/>

เด็กในบอร์ดเด็กดี ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้แหละ [ไม่ระบุให้แชร์]

เข้ามาอ่านซะ
Guest IP
วิว
พวก..."ติ่งหู" ห่าๆทั้งหลายแหล่

บทความนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ถ้าไม่พอใจแสดงว่าคุณร้อนตัว



เราเตือนคุณแล้วนะ...

.
.
.
.
.
.
.

เริ่มเลย >>>

ติ่งหู (Ting-hu)

หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กะลา (Ka-la) เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ที่มักจะเป็นพวกวัยรุ่นหญิงบางกลุ่ม ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างแรง ซึ่งกำลังแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วในสังคมอินเทอร์เน็ต และสังคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศไทยในปัจจุบัน พอๆกับ เกรียน และ โอตาคุ ซึ่งติ่งหูมักพบได้ทั่วไปตาม เวปแฟนคลับต่างๆ




ลักษณะโดยทั่วไปของติ่งหู

ติ่งหู หรือ กะลา คือ ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต (+คนในโลกความจริง)ประเภทหนึ่ง ที่มีนิสัยแย่ๆดังนี้

บ้าดารา เป็นเนืองนิจ ทั้งดารานักร้องในประเทศ ต่างประเทศ และเลียนแบบต่างประเทศ โดยมักเรียกซูเปอร์สตาร์ในดวงใจของตนว่า ผัว ราวกับว่าตนเองได้ระลึกชาติว่าเคยเป็น ชะนี ในชาติที่แล้ว บางครั้งอาจรวมกลุ่มกันเป็นแฟนคลับสร้างเสริมความบ้าเข้าไปใหญ่

ทำตัวเป็น คุณหนู ไฮโซ พวกชั้นสูง ตัวเองต้องเหนือกว่าชาวบ้าน ชอบอวด ปากดี ขี้โอ่ ชอบฟุ้งเฟ้อ ชอบพูดแต่เรื่องแฟชั่น (ในกรณีที่ไม่พูดเรื่องดารา) ถ้าใครมาทำตัวเด่นกว่า เก่งกว่า สูงศักดิ์กว่า ก็มักอิจฉาริษยา ไปถล่มเว็บไซต์ บล็อก หรือMy IDเขา บ้างก็ไปป่วนในบอร์ดของนิยายคนอื่น โดยเฉพาะที่ติดอันดับ Top Ten หรือจวนเจียนจะได้ตีพิมพ์นิยายแล้ว ด้วยภาษาที่ดูเหมือนสุภาพ หากแต่ทำร้ายจิตใจคนอ่านได้ดียิ่งกว่าภาษาเกรียนซะอีก

ไร้สาระ ไม่มีแก่นสารของชีวิต วันๆจะวนเวียนไปกับกระทู้ที่โพสรูปดารานักร้อง หรือ คนหน้าตาดีไว้ แล้วก็คอมเมนต์พล่ามยกย่องเชิดชูราวกับว่าเขาเป็นพระเจ้าอย่างงั้นแหละ ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันคือ ภาษาวิบัติ สังเกตได้ตั้งแต่ Username ยัน Signature อักขระวิธีจะวิบัติและเสื่อมทั้งดุ้น (แถมยังพ่นภาษา Emotion ออกมาเป็นชุดอีกต่างหาก

เป็น นักวิชากวน ทำตัวเป็นเด็กเรียน รอบรู้ทุกเรื่อง ทั้งๆที่ไม่รู้จริง มักจะใช้ภาษาสุภาพ ที่ดูสมเหตุสมผล ในการด่าและบั่นทอนจิตใจชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีใครก็ตาม มากล่าวบริภาษว่าร้ายแก่ตนเองหรือดารานักร้องคนโปรด คุณเธอก็จะเถียง+ด่าเป้าหมายด้วยภาษาสุภาพและคำศัพท์วิชาการล้วนๆ ซึ่งคำด่าอาจยาวเกินสิบบรรทัดด้วยซ้ำไป หากแต่เมื่อลองตั้งใจอ่านดู กลับพบว่าเนื้อหาสาระนั้น ไม่มี! แถมยังพูดจาเข้าข้างตัวเองทั้งนั้น

น้ำเน่า ชอบอ่าน/แต่งนิยาย(+การ์ตูน)รักหวานแหววน้ำเน่า ประเภทแค่อ่านย่อหน้าแรกก็รู้ตอนจบได้ ก็แค่พระเอกกับนางเอกงอนกันไปงอนกันมาล่ะว้า แถมนางเอกก็มักบื้อจนโง่ พระเอกก็บ้ากามอีกต่างหาก (เช่นเรื่อง มาเรียที่ฟัก เป็นต้น) หรือไม่ก็อ่าน/แต่งนิยายแนวเวทมนตร์ มนตรา โรงเรียนเวทมนตร์ เทพนิยาย ยุคกลาง หรือมหากาพย์ ซึ่งมีโครงเรื่องออกไปทาง ก๊อปชาวบ้านทั้งนั้น อนึ่ง ปัจจุบันเราไม่นับญาติแนวเวทมนตร์ว่าเป็นแนวเดียวกับแนวแฟนตาซีอีกแล้ว อันเนื่องมาจากเวทมนตร์เป็นศัพท์ที่พบกันจนเกร่อและชวนเอียน นิยายเรื่องไหนที่มีคำว่า เวทมนตร์ จึงมักไม่ใช่ แฟนตาซี ซึ่งหมายถึงจินตนาการอันเปี่ยมล้น (แถมบางคนชอบใช้ เวท กับ เวทย์ สลับกันมั่วอีกต่างหาก เวท - มาจาก เวท แปลว่า คำ,การพูด เวทย์ - มาจาก วิทฺย เป็นคำสันสกฤต ซึ่งแผลงจากบาลี วิชฺช แปลว่า วิชาความรู้)

ชอบ อยู่เป็นฝูง หากอยู่ตัวเดียวโดดๆ ติ่งหูจะไร้ซึ่งอำนาจในการคุกคามผู้อื่น เปลี่ยนการพูดจากลายเป็นแบบสาวน้อยไร้เดียงสา ใช้ภาษาวิบัติดัดเสียงให้ดูน่ารักๆ แต่หากอยู่กันครบหน้าแล้วล่ะก็... ใครขวางแม่ด่ายับแน่ โดยใช้เทคนิคเล่นพรรคเล่นพวก เหมือนนักการเมืองบางคน สนับสนุนพวกพ้อง รุมถองศัตรู (ถอง=แดก) และหากใครเคยฟังบทสนทนาของกลุ่มพวกติ่งหูในโลกความจริงแล้ว จะพบว่าพวกนี้จะลืมศัพท์วิชากวนที่ใช้ในโลกอินเทอร์เน็ตไปจนหมดสิ้น ใช้แต่คำหยาบคายในการพูดจากับเพื่อนล้วนๆ และมีศัพท์ทางเพศปลอมปนอีกมาก แถมบางครั้งยังทะเลาะวิวาทกันเองเพื่อแย่งชิงกันว่าดารานักร้องคนนั้นควรจะ เป็นผัวของใครอีก เป็นต้น เรียกพวกติ่งหูพวกนี้ได้อีกอย่างหนึ่งว่า แรด

ดูคนที่ภายนอก คือ หน้าตา ส่วน และแฟชั่นเครื่องแต่งกายล้วนๆ ไม่สนใจเรื่องอุปนิสัย หรือระดับสติปัญญาของคนอื่น (ยกเว้นคนที่กำลังหมั่นไส้ เรดาห์จับผิดจะทำงานดีนักแล) แถมยังหัวอ่อน เชื่อคนง่ายอีกด้วย ใครพูดอะไรก็เชื่อหมด ไม่มีสมองในการกลั่นกรองพิจารณาแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับโม้คำโต อันเนื่องมาจากติ่งหูมี EQ สูงมากจนหน้าด้าน แต่ดันมี IQ ติดลบ แถมยังชอบเอาแต่ใจ บางคนก็เรียนเก่งในโลกความจริง แต่สติปัญญาก็มิได้มีการกระเตื้องขึ้นเลยแม้แต่น้อย




ที่มาของติ่งหู >>>

ที่ มาของคำว่า ติ่งหู หรือ กะลานั้น ต้นกำเนิดจะคล้ายๆกับเกรียน นั่นก็คือ มักจะเป็นกลุ่มเยาวชนตั้งแต่ ป.4 ไปจนถึง ม.ปลาย ซึ่งโรงเรียนที่ปกครองระบอบเผด็จการนั้น จะบังคับให้เด็กนักเรียนหญิง ตัดผมทรงกะลา และสั้นไม่เกินติ่งหู (แถมตัวมักจะดำอีกต่างหาก) ซึ่งถ้าหากเกรียนกำลังคลั่งเกมออนไลน์อยู่ ติ่งหูก็กำลังคลั่งดาราบนทีวีหรือไม่ก็คลั่งนิยายน้ำเน่าบนบางเว็บไซต์อยู่ แน่นอน แต่สมัยก่อนยังไม่มีคำว่า ติ่งหู หรือ กะลา เพราะพวกนี้เดิมทีมีอยู่เป็นจำนวนน้อยมาก (ประมาณ 1 ใน 10 ของเกรียน) แถมพวกนี้ยังชอบไปป่วนในโลกความจริงมากกว่า จึงไม่ค่อยมีใครรู้ว่ามีตัวตนอยู่

แต่คำว่าติ่งหู หรือ กะลานั้น เริ่มแพร่หลายเมื่อ เด็กนักเรียนหญิงบางกลุ่มรวมหัวกันไปแรด ที่ห้างสรรพสินค้าหรือสถานเริงรมย์บางแห่ง โดยที่ถึงจะไปเปลี่ยนชุดจากชุดนักเรียนมาแล้ว แต่ผมทรงกะลากับติ่งหูโผล่ก็ยังคงเป็นหลักฐานบ่งบอกระดับวัยวุฒิและคุณวุฒิ อยู่ดี ผู้ใหญ่บางท่านผ่านมาเห็นก็เอือมระอา พร้อมๆกับกล่าวว่า "โถๆยัยหนูกะลา อายุแค่นี้ทำซ่าจริงๆ" "ผมยังไม่ทันพ้นติ่งหูเล้ย เสียเด็กซะแล้ว" หรือ "น้องๆจ๊ะ มากับเสี่ยมั้ยจ๊ะ เดี๋ยวเสี่ยเลี้ยงฮอทดอกอุ่นๆให้นะจ๊ะ" อะไรทำนองนี้ เมื่อมีมากรายเข้า คำว่า ติ่งหู หรือ กะลา จึงแพร่หลายในที่สุด

ติ่งหู หรือ กะลา เริ่มเป็นที่รู้จักในอินเทอร์เน็ต โดย ชาวประมูล (หรือเรียกสั้นๆว่าเกรียน)บางคน ได้มาตั้งกระทู้ก่นด่ากลุ่มคนพวกนี้ เนื่องจากไม่พอใจในพฤติกรรมของพวกไฮโซจากบางเว็บไซต์ที่มักจะบ้าดาราจนเกิน เหตุ แต่พอลองไปถามเรื่องพวกนี้ดู (ว่ามันมีดีตรงไหนเนี่ย นักร้องเกาหลีหน้าตุ๊ดคนเนี้ย)ปรากฏว่า ถูกหลอกด่าด้วยศัพท์วิชากวนซะจนเละ จึงเอามาระบายอารมณ์ที่เว็บไซต์ของตน ซึ่งต่อมาจึงได้เกิดสงครามขึ้นระหว่าง เว็บประมูล กับ บางเว็บไซต์ อย่างรุนแรง

อีกกรณีหนึ่ง ผู้หลักผู้ใหญ่ หรือ ผู้มีวุฒิภาวะบางท่าน (เช่น เทหร้าสเฟียร์ เป็นต้น) ซึ่งไม่พึงพอใจในการกระทำหลายๆอย่างของเด็กนักเรียนหญิงในสมัยปัจจุบันเป็น อย่างมาก (เรียกได้ว่าเป็น เกรียนผู้หญิง นั่นเอง) จึงได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เด็กพวกนี้ตามบอร์ดต่างๆ ทำให้เกิดเรื่องฮือฮา และตื่นตัวในไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้มากขึ้น นอกเหนือจากไวรัสเกรียนและโอตาคุ โดย เทหร้าสเฟียร์ เป็นท่านแรกที่เสนอให้ใช้คำว่า กะลา แต่บักมารินอส ผู้ปลุกระดมกระแสต่อต้านบางเว็บไซต์จากประมูลคนแรก รวมถึงพวกที่อยู่พันธุ์ทิพย์ด้วย ได้ใช้คำว่า ติ่งหู แทน ซึ่ง โดยจะเห็นได้ว่า มันมีที่มาจากที่ๆเดียวกันทั้งคู่ นั่นก็คือ ผมทรงนักเรียนหญิงนั่นเอง





เกร็ดเล็กๆน้อยๆ


-ที่เขียนข้างบนนี่เป็นการด่าซะส่วนมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนเขียนจะสูงส่งเลิศเลออะไรหรอกนะ ถ้าอยากรู้ด้านมืดของคนเขียน ก็...
-ติ่ง หูหรือกะลาในปัจจุบัน ไม่สามารถตรวจได้ด้วยทรงผมอีกต่อไปแล้ว เพราะโรงเรียนที่ไม่เป็นเผด็จการทั้งหลาย เช่น พวกโรงเรียนคุณหนู โรงเรียนผู้ดี โรงเรียนคริสต์ โรงเรียนประจำ หรือโรงเรียนรัฐบาล (บางแห่ง โดยเฉพาะในเมืองกรุงนั้นมีการปลดแอกเรื่องนี้ไปเกือบทั้ง กทม. แล้ว) มันก็เป็นกันได้ทั้งนั้น พวกผมกะลาสั้นไม่เกินติ่งหูที่ยังเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์มันก็ยังมีอยู่อีกมาก (แต่เราจะใช้คำว่าติ่งหูกับกะลาเหมือนเดิมอยู่ดี)
-จริงๆแล้ว พวกติ่งหูนั้นเป็นกันได้ทุกเพศทุกวัย เหมือนเกรียนและโอตาคุ พวกผู้ชายกับผู้ฉิงก็มีกันมากพอสมควร โดยเฉพาะ นักวิชากวน



เหอๆๆๆๆ


อ้อ อย่าร้อนตัวล่ะ อิๆ
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

69 ความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป