สาวๆ ม.ต้น ถือว่าเป็นวัยที่เริ่มเป็นสาวอย่างเต็มตัวแล้วค่ะ ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยน และหลายๆ คนก็เริ่มใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น อย่างแรกเลยที่พี่โอ๊ตรู้สึกว่าทุกคนน่าจะเริ่มทำได้ไม่ยาก ก็คือการดูแลเส้นผมของตัวเองค่ะ คนที่มีผมสวย ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างนึงเลยนะ
วันนี้พี่โอ๊ตเลยอยากมาแชร์วิธีการเลือกแชมพูสระผมแบบง่ายๆ ที่หลายคนอาจจะคิดไม่ถึง และยังงงๆ ว่าเราต้องเลือกด้วยเหรอ เพราะทุกที่ใช้อะไรก็ได้ คุณพ่อคุณแม่ซื้ออะไรมาก็ใช้ แต่พี่โอ๊ตอยากบอกว่ามันเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากค่ะ ลองไปดูกันว่ามันสำคัญยังไง และเราจะมีวิธีเลือกได้ยังไงบ้าง
เลือกแชมพูจากหนังศีรษะ ไม่ใช่เส้นผม
เพราะแชมพูที่เราใช้นั้นทำความสะอาดทั้งหนังศีรษะและเส้นผมค่ะ ดังนั้นก่อนอื่นเลยเราต้องเช็คดูก่อนว่าหนังศีรษะของเราเป็นแบบไหนกัันแน่ วิธีง่ายๆ ก็คือ เช็คในวันที่ไม่ได้สระผม ลองเอานิ้วมือของเรานวดลงไปที่หนังศีรษะ แล้วดูว่ามันหรือแห้ง หรือปกติ
ถ้าถามว่าทำไมต้องรู้ว่าหนังศีรษะเราเป็นแบบไหน คำตอบอยู่ที่ประโยคแรกเลยค่ะ เพราะแชมพูทำความสะอาดหนังศีรษะและเส้นผม แปลว่าทุกครั้งที่สระ แชมพูก็จะโดนหนังศีรษะไปด้วย ทีนี้น้องๆ บางคนมีหนังศีรษะที่มันง่ายแต่เลือกแชมพูที่มีมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงเส้นผมเพราะผมแห้ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สารบำรุงก็ไปอยู่ที่หนังศีรษะด้วย เลยทำให้ยิ่งมันกันเข้าไปใหญ่ พอนึกภาพออกแล้วใช่มั้ยคะ เอาล่ะ! ทีนี้มาดูว่าเราจะเลือกแชมพูสำหรับหนังศีรษะแต่ละแบบได้ยังไง
หนังศีรษะมัน
ถ้าเช็คแล้วว่าหนังศีรษะเราเนี่ยมันมากกก บางคนสระไม่ทันข้ามวันก็รู้สึกมันแล้ว แบบนี้ต้องเลี่ยงแชมพูที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เยอะๆ ค่ะ ประเภทที่บอกว่า ให้ความชุ่มชื้น (hydrating/moisturizing), ผมนุ่มลื่น (smoothing) หรือแชมพูสำหรับผมดัด (curly hair) ให้เลี่ยงไปก่อนเลยค่ะ ลองใช้แชมพูที่ช่วยปรับสมดุลหนังศีรษะและเส้นผม (Balancing), แชมพูที่ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ผม (Volumizing) หรือแชมพูที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้เส้นผม (Strengthening) จะทำความสะอาดได้ดีกว่า และไม่ได้มีสารบำรุงประเภทเคลือบเส้นผมเยอะเกินไปจนทำให้ผมมันค่ะ ถ้าใครหนังศีรษะมันแต่ผมแห้ง ก็ใช้ครีมนวดหรือทรีทเม้นต์บำรุงบริเวณปลายผมแทนค่ะ
หนังศีรษะแห้ง
ไม่ว่าจะแห้งเฉยๆ หรือแห้งจนลอกเป็นขุย ให้ใช้ทุกอย่างตรงข้ามกับผมมันเลยค่ะ ก็คือเลือกแชมพูที่เน้นให้ความชุ่มชื้นเป็นหลัก หรือใช้แชมพูสำหรับคนผมดัดก็ได้ และหลีกเลี่ยงแชมพูที่ช่วยเพิ่มวอลลุ่มผม หรือสูตรที่ช่วยให้เส้นผมแข็งแรงค่ะ แต่ถ้าผมแห้งมากๆ จนคัน หรือลอกเป็นขุย ลองใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของเมนทอลและทีทรีออยล์ หลีกเลี่ยงแชมพูที่มีส่วนผสมของ SLS หรือ Sodium Lauryl Sulfate อ่านได้จากฉลากข้างขวดเลยค่ะ เพราะซัลเฟตจะยิ่งทำให้หนังศีรษะแห้ง ลอก และระคายเคืองได้มากขึ้น
หนังศีรษะปกติ ไม่มันและไม่แห้ง
แหม...ได้เปรียบคล้ายๆ กับคนที่มีผิวธรรมดาเลยค่ะ ใครที่โชคดีแบบนี้ ก็สามารถเลือกแชมพูที่ให้ ผลลัพธ์ตามที่ตัวเองต้องการได้เลย
- แชมพูให้ความชุ่มชื่น(Hydrating/moisturizing) : ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เงางามและเรียบเนียนให้กับเส้นผม เหมาะสำหรับผมหนา เส้นผมหยิกหรือแห้งมากๆ ค่ะ
- แชมพูที่ช่วยให้ผมมีน้ำหนัก (Volumizing) : เหมาะกับคนที่ผมเส้นเล็ก บาง หรือชี้ฟู ช่วยให้มีน้ำหนัก จัดทรงได้ง่ายขึ้นค่ะ
- แชมพูเสริมความแข็งแรงให้เส้นผม (Strengthening/fortifying) : เหมาะกับผมเสีย ผมที่ชอบทำสี หรือทำเคมีบ่อยๆ จนผมอ่อนแอ สูตรนี้มักจะมีโปรตีนช่วยฟื้นฟูเส้นผมมากเป็นพิเศษค่ะ
- แชมพูปรับสมดุลให้เส้นผม (Balancing) : สูตรนี้คือเซฟๆ มากตามชื่อเลย ไม่ทำให้ผมแห้งหรือมันจนเกินไป พี่โอ๊ตว่าเป็นสูตรที่ใช้ได้กับทุกเส้นผมเลยนะ
- แชมพูที่ช่วยให้ผมเรียบลื่น/ตรง (Smoothing/straight) : สูตรนี้มักจะใส่สารบำรุงมาเยอะสุดๆ และช่วยเคลือบเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อให้ผมมีน้ำหนักมากขึ้น และดูตรงสลวยสวยเก๋
- แชมพูสำหรับผมดัด (Curly) : เป็นอีกสูตรที่ให้ความชุ่มชื้นได้ดีสุดๆ และยังช่วยล็อคลอนผมให้สวยเด้งอีกด้วย
4 เทคนิค สระผมให้สวยปิ๊ง เหมือนเข้าร้านทำผม
- ลองสระผมแบบ Double Shampoo ซึ่งไม่ใช่การสระผมซ้ำด้วยแชมพูขวดเดิมสองรอบนะคะ ให้ลองคิดว่าเหมือนที่เราทำความสะอาดหน้าแบบ Double-Cleansing คือเราเช็ดเครื่องสำอางหรือฝุ่นต่างๆ ออกครั้งแรกด้วยคลีนซิ่ง แล้วก็ล้างหน้าด้วยโฟมซ้ำอีกครั้ง การสระผมแบบนี้ก็เหมือนกันค่ะ ลองเลือกแชมพูขึ้นมาสองสูตร สูตรแรกเราอาจจะใช้เพื่อทำความสะอาดความมันบนหนังศีรษะในรอบแรก ส่วนรอบที่สองอาจจะสระตามด้วยสูตรที่ทำให้รากผมแข็งแรงก็ได้ค่ะ วิธีนี้จะช่วยให้เราทำความสะอาดหนังศีรษะและเส้นผมได้สะอาดมากขึ้น และหนังศีรษะก็ได้รับการบำรุงมากขึ้นด้วยค่ะ (อย่าลืมเลือกที่เหมาะกับหนังศีรษะของตัวเองด้วยเด้อ)
- ใช้เวลาสระผมนานกว่าเดิมนิดหน่อย เพื่อที่จะค่อยๆ นวดทำความสะอาดหนังศีรษะได้อย่างทั่วถึงและสะอาดมากขึ้น ปกติเรามักจะชอบรีบๆ สระ เกาๆๆ ให้ฟองเยอะๆ ซึ่งมันอาจจะยังไม่ได้สะอาดทั่วค่ะ ที่สำคัญ ค่อยๆ ล้างให้ทั่วด้วยนะ บางคนเป็นรังแคหรือศีรษะแห้งเพราะแชมพูตกค้างก็มีนะ เพราะงั้นใจเย็นๆ ให้เวลาเค้าหน่อย
- หลังสระผม ห้ามใช้ครีมนวด หรือทรีทเม้นต์อื่นๆ ลงบนหนังศีรษะเด็ดขาดค่ะ! เพราะจะยิ่งทำให้หนังศีรษะมัน ให้ใช้แค่บริเวณปลายผมก็พอ แต่ถ้าใครผมยาวหน่อย เขยิบขึ้นมาประมาณกลางเส้นผมก็ได้ค่ะ
- เดี๋ยวนี้มีแชมพูที่ช่วยทำความสะอาดได้อย่างหมดจด ที่เรียกว่า Clarifying Shampoo ด้วยนะ คือสระแล้วจะรู้สึกสะอาดมากๆ คนที่หนังศีรษะมันน่าจะเลิฟมากเลย แต่ข้อเสียคือ ถ้าเราใช้บ่อยจนเกินไป ก็จะทำให้หนังศีรษะเริ่มแห้ง จนอาจจะผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม ผมก็ยิ่งมันเข้าไปใหญ่ เพราะฉะนั้นนานๆ ใช้ทีจะดีกว่าค่ะ หรือเอาไว้สระแค่ตอนที่ผมมันหรือสกปรกมากๆ ก็ได้ เหมือนเป็นการดีท็อกซ์หนังศีรษะและเส้นผมเลยล่ะ
แหม่ พูดมาซะยืดยาว จริงๆ สรุปง่ายๆ ตรงที่พี่โอ๊ตอยากให้น้องๆ เข้าใจสภาพหนังศีรษะและเส้นผมของตัวเองก่อนค่ะ เวลาเลือกซื้อก็จะง่ายขึ้นมากๆ ผมไม่พังด้วย สิ่งที่ต้องระวังคือ อย่าเลือกซื้อตามเพื่อนหรือซื้อตามรีวิวต่างๆ ทันที ให้ดูคุณสมบัติของแชมพูก่อนเป็นอย่างแรก และลองเทียบดูว่าสภาพหนังศีรษะของเพื่อน ของคนที่ริว กับเรา มันเหมือนหรือใกล้เคียงกันแค่ไหน ไม่งั้นมีเสียเงินเปล่าแน่นอนค่ะ





0 ความคิดเห็น