ใครกำลังมีปัญหากลิ่นปาก หรือรู้สึกว่าแปรงฟันแล้วไม่ค่อยสะอาดเลย กลัวจะฟันผุหรือมีปัญหาช่องปากอื่นๆ ตามมา วันนี้พี่โอ๊ตอยากแนะนำให้เปลี่ยนขั้นตอนในการแปรงฟันของเรานิดหน่อยค่ะ
STEP 1 ใช้น้ำยาบ้วนปาก 'ก่อน' แปรงฟัน
หลายคนอาจจะชินกับการใช้น้ำยาบ้วนปากหลังแปรงฟันใช่มั้ยคะ พี่โอ๊ตก็เป็นค่ะ แต่จริงๆ แล้วทันตแพทย์แนะนำว่าเราควรบ้วนปากก่อนจะแปรงฟัน ทั้งในตอนเช้าและก่อนนอนเลย ซึ่งน้ำยาบ้วนปากจะช่วยลดแบคทีเรียก่อนที่เราจะแปรงฟัน และทำให้สุขภาพช่องปากดีขึ้นค่ะ ส่วนเหตุผลที่เราไม่ควรบ้วนน้ำยาหลังแปรงฟัน เพราะมันจะทำให้ล้างสิ่งที่ดีในยาสีฟันออกไปหมดนั่นเอง

STEP 2 ใช้ไหมขัดฟัน 'ก่อน' แปรงฟัน
แปรงสีฟันมักจะเข้าถึงแค่ด้านหน้าและด้านหลังของฟันเราเท่านั้น แต่ไม่สามารถทำความสะอาดไปถึงร่องเหงือกที่ชอบมีเศษอาหารสะสมอยู่ได้ การใช้ไหมขัดฟันเลยเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญค่ะ การใช้ไหมขัดฟันก่อนแปรงฟัน จะช่วยทำให้ขนแปรงสีฟันนั้นซอกซอนทำความสะอาดได้ดีขึ้น แต่ถ้าใครเคยใช้ขัดหลังแปรงฟันมาก่อนก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะทันตแพทย์บอกว่าอย่างน้อยๆ การที่เราใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ ก็ดีกว่าไม่เคยใช้เลยนะ

STEP 3 แปรงฟันให้ทั่วและอย่าแปรงแรงเกินไป
การแปรงฟันที่ดีควรใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 2 นาทีค่ะ ให้เราวางแปรงทำมุม 45 องศากับเหงือกของเรา แล้วแปรงในลักษณะวนเป็นวงกลม แปรงทั้งด้านนอก ด้านใน และฟันกรามในส่วนที่เราใช้เคี้ยวด้วย ระวังอย่าลงน้ำหนักมากจนเกินไปค่ะ เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาเหงือกร่น หรือฟันบางลงได้
อีกไอเทมหนึ่งที่ทันตแพทย์หลายคนแนะนำให้ใช้คือแปรงสีฟันไฟฟ้า เพราะสามารถขจัดคราบพลัคได้ดีกว่า และเดี๋ยวนี้ยังมีระบบเซนเซอร์เตือน ถ้าเราเผลอลงน้ำหนักมากเกินไปอีกด้วย

STEP 4 ทำความสะอาดลิ้น
ถ้าเราไม่เคยแปรงลิ้นหรือใช้ที่ขูดลิ้นเลย ก็อาจจะทำให้เรามีปัญหากลิ่นปากได้ง่ายขึ้นค่ะ เพราะลิ้นของเรานั้นสามารถเก็บแบคทีเรียและสิ่งสกปรกได้เยอะมากๆ ซึ่งเราสามารถแปรงออกได้ด้วยแปรงสีฟันที่ใช้ปกติ หรือจะใช้ที่ขูดลิ้นที่ทำจากสแตนเลสก็ได้ค่ะ

แค่ 4 ขั้นตอนง่ายๆ ก็ทำให้สุขภาพเหงือนและฟันของเราดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ แค่เราต้องใส่ใจกับมันมากขึ้นเท่านั้นเอง พอทำไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มชินไปเองค่ะ ทีนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นปาก หรือว่าต้องไปเจอหน้าคุณหมอฟันบ่อยๆ แล้ว
2 ความคิดเห็น
น้ำยาบ้วนปาก - เราทำผิดขั้นตอนมาตลอดเลยสินะ