ในวันที่วรรณกรรมคลาสสิกกลับมาครองใจนักอ่านยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะจากกระแส #BookTok หรือจากการที่นิยายหลายเรื่องถูกหยิบมาเป็น reference ในภาพยนตร์ ซีรีส์ เพลง รวมถึงผลงานศิลปะร่วมสมัยอีกมากมาย เช่น Pride and Prejudice, 1984, หรือ Dracula ฯลฯ เรียกว่าแม้เวลาจะผ่านไป แต่วรรณกรรมหลายเรื่องก็ยังคง Timeless และยังสร้างคุณค่าให้กับผู้อ่านอยู่เสมอ
และสำหรับใครที่เป็นนักอ่านหน้าใหม่และอยากเปิดโลกวรรณกรรมให้ลึกซึ้งมากขึ้น วันนี้ Study Guide จะขอมาป้ายยาเว็บไซต์ ‘Planet eBook’ แหล่งรวมวรรณกรรมคลาสสิกระดับโลก ที่เปิดให้อ่านและดาวน์โหลดฟรี ในรูปแบบ eBook ไม่ว่าจะเป็น PDF, ePub หรือ Kindle ครอบคลุมผลงานชิ้นโบว์แดงทั้งของ Jane Austen, George Orwell, Charles Dickens และอีกหลายท่าน // ตามมาเซฟไว้อ่าน และฝึกภาษาอังกฤษไปพร้อมๆ กันเลย~
Planet eBOOK
โลกของวรรณกรรมคลาสสิกที่รอให้เปิดอ่าน
Planet eBook เป็นเว็บไซต์ที่ที่รวบรวมผลงานปลายปากกาจากเหล่านักเขียนชื่อดังของโลก โดยจะเน้นนำผลงานที่อยู่ใน Public Domain ที่เปิดให้อ่านอย่างถูกต้อง หรือหมดอายุลิขสิทธิ์แล้ว มารวมให้คอวรรณกรรมได้อ่านได้แบบฟรีๆ และอุ่นใจแบบไม่ผิดลิขสิทธิ์
- สามารถดาวน์โหลดวรรณกรรมคลาสสิกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น 1984 โดย George Orwell, Pride and Prejudice โดย Jane Austen, Dracula โดย Bram Stoker และอีกมากมายหลายเรื่องเลยค่ะ
- รองรับหลายอุปกรณ์ มีไฟล์ให้เลือกทั้ง PDF, ePub และ MOBI ซึ่งสามารถอ่านได้บนคอมพิวเตอร์, สมาร์ตโฟน, แท็บเล็ต และ Kindle
- ค้นหาและใช้งานง่าย จัดหมวดหมู่ตามชื่อเรื่องและผู้แต่ง
ตัวอย่างวรรณกรรมเรื่องดังที่ไม่ควรพลาด
1984 โดย George Orwell
“โลกที่ทุกการกระทำและความคิดของคุณถูกจับตาอยู่ตลอดเวลา”
‘1984’ หรือ “หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่” (Nineteen Eighty-Four) ได้รับยกย่องเป็นวรรณกรรมดิสโทเปียระดับตำนานของโลก แม้จะตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1949 แต่อิทธิพลก็ไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลาค่ะ เพราะภาพยนตร์และซีรีส์อย่าง Black Mirror, V for Vendetta หรือ The Hunger Games ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนวนิยายเรื่องนี้ด้วย!
ฉากหลังของ 1984 คือโลกสมมุติในอนาคต ซึ่งปกครองโดยรัฐบาลเผด็จการที่ควบคุมทุกแง่มุมของชีวิตประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาษา ประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกนึกคิด ดำเนินผ่านมุมมองของ “วินสตัน สมิธ” พนักงานกระทรวงแห่งความจริง (Ministry of Truth) ที่เริ่มตั้งคำถามกับระบอบอำนาจเบ็ดเสร็จ และแอบต่อต้านพรรคใหญ่ "Big Brother" ผู้เฝ้ามองทุกคนอยู่ตลอดเวลา
ธีมหลักของเรื่องนี้ คือการควบคุมทางความคิด เสรีภาพ ความจริงที่ถูกบิดเบือน และผลกระทบของระบอบอำนาจนิยม // เรียกได้ว่าถ้าใครสนใจด้านการเมือง ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และปรัชญา พลาดเรื่องนี้ไม่ได้เลยค่ะ
........................
Dracula โดย Bram Stoker
“ตำนานแวมไพร์ต้นฉบับ ที่ยังคงหลอกหลอนคนอ่านทั่วโลกมานานกว่า 100 ปี”
เรื่องราวของ ‘Jonathan Harker’ ทนายหนุ่มที่เดินทางไปยังปราสาทลึกลับในทรานซิลเวเนีย เพื่อทำธุรกิจกับ ‘Count Dracula’ ขุนนางผู้แปลกประหลาด ซึ่งในไม่ช้าก็เปิดเผยตัวตนว่าเป็นแวมไพร์อมตะที่ออกล่าเหยื่อในยามค่ำคืน ซึ่งหลังจาก Harker หนีออกมาได้ Count Dracula ก็เดินทางไปยังประเทศอังกฤษ และเริ่มสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้คน พร้อมทั้งคุกคามผู้หญิงที่ Harker รัก จากนั้นกลุ่มเพื่อนของ Harker จึงร่วมมือกับ Dr. Van Helsing เพื่อหยุดยั้ง Dracula ก่อนที่เขาจะครอบงำโลกมนุษย์
ว่าแต่ทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นตำนานของวรรณกรรมคลาสสิกแนวกอธิก/สยองขวัญที่โด่งดังถึงปัจจุบัน?
- เป็นแหล่งกำเนิดภาพจำของ ‘แวมไพร์ในชุดสูทคลุมดำ’
- เขียนในรูปแบบ จดหมาย บันทึก และข่าว ทำให้ผู้อ่านรู้สึกสมจริง
- เป็นเรื่องเกี่ยวกับความกลัว ความตาย ศีลธรรม และเพศในสังคมยุควิกตอเรีย
- สร้างอิทธิพลต่อภาพยนตร์ ละคร และวรรณกรรมแนวสยองขวัญยุคใหม่
........................
Alice’s Adventures in Wonderland โดย Lewis Carroll
เอาใจสายแฟนตาซีกันบ้างค่ะ สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ ‘อลิซ’ เด็กหญิงจินตนาการกว้าง ขี้สงสัย กำลังนั่งเบื่ออยู่ริมแม่น้ำ ซึ่งจู่ๆ ก็เห็นกระต่ายใส่เสื้อกั๊กถือนาฬิกาวิ่งผ่านไป ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อลิซจึงวิ่งตามไปและตกลงไปในโพรงกระต่าย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยสุดแปลกประหลาดใน "แดนมหัศจรรย์" และก็ยังเจอกับตัวละครหลุดโลกมากมาย เช่น แมวเชสเชียร์ที่ลอยได้ หมวกที่ชวนดื่มน้ำชาแบบไม่มีเหตุผล หนอนผีเสื้อที่ถามปรัชญาชีวิต และราชินีโพแดงที่พูดคำว่า “ตัดหัวมัน!” เป็นเรื่องปกติ 555555
ระหว่างทางอลิซต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย เช่น ขนาดตัวที่เปลี่ยนได้จากการกินอาหารแปลกๆ หรือกฎเกณฑ์อันไม่สมเหตุสมผลของโลกแฟนตาซีนี้ สุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดก็เฉลยว่า มันอาจจะเป็นแค่ความฝันหรือจินตนาการของเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่กำลังตั้งคำถามกับโลกของผู้ใหญ่ // ลึกซึ้งมากเลยทีเดียวค่ะ เหมือนจะดูเป็นหนังสือเด็ก แต่มีเนื้อหาหลายส่วนที่แฝงปรัชญา การเล่นคำ และการวิพากษ์สังคม
........................
เว็บไซต์ต้องบอกว่านี่เป็นแค่วรรณกรรมส่วนหนึ่งที่หยิบยกมาเท่านั้น เพราะจริงๆ ยังมีอีกหลายเรื่องที่แค่เอ่ยชื่อหลายคนก็อาจจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เช่น Frankenstein (Mary Shelley), Oliver Twist (Charles Dickens), Jane Eyre (Charlotte Bronte) เป็นต้น // บอกเลยน้องๆ คนไหนเรียนเอกภาษาอังกฤษต้องเคยอ่าน!!
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นกับวรรณกรรมคลาสสิก แต่ไม่รู้จะเริ่มจากเล่มไหนดี หรือยังไม่อยากซื้อหนังสือราคาสูง ก็ลองเลือกอ่านจากที่พี่ลูกหมูแนะนำดูก่อนก็ได้ค่ะ นอกจากอ่านเพลินๆ แล้วยังได้ฝึกภาษาอังกฤษ ได้ในเรื่องของจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ และช่วยพัฒนาความคิดและมุมมองชีวิตในมุมที่คาดไม่ถึงด้วยค่ะ
..............
สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่ "โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"
ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D
- Website: www.dek-d.com/studyabroad
- X: @tornokandcourse
- IG: @tornokandcourse
- Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
- Facebook: Study Guide ไปเรียนต่อนอกกันเถอะ
- TikTok: @tornokandcourse
0 ความคิดเห็น