สวัสดีค่ะชาว Dek-D พบกับคอลัมน์ “เด็กพลังบวก Special” ที่จะพาน้องๆ ไปค้นหาแรงบันดาลใจจากผู้ที่มีแพสชันในการทำสิ่งที่รัก และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในสังคมกันค่ะ
เวลาเราได้อ่านข่าวพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติ ทุ่มเทเพื่อเติมเต็มความรู้และจิตวิญญาณให้ลูกศิษย์ เราก็ชื่นใจและอยากมาเล่าต่อทุกครั้งเลยค่ะ อย่างวันนี้เราจะพาไปฟังเรื่องราวของครูหนุ่มคนหนึ่ง (น้องๆ น่าจะเคยเห็นผ่านตาคลิปสั้นๆ ที่เขาแชร์ในทวิตเตอร์) ซึ่งความรู้ภาษาอังกฤษไม่ธรรมดา โดยสอบวัดระดับทางภาษาครูภาษาอังกฤษ Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) ได้ระดับต้นๆ ในประเทศ! หลังเรียนจบเขาก็เลือกที่จะไปสอนนักเรียนชนเผ่าปกาเกอะญอในพื้นที่ที่ขาดความพร้อมในหลายๆ ด้าน เรามาฟังเหตุผลที่ตัดสินใจมาสอนที่นี่ สัมผัสความน่ารักของครูและศิษย์ของเขา รวมถึงวิธีและเทคนิคที่เขาหยิบมาใช้ รับรองอ่านแล้วต้องชื่นชมและยิ้มตามแน่นอนค่ะ ^^
แนะนำตัว
“สวัสดีครับ ชื่อ ‘กอล์ฟ’ ปฏิภาณ จินาวงค์ จบจากคณะศึกษาศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ม.เชียงใหม่ครับ ปัจจุบันเป็นครูโรงเรียนบ้านแม่ปอน อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ (สอนมาได้ 5 ปีแล้วครับ)”
ขอถามความรู้สึกที่อยู่ดีๆ คลิปที่เราถ่ายลงเล่นๆ ดันกลายเป็นไวรัล? “ทั้งตกใจและดีใจเลยครับ ตอนแรกเราทำชิลล์ๆ ตั้งใจลงเล่นๆ ในแอคเคานต์ส่วนตัว ไม่คิดว่าคลิปเล็กๆ ของครูในพื้นที่ห่างไกลจะเป็นกระแสขนาดนี้ มีคนแชร์และรีโพสต์เยอะมาก"
“จริงๆ มีคนติดต่อมาหลังไมค์ด้วยนะ อย่างน้อง ม.6 ที่เขาโตขึ้นอยากเป็นครู พอเห็นคลิปเราก็รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น หรือน้องครุศาสตร์ทักมาขอแผนการสอน ขอให้ช่วยแนะนำเกมหรือกิจกรรมไว้ใช้ในห้องเรียน เรารู้สึกเป็นโมเมนต์ที่น่ารักดีครับ แล้วเราก็ได้แชร์ไอเดียให้เขาเอาไปใช้พัฒนาเด็กจริงๆ ด้วย”
หอบวิชาภาษาอังกฤษและสปิริตที่แรงกล้า
ไปเติมเต็มให้เด็กชนเผ่า
“เรารู้ตัวว่าอยากเป็นครูตอนเรียนมัธยม เพราะพ่อแม่เป็นครูชนบทเหมือนกัน สมัยเรียนมัธยม เราเรียนในเมือง แล้วมันปิดเทอมไวกว่าโรงเรียนรอบนอก ผมก็เลยไปช่วยคุณแม่สอนคณิตเด็กประถม พอลองแล้วรู้สึกตัวเองสอนได้ ถ่ายทอดเป็น ใช้น้ำเสียงหนักเบาคุมคลาสอยู่ ก็รู้สึกว่าการสอนสนุกดี แล้วเราก็ชอบอยู่กับเด็กด้วยครับ”
