| น้องๆ ชาว Dek-D เคยสังเกตหรือแยกความแตกต่างของนิยายแฟนตาซีของไทยและของต่างประเทศกันมั้ยจ๊ะว่ามีความแตกต่างกันยังไง ถ้ายังไม่เคยสังเกตไม่เป็นไรจ้ะ เพราะวันนี้พี่ปัดมีบทความของน้อง peecee มาให้ดูจ้ะ
ที่มา : peecee < My.iD > ความคิดเห็นในความแตกต่างระหว่างนวนิยาย Fantasy ไทยและต่างประเทศ แฟนตาซีเมืองไทย : โหะๆ เมืองไทยนั้นมากด้วยจินตนาการขอรับ นิยายแนวแฟนตาซีของไทยแต่ละเรื่องนั้นเป็นอะไรที่เกินกว่าจะจินตนาการ พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ลุงๆ อาๆ ป้าๆ น้าๆ ลองสังเกตดูซิครับ แฟนตาซีระหว่างไทยกับต่างประเทศน่ะ (โดยเฉพาะอังกฤษ) เคยสังเกตบ้างไหม ว่านิยายไทยเป็นอะไรที่สูงส่งเกินความคาดคิด ตั้งแตชื่อเรื่อง : ตั้งมาได้ชื่อแปลกๆประหลาดๆ ทั้งศัพท์อังกฤษที่มีความสามารถในการแปลเป็นภาษาไทย โดยที่คำแปลต่างมากๆ ตามมาด้วยชื่อตัวละคร : ทำไมคนไทยช่างมีความคิดที่สร้างสรรค์เช่นนี้ ชื่อแต่ละตัวเอาภาษากรีก/ละติน/อังกฤษ/โรมัน/ฝรั่งเศส/สเปน/เยอรมัน มาบรรจุไว้ในตัวละครตัวเดียว อัจฉริยะไหมล่ะครับพี่ๆน้องๆเพื่อนๆทั้งหลาย แปลกกว่านั้นคือชื่อสถานที่ : ไม่ทราบว่าชื่อพวกนี้เขาไปสรรหามาจากไหน เป็นภาษารวมมิตรของเหล่าประเทศยุโรปเหมือนกันอีก แล้วคิดกันออกมาได้ไงอะแต่ละชื่อ เช่น สีลาส จอร์เจีย เอดินเบิร์ก คาดิอง แมนทิว เบมีร่า ฯลฯ ต่างๆนานา คิดมาได้ เหมือนกับเป็นประเทศหรือเมืองที่เคยเป็นบ้านเกิดตนในอดีตตระการ รายละเอียดต่างๆ เช่น ของสถานที่ และอาวุธ : แม้แต่ละอย่างนะวิจิตรพิศดารสุดๆมักจะเป็นอะไรที่เวอร์มากมายก่ายกองขอรับ ไม่เล็กไปก็ต้องใหญ่มากๆ แล้วเส้นทางการเดินทาง ไม่ขโมยมาจากเส้นทางการเดินเรือในแม่น้ำไนล์หรือปีนเขาเอเวอร์เลสก็บุญแล้ว เพราะนิยายของไทยมักจะเป็นอะไรที่แน่นอนมากๆ จริงป่ะล่ะ แนวนิยาย : อันนี้ขอบอกว่าไทยสุดๆถึงสุดยอด แต่งเป็นอยู่แนวเดียวเช่นนั้นหรือ (นักเขียนรุ่นใหม่น่ะ) จะเห็นชัดว่าแนวที่คนอ่านเยอะขึ้นเดี๋ยวมักเป็นอะไรที่คิดจะแตกต่าง เอ้าเข้าเรื่องกัน แนวแฟนตาซีที่เห็นเกลื่อน มี 2 แนวหลักๆ ดังนี้ 1.โรงเรียน : อย่าขอให้พูดเลย (เพราะยังไงก็จะพูด) ทำไมแนวนี้มันเกลื่อนโลก เกลื่อนเมือง เกลื่อนประเทศไทย เป็นแนวที่เมื่อก่อนนั้นบูมมาก ถ้าเขียนแนวนี้จะฮิต ติดงอม แต่เดี๋ยวนี้ล่ะ สาเหตุที่ว่าคือมันฮิตจนกำเนิดนักเขียนรุ่นใหม่ เริ่มจากเขียนแนวนี้เพิ่มมากมายจนมันหน้าเบื่อ เพราะไม่ต้องอ่านก็รู้ว่าเป็นยังไง จะต้องมีการสอบ ซื้อของ เลือกหอ ฯลฯ แต่แค่นี้เราก็พอจะอ่านแก้เบื่อไปก่อนได้ แต่ประเทศไทยเจ๋งกว่านี้ เมื่อปัจจุบันเกมส์ออนไลท์ติดกันจริง เลยเอามาร่วมรงเขียนด้วย โดยการรับสมัครตัวละคร ใครคิดกันครับ แนวเดิมอีกนั่นก็คือโรงเรียน ดูที่เว็บประมูลดิเกลื่อนเลย เว็บเดกดีนียังดีที่มีน้อย เพราะอยู่ในช่วงฟักไข่ แต่รอดูอีกซักปีซิครับจะถึงช่วงกกไข่ ฟักตัว เลี้ยงให้อ้วน แลวแพร่เชื้อ ตามลำดับ เชื่อผมเถอะ 2.ผจญภัย : เป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มเขียนตอนนี้อ่ะนะ เพราะมันก็สนกไม่น้อยหน้ากว่าแนวแรก แถมมีคนแต่งน้อยกว่า ถ้าจะให้ผมบอกล่ะก็ ใครคิดจะเป็นนักเขียนตัวจริงอ่ะนะ เริ่มแต่งแนวนี้เถอะ ถึงไม่ดัง แต่รอดพ้นจากทางตันไม่เหมือนแนวข้างบนก็แล้วกัน บรรยาย : เรื่องนี้อ่ะนะ สำหรับคนไทยแล้วขอบอกว่าสุดยอด (อยู่ด้านเดียวน่ะแหละ) คุณลองเทียบระหว่างของไทยกับต่างประเทศซิไทยเก่งกว่าเยอะ แนวการบรรยายผมจะยกตัวอย่างมาซัก 3 ฉากย่อยนะขอรับ 1.ฉากรัก : คนไทยโคตะระถนัดเลย โดยเฉพาะเรื่องที่ตัวเอกจูบกันนั้น (ชอบมากหรือว่าเราโรคจิตหว่า) คนไทยทำมาได้ วัฒนธรรมของเราเขาไม่ทำกัน มันกดดัน (หรอ) เลยเอามาใส่ในนี้ เรื่องนี้ถือว่าเยี่ยมนะ 2.ฉากต่อสู้ : คนไทยเป็นลองต่างประเทศมาก อ่านนิยาแปลแฟนตาซีๆที่มีฉากสู้ซิครับ จะมันกว่าไทยมากมายนัก เพราะไทยอะไรก็ใช้แต่เวทย์ๆ (จริงไหมล่ะ) ดูของฝรั่งมีทุกแนว 3.ฉากเศร้า : ฉากนี้มีหลายอย่างอะนะ เช่น เศร้าเรื่องตัวเองทำเพื่อนบาดเจ็บ ถูกรักพาตัว หรือทำอะไรพลาดซะอย่าง แต่สุดท้ายก็นำมาซึ่งพลัง ฉากอกหัก ฉากนี้คนไทยแต่งได้ดีเหมือนเอาอารมณ์ตัวเองใส่เข้าไป (เพิ่งเลิกกับแฟนนั่นเอง) Fantasy Of U.S.K. : นิยายที่ดังจนได้รับรางวัล ดังจนมีหลายภาษา ดังจนมาตีพิมพ์ในเมืองไทย รู้อะไรไหมว่าทำไมเขาถึงดัง ลองสังเกตดูซิครับ เกือบทุกอย่างล้วนตรงข้ามกับที่ผมกล่าวมาจากข้างบน ชื่อเรื่อง : เขาไม่ซีเรียสเหมือนบ้านเราเลยครับ เขามักจะเอาชื่อตัวเอก กับโลกที่ตัวเอกอยู่ หรือสิ่งสำคัญ ไม่เหมือนคนไทยมัวแต่คิดเอาชื่อที่สลวยสวยเก๋ ให้มันสัมผัสกันบ้าง คิดภาษาอังกฤษบ้าง เห็นไหมต่างกันมาก ชื่อตัวละคร : บ้านเราภาษาอิมโบเดียนคอมเวอร์ (มั่วเอาคิดเอง) แต่บ้านของเขาเป็นภาษาบ้านเขา ชื่อตามหลักเสียงประเทศเขา อีกอย่างถ้าเก่งเรื่องภาษาเป็นชื่อที่มีความหมาย 2 ภาษาอีกแนะ ชื่อสถานที่ : เขาไม่มัวนั่งแต่งเมืองแอมโบโด เมืองแอมพีเรีย เมืองคามูซี ฯลฯอะไรนี่หรอก เขาเอาภาษาง่ายๆ แล้วบางทีไม่มีชื่อเรียกตามลักษณะไปเลย ง่ายๆ เรียบๆ เช่น แฮร์รี่เนี่ย ชื่อป่าต้องห้ามไปเลยโดดๆ แตไทยเราต้องมีชื่อป่าเทนไวท์ ป่ามิงโก ฯลฯ มากมายไป แนวนิยาย : ขอยอมรับสุดฝีมือว่าเขาคิดแนวนิยายออกมาได้มากมายหลายสิบแนว และบ้านเรานี่แหละที่ยืม (ขอเน้นว่ายืมไปตลอดกาล)ไปแต่งเป็นของตน ปัจจุบันนิยายแฟนตาซีของฝรั่งผลิตแนวใหม่มาเรื่อย (แนวย่อยน่ะครับ) และคนไทยก็รอที่จะงาบไปรับประทาน บรรยาย : เรื่องนี้เรื่องเดียวล่ะที่ผมชมคนไทย เพราะต่างชาติบรรยายไม่ค่อยเก่งนัก โดยส่วนใหญ่จะบรรยายไปตามเหตุการณ์ตอนนั้นๆซะ แต่คนไทยมากกว่านั้น มีการเปรียบเทียบเป็นอย่างนู้นเป็นอย่างนี้ซะ หรือบางคนบอกว่าคนแปล แปลไม่ได้เรื่อง เอาล่ะก็จบแล้วครับ ผู้อ่านเห็นอะไรบ้างไหมครับ อ่านจบคงพบข้อแตกต่างมากมายเลยใช่ไหมครับเนี่ย จะยังไงก็แล้วแต่พัฒนาฝีมือตัวเองเรื่อยๆนะครับ และอย่าไปสนใจคพูดข้างบนมาก เพราะยังไงก็เป็นความคิดเห็นของคนๆเดียวเท่านั้นแถมเป็นเด็กอายุ13เอง ลองไปอ่านนิยายของผมดิ (ฝีมือมากกว่าอายุ) เห็นถึงความแตกต่างของนิยายแฟนตาซีของไทยและของต่างประเทศกันไปแล้วนะจ๊ะ พี่ปัดขอขอบคุณน้อง peecee มากนะจ๊ะ ที่เขียนบทความดีๆ ออกมา น้องๆ ชาวDek-D ก็อย่าลืมลองนำจุดเด่นของแต่ละแบบมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับผลงานเขียนของเรานะจ๊ะ พี่ปัดขอขอบคุณบทความดีๆจากน้องpeeceeค่ะ ภาพประกอบจากwww.bigoo.wsค่ะ |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?

53 ความคิดเห็น
นั่นก็เป้ฯเหตุผลหนึ่งที่เราเลิกแต่งและอ่านนวนิยายแนวแฟนตาซี
เปลี่ยนมาอ่านแนววายแทน 555+
ทำไมเหรอ ในเมื่อเราต้องการอะไรที่สนองความต้องการของตัวเองได้
จะมัวนั่งอ่านฉากสู้ ฉากเครียดไปทำไม ก็อ่านอะไรที่มันโดนไปเลย
ไม่ได้ว่านวนิยายไทยไม่ดีนะ แต่อ่านไปก็เบื่อๆเหมือนกัน เพราะพล๊อตซ้ำจนเดาเรื่องได้แล้ว
อื้มมม
แฟนตาซีคนไทย
พูดตรงๆว่าไม่เคยอ่านจริงจัง และไม่เคยซื้อนะ
ส่วนใหญ่จะอ่านแบบไม่จริงจัง บางทีอ่านไปได้สามบทแล้วรู้สึกว่าเราไม่ชอบจริงๆ แบบว่า "โหยย..อะไรเนี่ย ขาดเหตุผลสุดๆอ่ะ" ตอนสู้ดันมาใช้เวทมนตร์แทน (แล้วบางเรื่องต้องมีท่าพิสดารแตกออกไปอีกนะ มีวงแหวน มี บลาๆๆๆๆ กว่าจะบบรยายจบ เราว่าเสียไปหลายบรรทัด) เราเห้นมาหลายเรื่องเหมือนกัน 55+
บางทีแค่ชื่อเรื่องก็ไม่ผ่านแล้วอ่ะ
เอาคำภาษานั้นมาปนภาษานี้
แล้วสุดท้ายก็ออกมาเป็นอะไรไม่รู้ มั่วไปมั่วมา ทำไมมันออกมาคล้ายๆกันจัง งง??
อยากฝากถึงนักเขียนนิยายแฟนตาซีทุกคนว่า ถ้าคุณจะเขียนอะไร กรุณาไปทำการบ้านมาให้ดีกว่านี้
เรื่องอาวุธ...ถึงมันจะเป็นแฟนตาซี แต่ถ้าไม่มีเค้าโครงความจริง มันก็ไม่ไหวนะท่าน อาวุธแต่ละคนเทพๆทั้งนั้น แต่เท่าที่บรรยาย มันดูขัดๆกันยังไงชอบกล ประมาณว่าอันที่จริงคนแต่งก็ไม่รู้ว่ามันหน้าตาเป็นยังไง(รายละเอียดน่ะ) จับยังไง ใช้ยังไง โปรดไปศึกษาก่อนเอามายำในนิยายนะ
สถานที...กรุณาอย่าตั้งชื่อให้เว่อร์มากด้วยการใช้คำหลายพยางค์เกินไป เพราะถ้ามีมากๆ...คนอ่านงงครับท่านนน~ ถ้าไม่ใช่มหากาพย์ระดับโลก..ก็ไม่ควรจะเขียนให้มันซับซ้อนนัก ไม่งั้นต้องแถมแผนที่ด้วยนะเออ
สถาปัตยกรรม..การตกแต่งอาคารสถานที่ ที่ท่านเอามาบรรยายในนิยาย โปรดไปศึกษาให้ดีว่ามันหน้าตาเป็นยังไง ไม่ใช่บรรยายมั่ว ยำแหลก คนอ่านนึกภาพตามไม่ไหวอ่ะนะ ท่านจะโกธิค..ก็ไปศึกษาว่าตึกแบบโกธิคเป็นยังไง ยอดกลม..ยอดแหลมอะไรไปเรียนมาให้ดี จะคลาสิคน่ะคลาสิคแบบไหน เรเนซองค์ หรือแบบกรีก หรือแบบโรมัน (กรีกกับโรมัน..มันไม่เหมือนกันนะโว้ยยย)
ขนาดอ่านแบบไม่จริงจังนะ
ถ้าอ่านจริงจังอาจบ่นได้ยาวกว่านี้ 55+
ถ้าคนไทยเขียน เราอ่านนิยายแบบไทยแท้ๆเลยอ่ะ
ไม่ได้อ่านพวกแฟนตาซี หรือหวานแหววแอ๊บแบ๊วซักเท่าไรห่(เหตุเพระอ่านแล้วจะอ้วก แถมตัวอีโมติคอนเต็มไปหมด ดูแล้วงง)
แค่นี้แหละ
แรงไปมั้ยเนี่ย - -*
รับไม่ได้ก็ลบทิ้งละกัน
อ้อๆๆ....
อีกอย่างคือ
ข้าพเจ้าสงสัยว่า ถ้าไม่มีแฮร์รี่ พอตเตอร์ เมื่อสิบปีก่อน(หรือเกือบสิบ..ถ้าคุณเริ่มอ่านภาคไทย)
เด็กไทยรุ่นปัจจุบันนี้ จะรู้จักแต่งแฟนตาซีแนวโรงเรียนมั้ย??
ถ้าถามเรานะ..เราว่าแฮร์รี่ค่อนข้างมีอิทธิพลต่องานเขียนแนวแฟนตาซีของวัยรุ่นไทยนะ
โดยฉพาะคนที่อายุเท่าๆกับเรา หรือน้อยกว่าเล็กน้อย
(นอกจากนี้ยังมีลอร์ดฯ กับนาร์เนียพ่วงมาบ้าง 55+)
เราเข้าข้างแฮร์รี่มากไปป่าวเนี่ย -*- เป็นพวกพอตเตอร์มาเนียน่ะ
แต่เดี่ยวนี้มันก็ซ้ำๆๆๆกันหมดแหละ แต่เราก็อ่านไม่ค่อยชอบ
ของต่างประเทศ แต่ชอบนิยายพวกแนว จีนๆๆ อย่างงี้
ที่ว่ามาก็จริงนะคะที่คนไทยชอบคิอะไรมากมาย
แตพอคิดมันก็สนุกดีเหมือนกันค่ะ
ไม่เห็นต้องสนเลยว่าจะเป็นแนวไหน บรรยายยังไง หรือชื่อเรื่องชื่อตัวละครประหลาดพิศดารขั้นเทพแค่ไหน
เราว่าแค่อ่านแล้วมันสนุกเราก็พอใจแล้วอ่ะ
แล้วพวกส่วนมากที่แต่งนิยายแนวโรงเรียนไรประมาณนี้มันก็เป็นพวกเด็กๆไม่ใช่หรอ(มั้งนะ)
แต่อย่างพวกของต่างประเทศเงี่ย
อย่างแฮรี่อ่ะ เด็กอายุไม่เกินยี่สิบแต่งซะที่ไหนล่ะ
เค้าโตกว่าเรา เค้าก็ต้องมีประสบการณ์มากกว่าไม่ใช่หรอ
เค้าเห็นอะไรมาเยอะกว่าเรานี่
แล้วกว่าเค้าจะดังนะ
เค้าพยามมากผ่านโลกมาเยอะ
แต่ก่อนนะพวกเจเคก็เป็นนักเขียนไส้แห้งเหมือนกันแหละ
(โอ้ววว คือไม่ได้จะด่า ท่านเจเคนะ แค่บวกประวัติเท่านั้นเอง)
แต่ไม่อยากอธิบาย
ขี้เกียจ
แหะๆ
ขอให้มีหนังสืออ่านก็น่าจะพอแล้วละ
แต่ก็ใช่ว่าจะอ่านนิยายจนลืมอ่านหนังสือเรียนละ
จะสอบแร้วด้วย
อ่านกันอะยัง!!!
*w*
หนังสือแฮร์รี่ เนี่ยเป็นอะไรที่ ศัพพ์ยากมาก(ภาษาอังกฤษ)
คนไทยใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงนะๆ ไปอ่านหนังสือนิยายภาษาอังกฤษแล้ว มันไม่ค่อยสนใจรายละเอียดเท่าไร
การที่คนไทยใส่ใจในรายละเอียดทำให้เราเห็นภาพได้ง่ายขึ้นด้วยนะ
นิยายต่างประเทศไม่ได้ดีอย่างเดียวหรอกนะ มันก็มีข้อเสียด้วยเหมือนกัน
แต่คนจะมองมันอย่างไงเท่านั้นเอง
เห็นด้วยอย่างแรงเลยค่า แต่เรื่องบรรยายนี่
แฟนตาซีไทยใหม่ๆส่วนมากที่เห็นก็ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่
นานาจิตตังล่ะเรื่องนี้ แต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน
ขนาดคนคนเดียวกันพอโตขึ้นไปก็อาจจะเปลี่ยนแนวที่ชอบได้เลย
คห.7
ก็เราอ่านแล้วไม่สนุกน่ะสิ ไม่งั้นไม่บ่นหรอก (เป็นคนความรุสึกช้ามากกกก เรื่องที่เค้าว่าหนุกๆนี่ซื้อมาอ่านแล้วปาทิ้งไปหลายเล่มแล้วค่ะ)
เอ้อ..เจเค. ไม่ใช่ไส้แห้งธรรมดา แต่ขอใช้คำว่า โตรจน เอางี้ดีกว่า- -*
ขนาดต้องรับเงินจากสังคมสงเคราะห์อ่ะ
ตอนนี้นิยมแนววาย เหมือนคห.1
55+
เคยซื้อแฟนตาซีอ่าน แล้วก็ต้องเลิกอ่าน.... จะอ่านที่แปลบ้าง
ถ้าคนไทยเขียน..จะอ่านแต่นิยายไทยๆอ่ะ เหมือนกับว่าคนไทยแต่งทั้งที..อยากจะอ่านแบบที่เป็นไทยแท้ๆ แฟนตาซีมันมาจากตะวันตก เราก็อ่านแบบตะวันตกแท้ๆไปเลย
แนะนำๆๆ...
อยากให้ทุกคนลองอ่านนิยายจีนกำลังภายใจ
แฟนตาซีแบบเอเชีย..เจ๋งสุดๆ อ่านแล้วท่านจะอารมณ์ค้างไปได้หลายวัน
เพราะถ้าเว่อร์ก็สุดๆ แต่ถ้าหน้าเบื่อก็สุดๆเหมือนกัน
แนวแอ๊บแบ๊วไม่ต้องพูดถึง ไม่แตะเด็ดขาด เปิดหน้าแรกหน้ากลางหน้าหัลงก็เหมือนอ่านทั้งเล่ม (อาจจะอ่านแก้เครียดขำ แต่ 3 หน้าก็วาง เพราะอิโมติคอนเยะ รำคญตา ดูไม่รู้เรื่อง)
เราหันไปอ่านวรรณกรรมเยาวชนอะ อย่างของเลโมนี่ สนิคเก็ต (อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย) เราว่ามันก็ดีนะ อาจจะอยู่ที่คนแปลด้วย อันนี้ต้องเข้าใจ
สรุปว่าถ้าจะอ่านแฟนตาซี เราแนะนำหนังสือแปล
เพราะเราลองอ่านมาแล้วของไทยมัน...
แต่นั่นแหละ แล้วแต่มุมมอง
นี่ก็แค่ความเห็นส่วนตัวของเราเท่านั้น
ไม่ว่าจะยังไงก็สู้ๆแล้วกันนะ เราเป็นกำลังใจ เพราะไงก็ชอบอ่านแฟนตาซีกับผจญภัยอยู่แล้ว
เต็มที่ไปเลยตามที่คิดนั่นแหละ สู้ๆ
เพราะตอนนี้นิยายแนวแฟนตาซีส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั้น
ไม่อยากจะเอ่ย ซาคุ ก็เป็นเหมือนกัน แต่ไม่ถึงขนาดนั้น
มีจริง โรงเรียน แต่แค่ 2 บทแรก การผจญภัยเหรอ เต็มไปหมดเลย
บรรยายอาจจะยังไม่โตเต็มที่ แต่ก็จะพยายามให้มากขึ้น
ถือเป็นข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดจริง ๆ นับถือเลย
พี่บอกได้คำเดียวว่าน้องเทพมาก
แบบว่าหนูอยู่ในมือใหม่หัดแต่งแฟนซี
เพิ่งแต่เรื่องแรกซะด้วย อ่านแล้วมันเป็นจริงอย่างกระทู้ว่าเลย
แต่ไงก็จะพยายามต่อไปคร่า
อย่าลืมเข้าไปช่วยกันอ่านด้วยน๊า....
สะกดใจ เจ้าชายปีศาจ แฟนซี First Version
เห็นด้วย นิยายโรงเรียนเกลื่อนกลาดเต็มที่
จนอ่านจักเอียนเต็มแอยู่แว้ว
ปัจจุบันหันมาแต่งแฟนตาซีแนวต่อสู้ แต่ไม่ค่อยโรแมนติก เน้นฉากสวยกับปริศนามากกว่าอ่ะ