สิ่งลึกลับในประวัติศาสตร์

ในประวัติศาสตร์มีเรื่องน่าสงสัยอยู่มากมาย

เวลาพี่ตินดูดิสคัฟเวอร์รี่ แชนเนล หรืออ่านเนชั่นแนล จีโอกราฟิก จะแปลกใจเสมอว่ามนุษย์เราช่างสร้างสรรค์จัง

และที่น่าชื่นชมยิ่งกว่าก็คือนักโบราณคดีที่คอยหาคำตอบให้กับสิ่งต่างๆ ที่เราไม่อาจรู้

เป็นเรื่องน่าทึ่งกับมัมมี่อายุหลายพันปีที่ไม่เน่าเปื่อย

หรือแม้แต่เรื่องของอารยธรรมมายาที่เคยรุ่งเรืองแต่กลับเสื่อมสลายไปเงียบๆ

เวลาดูแล้วพี่ตินให้สงสัยว่า ทำไมพวกเขาหาคำตอบได้เก่งขนาดนี้

จะมีไหม อารยธรรมหรืออะไรก็ตามในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์จะหาคำตอบไม่ได้...

อะไรที่ยังคงเป็นเรื่องลึกลับตลอดกาล.... อ่านบทความนี้แล้ว พี่ตินได้คำตอบนั้นแล้วละ

 

น้องคนไหนอยากรู้ว่าอะไรที่ไม่เคยเปิดเผย อะไรที่ยังคงเป็นความลับของประวัติศาสตร์ ตามพี่ตินมาได้เลยจ้า 

 

 

10 Rongorongo

ถูกเรียกว่าเป็นเกาะลึกลับฝั่งตะวันออก Rongorongo เคยเป็นแคว้นที่อยู่อาศัยของผู้อพยพ

ไม่มีเพื่อนบ้าน และไม่มีภาษาเขียน ดินแดนแห่งนี้เชื่อว่าเจริญมากในยุค 1700 s

และเพราะไม่มีภาษาเขียน จึงไม่มีใครหยั่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว พวกเขาอยู่กันอย่างไร

 

 

9 Helike เมืองที่หายไป

กวีชาวกรีกที่โด่งดัง Pausanias บันทึกไว้ว่า เมืองที่ชื่อ Helike ถูกแผ่นดินไหวก่อน ทำให้กลายเป็นเมืองร้าง

แล้วตามด้วยสึนามิรุนแรงที่กวาดทุกอย่างพินาศเกินกว่าจะแก้ไข

พวกอาร์เคเดียนพยายามบูชาเทพแห่งทะเลอย่างโปไซดอนหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่มีใครพบเมืองแห่งนี้อีกเลย

จนปี 1861 นักโบราณคดีได้พบเหรียญบรอนซ์ ที่เชื่อกันว่ามาจากเมือง Helike

และในปี 2001 พวกเขาได้พบรากขอเมือง Helike ใต้แอตแสนตีส  

 

8 The Bog Bodies

แม้แต่ CSI ยังยอมแพ้กับการสืบเรื่อง Bog Bodies

ได้มีการค้นพบศพกว่าร้อยแถบด้านเหนือของยุโรป ล้วนเป็นศพที่ถูกรักษาอย่างดี

บางศพมีอายุถึง 2,000 ปี ทุกศพถูกจัดด้วยท่าทางคล้ายกำลังพยากรณ์อะไรบางอย่าง

ท่าทางเช่นนั้นทำให้คนเชื่อกันว่าพวกเขาถูกจับมาบูชายัญ แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าคืออะไรกันแน่

 

 

7 ความพ่ายแพ้ของจักรพรรดิ Minoans

นักประวัติศาสตร์ล้วนแล้วแต่สงสัยว่าอะไรทำให้จักรวรรดิโรมันต้องแตก

และอะไรทำให้จักรพรรดิ Minoans สูญเสียอาณาจักรของพระองค์

เชื่อกันว่าในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของจักรพรรดิ ได้เกิดการระเบิดของภูเขาไฟ

ผลการตรวจสอบผืนดินบริเวณนั้น ทำให้นักโบราณคดีคาดเดาว่า

การระเบิดครั้งใหญ่ ทำให้อาณาจักรต้องล่มสลายลง

 

 

6 The Carnac Stones

ถ้าเชื่อว่าสโตนเฮ้นจ์ยิ่งใหญ่แล้ว อนุสรณ์ Carnac Stone ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

ที่ชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศฝรั่งเศส

เต็มไปด้วยหินกว่า 3,000 ก้อนเรียงรายกันเป็นระยะทางถึง 12 กิโลเมตร

จากความเชื่อท้องถิ่น เชื่อกันว่าหินนี้มีประวัติศาสตร์สัมพันธ์กับพ่อมดเมอร์ลิน

ส่วนหลักฐานจากนักวิทยาศาสตร์ ที่ศึกษาหินนี้มากว่า 30 ปี พวกเขาคาดเดาว่า

หินเหล่านี้น่าจะไว้ใช้จับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว แต่เรื่องคนสร้างนั้น ไม่มีใครรู้ 

 

 

5 ใครคือโรบิน ฮู้ด

ตำนานน่าสนใจของป่าเชอร์วู้ด กษัตริย์ร้ายๆ และดาบศักดิ์สิทธิ์เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

แต่นักประวัติศาสตร์ไม่ค่อยแน่ใจว่ามีโรบิน ฮู้ดตัวจริงหรือไม่ ความเป็นไปได้น่ะมีอยู่

แต่ก็ยังไม่มีใครหาหลุมฝังศพของวีรบุรุษสุดเท่คนนี้พบเสียที

หรือว่ามันจะเป็นแค่ตำนานกันนะ

 

 

4 กองทัพที่หายไปของชาวโรมัน

หลังจากกองทัพของเครซซุสแห่งโรมันพ่ายแพ้ต่อพวก Parthians

สิ่งที่น่าตกใจก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ พวกเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และอีก 17 ปีต่อมา

นักประวัติศาสตร์ชาวจีนได้บันทึกเรื่องราวของกองทัพประหลาดที่คล้ายกับทหารโรมัน

ที่อยู่ๆ ก็ปรากฏตัวที่ทะเลทรายโกบี จากการตรวจสอบดีเอ็นเอของแพทย์ยุคปัจจุบัน

พวกเขาพบว่าดีเอ็นเอเหล่านั้นไม่ใช่ของชาวจีน แต่เป็นของชนต่างชาติ ผิวขาว ผมทอง และนัยน์ตาสีเขียว

และมันคืออะไรกันแน่

 

 

3 The Voynich Manuscript

The Voynich manuscript คือชื่อของหนังสือที่อ่านยากที่สุดในโลก

มีอายุ 500 ปี และถูกค้นพบที่ห้องสมุดเก่าแก่ของโรม มีทั้งหมด 240 หน้า

เขียนเป็นภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ และยังคงเป็นปริศนามาจนทุกวันนี้

จากการคาดเดา เชื่อกันว่ามันเป็นหนังสือกฎหมาย...

 

 

2 The Tarim Mummies

จากการตรวจสอบบริเวณตะวันตกของประเทศจีน โดย Tarim Basin นักโบราณคดี

เขาได้พบมัมมี่กว่า 100 ตัวที่มีอายุถึงกว่า 2,000 ปี ในตอนแรกทุกคนคิดว่าเป็นมัมมี่ชาวจีน

แต่ต่อมาเมื่อศาสตราจารย์ Victor Mair ได้ตรวจสอบดีเอ็นเอของเหล่ามัมมี่

ผลที่ออกมากลับกลายเป็นว่าพวกมัมมี่มีดีเอ็นเอของชาวยุโรป

ดังนั้น จึงเป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมคนยุโรปมาลงเอยเป็นมัมมี่อยู่ที่จีนได้...

 

 

1 การหายไปของอารยธรรม Indus Valley  

Indus Valley คืออารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดของอินเดีย

เชื่อกันว่าแพร่หลายจากอินเดียตะวันตกไปจนถึงอัฟกานิสถานเลยทีเดียว

มีประชากรในชุมชนอยู่ถึง 5 ล้าน และเจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่าอารยธรรมไหนๆ

เมื่อนักโบราณคดีมาพบ พวกเขาประทับใจอารยธรรมนี้มาก แต่ที่น่าแปลกใจคือ...

ไม่มีใครระบุได้เลยว่าอารยธรรมสิ้นสุดที่ไหน ได้อย่างไร ไม่หลักฐานของการสู้รบใดๆ

อารยธรรมแห่งนี้เพียงแต่สูญสลายไปอย่างนั้นหรือ? ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้เลย

 

อ่านจบแล้วเป็นไงบ้างเอ่ยน้องๆ ทั้งหลาย

พี่ตินอ่านแล้วทึ่งแฮะ ว่าโลกเรายังมีอะไรอีกมากมายเลยที่เรายังไม่รู้....

น่าตื่นเต้นเนอะ ว่าไหม

 

Dek-d : อตินเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก www.livescience.com/history

 

พี่อติน
พี่อติน - Writer Editor ผู้ดูแลหมวดนักเขียนที่หลงใหลการอ่านแบบสุดๆ และไม่เคยพลาดทุกข่าวสารในวงการวรรณกรรม!

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

28 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
gif_sung Member 4 ธ.ค. 50 16:22 น. 3
นึกว่าที่หนึ่งจะเป็น สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าหรือไม่ก็มหานครแอตแลนติส ซะอีก -*- ไหงเป็นอันนี้ได้ง่ะเราไม่รู้จักเลย -*-
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ericmun Member 5 ธ.ค. 50 07:43 น. 18
จิงด้วยอะ พี่อติน อ่านแล้วทึ่งมากๆ ทำให้รู้ตั้งมากมายว่า ประวัติศาสตร์มีอะรัยให้น่าค้นหาตั้งเยอะอะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด