แชร์ละเอียดยิบ! เปิด Timeline ตั้งแต่สมัครจนได้ "วีซ่าลอตเตอรี่ DV-2022" เป็นพลเมืองอเมริกาแบบถูกกฎหมาย

สวัสดีค่ะชาว Dek-D ใครที่มีความฝันอยากตั้งต้นชีวิตใหม่ในอเมริกาแบบถาวร น่าจะมีเก็บข้อมูลหรือเคยสมัครโครงการ "Green Card Lotto" เพื่อลุ้นรับสิทธิ์เรียนต่อ ทำงาน หรือพำนักถาวรในอเมริกาในแบบถูกกฎหมายได้  // แต่แน่นอนว่านอกจากคุณสมบัติที่ต้องครบ ศึกนี้ยังต้องอาศัยการวางแผนอย่างดีและใช้แต้มบุญสูงมากกก  เพราะอย่าง “Diversity Visa Lottery DV-2023” รอบล่าสุดก็มีโควตาเพียง 55,000 คนเท่านั้น!

และ 1 ในผู้โชคดีคนไทยไม่กี่คนที่ได้รอบ DV-2022 ก็คือ "คุณอาร์ม" เจ้าของแอคเคานต์  Armor Sittigorn Saiwutthikul  เขาได้สรุปเป็นโพสต์เกี่ยวกับการวางแผนเตรียมตัว พร้อมแนะนำแหล่งข้อมูลให้ตามไปศึกษาแบบละเอียดยิบ ขอขอบคุณคุณอาร์มที่อนุญาตให้เรานำข้อมูลมาบอกต่อชาว Dek-D ครั้งนี้นะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เลื่อนลงมาอ่านกันเลย!

"เล่าสู่กันฟัง กับ “Diversity Immigrant Visa หรือ กรีนการ์ดล็อตโต” บอกเลยว่าโชคดีกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1"

วันนี้ (22 เมษายน 2022) จะมารีวิวการขอ Diversity Immigrant Visa หรือที่เราเรียกว่า “กรีนการ์ดล็อตโต” ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 (เดิมเรียกว่า NP-5 Lottery ซึ่งออกกรีนการ์ดล็อตโตมาตั้งแต่ปี 1987 แต่ออกให้เพียง 5,000 โควตาจาก 36 ประเทศทั่วโลก ภายใต้แนวคิดขอประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน)  ที่มารีวิวก็เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้โชคดี DV2023 และปีต่อๆ ไปได้ดำเนินการต่อครับ เสมือนการแก้บนไปในตัว (555+) และแชร์ประสบการณ์ดีๆ ที่เราเคยได้รับมาจากพี่มดและรุ่นพี่ DV ปีก่อนหน้านี้

คุณสมบัติ เอกสาร แนวทางและวิธีการสมัคร ทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว โดยข้อมูลและรายละเอียดการรับสมัครอยู่ในเว็บไซต์นี้ >> https://travel.state.gov นะครับ

Photo Credit: https://hr.usembassy.gov
Photo Credit: https://hr.usembassy.gov
รายละเอียดโครงการ

 หรือถ้าใครยังไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นยังไง เตรียมตัวยังไง ให้ลองไปศึกษาข้อมูลจากช่องของพี่มดได้เลยครับ  สามารถสมัครได้ในช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปี สมัครได้ทุกปี โดยไม่มีผลต่อการขอวีซ่าประเภทอื่น แต่ถ้ากลัวว่ามีผลกระทบต่อการขอวีซ่าก็ให้เลือกขอวีซ่าประเภทอื่นก่อนได้ครับ ซึ่งบางคนก็อาจจะโชคดีได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่สมัครเหมือนที่ผมได้

สำหรับ DV ของปี 2023 นี้ สามารถตรวจสอบผลได้ประมาณวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 จาก https://dvprogram.state.gov ขอให้ทุกท่านโชคดีได้รับการสุ่มเลือก และได้ Case Number เลขสวยๆ กันนะครับ ของบ้านเราก็จะขึ้นต้นด้วย 2023AS000xxxxx (2023 คือปีงบประมาณ ตามด้วย AS คือภูมิภาคเอเชีย และหมายเลขเคสนัมเบอร์ของเราครับ) โดยในปี FY2022 นี้ มีผู้โชคดีที่ถูกสุ่มเลือกจำนวน ~119,021 คน (คนไทย 186 คน) แต่จะมีผู้ได้รับกรีนการ์ดรวมผู้ติดตามแล้วเพียง 55,000 โควตาจากผู้สมัครสิบล้านกว่าคนทั่วโลก!!!

