมมีเวลาไปเที่ยวทุกสัปดาห์เลยครับ ^^ บางสัปดาห์มีไปเล่นฟุตบอลกับรุ่นพี่หรือเพื่อนชาวต่างชาติบ้าง แต่ต้องแบ่งเวลาดีๆ ไม่งั้นช่วงใกล้สอบจะอ่านหนังสือไม่ทัน”
Head of Osaka
นอกจากการเรียนที่หนักอึ้งในมหา’ลัยแล้ว ตั้มยังมีหน้าที่สำคัญให้รับผิดชอบด้วยค่ะ “ชุมชนของคนไทยในญี่ปุ่นแข็งแรงครับ ผมโชคดีที่ได้เป็นประธานนักเรียนไทยในโอซาก้าด้วย ชื่อภาษาอังกฤษคือ ‘Head of Osaka’ ดูแลพวกกิจกรรม เช่น งานกีฬา หรืองานรับน้องใหม่ที่จะจัดปีนึงสองครั้ง ถ้ารุ่นน้องได้ไปเรียนโอซาก้าตอนนี้ก็มีรุ่นพี่ซัพพอร์ตดีครับ เพราะคนไทยไปอยู่เยอะ”
ระเบียบวินัยและการเทคแคร์เป็นเลิศ
ตัดภาพมาที่เรื่องสภาพแวดล้อมบ้าง “สภาพแวดล้อมที่ญี่ปุ่นดีครับ เป็นระเบียบมากๆ รถไฟเป็นระบบ ตรงเวลา แทบไม่เคยเจอเลทเลย แต่ก็ถือเป็นประเทศที่กดดัน เพราะทุกคนซีเรียสกับงานที่ตัวเองทำมากเลย”
“ช่วงแรกที่ไป มีครั้งนึงผมต้องไปทำธุระแล้วลืมของไว้ที่หอ คนที่ประสานงานให้เค้าใจดีมาก ตอนนั้นผมยังสื่อสารญี่ปุ่นไม่ได้ครับ ได้แต่อังกฤษ แล้วผมเห็นความใส่ใจของเค้า เค้าคิดตลอดว่าเรามีพื้นฐานระดับไหน แล้วพยายามสื่อสารให้รู้เรื่อง เค้าแคร์ฝ่ายตรงข้ามมากๆ เลยครับ”
ได้เปิดรับและซึมซับทัศนคติ
“อย่างแรกเลยคือผมได้เปิดโลก ได้ไปเห็นเทคโนโลยีที่สุดยอดของที่นั่นมาแล้ว ที่สำคัญคือได้ไปซึมซับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และทัศนคติของเค้า เพราะคนญี่ปุ่นเป็นคนตั้งใจและมีระเบียบวินัยมากๆ ผมว่าช่วง ป.ตรีเป็นช่วงสำคัญของชีวิตนะครับ หากเราไปซึมซับทัศนคติเหล่านี้มาก มันจะติดตัวไปทั้งชีวิต แล้วชีวิตทั้งชีวิตของเราก็จะดำเนินไปในทางที่ถูกต้อง”
และปัจจุบันตั้มก็เป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ซุปเปอร์โพซิชั่น (ทำหนังสือแนวเตรียมสอบเข้ามหา'ลัย) กับสำนักพิมพ์บิงโก (ทำหนังสือแปลแนวธุรกิจพัฒนาตัวเองจากอเมริกาและญี่ปุ่น) ด้วยค่ะ เรียกว่าได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาเต็มที่ ถ้าน้องๆ คนไหนชอบอ่านแนวนี้ ลองหาอ่านดูนะคะ ^^
ทิ้งท้ายจากใจเด็กทุน
“วัย 20 กว่าๆ เป็นช่วงสำคัญของชีวิต ถ้ามีโอกาสได้ไปลิ้มรสความยากลำบาก สภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่ทำให้เราต้องปรับตัว จะช่วยให้เราแข็งแกร่งขึ้น ถ้าผ่านจุดนั้นมาได้จะทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นครับ”







2 ความคิดเห็น
ในการสมัครสอบชิงทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ใบรับรองแพทย์ได้ใช้ด้วยไหมคะ
พี่ตั้มบอกว่าใช้หลังจากสอบติดแล้วค่ะ ^^
ถ้าGPAไม่ถึง3นี่สมัครได้ไหมคะ