รีวิว ประสบการณ์ มุ่งมั่นจนสอบติดแพทย์ และ วิศวะ โดยไม่เรียนพิเศษ พร้อมรีวิวหนังสือเตรียมสอบ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#เด็ก60 #เด็ก61
             สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมขอเกริ่นก่อนเลยว่า นี่เป็นกระทู้แรกของผม ภาษาที่ผมใช้อาจจะแปลกๆไปบ้าง หรือติดภาษาวัยรุ่นบ้าง เพราะความเคยชินนะครับ และวันนี้ผมจะแชร์ประสบการณ์การสอบติดโดยไม่ต้องเรียนพิเศษ ตั้งเเต่ตรงนี้ไป ขออนุญาตเเทนตัวเองว่า พี่ นะครับ

             สำหรับคณะที่พี่สอบได้ คือ คณะเเพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (รอบโควต้าภาคเหนือ) กับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
             *สารภาพตามตรงว่าพี่ไม่ได้สอบสัมภาษณ์ค่อนข้างหลายที่เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางเเต่ละครั้ง รวมทั้งบางครั้งมีการสอบสัมภาษณ์ที่ตรงกันทำให้พี่ต้องตัดสินใจเลือก เช่น ทุน กพ  ,วิศวะลาดกระบัง ฯลฯ

            เข้าเรื่องเลยครับ ตั้งเเต่ขึ้นชั้นมัธยมมา พี่ไม่ได้เรียนพิเศษเลยเเม้เเต่ที่เดียว เนื่องจากพี่เป็นเด็กกิจกรรม(วงโย)ซึ่งไม่ค่อยมีเวลาอยู่เเล้ว(ซ้อมเช้าเย็นและวันอาทิตย์) เเละประกอบกับฐานะทางการเงินที่บ้านที่ไม่ได้ดีนัก (ค่าเรียนพิเศษเเพงมาก ) พี่จึงเรียนแบบอ่านหนังสือเองมาโดยตลอดจนเป็นความเคยชิน ในหลายๆครั้งที่พี่เรียนไม่เข้าใจ พี่ก็พยายามอ่านเองหลายๆครั้ง ทำโจทย์เยอะๆ และซื้อคีย์มาดูเฉลยบ้าง ในบางครั้งพี่ก็ฟังจากเพื่อนๆที่เรียนพิเศษแล้วนั่งคุยกันว่า เค้าเรียนกันเรื่องอะไร ลึกเเค่ไหน เเล้วพี่ก็ไปหาหนังสือหรือเนื้อหาที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นมาอ่าน เเละอ่านให้ลึกยิ่งกว่า เพื่อจะสามารถเรียนสู้คนอื่นได้ สิ่งที่เราต้องทำอยู่ตลอดเวลาในการเรียน คือการถามตัวเองว่า เราไม่รู้อะไร เราไม่เก่งอะไร เเละเราต้องพยายามเติมเต็มในส่วนนั้นให้ได้

            ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย พี่เริ่มอ่านหนังสือช่วงก่อนปิดเทอม ม.5 ครับ กำลังขึ้น ม.6 ซึ่งถือว่าค่อนข้างช้าเลยทีเดียว พี่อ่านเเบบเพียวครับ คือการอ่านเก็บทีละวิชา ทำโจทย์ทีละวิชา พอเริ่มเเม่นเเล้วก็เปลี่ยนวิชา จากนั้นเมื่อทำครบทุกวิชาก็กลับมาทำโจทย์รวมๆ ในระหว่างเปิดภาคเรียน ม.6 เทอม 1 ด้วยความที่พี่เป็นเด็กวงโย ซึ่งมีการฝึกซ้อมตอนเช้ากับตอนเย็น พี่จึงอ่านหนังสือในตอนเย็นหลังจากกลับถึงบ้าน หรืออ่านในระหว่างฝึกซ้อมไปเลย มือหนึ่งถือหนังสือ มือหนึ่งถือเครื่องดนตรี โดยการบ้านนั้น พี่พยายามทำให้เสร็จตั้งแต่อยู่ที่โรงเรียน ซึ่งจะมีเพื่อนๆมานั่งทำด้วยกัน ช่วยกันคิดช่วยกันทำ ซึ่งทำให้พี่มีเวลาอ่านหนังสือในช่วงเย็นค่อนข้างเยอะ ช่วงที่พี่อ่านหนักจริงๆคือช่วงปิดเทอมเดือนตุลาคม 1 เดือนก่อนสอบ GAT PAT ซึ่งเป็นสนามเเรกของเด็ก ม.6 ทั่วประเทศ (ก่อนหน้านี้มีการสอบมาบ้างเเล้ว เช่น พสวท สอบทุนเล่าเรียนหลวง การยื่นคะเเนนโครงการต่างๆ) ในช่วงนี้ พี่กลับมาเน้นอ่านเนื้อหาใหม่ทั้งหมด และเน้นการทำโจทย์ ซึ่งโจทย์ จะเป็นสิ่งที่บอกเราว่า เราไม่รู้อะไร เราไม่เเม่นเรื่องอะไร เพราะในหลายๆเรื่องที่เรายังอ่านไม่ลึกพอ หรือคิดว่าตัวเองเข้าใจเเล้ว เเต่พอเจอโจทย์จริงๆเราอาจจะงงได้

             สำหรับเเรงบันดาลใจ หรือสิ่งกระตุ้นที่ทำให้พี่หายขี้เกียจ มีกำลังใจในการอ่านหนังสือ คือนึกถึงพ่อเเม่ ซึ่งท่านทำงานหาเงินอย่างยากลำบาก นึกถึงเงินที่พ่อเเม่ให้พี่ไปโรงเรียนเพื่อพัฒนา ไม่ใช่เพื่อล้มเหลว เเละสิ่งกระตุ้นอีกอย่างที่สำคัญคือ การนึกภาพความล้มเหลวของตัวเอง นึกภาพว่า ในวันประกาศผล แล้วไม่มีรายชื่อของเรา นึกถึงภาพเพื่อนๆที่ดีใจ แต่เรากลับต้องนั่งเสียใจ อาจจะดูโหดร้าย เเต่นี่เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้พี่ทนอ่านหนังสืออย่างหนักได้หลายเดือน 
             ขอพูดถึงช่วงตุลาคมที่พี่อ่านหนังสือสอบครับ บอกเลยว่า เป็นช่วงที่พี่เครียดมากที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ ยิ่งกว่าเเฟนคนเเรกบอกเลิก ช่วงเเห่งการอ่านหนังสือ เริ่มตั้งเเต่ปลายๆเดือนกันยายนมา พี่เริ่มอ่านจากชีววิทยา หนังสือความหนา500หน้า ไปจนถึงทำโจทย์สำหรับทุกวิชา ช่วงนี้ เป็นช่วงที่กดดันมากสำหรับเด็กที่เรียนกลางๆอย่างพี่ พี่อ่านหนังสือเเบบตะลุยไม่ได้เเบ่งเวลาอ่าน อ่านไหวก็อ่าน พอเริ่มง่วงก็ลุกมาตอบเฟสบ้างอะไรบ้าง ซึ่งทุกครั้งที่พี่ตอบเฟสบุ๊ค ในเเชทกลุ่ม เพื่อนๆมักจะลงรูปที่เรียนพิเศษ หรือพูดถึงเรื่องเรียนนู่นนี่ ซึ่งหัวอกคนไม่เรียนพิเศษอย่างพี่ ความคิดเเรกที่วิ่งเข้ามาคือ เราจะเอาอะไรไปสู้คนอื่นเค้าเนี่ย ละพี่ก็ปิดคอมละนั่งอ่านหนังสือ ครั้งที่พี่กดดันที่สุดพี่อ่านต่อเนื่องเกือบ17ชั่วโมง เริ่มอ่านตอน10โมง นอนประมาณตี  3 ตอนกินข้าวก็ทำโจทย์ไป เเต่ไม่ใช่ทุกวันนะครับ เเต่ช่วงนี้ ก็ถือเป็นช่วงที่หนักมากๆเลยสำหรับพี่  