พอเรียนจบเขาก็เลือกมาสอนที่โรงเรียนบ้านแม่ลิด และย้ายมาโรงเรียนบ้านแม่ปอน ซึ่งไม่ได้อยู่ในเมือง และนักเรียนเป็นชนเผ่าด้วย อยากถามเหตุผลที่เราเลือกมาเติมเต็มน้องๆ ที่นี่? “เราเติบโตในเมือง มีบ้านในเมือง ยังไงบั้นปลายชีวิตก็ต้องอยู่ในเมืองเพื่อดูแลพ่อแม่อยู่แล้ว เลยอยากใช้เวลาระยะแรกของการรับราชการครูให้โอกาสเด็กรอบนอกก่อน อยากเป็นที่พึ่งให้พวกเขา เพราะผมเชื่อว่าเด็กทุกคนไม่ว่าจะอยู่ไหน ล้วนต้องการครูและการศึกษาที่ดีเหมือนกัน อีกอย่างคือเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียมในสังคม ทำให้เราอยากสอนพวกเขาอยู่แล้ว"
แน่นอนว่าความท้าทายคือความพร้อมเรื่องสภาพแวดล้อมและพื้นฐานของความรู้ของเด็กโรงเรียนนี้ค่ะ เขาเล่าว่า “เด็กๆ ค่อนข้างไม่พร้อมหลายด้าน อย่างเรื่องฐานะทางการเงินและการเข้าถึงเทคโนโลยี เราเองต้องพลิกแพลงวิธีสอนให้ต่างจากสอนเด็กในเมือง เช่น ไม่สามารถสั่งรายงานให้เขาไปค้นคว้าแล้วปริ๊นท์ออกมาได้ เพราะพวกเขาไม่มีสื่อ ทั้งคอมพ์ มือถือ และอินเทอร์เน็ต”
“ตอนทำพานไหว้ครู ปกติเราจะชินกับการที่ครูสั่งให้นักเรียนเตรียมของมาจากบ้านแล้วทำกันเอง แต่ที่นี่ครูเป็นคนหาของให้พวกเขาทำ หรืออย่างถึงวันปีใหม่ เด็กในเมืองอาจซื้อของขวัญมาจับฉลาก ใส่กล่องสวยงาม แต่ที่ผมเจอคือ เด็กเอาข้าวโพดจากบ้านใส่ถุงพลาสติก มัดโบว์ แล้วเอามาจับฉลากแลกของขัวญกัน ก็เป็นภาพที่แปลกดี”
“เราสอน ป.5-6 มีชั้นละห้อง เฉลี่ยห้องละ 25 คนครับ สิ่งที่เห็นจากเด็กแต่ละคนคือเขามีความเคารพครูมาก แบบไหว้ทุกวันวันละหลายๆ รอบ จนเราจะเหมือนศาลพระภูมิอยู่แล้ว 555 แล้วด้วยความที่เขาไม่ค่อยมีโอกาสไปสัมผัสสังคมภายนอกและเทคโนโลยี ทำให้เขามีความไร้เดียงสา เห็นอะไรแปลกใหม่ไปหมด เล่าอะไรให้ฟังก็ตื่นเต้น บางเรื่องเขายังไม่เคยรู้เลยว่ามีสิ่งนี้เกิดขึ้นในโลก เช่น เล่าประวัติของผู้ก่อตั้งขนมแบรนด์ชื่อดังแบรนด์หนึ่งในไทยว่าเขาล้มลุกคลุกคลานมาขนาดไหนกว่าจะสำเร็จอย่างทุกวันนี้ น้องๆ ฟังแล้วตื่นเต้น พอเล่าเสร็จเราถามว่าเคยกินมั้ย? ปรากฏว่าเขาไม่เคยกินเลย เราก็ตกใจเบาๆ เพราะคิดเองว่าทุกคนคงเคยกิน"
“ส่วนพื้นฐานความรู้เด็ก เด็กส่วนใหญ่อยู่ระดับปานกลางลงไป ความกล้าแสดงออกหรือความสามรถทางวิชาการยังไม่สูงมาก แต่ก็มีเด็กส่วนนึงที่หัวไว ไบรท์มาก ทั้งๆ ที่ครอบครัวเขาไม่ได้พร้อม ไม่ได้ส่งเสียเรียนพิเศษ ถือเป็นเพชรในตมเลยแหละ"
แม้ครูกอล์ฟจะต้องสอนทุกวิชาสไตล์ครูประถม แต่เราจะโฟกัสวิชาภาษาอังกฤษที่เป็นสายตรง อยากรู้ว่ามันเป็นเรื่องใหม่สำหรับเด็กๆ รึเปล่า? “จริงๆ ก็ไม่ได้เริ่มจาก 0 ซะทีเดียว เพราะตอน ป.1-4 เขาก็ผ่าน ABC และรู้ศัพท์เบื้องต้นมาบ้างแล้ว ต้องยกความดีให้ครู ป.1-4 ที่ทำให้เด็ก ป.5-6 มี Background Knowledge มาบ้างพอสมควร แต่อาจไม่แม่นมากนัก”
เน้นเล่นเกมกับกิจกรรมรัวๆ
แทนการสอนแบบ old-fashioned way
“ผมจะแบ่งการสอนเป็น 2 ช่วง 2 เทอม เทอมแรกเน้นป้อนศัพท์ให้เขาเยอะๆ ให้เพียงพอต่อการเรียนระดับประโยคในเทอม 2 ถามว่าช้ามั้ย? ถ้าตามหลักสูตรก็ช้าแหละ แต่เด็กเราอ่อนไง ถ้าฝืนยัดๆ ไปเด็กรับไม่ได้หรอก เทอมแรกคือเน้นคำศัพท์รัวๆ แยกเป็นหมวดๆ เอาให้แม่น เอาให้เป๊ะก็พอแล้ว ไม่มากไปไม่น้อยไป เด็กแฮปปี้ เราก็แฮปปี้ โดยผมจะเน้นสร้าง attitude ที่ดีต่อภาษาอังกฤษ ถ้าเขาชอบและเปิดใจให้วิชานี้ ในอนาคตผมเชื่อว่าเขาจะต่อยอดได้เอง"
"ผมว่าช่วงประถมเป็นตัวแปรสำคัญเลยนะที่จะทำให้เขาชอบหรือไม่ชอบภาษาอังกฤษ ผมเลยนำเกมและกิจกรรมมาสอนเยอะเลย เพราะเป็นการสร้างความตื่นเต้น ความเร้าอารมณ์ และเหมาะสมกับธรรมชาติของการเรียนรู้ของเด็กวัยนี้ ถ้าให้เฉยๆ ท่องจำ พูดตามครูบนกระดาน ก็ไม่สนุกหรอก เด็กเบื่อตายพอดี มันเหมือนนกแก้วนกขุนทอง นอกจากนี้ผมใช้ระบบแต้ม (Token) เป็นแรงจูงใจภายอนก (Extrinsic Motivation) เสริมเข้าไป เวลาทำกิจกรรมทุกๆ อย่าง ได้ผลเกินคาดครับ เด็กร่วมกิจกรรมเพื่อแย่ง Token ชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใคร"
“ส่วนขอบเขตวงคำศัพท์ที่ใช้จัดกิจกรรม ผมจะยึดตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน ซึ่งเขาจะต้องรู้ระดับหนึ่งเพื่อทำข้อสอบ O-NET เช่น ผลไม้ ร่างกาย ความเจ็บป่วย ยานพาหนะ ครอบครัว สัตว์ อุปกรณ์ในห้องเรียน ผมค่อยๆ สอนพวกเขาไปทีละหมวด"
หนึ่งเทคนิคเด็ดจากเว็บบล็อกต่างประเทศ
"ผมชอบเข้าเว็บบล็อกการศึกษาต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้เทคนิค แนวการสอน แล้วนำมาปรับใช้กับบริบทโรงเรียนผม เทคนิคง่ายๆ ที่ผมใช้บ่อยคือ 'Hamburger' ส่วนขนมปัง = ภาษาอังกฤษ แล้วเนื้อตรงกลาง = ภาษาไทย (English-ไทย-English) วิธีนี้ช่วยสอน classroom language ให้เด็กอย่างเนียนๆ โดยที่เราไม่ต้องแปลเลย เช่น 'Give yourself a