Photo by Ben White on Unsplash
Photo by Ben White on Unsplash

____________

ทีนี้มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า 
หากคุณเป็นผู้โชคดีที่ได้รับคัดเลือกในปีนี้!!!!!! 
ต้องทำอย่างไร? เตรียมตัวอย่างไร? 
และเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? 
 

แนวทางในวันนี้เป็นแนวทางที่ผมศึกษาจากในกลุ่ม “ผู้สมัคร Green Card Lottery Thailand กรีนการ์ดล๊อตโต” ลงมือทำด้วยตัวเอง และพบปัญหาในการดำเนินการค่อนข้างน้อยมากครับ

____________

1.

ดำเนินการจัดเตรียมเอกสาร ข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็น เพื่อกรอก DS-260 ตามลิงก์ https://ceac.state.gov/IV/Login.aspx  ซึ่งรายละเอียดและวิธีการกรอก DS-260 สามารถค้นหาได้จาก Google และ Youtube ช่องพี่มดได้อีกเช่นกัน  

แต่ถ้าใครชัวร์เกี่ยวกับข้อมูลของตัวเอง หรือมีเอกสารที่เคยแปลไว้แล้ว ก็สามารถเริ่มต้นกรอก DS-260 แบบออนไลน์ได้เลยครับ (ของผมส่ง DS-260 ภายใน 3 วันหลังประกาศผล) และขอแปะตัวอย่างฟอร์มและข้อมูลที่ต้องเตรียมเพื่อกรอก DS-260 ไว้ตรงนี้นะครับ  ทุกคนจะได้อ่านและเตรียมข้อมูลเพื่อกรอก DS-260 ครับ 

ส่วนใครยังไม่แน่ใจก็สามารถนำเอกสารไปแปลก่อนได้ครับ มีบริการที่กรมกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งวัฒนะ // ของผมเสียเงินค่าแปลเอกสารและค่าดำเนินการรับรองเอกสารทั้งหมด 6 ฉบับ รวม 5,xxx แบบรอรับเอกสารที่บ้านได้เลย เซ็นมอบอำนาจให้เค้าดำเนินการแทน เพราะไม่มีเวลาเดินทางไปติดต่อขอเอกสารฉบับภาษาอังกฤษจากหน่วยงานราชการด้วยตัวเอง ในการแปลเอกสารนั้น แต่ละคนก็อาจจะจ่ายในราคาที่ถูกหรือแพงกว่านี้ ต้องลองไปดำเนินการด้วยตัวเองดูนะครับ หรือจะติดต่อขอเอกสารฉบับภาษาอังกฤษจากหน่วยงานราชการเองได้ครับ ส่วนใครที่มีเอกสารฉบับภาษาอังกฤษอยู่แล้วก็สามารถใช้ได้เลยครับ

เอกสารที่นำไปแปล ได้แก่ 

  1. ใบสูติบัตร
  2. ใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล
  3. เอกสารทางการทหาร ของผมเป็น สด.43 เพราะผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว
  4. ใบทรานสคริปต์ ม.ปลาย
  5. เอกสารรับรองการจบการศึกษา ม.ปลาย
  6. ใบปริญญาบัตร

***ย้ำอีกครั้ง เอกสารฉบับไหนที่เป็นฉบับภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ก็สามารถใช้เอกสารฉบับนั้น ๆ ได้เลยครับ ไม่ต้องแปล ไม่ต้องรับรองใด ๆ***

 

ข้อแนะนำ!!!

  • พยายามเตรียมข้อมูล และกรอก DS-260 ให้ถูกต้องมากที่สุด และเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ !!! เพราะมีผลต่อการนัดคิวสัมภาษณ์ หากเลข Visa Bulletin ถึงคิวหรือขึ้น Current แล้ว (อย่าง DV2022 ขึ้น Current เดือนมิถุนายนสดๆ ร้อนๆ เลยครับ) ส่งผลให้คนที่ส่ง DS-260 ออนไลน์ก่อน ก็มีสิทธิได้รับอีเมลนัดสัมภาษณ์ก่อน แม้เลข Case Number จะสูงกว่าก็ตาม !!!! เจอมาเองกับตัว และมีตัวย่างให้เห็นทุกปีครับ
     
  • หลังจากกรอกและส่ง DS-260 แล้ว ก็รอทาง Kentucky Consular Center (KCC) ขอเอกสารเพิ่มเติมทางอีเมลที่เราระบุไว้ใน DS-260 ประมาณ 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ครับ ต้องเช็กอีเมลให้ดีนะครับ เพราะทาง KCC จะส่งเอกสารทางอีเมลเท่านั้น

2. 

ระหว่างรออีเมลขอเอกสารเพิ่มเติมจากทาง KCC ก็เตรียมเอกสารต่าง ๆ ไว้ และดำเนินการขอ Police Certification หรือใบรับรองความประพฤติที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เลยครับ ดูรายละเอียดจากลิงก์นี้    หรือ http://www.pcscenter.sb.police.go.th เอกสารมีอายุถึง 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ขอ รอเอกสารประมาณ 2-3 สัปดาห์ 

3.

เมื่อได้รับอีเมลจากทาง KCC แล้ว ก็ทำการส่งเอกสารให้กับทาง KCC ได้เลยครับ วิธีการหรือแนวทาง แปะไว้ในลิงก์นี้นะครับ  พี่มดเขียนไว้แบบละเอียดยิบ ทั้งวิธีการตั้งชื่อไฟล์เอกสาร แนวทางการเตรียมเอกสาร และวิธีการส่งเอกสารครับ 

ของผมเค้าขอเอกสาร 4 อย่าง คือ 1) Passport; 2) Birth Certificate; 3) Military Record; 4) Police Certificate; และฉบับสุดท้ายนี่ผมส่งเพิ่มไปครับ เพราะเห็นว่าสำคัญมาก คือใบเปลี่ยนชื่อสกุล Certificate of Surname Change Registration เมื่อส่งเสร็จ สักพักก็จะได้รับอีเมลยืนยัน ใน process นี้ จะได้สบายใจว่าทาง KCC ได้รับเอกสารของเราเรียบร้อยแล้วนะ ขั้นตอนนี้เอกสารของผมไม่มีปัญหาใดๆ ครับ

เอกสารที่ต้องเตรียม!!!!!

  1. Passport หน้าที่มีรูปและข้อมูลส่วนตัว (ทุกเล่มที่มี)
  2. Birth Certificate ใบเกิด/ใบรับรองการเกิด
  3. Marriage Certificate ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  4. Marriage Termination Document ใบ ทะเบียนหย่า (ถ้ามี)
  5. Miritary Records ใบทะเบียนทหาร (ผู้ชาย)
  6. Police Certification ใบรายงานความประพฤติจากกรมตำรวจ (ขอจากทุกประเทศที่เคยอยู่)
  7. Court Records บันทึกคำพิพากษาศาล (ถ้าเคยมีคดี และคดีจบสิ้นแล้ว)
  8. Certificate of Name Change ใบเปลี่ยน ชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
  • สำหรับ DV2022 ยกเลิกขั้นตอนขอเอกสารจากทาง KCC ครับ และไม่แน่ใจว่าแนวทางของปี 2023 จะเหมือนเดิมรึเปล่า อาจจะต้องลองติดตามข้อมูลจาก official website และจากในกลุ่มดูนะครับ
     
  • พยายามเข้าไปเช็กเลข visa bulletin และอีเมลนัดสัมภาษณ์ในอีเมลได้เลยครับ ตื่นเต้นและลุ้นกันหนักมากครับช่วงนี้!!!  หรือใครอยากจะเช็กคิวสัมภาษณ์แบบใจจดใจจ่อลุ้นกันวันต่อวันก็เข้าไปเช็กได้ที่นี่เลยครับ

4. 

เมื่อได้อีเมลนัดสัมภาษณ์แล้วให้กดเข้าลิงก์จากอีเมลที่ได้รับ และกรอกข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะ วันเวลาสถานที่ที่สัมภาษณ์ และกรอกข้อมูลในระบบ Global Support Strategy (GSS) ไว้ และปริ้นท์เอกสารออกมา เพื่อให้ทางสถานทูตฯ ดำเนินการจัดส่งเอกสารมาให้ที่บ้านครับ https://cgifederal.secure.force.com/ 

5.

การเตรียมตัวและเอกสารต่าง ๆ ก่อนการสัมภาษณ์ นอกจากเอกสารที่ระบุไว้ข้างต้นแล้ว วันจริงต้องนำเอกสารอื่นๆ ทั้งฉบับจริง+สำเนา & ตัวแปลที่ผ่านการรับรอง+สำเนา ไปให้พร้อมนะครับ ควรกะเวลาและเดินทางไปถึงสถานทูตก่อนเวลาอย่างน้อยประมาณ 30 นาที // ตื่นเต้นนิดหน่อยครับ

เอกสารที่ต้องเตรียมไปในวันสัมภาษณ์เพิ่มเติมจากข้างต้น (ข้อ 1-8)

9. Certificate of employment หนังสือรับรองการทำงานฉบับภาษาอังกฤษ

10. Bank statements และ Bank certificate letter เอกสารรับรองฐานะทางการเงินที่ออกโดยธนาคาร เป็นฉบับภาษาอังกฤษ สุกลเงิน USD (ขอธนาคารที่เราเดินบัญชี สาขาไหนก็ได้ครับ)

 11. เอกสารตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาล ห้ามเปิดซองเอกสารเองเด็ดขาด!!!!!

12. รูปถ่าย 2x2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายที่ร้าน แล้วแจ้งว่าขอวีซ่าเมกาได้เลยครับ) หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตรงนี้ครับ https://th.usembassy.gov/visas/immigrant-visas/packets/

13. ฟอร์ม DS-260 ที่เคยกรอกออนไลน์ แนะนำให้ save as pdf แล้วปริ้นท์มาด้วยนะครับ

14. ค่าธรรมเนียมวีซ่าจำนวน 330$ สามารถชำระด้วยบัตรเครดิต (บัตร ATM บัตรเดบิตใช้ไม่ได้นะครับ) หรือแลกเงิน USD เพื่อชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าโดยจ่ายที่สถานทูตฯ ในวันสัมภาษณ์ครับ

เอกสารที่ต้องเตรียมไปในวันสัมภาษณ์ ต้องเตรียม 1) เอกสารตัวจริง 2) สำเนาเอกสารตัวจริง 3) ฉบับที่แปลและรับรองสำเนาโดยกงสุล และ 4) สำเนาเอกสารฉบับที่แปลและรับรองฯ เอกสารอื่น ๆ ตามเงื่อนไข ศึกษาข้อมูลได้จากลิงก์นี้เลยครับ

การตรวจสุขถาพและฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีข้อมูลและแนวทางในการเตรียมตัวสัมภาษณ์และการตรวจสุขภาพประมาณนี้นะครับ >> https://th.usembassy.gov  (อัปเดตล่าสุดเมื่อกันยายน 2021) หรือจาก https://th.usembassy.gov/visas/immigrant-visas/packets  ซึ่งอาจจะต้องฉีดวัคซีนเพิ่มในบางตัวตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้ตรวจ แต่ส่วนมากก็จะเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นครับ ซึ่งต้องจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ไปในวันตรวจสุขภาพ ดังนี้

 

  • หนังสือเดินทาง (ไม่หมดอายุภายใน 6 เดือน)
  • รูปถ่ายขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 4 ใบ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
  • ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-260
  • จดหมายนัดสัมภาษณ์วีซ่า ที่ออกโดยศูนย์วีซ่าแห่งชาติ (NVC) หรือแผนกกงสุล สถานทูตอเมริกา หรือ GSS
  • ควรเตรียมข้อมูลวีซ่าและข้อมูลส่วนตัวบางประการ เพื่อเป็นประโยชน์เวลากรอกแบบฟอร์มการตรวจสุขภาพ ได้แก่ ประเภทวีซ่าของท่าน หมายเลขเคสวีซ่า ที่อยู่ปัจจุบันและที่อยู่ในอเมริกาเป็นภาษาอังกฤษ
  • ประวัติการฉีดวัคซีนต่างๆ รวมทั้งประวัติการฉีดวัคซีนโควิดอย่างน้อย 2 เข็ม ชนิดใดก็ได้ครับ (ปริ้นท์จากในแอปฯ หรือไลน์หมอพร้อมได้เลยครับ)
  • ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติสุขภาพ เช่น โรคประจำตัว ยาที่ใช้ประจำ ประวัติการผ่าตัด การแพ้ยาอาหารสารเคมี etc.

ผมไปตรวจที่ รพ. บำรุงราษฎร์ (ค่าใช้จ่าย รวม 10,xxx บาท: ค่าตรวจสุขภาพ 3,xxx และค่าวัคซีน 4 เข็ม 6,xxx โดยมี 1) ไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ 2) คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก 3) คางทูม หัด หัดเยอรมัน และ 4) อีสุกอีใส แนะนำว่าควรทำ HN ไว้ล่วงหน้า วันที่ไปถึงจะได้ไม่ต้องรอนาน ไม่ต้องงดน้ำงดอาหารใด ๆ พอไปถึงก็ลงทะเบียนที่อาคาร A ชั้น 10 (ฝั่ง Starbucks) แล้วไปยื่นเอกสารและกรอกข้อมูลต่างๆ ต่อที่ชั้น 15 โซน C (Clinic zone) ได้เลยครับ ผมเข้าตรวจกับ นพ.วัชระพงศ์ แซ่ซือ 

โปรแกรมการตรวจและการฉีดวัคซีนขึ้นอยู่กับอายุและประวัติการได้รับวัคซีนครับ ทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้จัดเตรียมแบบฟอร์มการตรวจสุขภาพไว้ให้โดยที่เราไม่ต้องเตรียมไป เนื่องจากแบบฟอร์มเหล่านี้อยู่ในความรับผิดชอบของแพทย์ผู้ตรวจเท่านั้นครับ และผลการตรวจสุขภาพอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน แต่หากมีปัญหาสุขภาพหรือเป็นโรคปอดเรื้อรัง ผลการตรวจสุขภาพจะอยู่ได้ประมาณ 3 เดือนครับ หากเดินทางเกินระยะเวลานี้ก็อาจจะต้องตรวจสุขภาพใหม่ก่อนการเดินทางครับ

เดินทางไปตรวจได้ตั้งแต่ 07.00-13.00 น. ครับ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง รอเจ้าหน้าที่โทรแจ้งผลเอ็กซ์เรย์กับผลตรวจเลือด ก็กลับบ้านได้ครับ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้ใบนัดเพื่อมารับผลตรวจ ซึ่งสามารถมารับได้ประมาณ 15.00-16.00 น. ของวันถัดไปหรือวันใดก้ได้ที่สะดวก เอกสารตรวจสุขภาพจะได้มา 2 ชุด โดยชุดที่ปิดผนึก ห้ามแกะเด็ดขาดเพราะต้องนำไปยื่นที่สถานทูตในวันสัมภาษณ์ครับ ส่วนเอกสารอีกชุดคือชุดสำเนา สามารถเปิดดูได้เลยครับ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ครับ

***ก่อนการเดินทางจริง ก็จะมีการเตรียมตัวและเตรียมเอกสารอีกทีนึงครับ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับโควิด-19***

ทำพาสปอร์ตใหม่ 10 ปี ยาวๆ ที่มาบุญครอง ชั้น 5 โซน A เปิดจันทร์-ศุกร์ 10.00-16.00 น. พกแค่พาสปอร์ตเล่มเก่า บัตรประจำตัวประชาชน และเงิน 1,540 บาทก็ทำได้ง่าย ๆ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีครับ ลองไปดูรีวิวจากลิงก์นี้ครับ

วันสัมภาษณ์ ได้คิว 22 เมษายน 2021 เวลา 10.00 น. ไปถึงประมาณ 08.30 น. ได้สัมภาษณ์จริงตอน 10.15 น. ครับ ขั้นตอนคร่าว ๆ คือ

  1. เช็กคิวสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ติด tracking no. ไว้ด้านหลังพาสปอร์ตเล่มใหม่ให้ อย่าลืมถ่ายรูปเก็บไว้
  2. ตรวจสอบ สแกนอุปกรณ์ในร่างกาย ฝากโทรศัพท์
  3. เดินตามเส้นสีเขียวไปได้เลย เข้าไปที่ช่องตรวจเอกสารหมายเลข 2 หรือ 3
  4. ตรวจเอกสาร จ่ายเงิน แล้วรอคิวสัมภาษณ์
  5. สัมภาษณ์ที่ช่องหมายเลข 5 สำหรับวีซ่าถาวร สแกนลายนิ้วมือ สาบานว่าจะพูดความจริง แล้วก็เริ่มพ่นไฟใส่ท่านทูตรัวๆๆๆๆ
  6. เสร็จแล้วจะได้รับเอกสารตัวจริงคืน >> กลับบ้านได้


สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดครับ แต่ถ้าใครไม่สะดวกก็สนทนาเป็นภาษาไทยได้ครับ ท่านทูตใจดี ไม่ต้องกังวล คำถามคือ…
 

  • ยังโสด? ไปคนเดียว?
  • ไปอยู่กับใคร? มีเพื่อนอยู่ที่นั่น?
  • เป็นพยาบาล ? แล้วตอนนี้ทำงานอะไร ? ที่ไหน?
  • มีใบประกอบวิชาชีพของเมกา ?
  • วางแผนจะไปทำงานที่เมืองไหน ? แค่นี้ครับ

____________

สรุปไทม์ไลน์ตั้งแต่สมัครจนถึงได้รับกรีนการ์ด

  • สมัคร 9 พฤศจิกายน 2020 (เกือบสมัครไม่ได้ เพราะ error ประมาณ 5-6 รอบ) [สมัครฟรี!!!]
  • เช็กผล 10 พฤษภาคม 2021 ต้องเช็กเอง ไม่มีอีเมลแจ้งเตือน!!!
  • เตรียมข้อมูล กรอกข้อมูล และส่ง DS-260 13 พฤษภาคม 2021
  • ดำเนินการเรื่องการสอบ professional license ของ NY Board of Nursing พฤษภาคม 2021 อยากรู้ว่าทำยังไง ตามไปในนี้ครับ
  • ขอ police certificate 8 กรกฎาคม 2021 มีอายุ 2 ปีนับจากวันที่รับรอง [160 บาท]
  • แปลเอกสาร [5,xxx บาท]
  • ได้รับเมล์จาก KCC เพื่อขอเอกสารเพิ่มเติม 24 สิงหาคม 2021
  • ส่งเอกสารและได้รับอีเมลยืนยันจาก KCC ในวันเดียวกัน
  • เช็ก Visa bulletin ทุกเดือน จะอัปเดตประมาณกลางเดือนของทุกเดือนครับ
  • Visa bulletin cut-off 17,000 ขึ้นอัปเดต 16 กุมภาพันธ์ 2022
  • ได้รับอีเมลนัดสัมภาษณ์ 1 มีนาคม 2022
  • เตรียมเอกสาร รูปถ่าย ขอเอกสารรับรองการทำงาน เอกสารรับรองเงิน มีนาคม 2022 [~500 บาท]
  • ตรวจสุขภาพที่บำรุงราษฎร์ 28 มีนาคม 2022 ช่วงเช้า ฉีดวัคซีนไป 4 เข็มจุก ๆ เลยครับ [10,xxx]
  • ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ (10 ปี endorsement อัตโนมัติ และอย่าลืมแก้ไขข้อมูล passport ใน GSS ด้วยนะครับ) รอรับประมาณ 2-3 วันทำการ [1,540 บาท] (28 มีนาคม ช่วงบ่าย)
  • แลกเงิน 330$ เป็นค่าธรรมเนียมวีซ่าในวันสัมภาษณ์ (28 มีนาคม ช่วงบ่าย) แล้วแต่อัตราแลกเปลี่ยน [11,1xx บาท]
  • สัมภาษณ์วีซ่า วันที่ 22 เมษายน 2022 ประมาณ 10.15 น. ได้รับวีซ่ากะพาสปอร์ตคืนใน 7-10 วัน แล้วจึงจ่ายค่าธรรมเนียมกรีนการ์ดอีก 220$
  • Plan เดินทางประมาณ กันยายน 2022 จัดเตรียมเสื้อผ้า ของใช้ วางแผนตรวจ Fit to Fly ฯลฯ
  • รอรับ Social Security Number ประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังเดินทาง ตามที่อยู่ที่ระบุใน DS-260

