สวัสดีครับชาว Dek-D... น้องๆ คนไหนที่ชอบฟังเพลงสากลอยู่บ่อยๆ เคยสังเกตกันมั้ยครับว่า ทำไมเดี๋ยวนี้ศิลปินชอบตั้งชื่อด้วยตัวอักษรพิมพ์เล็กกันหลายคน ที่เห็นได้ชัดสุดก็คงเป็น Taylor Swift, Ariana Grande และ Billie Eilish ที่ใช้ lowercase titles หรืออักษรตัวพิมพ์เล็กในเพลงของตัวเองทั้งอัลบั้ม!
เห็นแบบนี้น้องๆ หลายคนคงสงสัยเหมือนกันใช่มั้ย? เพราะเวลาเขียนชื่อเพลง ชื่อเรื่อง ชื่อละคร ชื่อหนัง หรือซีรีส์ คุณครูจะสอนให้เราเขียนตัวอักษรพิมพ์ใหญ่นำหน้า (Capital Letters) เพราะนอกจากจะทำให้ดูเป็นทางการมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เราเข้าใจได้ง่ายและลดความเข้าใจผิดเวลาอ่านได้ แล้วสงสัยเหมือนกันมั้ยครับว่าทำไมพวกเค้าถึงหันมาตั้งชื่อเพลงแบบนี้กัน ?
เกร็ดการใช้ Capital Lettersนักร้องสาวตัวแม่ Ariana Grande ก็เป็นอีกคนที่เข้าร่วมเทรนด์ชื่อเพลงตัวอักษรพิมพ์เล็ก อย่าง 3 อััลบั้มที่ผ่านมาของเธอ Sweetener (ปี 2018) thank u, next (ปี 2019) และ Positions (ปี 2020) มีแค่เพียง 3 เพลงเท่านั้นที่มีตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ ซึ่งได้แก่ R.E.M, NASA และ POV ส่วนนอกนั้นก็คือใช้ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดเลย
ด้านสาว Taylor Swift ก็เป็นอีกคนที่เพิ่งเข้าร่วมเทรนด์แหวกกฎ Capital Letters ในการตั้งชื่อเพลง 2 อัลบั้มล่าสุดทั้ง 'folklore' และ 'evermore' เป็น lowercase ทั้งหมด เรียกว่าเป็นอีกความแปลกใหม่ และยิ่งช่วยตอกย้ำเทรนด์การตั้งชื่อเพลงยุคนี้มากขึ้นไปอีก แต่อย่างไรก็ตามก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่แอบรู้สึกขัดใจและไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรนัก
เรียนภาษาจากอัลบั้ม folkloreความอึดอัดของ Millennials
เว็บไซต์ Quartz ที่ได้ทำสกู๊ปเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้ให้ความคิดเห็นเอาไว้ว่า สาเหตุหลักๆ นั้นมีอิทธิพลมาจากการใช้ SNS หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทั้ง Facebook, Twitter, Instagram หรือ Line ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนยุคนี้ อย่างเวลาเราแชตหรือคอมเมนต์ให้กัน เชื่อว่าหลายคนก็ไม่ได้เคร่งเรื่องการพิมพ์ตัวเล็กตัวใหญ่มากนัก เพราะแค่เน้นสื่อสารกันให้เข้าใจก็น่าจะเพียงพอแล้ว และนี่ก็เป็นอีกพฤติกรรมแสดงถึงความอึดอัดของคนรุ่นใหม่ที่เบื่อหน่ายกับกฎไวยากรณ์เดิมๆ ซึ่งบางทีพวกเค้าก็มองว่าไม่เห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นขนาดนั้น
จากความคิดเห็นด้านบน พี่ก็แอบเห็นด้วยเหมือนกันนะ เพราะบางทีเราก็อยากจะพิมพ์แบบง่ายๆ ไม่ได้อย่างเคร่งเรื่องแกรมมาร์ตลอดเวลาอ่ะ 55555 อย่างเวลาเราจะทวีตหรือโพสต์อะไรไปไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษหรือไทย เชื่อว่าหลายคนก็เคยแกล้งพิมพ์ผิดๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการสื่อสารมากกว่า ทั้งที่จริงๆ แล้วเราก็รู้ว่าแบบถูกต้องจริงๆ มันต้องสะกดแบบไหน
Lauren Fonteyn ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์ได้เล่าว่า คนในยุคนี้เริ่มไม่ค่อยสนใจกับหลักไวยากรณ์บางอย่างที่ไม่จำเป็นกันมากขึ้น และนอกจากการพิมพ์เล็กทั้งหมดแล้ว บางคนก็ใช้ uppercase leters หรือตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดเหมือนกัน ที่เห็นได้ชัดก็อย่างใน Twitter ที่ไม่ได้มีฟังก์ชันให้เราปรับตัวอักษรได้ ดังนั้นหลายคนจึงใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดเพื่อเป็นการเน้นคำ เน้นเสียง หรือบางทีก็ใช้ตั้งใจแซะและเสียดสีแบบตรงไปตรงมา เรียกว่าเป็นการเพิ่มอรรถรสในการสื่อสารผ่านตัวอักษรแค่เพียงอ่านก็รับรู้ถึง feeling ได้ 5555
ต้องบอกว่าเทรนด์เรื่องการใช้ lowercase letters ในชื่อเพลงนั้นยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่เรื่อยๆ อย่างเมื่อหลายเดือนก่อนก็มีคนตั้งกระทู้ใน Reddit ถามว่าคิดเห็นอย่างไรกับการตั้งชื่อเพลงของนักร้องยุคนี้ คำตอบก็แตกเป็นหลายเสียง บางคนก็บอก 'ไม่ได้รู้สึกติดขัดอะไร แค่ใช้ให้ถูกกาลเทศะก็พอ' บางความเห็นก็บอกว่า 'รู้สึกแปลกใหม่ดีนะ และยังทำให้รู้สึกว่าเพลงนั้นเข้าถึงง่ายมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ' ส่วนบางคนบอกว่า 'กังวลว่าการตั้งชื่อเพลงแบบนี้จะทำให้หลายคนติดการใช้ภาษาแบบผิดๆ และอาจทำให้เข้าใจผิดได้'
ส่วนตัวพี่เองก็รู้สึกว่าเทรนด์ที่เกิดขึ้นมันเป็นการสะท้อนพฤติกรรมมนุษย์ในยุคนี้มากกว่า ซึ่งเราเองก็ปฏิเสธไม่ได้อะเนอะว่าภาษาจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยถ้าหากไม่มีมนุษย์ 55555 และภาษามันก็ต้องมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยอยู่แล้ว และแน่นอนว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ มันก็สามารถยืดหยุ่นได้เช่นกัน ส่วนในอนาคตจะเป็นยังไงก็ต้องมารอดูกันอีกที // แต่ใดๆ ก็คือในตอนนี้เราก็ต้องรู้กฎการใช้ Capital Letters แบบถูกวิธีก่อนนะครับ ^^
3 ความคิดเห็น