clap. ปรบมือให้ตัวเองนะลูก Give yourself a clap.' ถ้าเราพูดภาษาอังกฤษแล้วบอกเด็กว่า ประโยคแบบนี้มันแปลว่าแบบนี้ๆ นะ มันจะดูฝืน ไม่ธรรมชาติ เราเพียงแค่พูดไปเลย 3 รอบ ตามเทคนิค Hamburger (English-ไทย-English) พอนานๆ เข้าก็เอาส่วนที่เป็นเนื้อตรงกลางออก เหลือเพียงแค่ภาษาอังกฤษ บรรยากาศห้องเรียนก็จะมีความเป็น English มากขึ้น"
“นอกจากนี้ผมยังชอบใช้เพลง พร้อมการออกท่าทางประกอบมาใช้ในคลาสด้วย ทำให้เด็กผ่อนคลาย และเพลงก็ช่วยเรื่องจำศัพท์ด้วย"
“ผมมองว่าถ้าเกิดจะยัดความรู้ สอนแบบเอาเขาเป็น expert ให้ได้เลย จากที่เด็กอยากเรียนอาจกลายเป็นกลัวก็ได้ครับ คลาสอังกฤษผมเน้นสอนให้สนุก ซื้อใจเด็กให้เด็กรักตัวเรา แล้วเด็กจะรักวิชาตาม ทุกอย่างจะลื่นไหล แล้วภาวนาว่าถ้าวันนึงเขาจบ ป.6 ไปเรียนต่อมัธยม เขาจะรักและตั้งใจเรียนวิชานี้ต่อไป เหมือนเราจุดเทียนให้เขา แล้วหวังว่าครูคนใหม่ที่เขาเจอ จะทำให้เปลวเทียนสว่างกว่าเดิม ไม่ดับ"
บทบาท "แม่ไก่" Thai Master Trainer
เทรนครูภาษาอังกฤษ
“ต้องเท้าความไปช่วงปี 2558 กระทรวงศึกษาให้ครูอังกฤษทั่วประเทศสอบ CEFR อารมณ์เหมือน TOEIC หรือ TOEFL ครับ ซึ่งพี่ได้ระดับสูงสุด (89/100) ในเขตพื้นที่ในตอนนั้น" สำหรับความยากของข้อสอบนี้ ครูกอล์ฟว่ายากยิ่งกว่า TOEFL เพราะมันเป็นข้อสอบออนไลน์ ค่อยๆ ไต่ระดับจากโจทย์ง่ายไปยาก ถ้าทำผิด โจทย์จะปรับระดับให้ง่ายลง ถ้าอยากได้ระดับสูง ต้องทำให้ถูกไปเรื่อยๆ
“จากนั้นกระทรวงก็คัดครู 300 คนแรกโดยดูจากผล CEFR และให้ไปอบรม (Boot Camp) ซึ่งเทรนเกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษแบบ communicative เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ แล้วจึงคัดเหลือ 28 คนเพื่อให้เป็น 'แม่ไก่' ซึ่งจะต้องไป 'ออกไข่' เผยแพร่ความรู้ให้ครูภาษาอังกฤษ”
“รู้สึกการเป็น Master Trainer เป็นงานที่ทรงเกียรติและท้าทายมากครับ เราได้ใช้ความสามารถของเรา ส่งต่อเทคนิค ประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนความรู้กับครูท่านอื่น ได้ทำงานร่วมกับวิทยการชาวต่างชาติ ต้องกระตือรือร้นตลอดเวลา แต่ว่าเสียดายที่ทำได้แค่ 4 เดือน ต้องขอระงับการปฏิบัติหน้าที่ เพราะต้องกลับโรงเรียน โรงเรียนขาดครูครับ สงสารนักเรียน"
Everything starts with yourself
ครูกอล์ฟแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษในบ้านเราว่า "เด็กไทยไม่ค่อยมีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เจอเพื่อนพูดไทย กลับบ้านไปก็พูดไทย แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ให้หยุดพัฒนา ในเมื่อโอกาสไม่อำนวย เราก็ต้องสร้างโอกาสขึ้นมาเอง เริ่มง่ายๆ เลย เปลี่ยนเมนูโทรศัพท์มือถือเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แค่นี้ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว นอกจากนี้สื่อออนไลน์ด้านภาษามีเยอะมาก เช่น YouTube เพียงแค่เราต้องเปิดใจ และให้เวลากับมัน"
"หรือถ้าอยากมี interaction ก็เขียนอีเมลในเชิง Pen Friends กับชาวต่างชาติได้ เช่น เว็บ mylanguageexchange.com ซึ่งจะเป็นเว็บที่เด็กทั่วโลกเขียนอีเมลแลกเปลี่ยนกันโดยใช้ภาษาอังกฤษเพราะอยากฝึกฝน โดยเว็บนี้ปลอดภัยมาก จะไม่โชว์อีเมลเรา จะไม่ขอข้อมูลอะไรเราทั้งนั้น เมื่อก่อนผมก็ใช้เว็บนี้ฝึกภาษาเยอะมาก ดีมากกด้วย”
"เราเข้าใจนะ ถ้าครูมาพูดจ้ำจี้จ้ำไชว่า 'เธอต้องท่องศัพท์นะ เธอต้องทำการบ้านนะ' มันน่าเบื่อ บางครั้งก็อาจจะรำคาญ ดังนั้นเนี่ยมันต้องมาจากใจเรา อยากให้เด็กๆ พึงระลึกเสมอว่า คนที่ได้ภาษาอังกฤษจะก้าวไปได้ไว โอกาสในแง่การทำงานก็มากกว่า ถึงไม่ใช่อาชีพภาษาโดยตรงก็ได้เปรียบ (เช่น วิศวกรที่ได้ภาษาอังกฤษ) ไม่มีใครบังคับเราได้ อยู่ที่ว่าเราจะทำหรือไม่ทำ Everything starts with yourself. ผมเองก็ได้รับโอกาสดีๆ อย่างทุกวันนี้เพราะภาษาอังกฤษครับ"
ตอนแรกพี่อ่านแค่โพสต์ก็แอบยิ้มแล้วววว พอยิ่งได้พูดคุยและฟังเบื้องหลังความทุ่มเท ก็ยิ่งประทับใจมากขึ้นไปอีกค่ะ เพราะเชื่อว่าอย่างน้อยๆ ครูกอล์ฟก็ทำให้นักเรียนชนเผ่าที่เรียนกับเขา ตกหลุมรักวิชาภาษาอังกฤษไปแล้ว พี่เองก็หวังว่าคุณครูและคนที่อยากเป็นครูในอนาคต จะได้ทั้งกำลังใจและเทคนิคดีๆ ไปปรับใช้เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนไม่มากก็น้อยนะคะ และหากน้องๆ ชาว Dek-D คนไหนอยากแชร์เรื่องราวของครูที่เคยเรียนด้วย ลองมาเล่าให้ฟังเพื่อเปิดมุมมองกันได้เลย พี่รออ่านอยู่นะคะ ^^
'แพรว' กับเส้นทางชีวิตเด็กกิจกรรม & แอร์โฮสเตส
สู่นางงามเวที #MUT2019
สู่นางงามเวที #MUT2019





















5 ความคิดเห็น
อ่านแล้วอยากเป็นครูแบบครูกอล์ฟเลยค่ะ
ตอนนี้กำลังเรียนศึกษาศาสตร์เหมือนกัน
เพิ่มพลังบวกสมชื่อคอมลัมน์เลยค่ะ <3 :D
FCครูกอล์ฟ
ครูหล่อ อยากเรียนจังเลย!!!