ผมสมัครปีแรก ครั้งแรก เพื่อนที่อยู่เมกามาสะกิดให้สมัคร ก็ลองสมัครไปเล่นๆ ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้ เรื่องมูเตลูก็ไม่ได้สนใจเลย เพราะไม่ใช่สายมู ส่วน DV2023 ก็ไม่ได้สมัคร คิดอย่างเดียวว่าปีนี้ต้องได้ ต้องได้ และต้องได้ ถ้าดวงมันจะได้มันก็คงได้ของมันเอง แต่ตอนรอคิวสัมภาษณ์ คุณแม่เค้าก็แอบมูเตลูแถวๆ บ้านของเค้าเองครับ  แต่ถ้าปีนี้ไม่ได้ก็คงตัดสินใจไป track อื่นแทนครับ เพราะคิดว่าคงไม่โชคดีได้รับเลือกสองปีซ้อนแน่ ๆ

ตอนประกาศผล แรกๆ ก็แอบเครียดอยู่เหมือนกันครับว่าลำดับ 13xxx จะถูกเรียกไหม? ต้องเตรียมตัวยังไง? เตรียมอะไรบ้าง? ไปแล้วจะทำงานอะไรยังไง? ซึ่งข้อมูลจากพี่มดและรุ่นพี่ DV ปีก่อนหน้านี้ช่วยได้เยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (ก ไก่ 55000 ล้านตัว) วันนี้ที่มารีวิวก็เพราะเหตุผลนี้เลยครับ จะได้เอาไว้เป็นแนวทางให้กับทุกคนได้ดำเนินการตาม

สุดท้ายนี้ อยากจะบอกทุกคนว่ามีดวงอย่างเดียวไม่พอจริง ๆ ครับ ผู้ได้รับเลือกทุกคนต้องมีการวางแผนและความพร้อมที่ดีในระดับนึงเลย โดยเฉพาะการเตรียมตัวและวางแผนในทุก ๆ ขั้นตอนของการขอ DV และที่สำคัญอย่าลืมวางแผนการทำงานและการใช้ชีวิตในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยนะครับ (ลองเข้าไปดูรายละเอียดการประกอบอาชีพจาก https://www.onetonline.org) ขอให้ทุกคนโชคดี DV2023 น่าจะได้ลุ้นกันมันส์แน่นอน เพราะในอนาคต รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี โจ ไบเดน  อาจจะมีการเพิ่มโควตาจาก 55,000 เป็น 80,000 ที่นั่งรวมผู้ติดตามสำหรับ DV applicants ทั่วโลก!!! ต้องรอลุ้น!!!

____________

ปล. 1 ทั้งหมดทั้งมวลคือข้อมูลที่ได้จากการศึกษาด้วยตัวเอง ประกอบกับการสอบถามข้อมูลทั้งจากพี่มดและจากการรีวิวของสมาชิกในกลุ่ม ค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจ แล้วก็จดบันทึกรายละเอียดไว้ครับ หากผิดพลาดประการใดก็สามารถช่วยเข้ามาให้ข้อมูลหรืออธิบายเพิ่มเติมได้ ไม่ว่ากันครับ  Feel free to let us know if anything is missing 

ปล. 2 หากใครมีประเด็นคำถาม อยากจะให้ลองศึกษาข้อมูลจากในกลุ่ม “ผู้สมัคร Green Card Lottery Thailand กรีนการ์ดล๊อตโต” ด้วยตัวเองก่อนนะครับ เพราะมีรายละเอียดต่าง ๆ ให้เราได้อ่านแบบละเอียดและชัดเจนมาก ๆ แต่หากใครไม่ชอบอ่านก็ไปฟังเพลิน ๆ จากช่อง YT ของพี่มดได้เลยครับ

ปล. 3 มูเตลูเดียวหลังจากได้ Case Number ก็คือภาพพักหน้าจอหมีบราวน์กลาง NYC ไม่รู้ช่วยได้เยอะมั้ย แต่ก็ทำให้รู้สึกดี

ไว้เจอกันที่สหรัฐอเมริกานะครับ

Photo by Lucas Sankey  on Unsplash
Photo by Lucas Sankey  on Unsplash

 

ขอบคุณข้อมูลจากต้นโพสต์https://www.facebook.com/100003047095331/posts/4844816455629876 
ทีมเรียนต่อนอก

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น