ชีวิตเด็กนิเทศสองขั้ว! 'พี่โปร' บัณฑิตนิเทศ ม.สตรีอีฮวา (เกาหลี) สู่ ป.โท Digital Marketing (อังกฤษ)

안녕! Hello! น้องๆ ชาว Dek-D ทุกคนค่ะ สิ่งที่ท้าทายมากในยุคนี้ก็คือการอัปเดตความรู้ให้ทันกระแสของโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง จากที่เมื่อก่อนเรารับรู้ข้อมูลของธุรกิจต่างๆ จากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือการรับชมโทรทัศน์และฟังวิทยุ ปัจจุบันสื่อดิจิทัลได้ก้าวเข้ามาเป็นกระแสหลักที่แบรนด์ต่างๆ ใช้เชื่อมต่อและให้ข้อมูลกับผู้บริโภคของพวกเขาอย่างใกล้ชิด และเรียกว่าแทบไม่มีอาชีพไหนหลีกเลี่ยงการรู้จักและฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือที่เกี่ยวข้องได้เลยค่ะ

วันก่อนเรามีโอกาสได้พูดคุยกับ "พี่โปร-สมัชญา โมจนกุล" อดีตเด็กฝึกงานประจำทีม Study Abroad ที่อิมพอร์ตจากมหาวิทยาลัยเกาหลี จบสาขาด้านสื่อโทรทัศน์และภาพยนตร์ คณะ Media Studies จาก ม.สตรีอีฮวา จากนั้นก็กลับมาทำงานบริษัทเอเจนซีโฆษณาแห่งหนึ่งในไทย ก่อนจะตัดสินใจบินลัดฟ้าไปเรียน Digital Marketing ที่ประเทศอังกฤษ เพื่ออัปเดตเทรนด์การใช้สื่อยุคใหม่ เท่ากับว่าเธอได้สัมผัสความใหม่ทั้งรูปแบบสื่อและวัฒนธรรมการเรียนในสองซีกโลก // จะน่าสนใจขนาดไหน ตามไปอ่านรีวิวไว้ประกอบการตัดสินใจกันเลย~

เรียนสื่อเหมือนเดิม แต่ไ่ม่เหมือนเดิม

สวัสดีค่า ชื่อโปรนะคะ เรียนจบ ป.ตรี  Television & Films คณะ Media Studies ที่ ม.สตรีอีฮวา (Ewha Womans University)  ประเทศเกาหลีใต้ค่ะ ตอนนั้นได้ทุนมหาวิทยาลัยประเภท ISS FI (International Students Scholarship)  ยกเว้นค่าเรียน 1 ปีค่ะ

เท้าความเล็กน้อยคือโปรสนใจภาษาและวัฒนธรรมประเทศเกาหลีมาตั้งแต่ ม.ต้น + ติดตามศิลปินเกาหลี + ดูรายการวาไรตี้และซีรีส์เกาหลีมานาน จนสนใจและเกิดสงสัยว่าทำไมวงการเอนเตอร์เทนเมนต์บ้านเค้าถึงเติบโตเร็วจังนะ?  ดังนั้นโปรก็เลือกสมัครเรียนด้านสื่อโทรทัศน์และภาพยนตร์ 

แล้วตอนหลังก็ค้นพบว่าจริงๆ สนุกทุกวิชาเลยอ่ะ! หนึ่งในนั้นคือวิชาเกี่ยวกับ Media Marketing และเชิง Business เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราเข้าใจว่าในแวดวง K-POP เค้าวางแผนยังไงสื่อถึงได้เติบโตเร็วและเป็นที่รู้จัก 

วิชานี้ช่วยให้โปรได้คำตอบว่าทำไมวงการบันเทิงเกาหลีใต้ถึงเติบโตเร็ว หนึ่งในเหตุผลสำคัยคือคนเกาหลีทำงานแบบละเอียดอ่อนและ Perfectionist มากๆ  เค้าจะวางแผนไม่ให้สิ่งที่เค้าทำมีรูรั่วเลย งานเดียวต้องแตกได้ทุกแขนง ต่อยอดได้เรื่อยๆ นั่นเองค่ะ

Part I : ป.ตรี Television & Film
Photo by Pond Juprasong on Unsplash
Photo by Pond Juprasong on Unsplash

หลังจากจบ ป.ตรี โปรกลับไทยมาทำงานเป็น Content Creator ในบริษัทเอเจนซีโฆษณาแห่งหนึ่งในไทยค่ะ เน้นดูแลแพลตฟอร์มบนสื่อดิจิทัลของลูกค้า ซึ่งก็คือแบรนด์ต่างๆ งานเชิง Digital Media, Marketing และ Communication ที่โปรไม่เคยเรียนแบบเจาะลึกมาก่อน  เลยจุดประกายให้สนใจอยากเรียนต่อ ป.โท ด้าน Digital Marketing  แล้วเลือกอังกฤษเพราะสามารถเรียนจบ ป.โท ได้ใน 1 ปี

ส่วนมหาวิทยาลัยโปรดูเรื่องหลักสูตรที่อยากเรียนเป็นหลัก และดูว่าคะแนน IELTS ของเราผ่านเกณฑ์ที่ไหนบ้าง ฯลฯ จริงๆ แล้ว ​MSc Digital Marketing หลายที่เปิดสอน แต่เลือก  Oxford Brookes University เพราะมีความทันสมัย ตั้งอยู่ในเมืองมหาวิทยาลัย (Oxford) และไม่ไกลจากลอนดอน​ (London) ถ้าเรียนแล้วเหนื่อยก็พักไปเที่ยวฮีลใจได้ไม่ยาก

Cr.  [FB] Oxford Brookes University
Cr.  [FB] Oxford Brookes University
Cr.  [FB] Oxford Brookes University
Cr.  [FB] Oxford Brookes University

เตรียมตัวและวางแผนสมัครยังไงบ้าง?

ด้วยความที่ตอนโปรสมัครเรียนพร้อมกับทำงานประจำไปด้วย  ก็เลยไปใช้บริการเอเจนซีเรียนต่อต่างประเทศ ทำให้ไม่ต้องเตรียมตัวเยอะมาก  หลักๆ เรื่องที่เตรียมตัวมีประมาณนี้ค่า

  • คะแนนภาษาอังกฤษ ตอนนั้นโปรรู้สึกยังทำคะแนน IELTS ได้ไม่ค่อยดี เลยตั้งใจจะวางแผนเรียนภาษาอังกฤษกับมหาวิทยาลัยก่อน 1 เทอม (เกณฑ์รับสมัคร IELTS Overall 6.0 พาร์ตการอ่านและเขียนขั้นต่ำ 6 และพาร์ตฟังกับพูด 5.5) 
     
  • เรียงความสมัครมหาวิทยาลัย ทั้งตอนเรียน ป.ตรีที่เกาหลี กับตอน ป.โทที่อังกฤษ โปรเน้นเล่าเรื่องของตัวเอง ประสบการณ์และแรงบันดาลใจที่ทำให้เลือกที่นี่ สาขานี้ และการนำไปประยุกต์ใช้หลังเรียนจบ
     
  • Resume หรือ CV ทำเหมือนตอนสมัครงานเลยค่ะ จะมีประวัติการศึกษา การทำงาน ประสบการณ์ต่างๆ ที่เป็นเชิง professional หรือ เกี่ยวกับการทำงาน
     
  • ประสบการณ์ทำงานจำเป็นไหม? ตอนเรียนเกาหลีโปรเคยปรึกษาเพื่อนว่า ถ้าจบ ป.ตรี แล้วจะต่อ ป.โท เลยดีมั้ย ก็ได้คำแนะนำว่าถ้าทำงานก่อนจะทำให้รู้ว่าตัวเองยังต้องเติมอะไรเพื่อให้ Career Path  ของเราแข็งแรงขึ้น พอตอนหลังก็ค้นพบว่าใช่ตามนั้น อีกอย่างคือตอนเรียนจะมี discuss เยอะ ซึ่งเราสามารถนำประสบการณ์มาแชร์ต่อได้

ยกระดับสกิลเอาตัวรอด

ช่วงมาถึงแรกๆ ปรับตัวไม่ยากเลย ตอนนั้น COVID-19 ยังไม่ระบาด แล้วบังเอิญรู้จักเพื่อนคนไทยที่มาจากไฟลต์บินเดียวกันพอดี ก็เลยพากันไปจัดแจงธุระ ทำนู่นทำนี่ ซื้อของ เที่ยว กินข้าวด้วยกัน มหาวิทยาลัยก็มีบริการรับ-ส่งตั้งแต่สนามบินมาถึงหอพัก ได้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่อังกฤษ รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มหลายคน ไปไหนมาไหนบ่อยค่ะ

แต่พอโควิดเริ่มระบาดหนักในอังกฤษ หนังคนละม้วนเลยค่ะ จินตนาการบรรยากาศช่วงนั้นเหมือนจะเป็นวันสิ้นโลก แต่จริงๆ ไม่ได้ลำบากขนาดนั้นหรอกยังพอไปไหนมาไหนได้ แต่ถือเป็น Once in a Lifetime ที่ไม่ทันตั้งรับมาก่อน

  • แทบไม่เจอใคร เพราะเพื่อนส่วนใหญ่แยกย้ายกลับประเทศ
  • เตรียมหน้ากากอนามัยมาไม่พอใช้ (แต่เพื่อนคนจีนแบ่งให้เยอะมาก!!)
  • ต้องรักษาระยะห่าง ตอนออกไปซื้อของเข้าหอก็ต้องยืนรอหน้าร้าน
  • ตอนจะบินกลับไทยต้องรอคิว  เพราะเที่ยวบิน (Flight) ที่สถานทูตจัดไว้ให้มีจำกัด ก่อนบินเข้าลอนดอนก็มีเรื่องเอกสารเข้ามาเพิ่ม กลับไทยมาก็ต้องกักตัวที่โรงแรม จากนั้นเรียนออนไลน์ยาวๆ ไปเลยช่วงเทอมแรก
  • เทอม 2 โควิดมีวี่แววจะเบาลง  โปรเลยตัดสินใจกลับมาอังกฤษ แต่เน้นอยู่หอ ไมได้ไปไหนมาไหนเหมือนเดิม และจะมีเรียน On-site แบบ Social Distancing ช่วงใกล้ปิดเทอม แล้วช่วงที่หอจะหมดสัญญาก็ย้ายไป London ทำวิทยาพนธ์ให้จบ ตั้งใจว่าจะหางานที่อังกฤษแต่ก็มีเหตุให้ต้องกลับไทยมาค่ะ

ช่วงโควิด-19 ทำให้ใช้ชีวิตได้ยากขึ้น สิ่งที่พุ่งสูงขึ้นมาก็เลยเป็น "ทักษะการเอาตัวรอด" เราต้องพยายามทำให้ตัวเองปลอดภัยที่สุด เพราะถ้าติดโควิดขึ้นมาไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตยังไงต่อ (อยากขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ช่วยเหลือโปรตอนอยู่ที่นู่นมากๆ เลยค่ะ)

ชีวิต ป.โท MSc Digital Marketing 
@ Oxford Brookes University

ภาพรวมการเรียน

พอเป็นหลักสูตร ป.โท 1 ปี แบ่งออกเป็น 2 เทอม ทุกอย่างก็เลยอัดแน่นมากๆ  เทอมแรกได้เรียนตามวิชาที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว และเทอม 2 ก็ทำวิทยานิพนธ์  วิชาต่างๆ เนื้อหาใหม่สำหรับเราพอสมควร เพราะป.ตรี มีแค่บางวิชาที่เป็น Marketing  ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยจากตอนทำงาน เพราะงานของเรามีการวิเคราะห์ตัวเลขหลังบ้านของโซเชียลมีเดียแบรนด์ค่ะ

ตอนนั้นยังมีช่วงเรียนออนไลน์ เวลาอภิปรายในคลาสก็อาจเป็น  Awkward Moment นิดนึงเพราะคนอาจติดเขินๆ ไม่ค่อยกล้าเปิดไมค์พูด แต่จะผ่อนคลายขึ้นตอนเปิดเรียน On-site คลาสจริง ทำให้เราได้ฟังมุมมองจากบริบทประเทศอื่นมากขึ้น เพราะเพื่อนในคลาสก็หลากหลายทั้งในแง่อายุและสัญชาติ มีทั้งจากอินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี จีน อังกฤษ และประเทศอื่นในแถบยุโรปด้วย  อย่างไรก็ตาม โปรว่าทักษะความเป็นผู้นำสำคัญ บางตอนที่เรียนออนไลน์คือต้องพูดขึ้นมาก่อนจริงๆ ไม่งั้นบรรยากาศจะเดดแอร์นานจนรู้สึกเกรงใจอาจารย์

และน่าเสียดายที่โควิด-19 ทำให้พลาดโอกาสทำบางอย่าง เช่น Company Visit  (รุ่นก่อนหน้านี้ได้ไปอเมริกา แต่ปีที่โปรเรียน เค้าจำเป็นต้องงดเพื่อความปลอดภัยค่ะ T-T)

*อัปเดตโครงสร้างหลักสูตรและวิชาเรียนได้ทาง เว็บไซต์ MSc Digital Marketing ของ Oxford Brookes University

ตัวอย่างวิชาเรียน

  • Digital and Social Media Marketing Strategy  เรียนการวิเคราะห์การสื่อสารออนไลน์ องค์รวมของแบรนด์นั้นๆ เช่น หน้าที่ของโซเชียลมีเดีย หรือหน้าที่ของเว็บไซต์ที่มีอยู่แล้วว่า การนำเสนอเป็นยังไงบ้าง มีการใช้ Influencer หรือไม่ เป็นต้น (ทางอาจารย์ก็จะมีแนะนำ Analytics Tool ให้ใช้)
     
  • Global Marketing Strategy  จำลองการบริหารบริษัทคอมพิวเตอร์ เริ่มตั้งแต่ตั้งบริษัทเอง, คิดผลิตภัณฑ์, จ้างพนักงาน, แผนโปรโมต, เลือกกลุ่มประเทศเป้าหมายเพื่อเข้าไปตีตลาด  ฯลฯ ตอนเรียนเราได้แข่งกับเพื่อนๆ ในคลาสว่าใครจะได้กำไรเยอะกว่ากัน  ส่วน Final Project ก็น่าสนใจ เพราะได้เลือกแบรนด์จากประเทศอังกฤษที่เราชอบ และเลือกว่าจะตีตลาดที่ประเทศไหน
     
  • Digital Marketing Analytics เรียนวิเคราะห์ การสื่อสารในออนไลน์ เช่น โซเชียลมีเดียต่างๆ ก็จะมีรูปแบบในการนำเสนอ content ไม่เหมือนกัน โดยวิชานี้จะมีโปรเจ็กต์ให้เราทำเพจและเว็บเองด้วยค่ะ และ มาวิเคราะห์ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเพจและเว็บไซต์ของเรา)
     
  • Professional and Academic Development for Marketers  วิชานี้เกี่ยวกับการวางแผนอาชีพและด้านที่ควรพัฒนาเพื่อให้เติบโตในสายงานขอเรา อาจารย์จะคอยแนะนำเรื่องการหาโอกาสพัฒนาตัวเองที่เหมาะกับเรา เช่น ฟังบรรยาย เรียนออนไลน์เพิ่มเติม ฯลฯ
https://image.dek-d.com/contentimg/2024/kookkai/04_K'ProUK/collage4.jpg
https://image.dek-d.com/contentimg/2024/kookkai/04_K'ProUK/collage4.jpg

เรื่องการเขียนท้าทายที่สุด

 ทุกวิชามีเปเปอร์ และตัวบอสคือวิทยานิพนธ์ประมาณ 15,000 คำ เลือกหัวข้อได้อย่างเปิดกว้าง และต้องค้นคว้าข้อมูลเยอะมากเพื่อใช้สนับสนุนสิ่งที่เราเขียน  *เรื่อง Plagiarism ที่นี่เคร่งครัดมากๆ ทุกคนที่ต้องส่ง Paper ก็ต้องเอาเข้าโปรแกรมตรวจก่อน แถมทางมหาลัยมักจะย้ำเรื่องนี้อยู่เสมอเลยค่ะ

ตอนนั้นโปรเลือกธีสิสหัวข้ออิทธิพลของ Newsjacking Content ในไทย  อธิบายง่ายๆ ก็คือการทำเนื้อหาแนวโหนกระแส  เช่น ตอนที่ละครเรื่องนี้ดัง แบรนด์ต่างๆ ก็เอาฉากในละครมาเล่นต่อยอดเพื่อโปรโมตตัวเอง หรือช่วงที่แบรนด์เอาข่าวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไทยมาทำคอนเทนต์จนเป็นไวรัล  เหตุผลที่สนใจเรื่องนี้เพราะตอนโปรทำงานเป็น Content Creator ต้องคอยหาหัวข้อมาโพสต์ในโซเชียล แล้วเราอยากหยิบสิ่งนี้มาศึกษาพฤติกรรมของคนว่า Newsjacking ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคยังไงบ้าง

สรุปแล้วโปรยกให้เทอม 2 เป็นช่วงที่เหนื่อยสุดๆ เลยค่ะ ไม่เคยต้องเขียนอะไรเยอะขนาดนี้มาก่อนในชีวิต~~~~ แล้วยังถูกตีกลับให้แก้บ่อยจนแทบท้อ แต่กลับมาสู้จนจบได้

เว็บหลักสูตร MSc Digital Marketing

#รีวิวอังกฤษ กับชีวิตใน Oxford

  1. มหาวิทยาลัย สิ่งอำนวยความสะดวกครบ และมีหน่วยงานที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ ไม่เหงาเพราะมีกิจกรรมให้เข้าร่วมตลอด 
     
  2. เมือง ถ้าเทียบกับเมืองใหญ่ๆ Oxford เป็นเมืองที่เงียบมากกกโดยเฉพาะตอนมืดๆ  บรรยากาศรอบๆ ไม่พลุกพล่าน อยู่แล้วอุ่นใจเพราะเป็นเมืองมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ก็คือนักศึกษาด้วยกัน 
     
  3. ประเทศอังกฤษมีสวนสาธารณะเยอะ พิพิธภัณฑ์สวย ยิ่งถ้าชอบสถาปัตยกรรมที่มีกลิ่นอายยุโรปๆ เข้าเมืองไปจะฟินเลยค่ะ เพราะโซน City Centre ใน Oxford เค้าจะรักษาสถาปัตยกรรมสมัยก่อนไว้  บ้านเรือนค่อนข้างเป็นแพตเทิร์นเดียวกัน ถึงจะมีตึกใหม่ๆ ปนบ้างและมีห้างอยู่ใจกลาง แต่ก็รู้สึกกลมกลืน ไม่ได้กวนสายตา
     
  4. ประเทศอังกฤษให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิต ถ้าในมหาวิทยาลัยเองก็จะย้ำเสมอว่ามีทีมงานคอยคุมคอยซัปพอร์ต เค้าดูจริงจังมากๆ และมีกิจกรรมคลายเครียด เช่น Dog Therapy ตอนได้กอดน้องๆ แล้วชื่นใจจจ ดีขึ้นจริงๆ ค่ะ <3

ระหว่างชีวิตที่เกาหลีและอังกฤษ
ติดใจข้อดีเรื่องอะไรบ้าง?

โปรชอบเกาหลีตรงที่ใช้ชีวิตได้ 24 ชั่วโมง สนุกกว่า เจอเพื่อนสายเฮฮา แล้วเราก็แฮปปี้กับอาหารเกาหลีด้วย ตอนทำงานกลุ่มอาจมีรู้สึกกดดันบ้างเพราะคนเกาหลีทำงานกันจริงจังมาก แต่ก็ช่วยเหลือกันดีมากๆ เหมือนกัน

ส่วนในแง่การเรียนของประเทศอังกฤษจะผ่อนคลายกว่า อาจด้วยความต่างของระดับ หลักสูตร วิธีสอน และรูปแบบการทำงานส่งอาจารย์  สิ่งนึงที่สังเกตได้คือช่วงก่อนสอบที่เกาหลี​ หนึ่งในของที่ได้จากมหาวิทยาลัยคือ "เครื่องดื่มชูกำลัง" แต่ตอนอยู่อังกฤษได้ "อาหารเสริมช่วยให้ผ่อนคลาย"  สะท้อนวัฒนธรรมแตกต่างกันชัดเจนมากค่ะ

แชร์ทริกประหยัด

ช่วงเรียนที่อังกฤษโปรไปด้วยทุนตัวเองทั้งหมด = จ่ายเกือบล้าน มีทั้งค่าเรียนภาษา, ค่าเรียน ป.โท, ค่าที่พัก, ค่าใช้จ่ายตอน และค่าอื่นๆ ต้องมีเงินจำนวนนึงไว้ทำ Bank Statement เพื่อขอวีซ่าด้วย เลยยิ่งเป็นเหตุผลที่น่าทำงานเก็บเงินก่อนมาเรียนต่อ 

ระหว่างเรียนโปรไม่ได้ทำงานพิเศษไปด้วย แต่จะมีวิธีเซฟเงินคือเลือกซื้อของจากร้านที่ราคาถูกแต่ของคุณภาพโอเค เช่น Poundland และ ALDI // ตอนนั้นโปรอยู่ได้เพราะ ALDI เลยค่ะ เพราะของกินของใช้ถูกมากกก  บางอย่างราคาไม่ถึงปอนด์ด้วยซ้ำ เผลอๆ ซื้อที่ไทยยังแพงกว่าอีก

นอกจากนี้ก็คือซื้อของช่วง Black Friday ซึ่งเป็นวันที่คนออกมาชอปปิงกันเยอะมากเพราะร้านค้าพากันลดราคากระหน่ำค่ะ

Cr.  [FB] Oxford Brookes University
Cr.  [FB] Oxford Brookes University
พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น