สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่า~ ต้องบอกว่าฤดูหนาวประเทศไทยปีนี้สมศักดิ์ศรีมากเลยทีเดียวนะคะ ซึ่งนั่นก็เป็นผลมาจากปรากฏการณ์ลานีญานั่นเอง ถึงอย่างนั้นก็เชื่อว่าใครหลายๆ คนอยากให้อากาศหนาวๆ อยู่นานกว่านี้หน่อย ว่าแล้ววันนี้ พี่ลูกหมู เลยขอมาเอาใจคนชอบอากาศคูลๆ เพราะจะพาไปเปิดวาร์ปสถาบันการศึกษาจากประเทศนอร์เวย์ที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าเย็นที่สุดในโลก ที่นั่นก็คือ ‘University Centre in Svalbard’ ใครอยากสัมผัสบรรยากาศขั้วโลกเหนือแบบเรียนไปปากสั่นไป อยากรู้ว่าจะเย็นจนต้านทานไหวหรือเปล่า รีบไปทำความรู้จักที่นี่กันได้เลย~
..............
เปิดรั้วน้ำแข็ง
University Centre in Svalbard (UNIS)
University Centre in Svalbard (UNIS) เป็นศูนย์การศึกษาระดับมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในเมืองลองเยียร์บีเอน (Longyearbyen) บนหมู่เกาะสฟาลบาร์ด (Svalbard) ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งอยู่ระหว่างทะเลนอร์วีเจียน (Norwegian Sea) และมหาสมุทรอาร์กติก โดยที่นี่เป็นสถาบันการศึกษาระดับสูงเฉพาะทางที่เน้นการเรียนการสอนและการวิจัยในสภาพแวดล้อมของขั้วโลกเหนือ (Arctic) และเปิดรับนักศึกษาจากทั่วโลกเข้าเรียนด้วยค่ะ
ต้องบอกก่อนว่า UNIS ไม่ใช่มหาวิทยาลัย แต่เป็นศูนย์การศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ที่เปิดสอนระดับป.ตรี ป.โท และป.เอก โดยผู้เรียนจะไม่ได้รับปริญญาโดยตรงจาก UNIS แต่สามารถโอนหน่วยกิตไปยังมหาวิทยาลัยพาร์ตเนอร์ในนอร์เวย์ เช่น UiT The Arctic University of Norway, University of Oslo, University of Bergen, Norwegian University of Science and Technology (NTNU) หรือยูในประเทศอื่นๆ ได้ ส่วนการจะเข้าเรียนที่นี่ได้ จะต้องสมัครผ่านมหาวิทยาลัยในนอร์เวย์ที่อยู่ในความร่วมมือกันนั่นเองค่ะ
สำหรับที่ตั้งนั้น เรียกว่าเป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด มีฤดูหนาวที่ยาวนานและมืดสนิท (Polar Night) รวมถึงฤดูร้อนที่มีดวงอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun) มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี จึงเหมาะสำหรับการศึกษาและวิจัยในสภาพแวดล้อมแบบอาร์กติก ธารน้ำแข็ง การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ขั้วโลก และปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น แสงเหนือ (Aurora Borealis) เป็นต้น
ลองคิดดูว่านักศึกษาจะได้สัมผัสประสบการณ์เรียนที่แตกต่างสุดๆ ทั้งหิมะตกหนัก อุณหภูมิที่อาจลดต่ำไปถึง -20°C ถึง -40°C ลมแรงจากอาร์กติกก็ยิ่งทำให้เรียนแบบสั่นสู้สุดๆ แถมยังมีโอกาสเจอหมีขั้วโลกไปอีก เรียกว่าเป็นประสบการณ์การเรียนที่ไม่อาจหาได้ทั่วไปจากมหา’ลัยอื่นๆ
Good to Know about ‘Svalbard’
ลัดเลาะเกาะสุดคูล ที่ตั้งของ UNIS
- ชื่อหมู่เกาะ ‘Svalbard’ เป็นคำในภาษานอร์เวย์ อ่านออกเสียงว่า “สฟาลบาร์ด” หมายถึง “ดินแดนที่หนาวเย็นจนแม้แต่หนวดเครายังจับตัวเป็นน้ำแข็ง”
- ถ้าเข้าฤดูหนาวเมื่อไหร่ก็จะมืดสนิทติดต่อกันเกิน 100 วัน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีช่วงฤดูร้อนที่แสงสว่างเจิดจ้า กินระยะเวลาตั้งแต่เดือนเมษายน – สิงหาคม หรือราวๆ 4 เดือน
- ที่นี่ปลอดภัยมากๆ เพราะไม่มีโจรผู้ร้าย และแถมยังไม่ค่อยล็อกรถ/ล็อกบ้านกันด้วยค่ะ บางทีก็เปิดประตูบ้านไว้ให้คนแปลกหน้าที่วิ่งหนีหมีขั้วโลกมาด้วย
- เป็นหมู่เกาะที่ผู้คนห้ามเกิดและห้ามตาย ไม่ใช่ว่าผิดกฎหมายนะคะ เพียงแต่สภาพอากาศที่เยือกเย็นบน Svalbard ทำให้ผู้คนไม่สามารถจัดการกับผู้ป่วยหรือร่างผู้เสียชีวิตให้ถูกสุขอนามัยอย่างที่ควรจะเป็น ผู้ที่ป่วยจึงต้องถูกส่งตัวไปรักษาที่แผ่นดินใหญ่ของนอร์เวย์ และหากจะคลอดบุตรก็ต้องออกจากเกาะอย่างน้อย 21 วันก่อนกำหนดคลอด
- พูดจริงไม่จ้อจี้! ที่ Svalbard ก็มีร้านอาหารไทยด้วยนะ หนึ่งในนั้นคือ ‘Saenphet Thai’ มีรีวิวบน TripAdvisor ด้วยค่ะ
Photo Credit: Unsplash
หลักสูตรที่เปิดสอน
เนื่องจากเป็นสถาบันการศึกษาเฉพาะทางที่จัดการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์อาร์กติก เน้นการลงพื้นที่เก็บข้อมูลจริง ดังนั้น UNIS แห่งหมู่เกาะ Svalbard แห่งนี้ จึงเปิดสอนแค่ 5 สาขาหลัก ได้แก่
- ชีววิทยาขั้วโลก (Arctic Biology)
- ธรณีศาสตร์ขั้วโลก (Arctic Geology)
- ธรณีฟิสิกส์ขั้วโลก (Arctic Geophysics)
- เทคโนโลยีขั้วโลก (Arctic Technology)
- ความปลอดภัยขั้วโลก (Arctic Safety)
หลักสูตรทั้งหมดผ่านการรับรองโดยมหาวิทยาลัยในนอร์เวย์ เปิดสอนเป็นภาษาอังกฤษ มีตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกเลยนะคะ
ค่าธรรมเนียมภาคการศึกษา:
ความปังคือ ที่นี่ไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียนค่ะ แต่หากสนใจจะเรียนต่อ UNIS ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายดังนี้:
- ค่าธรรมเนียมภาคการศึกษา 670 NOK หรือประมาณ 2,000 บาท แต่กรณีได้รับทุนจากโครงการแลกเปลี่ยน เช่น Erasmus, NORDPLUS หรือ Fellowship Programme for Studies in the High North ก็สามารถประหยัดเงินส่วนนี้ไปได้เลย
- ค่าเดินทางวิจัยหรือค่าลงพื้นที่ เช่น การเดินทางทางทะเลเพื่อวิจัยทางวิทยาศาสตร์ 200 NOK ต่อวัน หรือ ประมาณ 600 บาท
- ค่าครองชีพใน Svalbard ประมาณ 9,400 NOK ต่อเดือน หรือประมาณ 28,000 บาท
Note: อ้างอิงจาก 1 NOK = 3.01 บาท ณ วันที่ 24 มกราคม 2568
อยากเรียนที่นี่ต้องทำยังไง
จากที่เกริ่นไปข้างต้นว่า ถ้าอยากเรียนที่ UNIS จะต้องลงทะเบียนกับมหาวิทยาลัยในนอร์เวย์ที่เป็นพันธมิตร ยกตัวอย่างเช่น
- University of Tromsø – The Arctic University of Norway (UiT)
- University of Oslo (UiO)
- University of Bergen (UiB)
- Norwegian University of Science and Technology (NTNU)
เอกสารการสมัครเรียน
- ใบแสดงผลการเรียน (Transcript of Records) และรายละเอียดเกี่ยวกับระบบการให้คะแนน (Grading Scheme) จากการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ทั้งที่สำเร็จแล้วและกำลังศึกษา
- ประกาศนียบัตรของวุฒิการศึกษาที่สำเร็จแล้ว (Diploma)
- หนังสือยืนยันการลงทะเบียนเรียน
- เอกสารยืนยันว่ากำลังศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญาตรี โท หรือเอก ณ สถาบันการศึกษา (Enrollment Confirmation)
กรณีสมัครผ่านโครงการแลกเปลี่ยน Erasmus+
- จดหมายเสนอชื่อ (Nomination Letter) หรือ ข้อตกลงการเรียน (Learning Agreement)
- รายชื่อรายวิชาที่กำลังศึกษาอยู่ในเทอมปัจจุบัน
- สำเนาหน้าสำคัญของหนังสือเดินทาง
Note: สำหรับเอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือนอร์เวย์ (รวมถึงไม่ใช่ภาษาในกลุ่มสแกนดิเนเวีย) ต้องแปลเอกสารโดยนักแปลที่ผ่านการรับรองด้วย
ขั้นตอนการสมัคร
- ยื่นใบสมัครทางออนไลน์
- หลังจากยื่นใบสมัครเสร็จ สามารถตรวจสอบสถานะของใบสมัครได้ในระบบ Application Web
Note: การพิจารณาใบสมัครจะใช้เวลาประมาณ 3-5 สัปดาห์หลังปิดรับสมัคร หากผ่านการรับเลือกจะได้รับอีเมลแจ้งผลการสมัคร
ช่องทางติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
E-mail: Study@unis.no
Good to Know!อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีความหนาวเย็นเช่นกัน คือ North-Eastern Federal University (NEFU) ตั้งอยู่ในเมือง Yakutsk ประเทศรัสเซียนั่นเองค่ะ ที่นี่มีความเชี่ยวชาญในงานวิจัยเกี่ยวกับ การปรับตัวในสภาพอากาศหนาวเย็น เช่น การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ขั้วโลก (Polar Science) วัสดุที่สามารถทนต่อความเย็นจัด และชีววิทยาในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เป็นต้น ซึ่งทั้ง UNIS และ NEFU ต่างก็เป็นมหาวิทยาลัยในพื้นที่ที่หนาวเย็นที่สุดในโลก UNIS จะโดดเด่นในด้านวิทยาศาสตร์ขั้วโลกในเขตอาร์กติก ส่วน NEFU มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการปรับตัวในสภาพหนาวจัดในภูมิภาคไซบีเรีย |
หลังจากได้อ่านแล้วก็รู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาเลยไหมคะ ใครอยากสัมผัสอากาศหนาวสุดขั้ว หรือสนใจศึกษาประเด็นเกี่ยวกับเขตอาร์กติก สามารถเข้าไปเช็กรายละเอียดเพิ่มเติมจากทางเว็บไซต์ได้เลยค่ะ แล้วอย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาวไปเยอะๆ เลยนะคะ :D
เว็บไซต์มหาวิทยาลัยสำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่ "โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"
ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D
- Website: www.dek-d.com/studyabroad
- X: @tornokandcourse
- IG: @tornokandcourse
- Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
- Facebook: Study Guide ไปเรียนต่อนอกกันเถอะ
- TikTok: @tornokandcourse
0 ความคิดเห็น