หลังจากหยุดยาวมานาน พอได้เวลาเปิดเทอมปุ๊บ พี่โอ๊ตก็ได้ยินน้องๆ หลายคนโอดโอยกันเป็นแถบเลยค่ะ เพราะจากที่เคยนอนดึกแบบข้ามวัน แล้วตื่นสายตื่นบ่าย กลายเป็นต้องปรับมาตื่นเช้าเหมือนเดิม และต้องนอนให้เร็วขึ้น ซึ่งตรงนี้แหละค่ะที่เป็นปัญหา เพราะหลายคนเข้าสู่ภาวะ “นอนไม่หลับ” หรือไม่สามารถนอนในเวลาที่ควรจะนอนได้นั่นเองค่ะ
           หลายๆ คนชอบบอกว่าการนอนเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด แต่พี่โอ๊ตบอกเลยค่ะ ว่ามันยากมากๆ ที่เราจะหลับให้สนิทได้ในทุกๆ วันจริงๆ ลองสังเกตตัวเองดูว่า ทั้งที่เราเข้านอนเร็วแล้ว แต่ทำไมตื่นมายังรู้สึกว่าปวดหัว เรานอนน้อยไปหรือมากไปรึเปล่านะ? จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะ อาการปวดหัวหรือมึนๆ ในตอนเช้า มันเกิดจากที่เรานอนหลับไม่สนิทหรือไม่ได้เกิดการ “หลับลึก” ในระหว่างที่นอนนั่นเองค่ะ
 
ทำไมการหลับลึกหรือหลับสนิทถึงจำเป็นกับเรา?
            การหลับสนิท หลับลึก หรือที่หลายคนเรียกว่า “หลับอย่างมีคุณภาพ” จำเป็นกับเรามากๆ เลยล่ะค่ะ ไม่ใช่แค่ตื่นมาไม่ปวดหัว แต่ยังช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองในตอนกลางคืน ผิวดีขึ้น ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น และยังช่วยให้อารมณ์ดีด้วยล่ะ

            เอาล่ะค่ะ รู้แบบนี้แล้ว พร้อมรึยังที่จะไปเช็คว่าอะไรที่ทำให้เรานอนไม่หลับ และเราควรเลิกได้แล้ว!
 
 อย่า! ดื่มคาเฟอีนก่อนนอน 
          ถ้าพูดถึงคาเฟอีน เราจะชอบนึกถึงกาแฟใช่มั้ยคะ แต่จริงๆ คาเฟอีนก็มีอยู่ในชาบางชนิดเหมือนกันนะ อย่างเช่น ชาดำหรือชาเขียว เพราะจะทำให้สมองของเราสดชื่นตื่นตัวนั่นเองค่ะ
 
 
         
การดื่มชาหรือกาแฟ เพื่อให้ร่างกายตื่นตัว ไม่ง่วง จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องผิดเลย แต่เทคนิคที่จะทำให้เราดื่มได้โดยไม่กระทบกับการนอนหลับของเรา ก็คือให้ดื่ให้หมดก่อน 14.00น. หรือบ่ายสองโมงนั่นเองค่ะ

           ถ้าอยากนอนหลับให้สนิท ลองเปลี่ยนมาดื่มนมอุ่นๆ น้ำมะนาว หรือชาสมุนไพรก่อนนอนจะดีกว่าค่ะ
 
 อย่าติดหน้าจอมากเกินไป 
           ถึงแม้ว่ามือจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราวางไว้ไม่ได้แม้กระทั่งก่อนเข้านอน เราอาจจะต้องเปลี่ยนความคิด แล้วเว้นระยะห่างกันซักแป๊บนึงค่ะ เหตุผลก็คือ การไถหน้าจอดูไปเรื่อยๆ จะทำให้เราได้รับสารอยู่ตลอดเวลาจนทำให้ลืมอย่างอื่น หรือการอ่านข่าวบางอย่างก็ทำให้เกิดความกังวลและความเครียดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวค่ะ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ แสงสีฟ้าที่ออกมาจากหน้าจอนั้นรบกวนระบบการทำงานภายในตัวเรา และยังไประงับเมลาโทนินที่จะหลั่งออกมาเพื่อให้เราหลับอีกด้วย
 

           ลองตั้งเวลาเคอร์ฟิวในการวางโทรศัพท์เอาไว้ทุกๆ คืน เริ่มจาก 15 นาทีก่อนก็ได้ค่ะ แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเวลาที่ดีที่สุดก็คือ 1 ชั่วโมงค่ะ
 
 อย่าทะเลาะหรือโกรธใครข้ามวัน 
           ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนสนิทหรือคนที่เรารักด้วยล่ะก็ อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้ข้ามวันเด็ดขาด ถึงจะดูปรัชญานิดๆ แต่ก็ต้องบอกว่าชีวิตเรามันสั้นนิดเดียวเองค่ะ อย่าเสียเวลาในชีวิตไปด้วยการไม่มองหน้าหรือไม่คุยกันเลยดีกว่า ยิ่งถ้าเราเข้านอนไปด้วยความรู้สึกแบบนี้แล้ว จะทำให้มองของเราเกิดความกังวล ความเครียด จนทำให้หลับไม่สนิท และตื่นมาด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวอีกด้วยค่ะ
 

           เคลียร์ใจให้เรียบร้อยก่อนจะเข้านอนดีกว่า ลองฟังเยอะๆ และเปิดใจให้กว้าง และอย่ากลัวที่จะยอมรับว่าตัวเองผิดบ้างในบางครั้งนะคะ ความสัมพันธ์กับใครก็แล้วแต่ จะดีได้ก็เพราะเข้าใจกัน ไม่หันหลังใส่กันค่ะ
 
 อย่ากินของหวานๆ ก่อนเข้านอน 
           หลายคนชอบตุนของหวานเอาไว้กินเผื่อหิว ทั้งไอติมเอย เค้กเอย บอกเลยค่ะว่าการที่ร่างกายได้รับน้ำตาลก่อนนอน จะทำให้เรานอนหลับไม่สนิท ตื่นขึ้นมาแบบสะลึมสะลือ และรู้สึกอยากม้วนตัวเองเข้ากับผ้าห่มตลอดเวลา
 
.
           ลองเปลี่ยนจากของหวานๆ เป็นผลไม้พวกเบอร์รี่ แอปเปิ้ล ดูค่ะ หรือจะลองทำกล้วยเคลือบดาร์คช็อกโกแลตแช่เย็นเอาไว้กินก็เพลินๆ ดีนะ
 
 อย่าเปิดแจ้งเตือนโทรศัพท์เอาไว้ 
           พี่โอ๊ตเป็นบ่อยมากค่ะ พอล้มตัวลงนอนปุ๊บ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดัง ก็อดจะเอื้อมมือไปหยิบมาดูไม่ได้ ทีนี้ล่ะ ยาวไปค่ะ 555 หรือแม้แต่ตอนที่เราหลับไปแล้ว บางคนแค่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนก็ต้องลุกขึ้นมากดดู แบบนี้จะนอนหลับสนิทได้ยังไง จริงมั้ย
 
 
         
แนะนำให้ปิดเสียงโทรศัพท์ น่าจะง่ายกว่าการปิดแจ้งเตือนเนอะ หรือไม่ก็ลองใช้โหมด “ห้ามรบกวน (Do Not Disturb)” เฉพาะเวลาที่เรานอนก็ได้ค่ะ
 
 อย่านอนกับสัตว์เลี้ยง 
           นับว่าเป็นวิธีที่ทำร้ายจิตใจคนเลี้ยงสัตว์ไม่น้อยเลยค่ะ แต่ไม่ว่าจะเป็นทาสหมาหรือทาสแมว ก็ต้องรู้เอาไว้ว่าการที่เราปล่อยให้น้องเค้านอนเตียงเดียวกับเรา มันจะทำให้ใจเรารู้สึกกังวลและตื่นตัวอยู่ตลอดค่ะ เพราะเวลาที่เรานอนเค้าอาจจะตื่นขึ้นมาเลียหรือเกาที่ตัวเรา แม้ว่าเราจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาจริงจัง แต่สมองมันตื่นไปแล้วนะ แนะนำว่าถ้าเป็นห่วงจริงๆ ก็หาที่ให้เค้านอนที่ใกล้กับเรา แบบที่เรามองเห็นได้ แต่ต้องไม่รบกวนกันค่ะ
 

 อย่านอนผิดเวลาบ่อยๆ 
           พี่โอ๊ตคิดว่าเป็นทุกคนนะ เวลาเราเรียนหรือทำงาน ก็จะมีเวลาตื่นที่ล็อคเอาไว้เป๊ะๆ เวลานอนก็จะใกล้ๆ เดิมทุกวัน เพราะรู้ว่าอีกวันจะต้องตื่นเช้า ดังนั้นเลยทำให้ทุกสุดสัปดาห์ เรามักจะเกิดการนอนผิดเวลา เพราะคิดว่าอีกวันไม่ต้องตื่นเช้าก็ได้ และวันถัดมาก็คือตื่นเที่ยง ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้แหละค่ะ ที่จะทำให้ร่างกายของเรางงและเริ่มหลับไม่สนิท และยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เราอ้วนขึ้นเพราะร่างกายไม่เผาผลาญตามปกติ มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ น้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูงอีกด้วยล่ะ
 

           ถ้าอยากให้รางวัลตัวเองในช่วงสุดสัปดาห์ พยายามนอนช้ากว่าปกติ หรือตื่นสายกว่าปกติ ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงกำลังดีค่ะ อย่าปล่อยให้ตัวเองโต้รุ่ง แล้วตื่นมาอีกทีคือกินข้าวเย็นเลย ร่างกายจะพังเอานะ
 
 อย่าเปิดทีวีให้ดูเราตลอดคืน 
           หลายคนติดนิสัยชอบเปิดทีวีทิ้งไว้จนตัวเองหลับไป เพราะรู้สึกอุ่นใจที่ได้ยินเสียง แต่เพราะเสียงและแสงจากทีวีเนี่ยแหละค่ะ ที่ทำให้เรานอนหลับไม่สนิท ทางที่ดี ปิดทีวีก่อนซัก 30 นาที แล้วเข้านอนสบายๆ ดีกว่านะ
 

             ลองเอาทั้ง 8 วิธีไปปรับให้เข้ากับชีวิตของเราดูค่ะ เพราะพี่โอ๊ตคิดว่าแต่ละคนก็น่าจะใช้เวลาก่อนนอนไม่เหมือนกัน บางคนติดโทรศัพท์ บางคนติดทีวี บางคนทำนู่นนี่จนลืมเวลานอน หรือบางคนอาจจะมีอุปสรรคเป็นเรื่องกินที่ทำให้นอนไม่หลับก็ได้ค่ะ พี่โอ๊ตคิดว่าลองปรับไปเรื่อยๆ เราก็จะกลับมานอนหลับสนิทในเวลาเดิมได้แน่นอน ตื่นไปเรียนจะได้สดชื่นกันนะคะ


 
พี่โอ๊ต
พี่โอ๊ต - Columnist คอลัมนิสต์สายบิวตี้ ชอบอัปเดตเมคอัพ และศึกษาเรื่องสกินแคร์ เพื่อผิวสวยอย่างปลอดภัย

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด