*มุมมอง*สำคัญไฉนในงานเขียน?

*มุมมอง*สำคัญไฉนในงานเขียน?

น้องเคยมีมุมมองในงานเขียนกันบ้างหรือเปล่าจ๊ะวันนี้พี่นัทจะมาบอกว่ามันคืออะไรแล้วทำอย่างไรเราจึงจะมีมุมมองได้ในแบบต่างๆกันออกไป

 

งานเขียนที่ดีต้องประกอบด้วยการเลือก...การเลือกนี้ก็ขึ้นอยู่กับนักเขียน ซึ่ง “มุมมอง” ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เรียกได้ว่าสำคัญมากที่สุดของงานเขียน

 

มุมมองคืออะไร?

 

มุมมองหรือ Point of view มุมมองในความหมายทางงานเขียนมิได้หมายถึงความคิดเห็น หรือทัศนคติต่อโลกหรือเรื่องราวรอบๆ ตัวเรา แต่ จะหมายถึง กล่าวอย่างง่ายๆว่า ใครเป็นผุ้เล่าหรือถ่ายทอดเรื่องราวนั้นๆในเรื่อง

 

          มุมมองแบ่งเป็น 2 อย่าง

 

1. มุมมองแบบถ้วนทั่ว

 

          เป็นมุมมองจากผู้เล่าที่รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง และสามารถรู้ไปถึงจิตใจของตัวละครและสามารถบอกเล่าถึงสิ่งที่ตัวละครคิด ขณะหนึ่งเขาอาจอยู่ในเมือง แต่ในครู่ต่อมาเขาอาจไปอยู่ในชนบทที่ห่างไล ในย่อหน้าหนึ่งเขาอยู่กับเราในปัจจุบัน ในย่อหน้าต่อมาเขาพาเราไปสู่อดีตการเคลื่อนไปมาจากตัวละครนี้ไปสู่ตัวละครอีกตัวหนึ่ง จากสถานที่นี้ไปสู่อีกที่หนึ่ง ก็คือความพยายามของผุ้เล่าที่ต้องการจะเล่าเรื่องให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

          หากใช้วิธีนี้ในการเล่าเรื่องก็จะเป็นมุมมองจากบุคคลที่ 3 คือผู้เล่าจะใคร่อ้างถึงตัวเองและจะอ้างถึงตัวละครในฐานะเป็นบุคคลที่ 3 เป็นสำคัญ ผู้เล่าจะสามารถแทรกความคิด ชี้นำ เย้ยหยัน หรือสะท้อนข้อคิดทางคุณค่าหรือปรัชญาเล็กๆน้อยๆได้

 

          ข้อดี ของการใช้มุมมองนี้ คือ เป็นวิธีการที่เป็นธรรมชาติ ผู้เขียน ต่องานเขียนของเขา ย่อมจะต้องรู้ทั้งหมดของเนื้อเรื่อง แต่การเลือกเอามาร้อยเรียงเพียงเฉพาะส่วนได้อย่างเหมาะสมนั้นถือว่าเป็นศิลปะของนักเขียนแต่ละคน สำหรับนักเขียนบางคนวิธีนี้อาจจะไม่ยากมากนักเพราะมีความยืดหยุ่น ไม่มีข้อจำกัดในการที่จะเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง

 

          ข้อด้อย นักเขียนบางคนอาจโต้แย้งว่าวิธีการเขียนแบบนี้อาจจะไม่ธรรมชาตินัก เพราะในชีวิตจริงจะหาคนที่รู้ทุกเรื่องนั้นคงไม่มี ข้อคัดค้านนี้มาจากบรรดาพวกนักเขียนแนนวธรรมชาตินิยม ยิ่งไปกว่านั้น ความยือหยุ่นคล่องตัวในการเล่าเรื่องมาจากมุมมองแบบนี้สามารถสร้างปัญหาให้กับนักเขียนที่ขาดประสบการณ์หรือไม่เคร่งครัดเพียงพอ กล่าวคือ เรื่องหลวม ไม่ปะติดปะต่อ เพราะวิธีการนี้เพียงพอข้อกำหนดใดๆ ไว้แน่ชัด

 

 

2. มุมมองแบบจำกัด

         

          การใช้วิธีนี้เล่าเรื่องจำเป็นต้องใช้ศิลปะไม่น้อย ผู้เขียนจะต้องพยายามจำกัดตัวเองให้อยู่ในกรอบของปุถุชนคนธรรมดา ไม่ล้ำเส้นของความสมจริง การเล่าเรื่องด้วยมุมมองแบบนี้ จะไม่ใช้ผู้รู้ทุกอย่าง ผู้เล่าอาจจะเป็นบุคคลที่ 1 เป็นผู้อยู่ในเรื่องราวนั้นๆหรืออาจจะเป็นบุคคลที่ 3 ที่เล่าเรื่องจากสายตาของคนภาพนอก ผู้อ่านจะรับรู้โดยผ่านการบอกเล่าจากมุมมองของผู้บอกเล่านั่นแหละ ผู้อ่านจะเห็นเท่าที่ผุ้เล่าเห็น ไม่มากไปกว่านั้น

 

          ในการเล่าเราอาจใช้ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้เล่า การใช้ตัวเอกเป็นผุ้เล่าเรื่องนี้มีข้อเด่นในแง่ที่ว่า จะมีความคล้ายคลึงใกล้เคียงกับประสบการณ์ชีวิตของผู้อ่าน เพราะเราต่างก็เป็นตัวเอกในโลกของตน เรารู้จักตัวเราจากภายใน ส่วนคนอื่นรู้จักเราจากภายนอก เรารู้ซึ้งถึงความคิดเราได้โดยตรงอต่สำหรับคนอื่นๆ เราต้องจับจากคำพูดและการกระทำดังนั้นการใช้ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้เล่าจึงให้ความรู้สึกใกล้ชิดและมีชีวิต นอกจากนี้ การที่ผุ้เล่าเป็นตัวละครตังหนึ่งในเรื่องนักเขียนจึงต้องระมัดระวังในการคัดสรรสิ่งที่ตัวละครตัวหนึ่งพึงจะรู้ เรื่องจึงกระชับ ไม่หลวมและจะมีเอกภาพมากกว่าการเล่าเรื่องจากมุมแบบจำกัดนี้อาจสร้างความยุ่งยากให้กับนักเขียน เพราะเราไม่สามารถพรรณนาได้อย่างใจต้องการทั้งหมด บางครั้ง จึงต้องหันไปใช้วิธีการให้รายละเอียดเพิ่มเติม

 

แล้วน้องๆล่ะจ๊ะมีมุมมองกับงานเขียนยังไงบ้างเอ่ย? ลองเปลี่ยนมุมมองดูอาจจะได้อะไรใหม่ๆให้งานเขียนขี้นมาก็ได้นะจ๊ะ วันนี้พี่นัทว่าอยากฝากว่า เป็นนักเขียนสำคัญที่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลานะจ๊ะ

 

ที่มา : โรงเรียนนักเขียน โดย เพลินตา

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

16 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด