อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เอ่ยชื่อนี้ใครๆ ก็กลัว ใครๆ ก็คิดถึงความโหดเหี้ยว ฆาตกรอันตราย ทุกอย่างของความเลวร้าย
สำหรับพี่ติน เมื่อมองลึกลงไปในแง่มุมของฮิตเลอร์ ดูเหมือนจะมีความจำเป็นหลายอย่างที่เขาต้องทำเช่นนั้น
และมันก็เป็นสิ่งที่เขาเลือกที่จะทำ และคิดว่าต้องทำ แต่เหตุผลลึกๆ มันน่าจะมีอะไรหรือเปล่า
ดังนั้น พอเห็นบทความเรื่องนี้ พี่ตินก็เลยรีบแปลมาให้น้องๆ ได้อ่านกัน
จะได้รู้จักบุคคลในประวัติศาสตร์คนนี้ได้มากขึ้นไงละ
อะดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน ปีค.ศ. 1889 และมีชีวิตอยู่ถึงวันที่ 30 เมษายน 1945
เขาคือผู้นำของพรรคยิ่งใหญ่อย่าง พรรค National Socialist (Nazi) German Workers Party
ซึ่งมีอำนาจอยู่ในช่วงวิกฤติของเยอรมนี ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
ฮิตเลอร์เกิดที่ Braunau am Inn ประเทศออสเตรีย และเป็นลูกชายคนที่ 4 จากลูกทั้งหมด 6 คน
พ่อของเขาชื่อ อะลัวร์ ฮิตเลอร์ (Alois Hitler) เป็นผู้เคร่งประเพณี และเข้มงวดมาก
ส่วนแม่ชื่อ คราล่า ตามประวัติ บอกไว้ชัดเจนว่าฮิตเลอร์รักแม่มาก
พ่อของเขาชอบทุบตีด่าทอแม่เป็นประจำ ซึ่งฮิตเลอร์เคียดแค้นพ่ออย่างเห็นได้ชัด
ฮิตเลอร์ในวัยเด็ก เป็นเด็กที่มีความเฉลียวฉลาด เขาเป็นเด็กช่างฝัน มีเพื่อนไม่มากนัก
พ่อของฮิตเลอร์ตายในปี ค.ศ. 1903 ครอบครัวของเขาย้ายไปเมือง
และที่นี่เอง ทำให้ฮิตเลอร์ตัดสินใจเรียนวาดภาพ อย่างไรก็ตาม พรสวรรค์ในการวาดภาพของเขา
ได้ถูกทำลายลง เมื่อปีค.ศ. 1907 เขาไม่ประสบความสำเร็จในการสอบเข้าเรียนศิลปะที่สถาบัน
ในช่วงที่เขากำพร้าพ่อ เขาก็ดูมีความสุขดีกับการอยู่กับแม่ของเขา แม้ว่าเขาจะเขียนในหนังสือเรื่อง
การต่อสู้ของข้าพเจ้า (Mein Kampf) ว่า เขาต้องออกไปทำงานไกลๆ เพื่อหาเลี้ยงตัวเองก็ตาม
ต่อมา ฮิตเลอร์ย้ายมาเวียนนา (เมืองหลวงของออสเตรีย) และที่นี่เองที่เขาได้พบกับลัทธิชาตินิยม (Nationalism)
และลัทธิการแบ่งแยกเชื้อชาติ (Racism) อันนำมาซึ่งชนวนแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง
สงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มวลมนุษยชาติเคยรู้จักมา
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ฮิตเลอร์อาสาสมัครเข้าร่วมรบกับกองทัพเยอรมัน
ภายใต้การนำของพระเจ้าวิลเฮล์ม ไกเซอร์ (Kaiser) โดยอยู่ในกรมบาวาเรียนที่ 16
(the 16th Bavarian Regiment) ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งๆ ที่เขามีปัญหาด้านสุขภาพมากมาย
ในกองทัพนี่เอง ที่ทำให้ชีวิตที่เพ้อฝัน และขาดการเอาจริงเอาจังของเขาเปลี่ยนไป
เขากลายเป็นคนที่มีระเบียบวินัย สนุกสนาน ร่าเริง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ
พร้อมที่จะรับภารกิจที่เต็มไปด้วยอันตราย จนได้รับเหรียญกล้าหาญกางเขนเหล็กชั้นที่ 2
(the Iron Cross Second Class) ซึ่งภายหลังถูกยกระดับให้เป็นเหรียญชั้นที่ 1
เป็นที่น่าสังเกตคือ เขาได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารับเหรียญกล้าหาญนี้
โดยฝ่ายเสนาธิการประจำกรมของเขา ซึ่งเป็นคนยิว ชนชาติที่จะถูกเขาทำลายล้างในห้วงเวลาต่อมา
ฮิตเลอร์มีความภาคภูมิใจในเหรียญกล้าหาญนี้มาก เขาจะประดับเหรียญตรานี้อยู่เสมอ

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้สิ้นสุดลง พร้อมๆ กับความพ่ายแพ้ของเยอรมนี
ฮิตเลอร์เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากการถูกโจมตีด้วยแก๊สพิษ
จากฝ่ายอังกฤษ เยอรมนีถูกจำกัดในทุกๆ ด้าน ด้วยสนธิสัญญาแวร์ซาย (The Treaty of
ฮิตเลอร์มีความเชื่อว่า ความพ่ายแพ้ของเขา และกองทัพเยอรมนี
เกิดขึ้นมาจากศัตรูที่อยู่ภายใน (Enemy within) มากกว่า
และเขาเชื่อว่าศัตรูที่อยู่ภายในนั้น หักหลังประเทศเยอรมัน พวกนั้นก็คือ พวกยิว
พวกคอมมิวนิสต์ หรือมาร์กซิสม์ และพวกนักการเมือง
และเมื่อเขาได้เข้าร่วมพรรค National Socialist German Workers' Party
หรือเขียนเป็นภาษาเยอรมนีว่า National Sozialistische Deutsche Arbeiter Partei
ภายหลังเรียกสั้นๆ ว่า National Sozialist หรือ NAZI นั่นเอง
ฮิตเลอร์ก็เริ่มวางแผนการจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
และประกาศว่า พรรคนาซี เป็นพรรคที่นิยมการค้าเสรี (Free Enterprise)
และจะใช้อุตสาหกรรมนำความมั่งคั่งมาสู่เยอรมนี
แผนความคิดนี้ ส่งให้ฮิตเลอร์ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้นำเยอรมนี
เขาทำการฟื้นฟูอุตสาหกรรมภายในประเทศขนานใหญ่
มีการสร้างอาวุธอย่างชนิดที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน การพัฒนาเป็นไปอย่างก้าวกระโดด
เขาฉีกสนธิสัญญาแวร์ซายทิ้งอย่างไม่เกรงกลัว
ชาวเยอรมันต่างพากันยกย่องฮิตเลอร์ ในฐานะผู้ที่พลิกโชคชะตาของชาติ
จากความล้มละลาย กลับสู่ความเป็นมหาอำนาจอีกครั้ง

ฮิตเลอร์ใช้การปลุกระดมความรักชาติด้วยการใช้ Theater เช่น สัญลักษณ์อินทรีเหนือสวัสดิกะ
