อยู่(ไม่)ไหว! รีวิวการเรียน ป.โท เทอม 2 ที่ U of Leeds สาขา Marketing & Advertising

สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ ล่าสุดพี่พลอยกี้ก็เพิ่งเรียนจบเทอม 2 ของการเรียน ป.โท สาขา Marketing Management with Advertising ที่ University of Leeds วันนี้เลยขอแวะมารีวิวชีวิตการเรียนในเทอมที่ผ่านมาว่าเป็นยังไงบ้าง  (อยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว) ใครที่เตรียมตัวจะไปเรียนต่อที่ UK ตามมาอ่านอุ่นเครื่องเตรียมตัว (เตรียมใจ) พร้อมกันเลยค่ะ Let’s go!

. . . . . . . .

เรียนจัดเต็ม 6 วิชาในเทอมสอง!

ก่อนอื่นต้องบอกว่าสไตล์การเรียนในเทอมนี้คล้ายกับเทอมแรก (อ่านรีวิวที่นี่) คือวิชานึงจะแบ่งเป็นคาบบรรยาย (Lecture) 2 ชั่วโมง และ คาบสัมมนา (Seminar) อีก 1 ชั่วโมง แต่มีความรู้สึกว่าการเรียนค่อนข้างหนักหน่วงเพราะมีเรียนด้วยกัน 6 วิชา เป็นวิชาบังคับสาขา 5 วิชา และวิชาเลือก 1 วิชา ตารางเรียนเทอมนี้เลยอัดแน่นเรียนตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์กันไปเลย! 

1. Corporate Social Responsibility (CSR) and Sustainability 

วิชานี้เป็นวิชาเลือก (Optional Module) ที่พี่เรียนในเทอมนี้ เหตุผลที่ลงเรียนวิชานี้เพราะรู้สึกว่าเทรนด์ CSR กำลังมาแรง อีกอย่างคืออยากรู้ด้วยว่าการตลาดมีมุมมองเกี่ยวกับประเด็นนี้ยังไง 

เนื้อหาที่ได้เรียนก็ครอบคลุมทั้งเรื่องพื้นฐานจริยธรรม (Ethical Foundtaions), โลกาภิวัตน์ (Globalisation), ความสัมพันธ์ของ Stakeholders, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), กลยุทธ์การผลิตภัณฑ์ยั่งยืน (Sustainable Product Strategies) เป็นต้น อาจารย์จะเน้นไปที่การดิสคัสกับเพื่อนในกลุ่มทั้งในคลาสบรรยายและสัมมนา ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่าวิชานี้ค่อนข้างสนุกเพราะได้ฝึก Critical Thinking และ Speaking Skills สมมติว่าเราตอบอาจารย์ไปว่าเราเห็นด้วยกับประเด็นนี้นะ อาจารย์ก็จะถามต่อว่าแล้วทำไมเราถึงไม่เห็นด้วยกับอีกประเด็นนึง 

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ได้ทำด้วย เช่น ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาดให้มีความยั่งยืนมากขึ้น หรือการทำโปรแกรม Simulation สมมติว่าเราเป็นเจ้าของโรงแรมในเมือง New York, London และ Singapore แล้วเราจะจัดการโรงแรมยังไงให้มีความยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังคงสร้างผลประกอบการที่ดีได้ พอทำเสร็จก็มานั่งดิสคัสกัน อย่างตัวพี่เลือกโรงแรมในในลอนดอน แล้วตอนทำโปรแกรม Simulation เลือกติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ อาจารย์ก็ชี้ว่าถ้าเป็นประเทศแถบสิงคโปร์ถือเป็นตัวเลือกที่ดี แต่พอมาติดที่ลอนดอนอาจไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ เพราะปกติที่อังกฤษฝนตกตลอด มีแดดแค่ช่วงสั้นๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้พี่ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ว่าการสร้างความยั่งยืนให้กับกิจการควรคำนึงถึงโลเคชันด้วย

สำหรับการวัดผลของวิชานี้จะต้องเขียนเรียงความตอบคำถามรวม 3,000 คำ โดยอาจารย์ให้เลือกวิเคราะห์แบรนด์ที่ขายสินค้า Fast-Moving Consumer Goods (FMCG) ว่ามีกลยุทธ์การตลาดเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Marketing) ยังไง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ Sustainable Development Goals ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ในข้อไหนบ้าง 

คลาสสัมมนาวิชา CSR and Sustainability เรียนเกี่ยวกับจริยธรรม (Ethical Foundations)
คลาสสัมมนาวิชา CSR and Sustainability เรียนเกี่ยวกับจริยธรรม (Ethical Foundations)

2. Advertising and Media Planning

หลังจากได้เรียนวิชา Marketing Communications ไปแล้วในเทอมแรก วิชานี้จะเจาะลึกไปที่โฆษณาและการวางแคมเปญบนสื่อ ได้เรียนทั้งประวัติโฆษณา, การวางแผนและการออกแบบโฆษณา,  จริยธรรม, การวางแผนสื่อ, การจัดการ budget และการประเมินผล ฯลฯ

สิ่งที่ชอบที่สุดในวิชานี้คือ Assignment เพราะอาจารย์ให้เขียน report (3,000 คำ) วางแผนโฆษณาและสื่อให้กับแบรนด์หนึ่งในอังกฤษ เลยรู้สึกว่าได้เอาความรู้ในห้องเรียนมาปรับใช้ได้จริงๆ อีกทั้งได้ลองออกแบบ Print Ad เองด้วย เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกเลยค่ะที่พี่ได้วาง Artwork ต่างๆ เอง และสำหรับงานที่เข้าตาอาจารย์ ลูกค้าจะเอาไปใช้จริงในแคมเปญของแบรนด์ด้วยค่ะ

คาบบรรยายวิชา Advertising and Media Planning
คาบบรรยายวิชา Advertising and Media Planning

3. Digital and Interactive Marketing

วิชานี้เป็นหนึ่งในวิชาบังคับของหลักสูตรที่พี่เรียนอยู่ คาบบรรยายแต่ละวีคจะได้เรียนหัวข้อต่างๆ เช่น Content Marketing, Shopping Ads, Landing Pages, Social Media เป็นต้น ส่วนคาบสัมมนาอาจารย์ให้ทำโปรแกรม Simulation เอาสิ่งที่เรียนในคลาส Lectureมาลองออกแบบแคมเปญการตลาดดิจิทัล ซึ่งตัวโปรแกรมจะให้เราออกแบบตั้งแต่หน้าเว็บไซต์ว่าควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ควรใช้ Keywords อะไรเพื่อสร้าง Organic search หรือ SEO ให้กับแบรนด์ ฯลฯ นอกจากบางวีคอาจารย์เชิญ Guest มาคุยในคลาส Lecture และอีกหนึ่งข้อดีของวิชานี้คือ เราจะได้เกียรติบัตรของโปรแกรม Simulation ไปใส่ใน CV ด้วยค่ะ

สำหรับการประเมินผล ต้องเขียน Report 3,000 คำเกี่ยวกับโปรแกรม Simulation ว่าเราออกแบบแคมเปญดิจิทัลยังไง ใช้ช่องทาง เช่น Landing Pages, Emails, Search Engine Marketing และอื่นๆ ในการเจาะกลุ่มลูกค้าแต่ละ stage ยังไง (Customer Journey) รวมไปถึงจะประเมินความสำเร็จของแต่ละช่องทางยังไงได้บ้าง 

เมื่อเรียนจบคอร์สก็สามารถเอาใบเซอร์ไปใส่ใน LinkedIn เพื่ออัปโพรไฟล์ได้
เมื่อเรียนจบคอร์สก็สามารถเอาใบเซอร์ไปใส่ใน LinkedIn เพื่ออัปโพรไฟล์ได้

4. Brand Management

วิชานี้ได้เรียนหลายประเด็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการแบรนด์ เช่น การสร้างจุดยืนและอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Positioning & Brand Identity), Customer-based Brand Equity (CBBE) หรือ คุณค่าของแบรนด์ในมุมมองของผู้บริโภค,  Brand Extension รวมไปถึงมี Guest Lecture มาแชร์ประสบการณ์ในสายงานด้านนี้ด้วยค่ะ

การวัดผลยังคงเป็น Assignment 3,000 คำเหมือน 3 วิชาก่อนหน้า โดยอาจารย์ให้เขียน Report เกี่ยวกับแบรนด์ที่อยู่ในลิสต์ของ Superbrands UK หรือแบรนด์อื่นๆ ที่เราสนใจ (แต่ต้องไปคุยกับอาจารย์ก่อนว่าทำไมเราอยากเลือกแบรนด์นั้นๆ) ตัวพี่เลือกทำเกี่ยวกับ Harry Potter เพราะรู้สึกว่าเป็นเคสที่น่าสนใจถ้าเรามองในฐานะของการเป็นแบรนด์ ตอนเดินไปถามว่าทำหัวข้อนี้ได้ไหมก็แอบกังวลอยู่ว่าอาจารย์จะอนุญาตไหม เพราะไม่ได้อยู่ในลิสต์ที่กำหนด แต่สุดท้ายอาจารย์ก็บอกว่าทำได้ค่ะ สำหรับตัวโจทย์ก็จะเป็นการเขียน Executive Summary 500 คำ และเขียนตอบเชิงดิสคัสอีก 3 ข้อเกี่ยวกับ CBBE, Brand Extensions และ Brand Identity 

5. Research Methods for Marketing

ถ้าถามว่าวิชาไหนหินที่สุด ต้องขอยกให้วิชานี้เลย เพราะเรียนเกี่ยวกับการทำวิจัยเชิงการตลาดเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกตามที่ต้องการ ซึ่งได้เรียนทั้งการออกแบบการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Methods) หรือการทำแบบสอบถาม, การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Methods) หรือการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวและแบบกลุ่ม รวมไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามด้วยโปรแกรม SPSS ซึ่งสำหรับพี่หัวข้อนี้ถือว่ายากที่สุดเพราะต้องดูค่าต่างๆ ในตารางแล้วเอามาวิเคราะห์ อีกทั้งต้องมารื้อฟื้นความรู้สมัย ม.ปลาย ว่า Median, Mean, Mode คืออะไรบ้าง แต่ข้อดีของวิชานี้คือเราสามารถเอาสิ่งที่เรียนไปปรับใช้ในช่วงทำ Dissertation ได้นั่นเอง

การวัดผลจะเป็นการสอบ 100% แบ่งเป็น 2 พาร์ตด้วยกันคือ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติจากโปรแกรม SPSS และ การเขียนตอบแบบเรียงความ (Essay Questions) โดยให้เวลาทำข้อสอบทั้งหมด 3 ชั่วโมงค่ะ

คลาส Lecture วิชา Research Methods
คลาส Lecture วิชา Research Methods

6.  Marketing Academic / Applied Dissertation

แค่ชื่อก็ดูน่ากลัวแล้ว! พูดง่ายๆ วิชานี้ก็คือ Dissertation นั่นเอง โดยมีหน่วยกิตถึง 45 หน่วยกิต (กำหนดให้เขียนสูงสุด 12,000 คำ) แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ คลาส Lecture ซึ่งเรียนในเทอมนี้ เพื่อปูพื้นฐานว่าช่วง Dissertation เราต้องทำอะไรบ้าง และ การทำ Dissertation ซึ่งจะเริ่มในเดือนมิถุนายน - ต้นกันยายน หรือช่วง Summer ซึ่งไม่มีคลาสในห้องเรียนแล้ว 

ในห้อง Lecture อาจารย์ก็จะมาไกด์ให้ว่า Process ในการทำมีอะไรบ้าง, ควรหาหัวข้อ Dissertation ยังไง, ออกแบบ Dissertation ยังไง ฯลฯ พี่รู้สึกว่ามีบางจุดที่ overlap กับวิชา Research Methods เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลและวิธีวิจัย เป็นต้น

คลาส Lecture ที่อาจารย์จะมาไกด์แนวทางการทำ Dissertation ในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน
คลาส Lecture ที่อาจารย์จะมาไกด์แนวทางการทำ Dissertation ในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน

 สำหรับการเลือกอาจารย์ที่ปรึกษา (Supervisor) จะมีแบบสอบถามมาให้เราเลือก Scope ที่อยากทำ เช่น Consumer Behaviour, Marketing Strategy, Global Marketing ฯลฯ หรือหากใครมีหัวข้อแบบเจาะจงแล้วก็สามารถเขียนบอกได้ จากนั้นทางสาขาก็จะเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาให้ตามความเหมาะสม แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีหัวข้อ Dissertation ที่ชัดเจนอย่างพี่ ก็จะเลือกแบบกว้างๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่หลัง 

การทำ Dissertation ของ University of Leeds กำหนดให้ต้องเจออาจารย์ที่ปรึกษาทั้งหมด 4 ครั้ง และต้องไปสแกนเช็กอินที่มหาวิทยาลัยเพื่อยืนยันว่าเรายังอยู่ในอังกฤษ ต้องบอกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาที่พี่ได้ค่อนข้างน่ารักเลยค่ะ อย่างครั้งแรกที่ไปเจออาจารย์ พี่มีแค่ไอเดียแบบกว้างๆ ยังไม่ได้หัวข้อชัดเจน อาจารย์ก็ช่วยไกด์ว่าให้ไปอ่านงานวิจัยก่อนหน้า (ซึ่งพี่อ่านไปกว่า 100 งาน) เพื่อหา Research Gap แล้วใช้จุดนี้ในการกำหนดหัวข้อ Dissertation ของเรา 

อาคาร Maurice Keyworth ของ Leeds University Business School
อาคาร Maurice Keyworth ของ Leeds University Business School

……………..

ทั้งพี่และเพื่อนในคลาสต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเทอมนี้ผ่านไปไวมากกก เพิ่งสนิทกันก็ใกล้จะต้องแยกย้ายกลับบ้านกันแล้ว อาจจะเพราะมีเรียนแค่ 10 วีค แถมยังมีช่วงพัก Easter Break ประมาณ 1 เดือนระหว่างเทอมด้วย 

และต้องบอกว่าช่วงหลัง Easter Break งานเลยค่อนข้างเดือดทีเดียว เพราะต้องปั่น Assignments ถึง 4 วิชา รวม 12,000 คำ (เกือบจะเป็น Dissertation อีกหนึ่งตัวก็ว่าได้) แถมยังต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ และหาหัวข้อทำ Dissertation อีก สำหรับใครที่อ่านแล้วรู้สึกกังวล บอกเลยว่าถ้าเราจัดตารางดีๆ รับรองผ่านไปได้ และอยู่ไหวแน่นอนค่ะ ^^

พี่พลอยกี้
พี่พลอยกี้ - Columnist หนอนหนังสือ ผู้หลงรักเพลง K-POP ฝันอยากท่องโลกกว้าง

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น