สวัสดีค่ะชาว Dek-D ใครที่มีความฝันอยากตั้งต้นชีวิตใหม่ในอเมริกาแบบถาวร น่าจะมีเก็บข้อมูลหรือเคยสมัครโครงการ "Green Card Lotto" เพื่อลุ้นรับสิทธิ์เรียนต่อ ทำงาน หรือพำนักถาวรในอเมริกาในแบบถูกกฎหมายได้ // แต่แน่นอนว่านอกจากคุณสมบัติที่ต้องครบ ศึกนี้ยังต้องอาศัยการวางแผนอย่างดีและใช้แต้มบุญสูงมากกก เพราะอย่าง “Diversity Visa Lottery DV-2023” รอบล่าสุดก็มีโควตาเพียง 55,000 คนเท่านั้น!
และ 1 ในผู้โชคดีคนไทยไม่กี่คนที่ได้รอบ DV-2022 ก็คือ "คุณอาร์ม" เจ้าของแอคเคานต์ Armor Sittigorn Saiwutthikul เขาได้สรุปเป็นโพสต์เกี่ยวกับการวางแผนเตรียมตัว พร้อมแนะนำแหล่งข้อมูลให้ตามไปศึกษาแบบละเอียดยิบ ขอขอบคุณคุณอาร์มที่อนุญาตให้เรานำข้อมูลมาบอกต่อชาว Dek-D ครั้งนี้นะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เลื่อนลงมาอ่านกันเลย!
"เล่าสู่กันฟัง กับ “Diversity Immigrant Visa หรือ กรีนการ์ดล็อตโต” บอกเลยว่าโชคดีกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1"
วันนี้ (22 เมษายน 2022) จะมารีวิวการขอ Diversity Immigrant Visa หรือที่เราเรียกว่า “กรีนการ์ดล็อตโต” ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 (เดิมเรียกว่า NP-5 Lottery ซึ่งออกกรีนการ์ดล็อตโตมาตั้งแต่ปี 1987 แต่ออกให้เพียง 5,000 โควตาจาก 36 ประเทศทั่วโลก ภายใต้แนวคิดขอประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน) ที่มารีวิวก็เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้โชคดี DV2023 และปีต่อๆ ไปได้ดำเนินการต่อครับ เสมือนการแก้บนไปในตัว (555+) และแชร์ประสบการณ์ดีๆ ที่เราเคยได้รับมาจากพี่มดและรุ่นพี่ DV ปีก่อนหน้านี้
คุณสมบัติ เอกสาร แนวทางและวิธีการสมัคร ทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว โดยข้อมูลและรายละเอียดการรับสมัครอยู่ในเว็บไซต์นี้ >> https://travel.state.gov นะครับ
หรือถ้าใครยังไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นยังไง เตรียมตัวยังไง ให้ลองไปศึกษาข้อมูลจากช่องของพี่มดได้เลยครับ สามารถสมัครได้ในช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปี สมัครได้ทุกปี โดยไม่มีผลต่อการขอวีซ่าประเภทอื่น แต่ถ้ากลัวว่ามีผลกระทบต่อการขอวีซ่าก็ให้เลือกขอวีซ่าประเภทอื่นก่อนได้ครับ ซึ่งบางคนก็อาจจะโชคดีได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่สมัครเหมือนที่ผมได้
สำหรับ DV ของปี 2023 นี้ สามารถตรวจสอบผลได้ประมาณวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 จาก https://dvprogram.state.gov ขอให้ทุกท่านโชคดีได้รับการสุ่มเลือก และได้ Case Number เลขสวยๆ กันนะครับ ของบ้านเราก็จะขึ้นต้นด้วย 2023AS000xxxxx (2023 คือปีงบประมาณ ตามด้วย AS คือภูมิภาคเอเชีย และหมายเลขเคสนัมเบอร์ของเราครับ) โดยในปี FY2022 นี้ มีผู้โชคดีที่ถูกสุ่มเลือกจำนวน ~119,021 คน (คนไทย 186 คน) แต่จะมีผู้ได้รับกรีนการ์ดรวมผู้ติดตามแล้วเพียง 55,000 โควตาจากผู้สมัครสิบล้านกว่าคนทั่วโลก!!!
____________
ทีนี้มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
หากคุณเป็นผู้โชคดีที่ได้รับคัดเลือกในปีนี้!!!!!!
ต้องทำอย่างไร? เตรียมตัวอย่างไร?
และเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
แนวทางในวันนี้เป็นแนวทางที่ผมศึกษาจากในกลุ่ม “ผู้สมัคร Green Card Lottery Thailand กรีนการ์ดล๊อตโต” ลงมือทำด้วยตัวเอง และพบปัญหาในการดำเนินการค่อนข้างน้อยมากครับ
____________
1.
ดำเนินการจัดเตรียมเอกสาร ข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็น เพื่อกรอก DS-260 ตามลิงก์ https://ceac.state.gov/IV/Login.aspx ซึ่งรายละเอียดและวิธีการกรอก DS-260 สามารถค้นหาได้จาก Google และ Youtube ช่องพี่มดได้อีกเช่นกัน
แต่ถ้าใครชัวร์เกี่ยวกับข้อมูลของตัวเอง หรือมีเอกสารที่เคยแปลไว้แล้ว ก็สามารถเริ่มต้นกรอก DS-260 แบบออนไลน์ได้เลยครับ (ของผมส่ง DS-260 ภายใน 3 วันหลังประกาศผล) และขอแปะตัวอย่างฟอร์มและข้อมูลที่ต้องเตรียมเพื่อกรอก DS-260 ไว้ตรงนี้นะครับ ทุกคนจะได้อ่านและเตรียมข้อมูลเพื่อกรอก DS-260 ครับ
ส่วนใครยังไม่แน่ใจก็สามารถนำเอกสารไปแปลก่อนได้ครับ มีบริการที่กรมกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งวัฒนะ // ของผมเสียเงินค่าแปลเอกสารและค่าดำเนินการรับรองเอกสารทั้งหมด 6 ฉบับ รวม 5,xxx แบบรอรับเอกสารที่บ้านได้เลย เซ็นมอบอำนาจให้เค้าดำเนินการแทน เพราะไม่มีเวลาเดินทางไปติดต่อขอเอกสารฉบับภาษาอังกฤษจากหน่วยงานราชการด้วยตัวเอง ในการแปลเอกสารนั้น แต่ละคนก็อาจจะจ่ายในราคาที่ถูกหรือแพงกว่านี้ ต้องลองไปดำเนินการด้วยตัวเองดูนะครับ หรือจะติดต่อขอเอกสารฉบับภาษาอังกฤษจากหน่วยงานราชการเองได้ครับ ส่วนใครที่มีเอกสารฉบับภาษาอังกฤษอยู่แล้วก็สามารถใช้ได้เลยครับ
เอกสารที่นำไปแปล ได้แก่
- ใบสูติบัตร
- ใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล
- เอกสารทางการทหาร ของผมเป็น สด.43 เพราะผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว
- ใบทรานสคริปต์ ม.ปลาย
- เอกสารรับรองการจบการศึกษา ม.ปลาย
- ใบปริญญาบัตร
***ย้ำอีกครั้ง เอกสารฉบับไหนที่เป็นฉบับภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ก็สามารถใช้เอกสารฉบับนั้น ๆ ได้เลยครับ ไม่ต้องแปล ไม่ต้องรับรองใด ๆ***
ข้อแนะนำ!!!
- พยายามเตรียมข้อมูล และกรอก DS-260 ให้ถูกต้องมากที่สุด และเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ !!! เพราะมีผลต่อการนัดคิวสัมภาษณ์ หากเลข Visa Bulletin ถึงคิวหรือขึ้น Current แล้ว (อย่าง DV2022 ขึ้น Current เดือนมิถุนายนสดๆ ร้อนๆ เลยครับ) ส่งผลให้คนที่ส่ง DS-260 ออนไลน์ก่อน ก็มีสิทธิได้รับอีเมลนัดสัมภาษณ์ก่อน แม้เลข Case Number จะสูงกว่าก็ตาม !!!! เจอมาเองกับตัว และมีตัวย่างให้เห็นทุกปีครับ
- หลังจากกรอกและส่ง DS-260 แล้ว ก็รอทาง Kentucky Consular Center (KCC) ขอเอกสารเพิ่มเติมทางอีเมลที่เราระบุไว้ใน DS-260 ประมาณ 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ครับ ต้องเช็กอีเมลให้ดีนะครับ เพราะทาง KCC จะส่งเอกสารทางอีเมลเท่านั้น
2.
ระหว่างรออีเมลขอเอกสารเพิ่มเติมจากทาง KCC ก็เตรียมเอกสารต่าง ๆ ไว้ และดำเนินการขอ Police Certification หรือใบรับรองความประพฤติที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เลยครับ ดูรายละเอียดจากลิงก์นี้ หรือ http://www.pcscenter.sb.police.go.th เอกสารมีอายุถึง 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ขอ รอเอกสารประมาณ 2-3 สัปดาห์
3.
เมื่อได้รับอีเมลจากทาง KCC แล้ว ก็ทำการส่งเอกสารให้กับทาง KCC ได้เลยครับ วิธีการหรือแนวทาง แปะไว้ในลิงก์นี้นะครับ พี่มดเขียนไว้แบบละเอียดยิบ ทั้งวิธีการตั้งชื่อไฟล์เอกสาร แนวทางการเตรียมเอกสาร และวิธีการส่งเอกสารครับ
ของผมเค้าขอเอกสาร 4 อย่าง คือ 1) Passport; 2) Birth Certificate; 3) Military Record; 4) Police Certificate; และฉบับสุดท้ายนี่ผมส่งเพิ่มไปครับ เพราะเห็นว่าสำคัญมาก คือใบเปลี่ยนชื่อสกุล Certificate of Surname Change Registration เมื่อส่งเสร็จ สักพักก็จะได้รับอีเมลยืนยัน ใน process นี้ จะได้สบายใจว่าทาง KCC ได้รับเอกสารของเราเรียบร้อยแล้วนะ ขั้นตอนนี้เอกสารของผมไม่มีปัญหาใดๆ ครับ
เอกสารที่ต้องเตรียม!!!!!
- Passport หน้าที่มีรูปและข้อมูลส่วนตัว (ทุกเล่มที่มี)
- Birth Certificate ใบเกิด/ใบรับรองการเกิด
- Marriage Certificate ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
- Marriage Termination Document ใบ ทะเบียนหย่า (ถ้ามี)
- Miritary Records ใบทะเบียนทหาร (ผู้ชาย)
- Police Certification ใบรายงานความประพฤติจากกรมตำรวจ (ขอจากทุกประเทศที่เคยอยู่)
- Court Records บันทึกคำพิพากษาศาล (ถ้าเคยมีคดี และคดีจบสิ้นแล้ว)
- Certificate of Name Change ใบเปลี่ยน ชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
- สำหรับ DV2022 ยกเลิกขั้นตอนขอเอกสารจากทาง KCC ครับ และไม่แน่ใจว่าแนวทางของปี 2023 จะเหมือนเดิมรึเปล่า อาจจะต้องลองติดตามข้อมูลจาก official website และจากในกลุ่มดูนะครับ
- พยายามเข้าไปเช็กเลข visa bulletin และอีเมลนัดสัมภาษณ์ในอีเมลได้เลยครับ ตื่นเต้นและลุ้นกันหนักมากครับช่วงนี้!!! หรือใครอยากจะเช็กคิวสัมภาษณ์แบบใจจดใจจ่อลุ้นกันวันต่อวันก็เข้าไปเช็กได้ที่นี่เลยครับ
4.
เมื่อได้อีเมลนัดสัมภาษณ์แล้วให้กดเข้าลิงก์จากอีเมลที่ได้รับ และกรอกข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะ วันเวลาสถานที่ที่สัมภาษณ์ และกรอกข้อมูลในระบบ Global Support Strategy (GSS) ไว้ และปริ้นท์เอกสารออกมา เพื่อให้ทางสถานทูตฯ ดำเนินการจัดส่งเอกสารมาให้ที่บ้านครับ https://cgifederal.secure.force.com/
5.
การเตรียมตัวและเอกสารต่าง ๆ ก่อนการสัมภาษณ์ นอกจากเอกสารที่ระบุไว้ข้างต้นแล้ว วันจริงต้องนำเอกสารอื่นๆ ทั้งฉบับจริง+สำเนา & ตัวแปลที่ผ่านการรับรอง+สำเนา ไปให้พร้อมนะครับ ควรกะเวลาและเดินทางไปถึงสถานทูตก่อนเวลาอย่างน้อยประมาณ 30 นาที // ตื่นเต้นนิดหน่อยครับ
เอกสารที่ต้องเตรียมไปในวันสัมภาษณ์เพิ่มเติมจากข้างต้น (ข้อ 1-8)
9. Certificate of employment หนังสือรับรองการทำงานฉบับภาษาอังกฤษ
10. Bank statements และ Bank certificate letter เอกสารรับรองฐานะทางการเงินที่ออกโดยธนาคาร เป็นฉบับภาษาอังกฤษ สุกลเงิน USD (ขอธนาคารที่เราเดินบัญชี สาขาไหนก็ได้ครับ)
11. เอกสารตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาล ห้ามเปิดซองเอกสารเองเด็ดขาด!!!!!
12. รูปถ่าย 2x2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายที่ร้าน แล้วแจ้งว่าขอวีซ่าเมกาได้เลยครับ) หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตรงนี้ครับ https://th.usembassy.gov/visas/immigrant-visas/packets/
13. ฟอร์ม DS-260 ที่เคยกรอกออนไลน์ แนะนำให้ save as pdf แล้วปริ้นท์มาด้วยนะครับ
14. ค่าธรรมเนียมวีซ่าจำนวน 330$ สามารถชำระด้วยบัตรเครดิต (บัตร ATM บัตรเดบิตใช้ไม่ได้นะครับ) หรือแลกเงิน USD เพื่อชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าโดยจ่ายที่สถานทูตฯ ในวันสัมภาษณ์ครับ
เอกสารที่ต้องเตรียมไปในวันสัมภาษณ์ ต้องเตรียม 1) เอกสารตัวจริง 2) สำเนาเอกสารตัวจริง 3) ฉบับที่แปลและรับรองสำเนาโดยกงสุล และ 4) สำเนาเอกสารฉบับที่แปลและรับรองฯ เอกสารอื่น ๆ ตามเงื่อนไข ศึกษาข้อมูลได้จากลิงก์นี้เลยครับ
การตรวจสุขถาพและฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีข้อมูลและแนวทางในการเตรียมตัวสัมภาษณ์และการตรวจสุขภาพประมาณนี้นะครับ >> https://th.usembassy.gov (อัปเดตล่าสุดเมื่อกันยายน 2021) หรือจาก https://th.usembassy.gov/visas/immigrant-visas/packets ซึ่งอาจจะต้องฉีดวัคซีนเพิ่มในบางตัวตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้ตรวจ แต่ส่วนมากก็จะเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นครับ ซึ่งต้องจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ไปในวันตรวจสุขภาพ ดังนี้
- หนังสือเดินทาง (ไม่หมดอายุภายใน 6 เดือน)
- รูปถ่ายขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 4 ใบ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
- ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-260
- จดหมายนัดสัมภาษณ์วีซ่า ที่ออกโดยศูนย์วีซ่าแห่งชาติ (NVC) หรือแผนกกงสุล สถานทูตอเมริกา หรือ GSS
- ควรเตรียมข้อมูลวีซ่าและข้อมูลส่วนตัวบางประการ เพื่อเป็นประโยชน์เวลากรอกแบบฟอร์มการตรวจสุขภาพ ได้แก่ ประเภทวีซ่าของท่าน หมายเลขเคสวีซ่า ที่อยู่ปัจจุบันและที่อยู่ในอเมริกาเป็นภาษาอังกฤษ
- ประวัติการฉีดวัคซีนต่างๆ รวมทั้งประวัติการฉีดวัคซีนโควิดอย่างน้อย 2 เข็ม ชนิดใดก็ได้ครับ (ปริ้นท์จากในแอปฯ หรือไลน์หมอพร้อมได้เลยครับ)
- ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติสุขภาพ เช่น โรคประจำตัว ยาที่ใช้ประจำ ประวัติการผ่าตัด การแพ้ยาอาหารสารเคมี etc.
ผมไปตรวจที่ รพ. บำรุงราษฎร์ (ค่าใช้จ่าย รวม 10,xxx บาท: ค่าตรวจสุขภาพ 3,xxx และค่าวัคซีน 4 เข็ม 6,xxx โดยมี 1) ไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ 2) คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก 3) คางทูม หัด หัดเยอรมัน และ 4) อีสุกอีใส แนะนำว่าควรทำ HN ไว้ล่วงหน้า วันที่ไปถึงจะได้ไม่ต้องรอนาน ไม่ต้องงดน้ำงดอาหารใด ๆ พอไปถึงก็ลงทะเบียนที่อาคาร A ชั้น 10 (ฝั่ง Starbucks) แล้วไปยื่นเอกสารและกรอกข้อมูลต่างๆ ต่อที่ชั้น 15 โซน C (Clinic zone) ได้เลยครับ ผมเข้าตรวจกับ นพ.วัชระพงศ์ แซ่ซือ
โปรแกรมการตรวจและการฉีดวัคซีนขึ้นอยู่กับอายุและประวัติการได้รับวัคซีนครับ ทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้จัดเตรียมแบบฟอร์มการตรวจสุขภาพไว้ให้โดยที่เราไม่ต้องเตรียมไป เนื่องจากแบบฟอร์มเหล่านี้อยู่ในความรับผิดชอบของแพทย์ผู้ตรวจเท่านั้นครับ และผลการตรวจสุขภาพอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน แต่หากมีปัญหาสุขภาพหรือเป็นโรคปอดเรื้อรัง ผลการตรวจสุขภาพจะอยู่ได้ประมาณ 3 เดือนครับ หากเดินทางเกินระยะเวลานี้ก็อาจจะต้องตรวจสุขภาพใหม่ก่อนการเดินทางครับ
เดินทางไปตรวจได้ตั้งแต่ 07.00-13.00 น. ครับ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง รอเจ้าหน้าที่โทรแจ้งผลเอ็กซ์เรย์กับผลตรวจเลือด ก็กลับบ้านได้ครับ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้ใบนัดเพื่อมารับผลตรวจ ซึ่งสามารถมารับได้ประมาณ 15.00-16.00 น. ของวันถัดไปหรือวันใดก้ได้ที่สะดวก เอกสารตรวจสุขภาพจะได้มา 2 ชุด โดยชุดที่ปิดผนึก ห้ามแกะเด็ดขาดเพราะต้องนำไปยื่นที่สถานทูตในวันสัมภาษณ์ครับ ส่วนเอกสารอีกชุดคือชุดสำเนา สามารถเปิดดูได้เลยครับ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ครับ
***ก่อนการเดินทางจริง ก็จะมีการเตรียมตัวและเตรียมเอกสารอีกทีนึงครับ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับโควิด-19***
ทำพาสปอร์ตใหม่ 10 ปี ยาวๆ ที่มาบุญครอง ชั้น 5 โซน A เปิดจันทร์-ศุกร์ 10.00-16.00 น. พกแค่พาสปอร์ตเล่มเก่า บัตรประจำตัวประชาชน และเงิน 1,540 บาทก็ทำได้ง่าย ๆ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีครับ ลองไปดูรีวิวจากลิงก์นี้ครับ
วันสัมภาษณ์ ได้คิว 22 เมษายน 2021 เวลา 10.00 น. ไปถึงประมาณ 08.30 น. ได้สัมภาษณ์จริงตอน 10.15 น. ครับ ขั้นตอนคร่าว ๆ คือ
- เช็กคิวสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ติด tracking no. ไว้ด้านหลังพาสปอร์ตเล่มใหม่ให้ อย่าลืมถ่ายรูปเก็บไว้
- ตรวจสอบ สแกนอุปกรณ์ในร่างกาย ฝากโทรศัพท์
- เดินตามเส้นสีเขียวไปได้เลย เข้าไปที่ช่องตรวจเอกสารหมายเลข 2 หรือ 3
- ตรวจเอกสาร จ่ายเงิน แล้วรอคิวสัมภาษณ์
- สัมภาษณ์ที่ช่องหมายเลข 5 สำหรับวีซ่าถาวร สแกนลายนิ้วมือ สาบานว่าจะพูดความจริง แล้วก็เริ่มพ่นไฟใส่ท่านทูตรัวๆๆๆๆ
- เสร็จแล้วจะได้รับเอกสารตัวจริงคืน >> กลับบ้านได้
สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดครับ แต่ถ้าใครไม่สะดวกก็สนทนาเป็นภาษาไทยได้ครับ ท่านทูตใจดี ไม่ต้องกังวล คำถามคือ…
- ยังโสด? ไปคนเดียว?
- ไปอยู่กับใคร? มีเพื่อนอยู่ที่นั่น?
- เป็นพยาบาล ? แล้วตอนนี้ทำงานอะไร ? ที่ไหน?
- มีใบประกอบวิชาชีพของเมกา ?
- วางแผนจะไปทำงานที่เมืองไหน ? แค่นี้ครับ
____________
สรุปไทม์ไลน์ตั้งแต่สมัครจนถึงได้รับกรีนการ์ด
- สมัคร 9 พฤศจิกายน 2020 (เกือบสมัครไม่ได้ เพราะ error ประมาณ 5-6 รอบ) [สมัครฟรี!!!]
- เช็กผล 10 พฤษภาคม 2021 ต้องเช็กเอง ไม่มีอีเมลแจ้งเตือน!!!
- เตรียมข้อมูล กรอกข้อมูล และส่ง DS-260 13 พฤษภาคม 2021
- ดำเนินการเรื่องการสอบ professional license ของ NY Board of Nursing พฤษภาคม 2021 อยากรู้ว่าทำยังไง ตามไปในนี้ครับ
- ขอ police certificate 8 กรกฎาคม 2021 มีอายุ 2 ปีนับจากวันที่รับรอง [160 บาท]
- แปลเอกสาร [5,xxx บาท]
- ได้รับเมล์จาก KCC เพื่อขอเอกสารเพิ่มเติม 24 สิงหาคม 2021
- ส่งเอกสารและได้รับอีเมลยืนยันจาก KCC ในวันเดียวกัน
- เช็ก Visa bulletin ทุกเดือน จะอัปเดตประมาณกลางเดือนของทุกเดือนครับ
- Visa bulletin cut-off 17,000 ขึ้นอัปเดต 16 กุมภาพันธ์ 2022
- ได้รับอีเมลนัดสัมภาษณ์ 1 มีนาคม 2022
- เตรียมเอกสาร รูปถ่าย ขอเอกสารรับรองการทำงาน เอกสารรับรองเงิน มีนาคม 2022 [~500 บาท]
- ตรวจสุขภาพที่บำรุงราษฎร์ 28 มีนาคม 2022 ช่วงเช้า ฉีดวัคซีนไป 4 เข็มจุก ๆ เลยครับ [10,xxx]
- ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ (10 ปี endorsement อัตโนมัติ และอย่าลืมแก้ไขข้อมูล passport ใน GSS ด้วยนะครับ) รอรับประมาณ 2-3 วันทำการ [1,540 บาท] (28 มีนาคม ช่วงบ่าย)
- แลกเงิน 330$ เป็นค่าธรรมเนียมวีซ่าในวันสัมภาษณ์ (28 มีนาคม ช่วงบ่าย) แล้วแต่อัตราแลกเปลี่ยน [11,1xx บาท]
- สัมภาษณ์วีซ่า วันที่ 22 เมษายน 2022 ประมาณ 10.15 น. ได้รับวีซ่ากะพาสปอร์ตคืนใน 7-10 วัน แล้วจึงจ่ายค่าธรรมเนียมกรีนการ์ดอีก 220$
- Plan เดินทางประมาณ กันยายน 2022 จัดเตรียมเสื้อผ้า ของใช้ วางแผนตรวจ Fit to Fly ฯลฯ
- รอรับ Social Security Number ประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังเดินทาง ตามที่อยู่ที่ระบุใน DS-260
ผมสมัครปีแรก ครั้งแรก เพื่อนที่อยู่เมกามาสะกิดให้สมัคร ก็ลองสมัครไปเล่นๆ ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้ เรื่องมูเตลูก็ไม่ได้สนใจเลย เพราะไม่ใช่สายมู ส่วน DV2023 ก็ไม่ได้สมัคร คิดอย่างเดียวว่าปีนี้ต้องได้ ต้องได้ และต้องได้ ถ้าดวงมันจะได้มันก็คงได้ของมันเอง แต่ตอนรอคิวสัมภาษณ์ คุณแม่เค้าก็แอบมูเตลูแถวๆ บ้านของเค้าเองครับ แต่ถ้าปีนี้ไม่ได้ก็คงตัดสินใจไป track อื่นแทนครับ เพราะคิดว่าคงไม่โชคดีได้รับเลือกสองปีซ้อนแน่ ๆ
ตอนประกาศผล แรกๆ ก็แอบเครียดอยู่เหมือนกันครับว่าลำดับ 13xxx จะถูกเรียกไหม? ต้องเตรียมตัวยังไง? เตรียมอะไรบ้าง? ไปแล้วจะทำงานอะไรยังไง? ซึ่งข้อมูลจากพี่มดและรุ่นพี่ DV ปีก่อนหน้านี้ช่วยได้เยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (ก ไก่ 55000 ล้านตัว) วันนี้ที่มารีวิวก็เพราะเหตุผลนี้เลยครับ จะได้เอาไว้เป็นแนวทางให้กับทุกคนได้ดำเนินการตาม
สุดท้ายนี้ อยากจะบอกทุกคนว่ามีดวงอย่างเดียวไม่พอจริง ๆ ครับ ผู้ได้รับเลือกทุกคนต้องมีการวางแผนและความพร้อมที่ดีในระดับนึงเลย โดยเฉพาะการเตรียมตัวและวางแผนในทุก ๆ ขั้นตอนของการขอ DV และที่สำคัญอย่าลืมวางแผนการทำงานและการใช้ชีวิตในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยนะครับ (ลองเข้าไปดูรายละเอียดการประกอบอาชีพจาก https://www.onetonline.org) ขอให้ทุกคนโชคดี DV2023 น่าจะได้ลุ้นกันมันส์แน่นอน เพราะในอนาคต รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี โจ ไบเดน อาจจะมีการเพิ่มโควตาจาก 55,000 เป็น 80,000 ที่นั่งรวมผู้ติดตามสำหรับ DV applicants ทั่วโลก!!! ต้องรอลุ้น!!!
____________
ปล. 1 ทั้งหมดทั้งมวลคือข้อมูลที่ได้จากการศึกษาด้วยตัวเอง ประกอบกับการสอบถามข้อมูลทั้งจากพี่มดและจากการรีวิวของสมาชิกในกลุ่ม ค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจ แล้วก็จดบันทึกรายละเอียดไว้ครับ หากผิดพลาดประการใดก็สามารถช่วยเข้ามาให้ข้อมูลหรืออธิบายเพิ่มเติมได้ ไม่ว่ากันครับ Feel free to let us know if anything is missing
ปล. 2 หากใครมีประเด็นคำถาม อยากจะให้ลองศึกษาข้อมูลจากในกลุ่ม “ผู้สมัคร Green Card Lottery Thailand กรีนการ์ดล๊อตโต” ด้วยตัวเองก่อนนะครับ เพราะมีรายละเอียดต่าง ๆ ให้เราได้อ่านแบบละเอียดและชัดเจนมาก ๆ แต่หากใครไม่ชอบอ่านก็ไปฟังเพลิน ๆ จากช่อง YT ของพี่มดได้เลยครับ
ปล. 3 มูเตลูเดียวหลังจากได้ Case Number ก็คือภาพพักหน้าจอหมีบราวน์กลาง NYC ไม่รู้ช่วยได้เยอะมั้ย แต่ก็ทำให้รู้สึกดี
ไว้เจอกันที่สหรัฐอเมริกานะครับ
ขอบคุณข้อมูลจากต้นโพสต์https://www.facebook.com/100003047095331/posts/4844816455629876
0 ความคิดเห็น