สวัสดีค่ะ ยิ่งใกล้วันแอดมิชชั่นเท่าไหร่ น้องๆ ที่เริ่มเตรียมตัวลงศึกแอดมิชชั่น ก็เริ่มถามเข้ามาแล้วว่าจะต้องจัด 4 อันดับแอดมิชชั่นยังไง ต้องวางแบบไหน คะแนนแบบนี้จะมีที่เรียนหรือเปล่า
เอาเป็นว่าใครมีคำถามเหล่านี้ วันนี้พี่มิ้นท์จะมาแนะนำการจัดอันดับ TCAS รอบ 4 ว่าควรจะเรียง 4 อันดับแบบไหนให้มันปลอดภัย เพื่อเป็นแนวทางในการจัดอันดับค่ะ ไม่ให้หลุดไปรอบ 5 หลังจากจัด 4 อันดับได้แล้ว อย่าลืมไปประเมินโอกาสติดที่โปรแกรมคำนวณคะแนน TCAS รอบ 4 แอดมิชชั่น'61 ด้วยนะคะ^^
จะจัด 4 อันดับต้องดูอะไรบ้าง
1. คณะที่อยากเลือก ถึงจะจัดได้ 4 อันดับ แต่เพื่อความสะดวก น้องควรลิสต์มาล่วงหน้า ว่าเล็งที่ไหนไว้บ้าง ไม่จำเป็นต้อง 4 ที่ค่ะ มี 6 ที่ 8 ที่ในใจ ก็จดออกมาให้หมดพร้อมองค์ประกอบการคัดเลือก จะได้ไม่ต้องนั่งเปิดใหม่ทุกรอบ แล้วค่อยๆ ตัดช้อยส์ออกจนได้ 4 อันดับ (แต่ไม่ควรเกิน 10 ชื่อนะ ไม่งั้นจะตัดออกยากมาก)
2. คะแนนต่ำสุดอย่างน้อย 2 ปี (หรือถ้าให้ดีก็ควร 3 ปีขึ้นไป) คะแนนต่ำสุดก็คือคะแนนที่คนสุดท้ายเข้าคณะไปเรียนได้ แต่ละปีคะแนนก็จะไม่เท่ากันค่ะ ประโยชน์ของการดูคะแนนคือ ทำให้เห็นแนวโน้ม ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติจนเกินไป คะแนนก็จะไม่เหวี่ยงมากค่ะ ก็สามารถนำคะแนนของเทียบได้เลย แต่ถ้าปีใดปีหนึ่งมีการขึ้นหรือลงแรงปกติ เช่น จาก 15,000 ปีถัดไป 19,000 ปีถัดไปลงกลับมา 16,000 แบบนี้น่ากลัว พี่มิ้นท์จะเรียกว่าคะแนนเหวี่ยง
3. จำนวนที่นั่ง ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญในการจัดอันดับนะคะ ทุกๆ ที่นั่งมีการเปลี่ยนแปลงจำนวน มันคือตัวแปรที่ทำให้คะแนนเพิ่มขึ้นหรือลดลง เช่น คณะ A ปีที่แล้วรับ 20 คน ปีนี้ดันเหลือ 5 คน นั่นหมายความว่า จะคัดคนที่คะแนนอันดับต้นๆ เพียง 5 คนเข้าไปเรียนเท่านั้น แบบนี้แนวโน้มคณะนี้ก็มีแนวโน้มสูงขึ้น
4. รู้คะแนนตัวเอง น้องๆ อาจจะคิดว่า ก็ต้องรู้คะแนนอยู่แล้วสิ! กำลังจะบอกว่า ต้องรู้คะแนนสำหรับการยื่นทุกคณะที่เราเลือกค่ะ คะแนนดิบเรามีเท่าเดิม แต่เวลาไปคำนวณเพื่อเข้าสาขาต่างๆ ผลรวมอาจจะไม่เท่ากันก็ได้ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบคะแนนที่ใช้คัดเลือก ดังนั้น ลองคำนวณให้ครบทุกคณะแล้วจดคะแนนของเราเอาไว้ค่ะ
แวะอธิบายศัพท์ก่อน เผื่องง!
คะแนนบวก = เมื่อเทียบกับคะแนนต่ำสุดของปีก่อนๆ แล้ว คะแนนของเรามากกว่า (ถ้าใช้โปรแกรมคำนวณ คะแนนเราจะเป็นสีเขียว)
คะแนนลบ = เมื่อเทียบกับคะแนนต่ำสุดของปีก่อนๆ แล้ว คะแนนของเราน้อยกว่า หรือ ติดลบ (ถ้าใช้โปรแกรมคำนวณ คะแนนเราจะเป็นสีแดง)
4. รู้คะแนนตัวเอง น้องๆ อาจจะคิดว่า ก็ต้องรู้คะแนนอยู่แล้วสิ! กำลังจะบอกว่า ต้องรู้คะแนนสำหรับการยื่นทุกคณะที่เราเลือกค่ะ คะแนนดิบเรามีเท่าเดิม แต่เวลาไปคำนวณเพื่อเข้าสาขาต่างๆ ผลรวมอาจจะไม่เท่ากันก็ได้ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบคะแนนที่ใช้คัดเลือก ดังนั้น ลองคำนวณให้ครบทุกคณะแล้วจดคะแนนของเราเอาไว้ค่ะ
แวะอธิบายศัพท์ก่อน เผื่องง!
คะแนนบวก = เมื่อเทียบกับคะแนนต่ำสุดของปีก่อนๆ แล้ว คะแนนของเรามากกว่า (ถ้าใช้โปรแกรมคำนวณ คะแนนเราจะเป็นสีเขียว)
คะแนนลบ = เมื่อเทียบกับคะแนนต่ำสุดของปีก่อนๆ แล้ว คะแนนของเราน้อยกว่า หรือ ติดลบ (ถ้าใช้โปรแกรมคำนวณ คะแนนเราจะเป็นสีแดง)
แนวทางการจัดอันดับให้ปลอดภัยและติดชัวร์
แนวทางการจัดอันดับ 1
เป็นอันดับที่ไม่ต้องคิดอะไรมากค่ะ ลองถามตัวเองว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เรากำลังสู้เพื่อเข้า "คณะ" อะไรอยู่ ก็เลือกนั้นตามความฝันได้เลย แต่ถ้าดูไปดูมาแล้วรู้สึกว่า คณะเป้าหมายเราไกลเกินไปจริงๆ เสียดายอันดับ จะเลือกเป็นคณะในดวงใจอันดับถัดมาก็ได้ค่ะ แต่สุดท้ายแล้ว คอนเซ็ปท์ของอันดับนี้คือ "อยากให้น้องๆ ได้เดินตามความฝัน" อย่างน้อยถ้าได้เลือกก็ยังมีโอกาสได้ลุ้น ถ้าไม่เลือกก็คือไม่ติด 100% ค่ะ สุดท้ายแล้ว ติดไม่ติด
แนวทางการจัดอันดับ 2
ปล่อยฟรีสไตล์ไป 1 อันดับแล้ว 3 อันดับที่เหลือ ต้องตั้งสติแล้วนะคะ เพราะจะเริ่มสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับอันดับ 2 เป็นช่องสำหรับคณะที่อยากเรียนเป็นอันดับรองลงมา ถ้ายังนึกไม่ออกว่าต้องเป็นคณะรูปแบบไหน ก็ลองถามตัวเองว่า ถ้าไม่ติด ม. A ม.นี้ก็โอเค แต่จุดสำคัญของอันดับ 2 น้องจะลบเยอะเท่ากับอันดับแรกไม่ได้นะคะ คะแนนของเราลบได้นิดหน่อยแต่ถ้าเริ่มบวกได้จะดีมากค่ะ
สมมติว่า 2 อันดับแรก เป็นคณะสายเดียวกัน โดย A มีคะแนนต่ำสุด 19,000 และ B มีคะแนนต่ำสุด 18,700 แต่คะแนนของน้องอยู่ที่ 17,800 คะแนน แบบนี้พี่มิ้นท์ว่าก็ยังไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นะคะ เพราะคะแนนต่ำสุด 2 คณะนี้ติดลบใกล้เคียงกันและเป็นคณะสายเดียวกัน ถ้าหลุดอันดับ 1 ก็จะหลุดอันดับ 2 ด้วยแน่นอนค่ะ
ทางที่ดีอันดับ 2 ควรมีคะแนน ติดลบไม่เกิน 500 (-500) ค่ะ
แนวทางการจัดอันดับ 3
2 อันดับหลังจะเป็นคณะแห่งความจริงแล้ว ต้องดูที่คะแนนตัวเองเป็นหลัก ลองดูกระดาษในมือ มีคณะไหนที่คะแนนบวกเกิน 1,000 คะแนนบ้าง นั่นแหละค่ะคือ เป้าหมายของเรา น้องอาจจะถามว่า โห..ต้องบวกตั้ง 1,000 คะแนนเลยหรอ บวกไม่ถึงได้มั้ยคะ? ได้ค่ะ.. นี่เป็นคะแนนกลางๆ ภาพรวมที่พี่มิ้นท์คิดว่าเซฟค่ะ แต่จริงๆ แล้วถ้าบวกแค่ 500-1000 ก็เซฟได้ ยกเว้นกลุ่มคณะที่ใช้ GAT 50% บวกประมาณพันนึงก็ยังไม่ถึงขั้นติดชัวร์นะคะ *ขึ้นอยู่กับแนวโน้มคณะในแต่ละปีด้วย*
ทั้งนี้บางกลุ่มคณะ โดยเฉพาะสายวิทย์สุขภาพ บวกไม่ถึง 1,000 คะแนนก็ถือว่าสูงแล้วเพราะเป็นกลุ่มคะแนนสูงค่ะ หรือ ถ้าเป็นคณะอื่นๆ ที่คะแนนค่อนข้างคงที่มาหลายปี การบวกหลักร้อยปลายๆ ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าไม่หลุดค่ะ
เหตุผลที่อันดับ 3 ไม่ควรเป็นคะแนนลบแล้ว ก็เพราะว่าถ้าไม่ได้อันดับนี้อีก ก็จะไปด่านสุดท้ายอันดับ 4 ที่ต้องลุ้นหนักมากค่ะ
แนวทางการจัดอันดับ 4
มาที่อันดับสุดท้าย คอนเซ็ปท์คือ อยากให้เป็นคณะที่มั่นใจว่าจะติดชัวร์ 100% เลยค่ะ นั่นหมายความว่าคะแนนของเราควรจะบวกมากกว่าคะแนนต่ำสุดหลักพันคะแนน (*แล้วแต่คณะ) แต่ก็ควรเป็นคณะที่เราเรียนได้ด้วยนะ อย่าใส่มั่วเพียงเพราะคะแนนถึง ให้นึกถึงวันที่ประกาศผล ถ้าประกาศออกมาแล้วติดอันดับ 4 เราก็ต้องโอเคกับมันด้วย ไม่ใช่ติดแล้วไม่ยอมไปสัมภาษณ์ ไม่ไปเรียน แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการกั๊กที่รอบที่ผ่านๆ มาค่ะ พี่มิ้นท์ว่าอันดับนี้จัดยากที่สุด ไหนจะต้องดูเรื่องคะแนนแล้ว ก็ต้องเป็นคณะที่ถูกใจเราด้วย
และข้อห้ามสำคัญของการเลือกคณะไว้อันดับ 4 คือ จะต้องไม่เป็นคณะเปิดใหม่ (ไม่มีคะแนนย้อนหลังให้เปรียบเทียบ) ไม่เป็นคณะที่คะแนนเหวี่ยง และไม่ควรเป็นคณะที่จำนวนที่นั่งลดลงมากเกินไปค่ะ (จะมีบทความตามมาให้อ่านอีกครั้งค่ะ^^) ถ้าไม่รู้จะเช็กที่ไหน โปรแกรมคำนวณของเด็กดี มีฟังก์ชันเรื่องจำนวนที่นั่งและคะแนนย้อนหลังให้ดู 8 ปีเลยทีเดียว
นี่เป็นแนวทางการจัดอันดับคร่าวๆ นะคะ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามคณะและคะแนนที่มีอยู่ในมือ น้องบางคนอยากเลือก 2 อันดับแรกที่ติดลบหนักมาก ก็สามารถเลือกได้ถ้าอันดับ 3-4 เหนียวมากพอ
สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้คือ การตามข่าวค่ะ จำนวนที่นั่งอาจรับเพิ่มได้อีกหรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน ขอให้น้องๆ นำเคล็ดลับตรงนี้ไปปรับการจัดอันดับของตัวเองให้ปลอดภัยนะคะ ขอให้น้องๆ โชคดีค่ะ^^
สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้คือ การตามข่าวค่ะ จำนวนที่นั่งอาจรับเพิ่มได้อีกหรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน ขอให้น้องๆ นำเคล็ดลับตรงนี้ไปปรับการจัดอันดับของตัวเองให้ปลอดภัยนะคะ ขอให้น้องๆ โชคดีค่ะ^^




7 ความคิดเห็น
คะแนนต่ำสุดของคณะอันดับ 2 ที่เราเลือกต้องห้ามมากกว่าคะแนนต่ำสุดของคณะอันดับแรกด้วยมั้ยคะ?
ใช่ครับเพราะไม่ยังงั้นจะหลุดทั้ง 2 อันดับเลยครับ
ทำไมเข้าไปดูคะแนนต่ำสุด สูงสุด ที่ทปอ. ไม่ได้ค่ะ
ดูในระเบียบการก็ได้ค่ะ ในตารางช่องสุดท้าย คูณด้วย 300 จะเป็นคะแนนต่ำสุดฐาน 30,000 ค่ะ หรือเข้าไปใช้โปรแกรมคำนวณคะแนน Dek-D จะมีย้อนหลังให้ 8 ปี
คะแนนต่ำสุดนี่เราดูแค่ของปีที่แล้ว หรือว่าทุกปีเลยคะ?
ถ้าจะให้เซฟดูของทุกปีครับ
ปี 57+5000
58 + 1500
59 + 2500
60 + 3000
เป็นคณะที่ใช้ gat 50
น้องจะรอดมั้ยคะ
คะแนนปี61เฟ้อครับทำให้คะแนนต่ำสุดสูงขึ้นแทบจะทุกคณะแล้วถ้าเกิดว่าปีนี้คะแนนฝืดควรทำอย่างไรดีครับ