
TCAS65 ล่าสุด ที่ ทปอ. ได้แถลงข่าวรูปแบบการคัดเลือก ซึ่งมีบางอย่างเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นผู้ออกข้อสอบ GAT/PAT ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการสิทธิ์ โดยเฉพาะในกลุ่มคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ น้องๆ ที่อยากดูรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถย้อนกลับไปอ่านได้ที่ คลิก
สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หลายคนอาจจะยังสับสนเพราะไม่รู้ว่าควรจะต้องเตรียมตัวเพิ่มเติมอย่างไร พี่มิ้นท์มีคำแนะนำมาฝากค่ะ
TCAS65 ล่าสุด เปลี่ยนอะไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไร
1. อยากเข้าแพทย์/ทันตแพทย์/เภสัชศาสตร์ ต้องวางแผนให้รัดกุมมากขึ้น
แน่นอนว่า TCAS65 เป็นต้นไป กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ น้องๆ ที่อยากเข้าคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ เพราะ 3 กลุ่มคณะนี้มีกฎใหม่ขึ้นมาคือ "หากสอบติดและยืนยันสิทธิ์ 3 คณะดังกล่าวในรอบใดรอบหนึ่ง แม้จะสละสิทธิ์ ก็จะไม่สามารถสมัครหลักสูตรเดิมในรอบถัดไปได้" ซึ่งกฎนี้ต่างจาก TCAS64 เพราะปีที่แล้ว หากน้องๆ สละสิทธิ์แล้ว ก็จะไปสมัครคณะเดิมได้ในรอบถัดๆ ไป
- หากสละสิทธิ์หลักสูตรแพทยศาสตร์ จะเลือกสมัครหลักสูตรแพทยศาสตร์ในรอบถัดไปไม่ได้
- หากสละสิทธิ์หลักสูตรทันตแพทยศาสตร์ จะเลือกสมัครหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์ในรอบถัดไปไม่ได้
- หากสละสิทธิ์หลักสูตรเภสัชศาสตร์ จะเลือกสมัครหลักสูตรเภสัชศาสตร์ในรอบถัดไปไม่ได้
จากความเปลี่ยนแปลงในข้อแรก สิ่งที่น้องๆ จะต้องเตรียมตัวถ้าอยากเข้า 3 คณะนี้ จะต้องวางแผนให้ดีว่าอยากเข้ามหาวิทยาลัยไหน และถ้าเกิดติดมหาวิทยาลัยอื่นในรอบแรกๆ ต้องตัดสินใจให้ไว ว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะยืนยันสิทธิ์ไว้ก่อนแล้วค่อยสละสิทธิ์ทีหลัง หรือ ไม่ใช้สิทธิ์ แต่แรก
พี่มิ้นท์จะสรุปเป็นเคสๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ค่ะ
สอบติดแพทย์ ม.A รอบ Portfolio -> ยืนยันสิทธิ์ = ได้เข้าเรียนแพทย์ ม.A
สอบติดแพทย์ ม.A รอบ Portfolio -> ยืนยันสิทธิ์ -> สละสิทธิ์แพทย์ ม.A รอบ Portfolio = ไม่ได้เข้าเรียนแพทย์ ม.A และจะสมัครแพทย์ ม.อื่นๆ ในรอบโควตา และ รอบ Admission ไม่ได้แล้ว
สอบติดแพทย์ ม.A รอบ Portfolio -> กดเลือก "ไม่ใช้สิทธิ์" เข้าศึกษา -> ไปต่อรอบโควตาได้ -> เลือกแพทย์ ม.B รอบโควตา-> สอบติดแพทย์ ม.B -> ยืนยันสิทธิ์ = ได้เข้าเรียนแพทย์ ม.B
สอบติดแพทย์ ม.A รอบ Portfolio -> กดเลือก "ไม่ใช้สิทธิ์" เข้าศึกษา -> ไปต่อรอบโควตาได้ -> เลือกแพทย์ ม.B รอบโควตา -> สอบติดแพทย์ ม.B -> ยืนยันสิทธิ์ -> สละสิทธิ์แพทย์ ม.B รอบโควตา = ไม่ได้เข้าเรียนแพทย์ ม.B และจะสมัครแพทย์ ม. อื่นๆ ในรอบ Admission ไม่ได้แล้ว
สอบติดแพทย์ ม.A รอบ Portfolio -> ยืนยันสิทธิ์ -> สละสิทธิ์แพทย์ ม.A รอบ Portfolio -> ไปต่อรอบโควตาได้ แต่จะสมัครแพทย์ไม่ได้ -> สมัครทันตแพทย์ ม.A รอบโควตา -> สอบติดทันตแพทย์ ม.A -> ยืนยันสิทธิ์ = ได้เข้าเรียนคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.A
จากเคสต่างๆ ที่พี่มิ้นทสรุปให้ จับใจความได้ว่า น้องๆ จะไม่สามารถสมัครหลักสูตรเดิมได้ในรอบถัดไป หากมีการยืนยันสิทธิ์หลักสูตรนั้นๆ มาก่อนในรอบก่อนหน้า แต่ยังสามารถสมัครหลักสูตรอื่นๆ ได้ค่ะ แต่ถ้าอยากสมัครหลักสูตรเดิมจริงๆ จะต้องเลือก "ไม่ใช้สิทธิ์" ในขั้นตอนการยืนยันสิทธิ์เคลียริ่งเฮาส์
2. วันสละสิทธิ์เหลือเพียง 1 วัน
แต่เดิม น้องๆ จะมีระยะเวลาในการเข้าไปบริหารจัดการสิทธิ์ของตัวเองอย่างละ 2 วันต่อช่วงเวลา คือ วันยืนยันสิทธิ์ 2 วัน และวันสละสิทธิ์ 2 วัน
โดยใน TCAS65 วันยืนยันสิทธิ์ยังมี 2 วันเหมือนเดิม แต่ ทปอ. ปรับลดเวลา "สละสิทธิ์" เหลือเพียงช่วงเวลาละ 1 วัน นั่นหมายความว่า สิ่งที่ที่น้องๆ จะต้องเตรียมตัวเพิ่มมากขึ้น คือ จะต้องจำกำหนดการนี้ให้ได้ หากยืนยันสิทธิ์ไปแล้วและต้องการสละสิทธิ์ จะต้องทำในวันดังกล่าวเท่านั้น ไม่สามารถทำก่อนหรือทำย้อนหลังได้ค่ะ
- สำหรับน้องๆ ที่ยืนยันสิทธิ์รอบ 1 Portfolio แต่ต้องการไปรอบ 2 โควตา ต้องสละสิทธิ์วันที่ 9 ก.พ.65 เท่านั้น
- สำหรับน้องๆ ที่ยืนยันสิทธิ์รอบ 1 Portfolio แต่ต้องการไปรอบ 3 Admission ต้องสละสิทธิ์วันที่ 9 ก.พ.65 หรือ 6 พ.ค. 65 เท่านั้น
- สำหรับน้องๆ ที่ยืนยันสิทธิ์รอบ 2 โควตา แต่ต้องการไปรอบ 3 Admission ต้องสละสิทธิ์วันที่ 6 พ.ค.65 เท่านั้น
3. รอบ 4 Direct Admission ต้องยืนยันสิทธิ์ด้วย
รอบ 4 Direct Admission เป็นรอบเก็บตกสำหรับน้องๆ ที่ยังไม่ได้เข้าศึกษาที่สถาบันไหน ซึ่งโดยปกติแล้ว รอบนี้มหาวิทยาลัยจะดำเนินการด้วยตนเองทั้งหมด และน้องๆ ไม่ต้องยืนยันสิทธิ์ในระบบ TCAS เมื่อสอบติดในรอบนี้
แต่ TCAS65 รอบ 4 Direct Admission น้องๆ จะต้องเข้าระบบเพื่อยืนยันสิทธิ์ในระบบ myTCAS เหมือนรอบอื่นๆ และเลือกยืนยันสิทธิ์ได้เพียง 1 ที่ค่ะ ดังนั้นสิ่งที่น้องๆ จะต้องเตรียมตัวเพิ่มเติมคือ ใครที่คิดไว้ว่า รอบ 4 โค้งสุดท้าย สมัครไว้หลายๆ ที่แล้วยืนยันสิทธิ์ให้หมดทุกที่ค่อยมาตัดสินใจภายหลัง ก็คงทำไม่ได้แล้วนะคะ เพราะปีนี้จะต้องส่งชื่อสถาบันที่ยืนยันสิทธิ์ เพื่อตัดสิทธิ์ในมหาวิทยาลัยอื่นๆ ค่ะ
4. เปลี่ยนผู้ออกข้อสอบ GAT/PAT วิชาสามัญ
ถือว่าเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง ที่ผู้ออกข้อสอบ GAT/PAT และวิชาสามัญปีนี้ ไม่ใช่ สทศ. หน่วยงานที่ออกข้อสอบมาเป็นเวลานับ 10 ปี แต่ ทปอ. จะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ
สำหรับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบออกข้อสอบในปีนี้นั้น ได้แก่
- สสวท. : ออกรายวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ทุกประเภทข้อสอบ (PAT1 , PAT2 , วิชาสามัญ (ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิต1 คณิต2)
- ม.ธรรมศาสตร์ : วิชา GAT 1 หรือพาร์ทเชื่อมโยง
- ม.ศรีนครินทรวิโรฒ : ออกทุกวิชาที่เหลือ
ทปอ. ยืนยันว่าแนวข้อสอบและจำนวนข้อต่างๆ จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากปีเก่า แต่จะปรับในเรื่องของแนวคำถาม ถือว่าส่งผลต่อการเตรียมตัวของน้องๆ เหมือนกันค่ะ เพราะเป็นแนวคำถามใหม่ที่ใช้ปีแรก อย่างไรก็ตาม รอติดตามรายละเอียดเนื้อหาที่ออกสอบ GAT/PAT และวิชาสามัญ พร้อมกับตัวอย่างคำถาม เร็วๆ นี้
สำหรับน้องๆ เด็กซิ่ว จากที่ได้สอบถาม ทปอ. มา น้องๆ ยังใช้คะแนนเก่าได้อยู่ หากมหาวิทยาลัยไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นคะแนนปี 65
5. ติดตามเกณฑ์คัดเลือกว่าจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่
มีน้องๆ ถามเข้ามาจำนวนมากว่า เกณฑ์ Admission 2 ที่มีสัดส่วนของ O-NET 30% และ GPAX 20% หายไปแบบนี้ แล้วเกณฑ์รอบ Admission จะยังมีการใช้ GPAX อยู่หรือเปล่า ซึ่งหลายคนได้พยายามทำเกรดให้ดีมาตลอดช่วง ม.ปลาย เพราะสำหรับน้องๆ หลายคน ถ้านำเกรดไปคำนวณคะแนนด้วย จะได้คะแนนดีกว่าใช้คะแนนสอบอย่างเดียว
ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่น้องๆ จะต้องเตรียมตัวติดตามเกณฑ์คัดเลือกในรอบ Admission ให้ดี เพราะมีโอกาสเป็นไปได้ทั้ง 2 อย่างว่าจะปรับเปลี่ยนเกณฑ์เดิมโดยนำ GPAX เข้าไปคำนวณด้วย หรือ จะไม่มีใช้เลย ถ้ามหาวิทยาลัยที่ไม่มีใช้เกรดในรอบ 3 เลย น้องๆ จะต้องเตรียมตัวสอบเพิ่มขึ้น เพราะคะแนนแอดมิชชั่นจะขึ้นอยู่กับคะแนนสอบล้วนๆ ค่ะ
ยกตัวอย่างเช่น ม.ธรรมศาสตร์ ล่าสุดได้ออกเกณฑ์คะแนนรอบ 3 ออกมาแล้ว โดยในรอบ 3 Admission มีเพียงคณะเศรษฐศาสตร์ คณะเดียวที่ใช้ GPAX 6 เทอมเป็นเกณฑ์ด้วย ส่วนคณะอื่นๆ ใช้คะแนนสอบทั้งหมดค่ะ สำหรับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ระเบียบการจะทยอยออกมาเรื่อยๆ ค่ะ
ระวัง!
เนื่องจากมีการยกเลิกเกณฑ์ Admission 2 ของ ทปอ. ซึ่งเป็นเกณฑ์กลางที่แต่ละคณะจะใช้เหมือนกัน ดังนั้น ปีนี้น้องๆ ต้องดูเกณฑ์แต่ละมหาวิทยาลัยให้ละเอียดขึ้น คณะเดียวกัน ต่างมหาวิทยาลัย อาจใช้คนละเกณฑ์ในรอบ Admission ก็ได้!
ใครอ่านมาถึงย่อหน้าสุดท้าย พี่มิ้นท์ขอนับถือในความพยายามจริงๆ ค่ะ และขอบอกว่า "อย่าเพิ่งท้อ" เริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ แล้วค่อยๆ เช็กเป้าหมายแต่ละจุดๆ ของเรา ค่อยๆ เดินไปอย่่างสม่ำเสมอ ยังไงก็ถึงปลายทางที่ฝันได้ค่ะ สู้ๆ นะคะ
4 ความคิดเห็น
เด็กชิ่วที่เรียนคณะธรรมดาไม่ใช่สายสุขภาพต้องลาออกตอนไหนเหรอคะ
ในการลาออกของปี1คณะทั่วไปที่จะสอบเข้าแพทย์ก็สอบติดก่อนแล้วค่อยลาออกเหมือนกันใช่ไหมคะ
ใช้วุฒิเทียบ สอบtcasคณะแพทย์ได้ไหมครับ
ผมใช้คะเเนนเก่ายื่นได้ไหมครับของปี64เป็นคะเเนนเเกทจะเข้ารอบ3 ครับยื่น รอบ3 ad1 ครับกลัวใช้คะเเนนเก่าไม่ได้เห็นว่าจะใช้คะเเนเก่าได้เเค่รอบ3 ad2 เเต่ปี65ถูกเอาออกไปad2 อ่ะ เเล้วถ้าใช้ยื่นได้เค้าจะเอาคะเเนนที่ดีที่สุดใช่ไหมครับ