            ถามว่า อ่านหนังสืออย่างไรให้จำได้ มีเทคนิคการอ่านหนังสืออย่างไร พี่คิดว่าเเล้วเเต่คนครับ สำหรับพี่ พี่จะอ่านโดยอ่านตะลุยทีละบท จากนั้นเน้นไว้ว่าบทไหนที่เราไม่เเม่น จะกลับมาอ่านหลายๆรอบ อ่านไปได้สัก2บท อาจจะกลับมาอ่านบทเเรกใหม่ผ่านๆ ดูว่าเราพอจะจำเนื้อหาได้มั้ย หมั่นกลับมาทวนบ่อยๆ

              ต่อไปพี่จะรีวิวหนังสือนะครับ หนังสือที่อ่าน มีหนังสือ GAT เชื่อมโยง ซึ่งเป็นสนามเเรก คณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ โลก-ดาราศาสตร์ อังกฤษ ไทย และสังคมครับ

              เริ่มที่อย่างเเรกกันเลยนะครับ

- GATเชื่อมโยง

               อธิบายสำหรับน้องๆที่เข้ามาอ่าน GAT เป็นการสอบความถนัดทั่วไป มี2แบบ คือ GAT เชื่อมโยง เเละ GAT ENG ซึ่งไม่เหมือนกันเลยยย  GAT ENG เหมือนกับข้อสอบภาษาอังกฤษทั่วไป ซึ่งมีทั้งส่วนเเกรมม่า คำศัพท์  reading ฯลฯ สำหรับ GAT เชื่อมโยง ในข้อสอบจะมีบทความที่เน้นตัวหนามาให้ น้องต้องหาว่า คำเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร เป็นเหตุผลกัน เป็นข้อย่อย เป็นส่วนยับยั้ง

              การสอบนี้ พี่อ่านหนังสือเพียงเล่มเดียว คือเล่มนี้ครับ

 ไม่มีชื่อรูป

เล่มนี้ จะอธิบายตั้งเเต่เริ่มเเรกว่า GAT เชื่อมโยงคืออะไร พร้อมทั้งยกตัวอย่างบทความง่ายๆ ค่อยๆไต่ระดับความยากขึ้นไป คล้ายกับเล่มอื่นๆ เมื่อทำเล่มนี้เสร็จเเล้ว พี่ก็หาบทความ ข้อสอบจริงๆในเน็ต โดยการสุ่มปี จากนั้นพี่ก็ลองทำโดยจับเวลาจริง พยายามทำให้ถูก 100% อย่างน้อย3บทความติดต่อกัน

อันนี้เป็นอีกเล่มหนึ่งที่เเนะนำครับ คล้ายๆกับเล่มเเรกคือมีอธิบายนตอนเเรก เเละมีบทความมาให้ โดยเพิ่มระดับความยากขึ้นเรื่อยๆ เป็นอีกเล่มหนึ่งที่ค่อนข้างดีเลยครับ 

- ฟิสิกส์

            ในที่นี้พี่รวมถึง PAT2 เเละ PAT3 ด้วยเลยนะครับ ในการอ่านวิชานี้ พี่เริ่มโดยการอ่านเนื้อหาทั้งหมดที่เคยเรียนมาก่อน เเละอ่านเนื้อหาล่วงหน้าของ ม.6 ด้วย โดยพี่อ่านหนังสือของโรงเรียนทั้งหมดครับ หนังสือ สสวท ทั้ง5 เล่มเลย ซึ่งพี่พูดได้เต็มปากเลยว่า วิชาฟิสิกส์ เป็นวิชาที่น้องต้องอ่านจากหนังสือเรียน สสวท จริงๆ เพราะเนื้อหาค่อนข้างครบ มีการทดลองอธิบาย ซึ่งพี่คิดว่าอธิบายได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะในส่วนของทฤษฎี


         
                     จากนั้นพอพี่อ่านเรื่องทฤษฎีจบ ซึ่งพี่ทำโจทย์ในเล่มไปบ้าง เพื่อทบทวนและเพิ่มความเข้าใจ พี่ก็ทำหนังสือรวมโจทย์เล่มนี้คับ เป็นเล่มรวมโจทย์ประยุกต์ ค่อนข้างยากทีเดียวสำหรับคนที่เริ่มทำใหม่ๆ โดยพี่ใช้หนังสืออีกเล่มคือเล่มสรุปสูตรมาช่วยเน้นตรงเนื้อหาที่จำเป็น
 

และจากนั้นก็ ทำโจทย์ PAT3 จาก 2 เล่มนี้ครับ  เป็นข้อสอบเก่า โดยเล่มซ้ายมือจะเเยกเป็นเรื่องๆให้ครับ ส่วนในเล่มขวามือเป็นข้อสอบจริง 




เล่มนี้เป็นอีกเล่มหนึ่งที่โจทย์ดีครับ คล้ายกับเล่มด้านบน เเต่เป็นข้อสอบ PAT2 ในส่วนเเรกจะเป็นอธิบายสูตรและทฤษฎีครับ และมีโจทย์พร้อมเฉลย ซึ่งเฉลยดีและละเอียดพอสมควรเลยครับ

-ชีววิทยา
          พี่อ่านหนังสืออยู่  
4 เล่มครับ



              เล่มกิ้งก่า เป็นเล่มรวมโจทย์ครับ มี4ชุด โจทย์ดีมากเลย เล่มนกยูงกับเล่มหัวใจพี่แนะนำครับ สำหรับคนที่อยากปรับพื้นฐานความรู้ เนื้อหาค่อนข้างครบถ้วนเลย เรื่องไหนไม่เข้าใจ แนะนำให้เปิด youtube ครับ แหล่งรวมครูที่มีคุณภาพมากๆ และสุดท้ายคือเล่มที่พึ่งออกมาได้ไม่นานนี้ครับ เล่มปลาหมึก เนื้อหาค่อนข้างลึก และละเอียดมาก แต่ถ้าอยากได้เนื้อหาที่เน้นๆจริงๆ พี่แนะนำครับ

 -เคมี 

              พี่อ่านวิชานี้ไม่เยอะมากครับ อ่านแค่เล่มสรุปเล่มนึง กับเล่มรวมโจทย์อีกเล่มนึงครับ ส่วนใหญ่พี่เน้นโจทย์ เพราะว่าข้อสอบเคมีส่วนใหญ่จะวิเคราะห์ค่อนข้างเยอะ เล่มซ้ายจะเป็นเล่มสรุปเนื้อหารวมๆ ค่อนข้างละเอียดครับ เล่มกลางเป็นเล่มรวมโจทย์ ซึ่งมีเยอะมากๆ เเยกเป็นบทๆครับ ส่วนเล่มที่ 3 เป็นโจทย์ PAT2ครับ โดยเเยกเป็นปีๆ ค่อนข้างดีเลย มีเฉลยละเอียดกว่าเล่มกลาง เเต่จำนวนข้ออาจจะไม่มากนัก



-โลก ดาราศาสตร์

              ยอมรับว่าวิชานี้เป็นวิชาที่ค่อนข้างถูกละเลย ไม่ค่อยได้เตรียมตัวเลย เพราะคิดว่าออกไม่เยอะ ใช่ครับ ออกน้อย แต่มันอาจพลิกชะตาชีวิตเราได้เลย พี่แนะนำให้อ่านหนังสือของโรงเรียน ตรงแน่นอน เพราะว่าการออกข้อสอบนี้ มักอ้างอิงจากหนังสือเรียน ซึ่งบางข้อแทบจะก็อปวางเลย และบางครั้ง หนังสือแต่ละเล่มก็ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ก็ควรเชื่อแบบเรียนครับ  



 

-คณิตศาสตร์

          เป็นวิชาที่พีคมาก พี่มีหนังสือสรุปสูตร 1 เล่ม ซึ่งน้องสามารถหาเล่มไหนก็ได้ครับมาเล่มนึง อ่านทวนสูตร ลองทำโจทย์ทีละบทๆ จากนั้น ลุยโจทย์จริงอย่างเดียวเลยครับ ทำเยอะๆให้ชินที่สุด เพราะข้อสอบจริงค่อนข้างยากและถือว่าเวลาแต่ละข้อค่อนข้างน้อยครับ โจทย์ส่วนใหญ่มาจากหนังสือ วัคซีน และโจทย์ข้อสอบ PAT1 เก่าๆในเน็ตครับ




-อังกฤษ

               พี่อ่านจากแกรมม่า และคำศัพท์ครับ โดยคำศัพท์อ่านจากหนังสือ vocab และศัพท์ครูสมศรีหรืออื่นๆในเน็ตครับ เล่มแกรมม่าเล่มนี้ค่อนข้างดีเลย อธิบายทุกเรื่อง มีตัวอย่างครอบคลุม รวมทั้งมีโจทย์ให้ทำในแต่ละเรื่องด้วยครับ



-ไทยและสังคม
              ในส่วนนี้ พี่ไม่ได้เน้นในช่วงแรกเพราะว่ายังไม่มีในการสอบ
GAT PAT แต่พี่มาเน้นในการสอบโควตาภาคเหนือและ 9 วิชาสามัญ ซึ่งสอบใน 1-2 เดือนถัดไปครับ สำหรับสังคม พี่อ่านอยู่ 2 เล่ม คือ


 

มีดีคนละแบบครับ เล่มพี่บอล สรุปเนื้อหาเน้นๆที่สำคัญจริงๆ ส่วนเล่มแผนที่ เนื้อหาละเอียดและครอบคลุมครับ

                   ส่วนที่เหลือ ในวิชาภาษาไทย พี่อ่านสรุปวรรณคดี ม.ปลาย จากในเน็ตครับ  เเละมีหนังสือสรุปอีกเล่มหนึ่ง จากนั้นคือการเน้นทำโจทย์ ไม่ใช่แค่วิชาไทยสังคม แต่รวมทั้งวิชาอื่นๆจากหนังสือรวมข้อสอบโควต้า มช. ครับ  
                 เล่มซ้ายคือเล่มโควต้า มช. เป็นข้อสอบรวม 5 ปีครับ โดยเเยกเป็นวิชา พี่ทำทีละวิชาครับ จับเวลาจริง นับคะเเนน โดยมีเฉลยละเอีอดเเต่ละวิชา เล่มขวาเป็นสรุปภาษาไทยครับ ค่อนข้างเนื้อหาครบถ้วน ทำให้เรารู้ว่าต้องอ่านหัวข้ออะไรบ้างเพื่อเตรียมตัวสอบ 



                     จบแล้วครับกับการรีวิวการเรียนและสอบเข้าของพี่โดยไม่เรียนพิเศษเลย  หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังๆและน้องๆที่ต้องสอบในปีต่อๆไปนะครับ หากน้องๆอยากจะปรึกษาเรื่องการอ่านหนังสือ พี่ยินดีให้คำปรึกษาครับ โดยส่ง "ข้อความลับ" ในเด็กดีมาได้นะครับ
             และท้ายที่สุดนี้ พี่ขอให้น้องๆทุกคนประสบความสำเร็จในการสอบ หวังที่ไหน ก็ขอให้พยายามอย่างเต็มที่ เเม้จะทำไม่ได้ อย่างน้อย เราก็ได้ทำมันอย่างสุดความสามารถ ดีกว่ามานั่งเสียใจว่า "รู้อย่างนี้ ทำอย่างนั้นดีกว่า" และสำหรับน้องๆที่ยังเหลือเวลาอีกหลายปี อย่างนิ่งนอนใจไปนะครับ เวลามันเร็ว การเติมน้ำให้เต็มเเก้ว ค่อยๆหยดวันละนิด ย่อมดีกว่าการเทรวดเดียวจนกระฉอกออก ชีวิตมัธยมมันสั้นมากนะครับ ใช้ให้คุ้มค่า สวัสดีครับ
^_^

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

80 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป