
สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D ... ที่ผ่านมามีหลายคน request ขอรีวิวจากนักเรียนทุนก.พ.กันมาไม่น้อยเลย วันนี้ พี่วุฒิและประสบการณ์เด็กนอก เลยมีรีวิวจากพี่นักเรียนทุนก.พ.มาฝากกันครับ โดยเฉพาะใครที่อยากไปเรียนต่อประเทศอังกฤษคือห้ามพลาดเลยนะ ไม่รอช้าเราไปอ่านสตอรี่จากพี่ต้ากันเลยครับ
รวมรีวิวเรียนต่อนอกสวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ครับ พี่ “ต้า” วิชญ์พล เตชะวิวัฒนาการ จะมาขอแบ่งปันประสบการณ์การเรียนต่อในต่างประเทศ สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจไปเรียนที่อังกฤษ รวมถึงประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างแดน ที่หวังว่าจะเป็นประโยชน์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ที่ไม่ว่าใคร หากตั้งใจจริงและหาโอกาสในการพัฒนาตนเองเสมอ ก็สามารถไปเรียนต่อต่างประเทศได้เหมือนกันครับ
รีวิวนักเรียนทุน ก.พ.
จุดเริ่มต้นของพี่ในการไปเรียนต่างประเทศ คือ การได้รับทุน ก.พ. เพื่อไปศึกษาต่อในสาขานโยบายสาธารณะ (Public Policy) ในระดับมัธยมปลาย-ปริญญาตรี-โท ที่อังกฤษ รวมระยะเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงลอนดอน อังกฤษก็ประมาณ 6 ปีเลยครับ ตอนนี้พี่ได้กลับมาเป็นข้าราชการที่กองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ “สภาพัฒน์ฯ” หน่วยงานมันสมองของภาครัฐ ในการคิดนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยครับ
สำหรับน้อง ๆ มัธยมปลายที่สนใจสอบทุน ก.พ. พี่ขอเล่าคร่าวๆ นะครับว่า การสอบจะมีวิชาหลักที่ผู้สมัครทุกคนต้องสอบ คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา โดยบางคนต้องสอบวิชาเฉพาะเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับสาขาที่จะไปเรียนต่อ เช่น Writing Translation คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
วิชาภาษาอังกฤษจะเป็นวิชาแรกที่สอบและเป็นวิชาแรกที่ตรวจด้วย ที่สำคัญเลย คือ ผลคะแนนภาษาอังกฤษของเราต้องไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของผู้เข้าสอบทั้งหมด หากไม่ผ่านค่าเฉลี่ยวิชาภาษาอังกฤษ วิชาอื่นๆ ก็จะไม่ได้รับการตรวจนะครับ (โหดอยู่) ซึ่งหลังจากผ่านข้อเขียนไปได้ ก็จะมีการสอบสัมภาษณ์เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นด่านสุดท้ายครับ
มัธยมปลายที่อังกฤษ: ช่วงเวลาแห่งการปรับตัวภายใต้ระบบ A-levels (ปี 2011-2013)
หลังจากที่ได้รับทุน ก.พ. แล้ว พี่ก็ได้เข้าเรียนในระบบการศึกษาระดับมัธยมปลายของอังกฤษที่เรียกว่า A-levels ซึ่งแตกต่างกับระบบที่เมืองไทยตรงที่ นักเรียนจะลงเรียนเพียง 3-4 วิชาที่สำคัญต่อการสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเท่านั้น ไม่ได้เน้นเรียนทุกวิชาเหมือนเมืองไทย เช่น หากจะเรียนต่อทางสาขาวิทยาศาสตร์ในระดับอุดมศึกษา นักเรียนก็ควรจะลงเรียนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี เป็นต้น
พี่ได้มีโอกาสไปเรียนที่ Cambridge Tutors College ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ชานเมืองลอนดอน ต้องบอกเลยครับว่าช่วงเวลามัธยมที่อังกฤษเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะแนวทางการเรียนที่อังกฤษ ค่อนข้างต่างจากไทยเยอะพอสมควร โดยเฉพาะวิชาทางด้านสังคมศาสตร์ที่เน้นการเขียนและการพูดคุย ถามตอบในชั้นเรียนบนหลักฐานและข้อมูลต่างๆ ซึ่งกระตุ้นให้เราคิดอย่างรอบด้าน ไม่มีคำตอบตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามารถนำเสนอความคิดและข้อมูลสนับสนุนในเรื่องนั้นๆ ได้ดีแค่ไหน
พี่ลงเรียนวิชาประวัติศาสตร์ (History) การเมือง (Politics) และเศรษฐศาสตร์ (Economics) ซึ่งการเรียนในคลาสแรกๆ คือ ช็อกไปเลย! เพราะต้องเริ่มเรียนเนื้อหาใหม่ทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะการเขียนและการโต้ตอบในห้อง ที่ต้องใช้ไหวพริบและความคล่องแคล่วในการใช้ภาษา ส่วนตัวแล้วก็หนักหน่วงพอสมควร เพราะต้องปรับวิธีคิด การเขียน แนวทางทำข้อสอบที่เน้นการใช้เหตุผล ไม่ใช้เป็นการกากบาทเลือกคำตอบอีกต่อไป อีกอย่างหนึ่งที่โหดมากคือ การสอบทั้งสามวิชาเป็นการเขียน essay 100% โดยไม่มีคะแนนเก็บใดๆ มาก่อน ทำเอาหลาย ๆ คน รวมทั้งตัวพี่ต้องเตรียมตัวหนักมาก ทั้งคำถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อิตาลีและรัสเซีย การเมืองอังกฤษและการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาค รวมทั้งต้องพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษไปในเวลาเดียวกันด้วย
เมื่อถึงช่วงท้ายของการเรียนระบบ A-levels เราต้องสมัครเข้ามหาวิทยาลัยผ่านระบบที่เรียกว่า “The Universities and Colleges Admissions Service” หรือมีชื่อสั้นๆ ว่า “UCAS” โดยเราสามารถเลือกมหาวิทยาลัยและสาขาที่เราอยากเรียนได้ 5 อันดับ พร้อมกับแนบเรียงความแนะนำตัว (Personal Statement) โดยผลสอบทุกวิชาของเราต้องเป็นไปตามที่มหาลัยกำหนดด้วยนะ
......................
ปริญญาตรี: เรียนรู้ข้ามศาสตร์เพื่อเข้าใจความเป็นจริง (ปี 2013-2016)
พี่เลือกเรียนที่ University College London (UCL) ในสาขาสหวิทยาการ หรือ Arts and Sciences (BASc) เป็นอันดับที่ 1 และก็ได้มาเรียนสาขานี้จริง ๆ จุดเด่นของ UCL คือ เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงลอนดอน อีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ Top 10 ของโลก ซึ่งจัดอันดับโดย QS World University Rankings ในปี 2021
ส่วนเหตุผลหลักที่เลือกสาขาดังกล่าว เพราะจุดเด่นของคอร์สที่เปิดกว้างให้นักเรียนสามารถเลือกเรียนวิชาใดของคณะใดก็ได้ในมหาวิทยาลัย ทั้งในสาขาสายสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ช่วยให้เราได้เรียนรู้ วิเคราะห์ และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเนื้อหาที่เราเรียน ซึ่งมีประโยชน์กับพี่ที่ต้องรู้อย่างรอบด้าน เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายที่สำคัญของประเทศในหลากหลายประเด็นไปพร้อมๆ กัน
พี่ลงเรียนหลากหลายวิชาจากคณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น Quantitative Methods, Migration and Health, Macroeconomics, Human Ecology from Geographical Perspective, Comparative Politics, Approaches to Knowledge อีกทั้งยังลงเรียนภาษาจีน (Mandarin) เป็นภาษาที่สามด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่าวิชาเรียนค่อนข้างกระจายไปหลายสาขามาก แต่นี้แหละเป็นจุดประสงค์ของหลักสูตรที่ต้องการให้เราคุ้นชินกับมิติขององค์ความรู้ที่หลากหลายและโลกของการทำงานในอนาคต ซึ่งจำเป็นต้องเจอกับความท้าทายหรือการทำงานร่วมกับคนอื่นที่มีประสบการณ์ต่างกันไป
.....................
ปริญญาโท: เจาะลึกประสบการณ์จากเพื่อนร่วมคลาสจากทุกมุมโลก (ปี 2017-2018)
ในช่วงระยะเวลา 1 ปีสำหรับหลักสูตรปริญญาโท พี่ได้มีโอกาสไปเรียนที่ London School of Economics and Political Science (LSE) ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นในสาขาเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว
โดย QS World University Rankings by Subject 2021
พี่ได้ไปศึกษาต่อในสาขานโยบายสาธารณะ ที่เน้นไปทางด้านการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ (International Migration) ซึ่งในคอร์สเรียน พี่ได้ศึกษาการจัดการเคลื่อนย้ายแรงงานของสหภาพยุโรป กฎหมายการเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ และยังได้แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานของไทยและอาเซียนให้กับเพื่อนร่วมคลาสจากประเทศต่าง ๆ ที่แต่ละคนมีประวัติที่น่าสนใจ อย่างเช่นประสบการณ์ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ อาสาสมัครสำหรับผู้อพยพจากสงครามในซีเรีย รวมถึงเพื่อนที่เคยทำงานในทำเนียบขาวในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามาอีกด้วย
............................
การทำงานราชการ & งานอดิเรกในฐานะครูสอนภาษา
ปัจจุบัน พี่ทำงานราชการในด้านต่างประเทศภายใต้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ซึ่งพี่รับผิดชอบภารกิจความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion) อาเซียน (ASEAN) ไปจนถึงความร่วมมือในระดับองค์การระหว่างประเทศอย่างการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ซึ่งถือเป็นงานที่ท้าทาย แต่ก็ได้เรียนรู้และสนุกในเวลาเดียวกัน ในช่วงก่อนโควิด พี่ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศต่างๆ เพื่อเข้าร่วมการหารือ ผลักดันท่าที และการเจรจาของฝ่ายไทย ซึ่งถือเป็นการเปิดโลกการทำงานที่น่าตื่นเต้น ได้พบปะผู้คนต่างชาติ และที่สำคัญคือการเปิดโลกทัศน์ของตนเองให้กว้างขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้ พี่ยังสวมบทเป็นครู part-time สอนภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมตัวสอบที่โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือสอบเพื่อศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ ทั้งรูปแบบ online และสอนสดในคลาส (IELTS, Academic Writing, Speaking, CU-TEP, TU-GET, TOEIC เป็นต้น) จะเป็นแบบตัวต่อตัวหรือจับกลุ่มกันก็ได้ หากน้องๆ สนใจก็สามารถติดต่อพี่ได้ที่ Line ID: tar_daniel หรือ line.me/ti/p/ibbXINIjuE นะครับ
ฝากถึงน้อง ๆ ที่อยากเรียนต่อต่างประเทศ
การเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องที่ไม่ยาก ทุนการศึกษาในปัจจุบันมีจำนวนมากในหลากหลายสาขาวิชา มีทั้งทุนรัฐบาลไทย ทุนรัฐบาลต่างประเทศ ทุนองค์กรภาคเอกชน ไปจนถึงทุนของมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งแต่ละทุนก็มีข้อกำหนดและลักษณะการให้ทุนที่แตกต่างกันออกไป หากน้อง ๆ ตั้งใจ มุ่งมั่น ใฝ่หาความรู้และโอกาส พี่เชื่อว่าการสอบชิงทุนไปเรียนต่อไม่ยากเกินเอื้อมแน่นอนครับ สู้ๆ
........................
1 ความคิดเห็น
ว้าว อยากเรียนด้วยเลยค่ะ