รวมทั้งการสวนสนามที่ปลุกเร้าความรักชาติ และการประชาสัมพันธ์ที่มีแบบแผนดีเยี่ยม
ปลูกฝังอุดมการณ์ลัทธินาซี ให้กับเยาวชนตั้งแต่อายุ 10 ปีขึ้นไป ในนามของ ยุวชนฮิตเลอร์
จึงทำให้อุดมการณ์นาซี หยั่งรากลึกลงไปในจิตใจของชาวเยอรมันทุกระดับชั้น
ไม่ต่างจากการปลูกฝังอุดมการณ์ลัทธิบางลัทธิ ที่สามารถทำให้สมาชิกลัทธิยอมเสียสละชีวิตของตนเองได้
และต่อจากนั้น ก็อย่างที่ทุกคนรู้กันดี ฮิตเลอร์นำเยอรมนีเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง
และเข่นฆ่าชาวยิวกว่า 6 ล้านคน ก่อนจะประสบความพ่ายแพ้ย่อยยับ ทำให้เขาตัดสินใจฆ่าตัวตาย
เพราะเกรงว่าจะถูกทรมานจากประเทศผู้ชนะ ซึ่งเอวา บราวน์ คนรักของเขาได้ฆ่าตัวตายพร้อมกับเขาด้วย
เช่นเดียวกับเจ้าหมาแสนรู้ที่เขารักนักหนา บลอนดี้ ก็ถูกฆ่าตายก่อนเจ้านายของมันไม่กี่ชั่วโมง
และนี่คือ 10 ความลับของฮิตเลอร์
1. ไฮล์ ฮิตเลอร์ ได้แรงบันดาลใจมาจากทีมเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
Ernst Hanfstaengl เพื่อนสนิทของฮิตเลอร์ ได้ถูกส่งตัวไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
เมื่อกลับมา เขาได้เล่าเรื่องเชียร์ลีดเดอร์ของที่นั่นให้ฮิตเลอร์ฟัง
และท่าทางของเชียร์ลีดเดอร์ กับคำปลุกเร้าใจว่า 'Rah, rah, rah' ก็ได้ถูกดัดแปลงมาเป็น
"Sig Heil, Heil Hitler," หรือ ไฮล์ ฮิตเลอร์ นั่นเอง
2. ฮิตเลอร์เลี่ยงการเกณฑ์ทหาร
ในฐานะชาวออสเตรีย ฮิตเลอร์ต้องเกณฑ์ทหารเมื่ออายุ 20 ปี
นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่า การที่เขาเปลี่ยนที่อยู่บ่อยๆ ในช่วงอายุเท่านั้น
เป็นเพราะหลีกเลี่ยงสิ่งนี้เอง หลังจากหลบไปหลบมาได้ 5 ปี ฮิตเลอร์ถูกตามตัวพบในมิวนิค เยอรมนี
และเข้าเกณฑ์ทหารที่ออสเตรีย แต่เขาไม่ผ่านการทดสอบทางร่างกาย และถูกปล่อยตัวไป
3. ฮิตเลอร์ขี้โรค
ฮิตเลอร์เป็นคนขี้กลัวในเรื่องของการเจ็บป่วย อย่างไรก็ตาม เขามีโรคร้ายหลายโรคมาก
ส่วนมากเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่ทำงานผิดปกติ
นอกจากนี้ ฮิตเลอร์ยังเป็นโรคความดันโลหิตต่ำเรื้อรัง พาร์คินสัน ฯลฯ
4. ฮิตเลอร์เป็นมังสวิรัติ
ฮิตเลอร์เคยมีคนรักสาวคนหนึ่ง หลังจากที่เธอเสียชีวิต เขาปฎิเสธที่จะกินเนื้อ
และหาทางให้คนอื่นเป็นมังสวิรัติเหมือนๆ กับเขาเสมอ
5. ฮิตเลอร์ชอบพูดเรื่องตลก
กับชาวยิว เขาอาจจะเป็นปีศาจร้าย แต่กับเพื่อนร่วมงานชาวเยอรมันด้วยกัน
ฮิตเลอร์มีมุขตลกแพรวพราว คนที่เขาชอบแซวอยู่เสมอ คือรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ
ในตอนกลางคืน เขาจะเป็นหัวเรือใหญ่ชวนเพื่อนร่วมงานสนทนา
6. ฮิตเลอร์เป็นอัจฉริยะเรื่องผิวปาก
เครื่องดนตรีโปรดของฮิตเลอร์คือ ฮาร์โมนิก้า และฟลุ้ต นอกจากนี้เขายังชอบร้องเพลง
และมีพรสวรรค์อย่างสูงในเรื่องผิวปาก เขาผิวได้ทั้งเสียงต่ำ เสียงสูง เสียงดัง
แบบยาวๆ หรือแบบสั้นๆ ได้หลากหลายสไตล์
7. ฮิตเลอร์ชอบหนังสุดๆ
ตลอดชีวิตของเขา ฮิตเลอร์เป็นแฟนภาพยนตร์มาตลอด หลังจากมีอำนาจ
เขามักชวนเพื่อนร่วมงานดูภาพยนตร์ด้วยกันเสมอ และดาราสาวคนโปรดของเขาก็คือ เกรต้า การ์โบ
และเชอรี่ เทมเพิล ภาพยนตร์เรื่องโปรดของเขาก็คือ คิงคอง
8. ฮิตเลอร์ชอบของหวาน
แม้จะไม่กินเนื้อ แต่เขากินช็อกโกแลตถึงสองปอนด์ทุกวัน
นอกจากนี้เขายังดื่มช็อกโกแลตร้อน ใส่วิปครีมเยอะๆ
แม้แต่กินน้ำชา เขาก็ยังใส่น้ำตาลถึง 7 ช้อน ดื่มไวน์ก็เติมน้ำตาลด้วย
(ที่เขาว่าคนดุมักกินหวานมันแบบนี้หรือเปล่าหว่า - - อติน)
9. ฮิตเลอร์กับภาพถ่ายในสงครามโลกครั้งที่ 1
ภาพถ่ายนี้ถ่ายโดย Heinrich Hoffman ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นช่างภาพส่วนตัวของฮิตเลอร์
ในวันที่เยอรมนีเปิดสงครามกับรัสเซียเมื่อปี 1914 แม้ว่าภาพนี้จะเห็นรูปของฮิตเลอร์ได้ไม่ชัดนัก
เพราะเขาปะปนอยู่ในฝูงชน แต่หน้าตาของเขาบอกชัดว่าให้ความสนใจกับสงครามครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ฮิตเลอร์เข้าสมัครเป็นทหารด้วย และสู้รบเพื่อชาติจนได้รับเหรียญกล้าหาญ
ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าเขาสวมมันอยู่เสมอ ติดอยู่ที่เครื่องแบบของเขา
และจากการทุ่มเทตัวเองครั้งนี้ ทำให้ประสาทสัมผัสของเขาใช้การไม่ได้ไปเป็นเวลานาน
10. ฮิตเลอร์รักหมามาก
ฮิตเลอร์มีหมาอยู่ตัวหนึ่ง เป็นตัวเมีย พันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด ชื่อว่า บลอนดี้
ฮิตเลอร์รักมันมาก และเทรนมันอย่างดี เขาให้ความสำคัญกับหมาตัวนี้อย่างมาก พาไปเดินเล่นด้วยทุกวัน
และหาคู่ให้มันในเวลาที่เหมาะสม เมื่อมันมีลูก ฮิตเลอร์ก็ทะนุถนอมมันอย่างดี
แต่น่าเสียดาย ที่เขาฆ่ามันทิ้งหลังจากพ่ายแพ้สงครามโลก
เล่ามาเสียยาว และไม่ว่าฮิตเลอร์จะเป็นคนอย่างไร ข้อหนึ่งที่ใครๆ รู้จักเขาดีก็คือ
เขาคงเป็นคนที่โลกไม่มีวันลืม โดยเฉพาะโลกของชาวยิว!!!
Dek-d : อตินเอง
47 ความคิดเห็น
เขาก็มีข้อดีของเขานะ ไม่น่าอคติเลย
ไม่รู้สิ ยังไงก้อไม่ชอบง่ะ ฮิตเลอร์ใจร้าย
ฮิตก็แค่.. เลือกทางผิด!!!
แต่มันเป็นทางผิดที่ยิ่งใหญ่ ฆ่าล้างบางชาวยิว ผิดมนุษยธรรมมาก
ดูประวัติก็มนุษย์ทั่วไป ไม่ได้ถูกเลี้ยงมาเพื่อฆ่าเพื่อนร่วมโลกเป็นล้านคนเสียหน่อย(แม้อดีตวัยเด็กจะไม่ค่อยดีก็ตาม)
มีความสุข คุยเล่นหยอกล้อพวกเดียวกัน ในขณะเดียวกันก็ทรมาณยิวจนตายไปมากกว่า6ล้านคน!! (ไม่นับช่วงเวลาอื่น นับแค่ตอนจับยิวมาทรมาณนั่น)
อ๊าก ทำได้ไง? แถมวิธีฆ่าก็ไม่ใช่ปราณี มันทรมาณ!! แล้วทีตัวเองกำลังจะโดนมั่งมันฆ่าตัวตายหนี!! กล้าทำไม่กล้ารับ ทุเรศ
จับขังไว้ในห้อง ขี้เยี่ยวก็อยู่ในนั้น อดน้ำอดอาหาร จากนั้นพอถึงเวลาก็เอาไปขังในห้องที่มิดชิด ปล่อยแก๊สพิษออกมาจนตายหมดทั้งห้อง แล้วก็เอาเนื้อคนเหล่านั้นไปทำอาหารให้พวกที่กำลังจะถูกรมแก๊สพิษกลุ่มต่อไปกิน ซึ่งคนพวกนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังกินเนื้อของพวกเดียวกันอยู่!! และก็คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามื้อนั้นจะเป็นมื้อสุดท้ายก่อนตาย คงรู้แต่ว่าพวกที่ได้กินอาหารเหล่านี้ถูกพาออกไปแล้วไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย อดไม่ได้กินอะไรมา เจอมันเอาอาหารที่มีเนื้อมาให้ก็กินกันอย่างหิวโหย แล้วก็เอาไปรมแก๊สพิษตาย เอาเนื้อไปทำอาหารให้ยิวชุดต่อไปกิน
คำสั่งใครล่ะ! ฮิตเลอร์รู้สึกไม่ชอบใจแม่ถูกพ่อตีบ่อยๆ(มันก็เป็นปกติของลูกทุกคนยกเว้นพวกเยอรมันในสมัยนั้น) แต่ไม่คิดบ่างว่าตัวเองกำลังฆ่าพ่อแม่ลูกของใคร ฆ่าคนรักใคร ทรมาณใครจนตาย หรือคิดว่าไหนๆก็จะฆ่าให้หมดก็เลยฆ่าด้วยวิธีที่โคตรเถื่อนไม่ต้องคิดถึงอะไรนอกจากพวกตัวเอง
มันไม่ใช่มนุษย์ มันต่ำกว่าเดรัจฉาน เพราะเดรัจฉานยังรักเจ้านาย แต่นี่มันล้างสมองชาวเยอรมันให้ฆ่าได้กระทั่งพ่อแม่
คิดตามหลักบาปบุญคุณโทษ ฮิตเลอร์คงไม่ได้เกิดใหม่แล้วล่ะ...... หรือถ้าเกิดมันก็ไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์หรอก
ผ่านมาหลายทศวรรษนี่กระแสความเกลียดชังยังไม่หาย รังแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพราะประชากรเพิ่มขึ้นมาก็เกลียดมันเรื่อยๆ
คงยกเว้นแต่บางคนที่ไม่เจอกับตัวเองหรือคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็ปล่อยผ่านไป ฮิตเลอร์ก็งั้นๆ เป็นคนธรรมดาที่เราควรให้อภัยเพราะไหนๆมันก็ตายไปแล้ว อยากรู้ว่าถ้าเคยอ่านถึงวิธีทรมาณยิวกับคนที่ค้านมันแบบจริงๆจังๆ ยังจะอโหสิและยอมรับลงอีกไหม ถ้าคุณเป็นคนธรรมดาไม่ใช่ผู้ยึดหลักศาสนาเคร่งครัดนะ