/>

[ยาว] ผมเพิ่งพบความจริงว่า พ่อกับแม่ไม่ได้รักกันแล้ว [ยินดีให้แชร์]

วิว
          ผมเป็นลูกคนเล็กของบ้านครับ อายุ 18 กำลังขึ้นมหาลัยครับ พี่ผมตอนนี้ทำงานอยู่ต่างจังหวัด พี่จะกลับบ้านสองสามเดือนต่อครั้ง ทำให้เราไม่ได้อยู่ด้วยกันมาก ทุกวันนี้ผมอยู่กับพ่อแม่ ซึ่งทั้งคู่ก็อยู่ในวัยที่ใกล้เกษียณละครับ เราทั้งสามคนอยู่บ้านหลังเดียวกัน

           พ่อกับแม่ผมดูจะไม่ค่อยสนิทกันมากซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าเป็นเรื่องปกติของคู่ที่อยู่ด้วยกันมานาน และทั้งคู่ก็ดูคุยกันปกติ อยู่ด้วยกันได้ไม่ทะเลาะกัน แต่พักหลังๆผมเริ่มสงสัยครับ เพราะตลอดที่ผมอยู่กับทั้งคู่มา ผมเพิ่งสังเกตว่า ผมไม่เคยได้ยินสองคนนี้บอกรักกันเลย แม้แต่กอดก็ไม่เคยเห็น ไม่เคยพูดจาหวานๆใส่กันให้เราเลี่ยนแบบในทีวี ไม่นอนเตียงเดียวกันเหมือนเมื่อก่อน หัวเราะด้วยกันก็แทบไม่เห็นแล้ว หรืออาจไม่เคยเห็นเลย

           ตอนนี้แม่ผมเริ่มจะขึ้นเสียงกับพ่อบ่อยขึ้นเวลาที่พ่อผมบ่น แม่เริ่มพูดข้อเสียของพ่อให้ได้ยินบ่อยขึ้นเวลาผมคุยกับแม่เรื่องพ่อ และไม่พูดถึงข้อดีเลย แม่หงุดหงิดพ่อง่ายขึ้น แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยลงไม้ลงมือ หรือทะเลาะกันหนักๆซักที ซึ่งส่วนใหญ่ผมจะได้เห็นอะไรแบบนี้จากแม่มากกว่า เพราะผมคุยกับแม่มากกว่าพ่อ และพ่อก็ไม่ค่อยแสดงออกอะไรมากครับ

          ผมสงสัย ว่าจริงๆแล้ว พ่อกับแม่รักกันรึเปล่า แต่ก็ไม่กล้าถามสักที เพราะกลัวคำตอบ

          ล่าสุดผมไปช้อปปิ้งกับแม่มาครับ ผมจะชอบคุยกับแม่เรื่องต่างๆเวลาอยู่บนรถ บ้านผมมีหนี้ค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเรียน กับเรื่องการกินการใช้ของบ้าน แต่ส่วนใหญ่ก็เพื่อเลี้ยงผม ตอนระหว่างทางกลับบ้าน ผมเลยพูดเล่นๆว่า ถ้าแม่ไม่มีผม ป่านนี้แม่สบายไปแล้ว
ที่แม่ตอบผมมาคือ ถ้าไม่มีแก ป่านนี้พ่อกับแม่คงเลิกกันตั้งนานแล้ว อยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก
และผมก็ได้คำตอบที่ผมสงสัย ผมถามหาเหตุผล ก็ได้คำตอบว่าพ่อไม่ดีอย่างนั้น พ่อไม่ดีอย่างนี้ ผมได้รู้ว่า แม่หมดรักพ่อมานานแล้ว แต่อยู่ก็เพื่อผมและพี่ ผมก็เบลมว่าทั้งคู่นั่นแหละที่ไม่ดี ถึงอยู่กันไม่ได้
ผมพูดกับแม่ว่า แม่คิดยังไงที่ผมต้องมาเห็นภาพพ่อกับแม่ทะเลาะกันแบบนั้น หลอกผมได้ตั้งนานว่าบ้านเราอบอุ่น แล้วเราก็เงียบไปทั้งทาง ตอนนั้นผมรู้สึกแย่มากที่พูดอะไรออกไปแบบนั้น ผมสมเพชตัวเองที่ทำแม่เสียใจ ถึงท่านจะไม่ร้องให้เห็น แต่ผมรู้ครับว่าในใจท่านคงรู้สึกแย่มาก

          พอถึงบ้าน ผมไม่เข้าบ้าน ออกมานั่งสงบสติอารมณ์ข้างนอก ซักพักแม่ผมก็ออกมาเรียกผม ถามผมว่าหิวมั้ย กินอะไรมั้ยเดี๋ยวแม่ทำให้ ด้วยน้ำเสียงปกติที่ไม่ปกติ ผมเดินเข้าไปกอดแม่ ตอนนั้นทุกคำพูดแย่ๆ ทุกความรู้สึกผิดโถมเข้ามาในหัวของผม ผมกับแม่ร้องไห้ แต่ต่างฝ่ายก็พยายามไม่ให้อีกฝ่ายรู้ ผมพยามทำเสียงให้ปกติแล้วพูดกับแม่ว่า จริงๆนี่มันก็ไม่ใช่ความผิดของพ่อหรือแม่หรอก ยังไง พ่อก็คือพ่อ แม่ก็คือแม่ ผมก็รักทั้งคู่เหมือนเดิม จากนั้นบรรยากาศก็ค่อย ๆ ดีขึ้น เราเช็ดน้ำตาแล้วมานั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยตามประสาแม่ลูก แล้วจบด้วยการแยกกันเข้านอน

          ตอนนี้ที่ผมกำลังนั่งพิมพ์อยู่นี้ เพิ่งผ่านเหตุการณ์นั้นมาไม่กี่ชั่วโมง ผมรู้สึกดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดี ผมบอกตรงๆ ผมไม่รู้ว่าผมควรรู้สึกยังไงดี ผิดหวัง เหนื่อย สับสน เป็นห่วง โดดเดี่ยว ทุกอย่างมันตีกันไปหมด ภาพครอบครัวที่ผมเคยมองมันเปลี่ยนไป แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่ได้เกลียดทั้งคู่เลย 
แท้จริงแล้ว ทั้งคู่เป็นคนดี เป็นคนน่ารัก แต่แค่ไม่ได้รักกันแล้ว ก็เท่านั้น ทั้งคู่ทำทุกอย่างเพื่อผม ยอมลำบากเพื่อให้ผมสบาย ให้ความรักอย่างไม่ขาด ทั้งคู่รักผมมาก และผมก็รักพวกเค้ามากเช่นกัน และจะรักมากขึ้นทุกๆวัน 

         สุดท้ายนี้ เจตนาที่ผมตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา คืออยากแชร์เรื่องราว ผมเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีครอบครัวไม่สมบูรณ์ และยินดีกับทุกคนที่มีครอบครัวที่น่ารัก ผมอยากให้พวกคุณรักเค้าให้มาก ๆ กอดพวกเค้าบ่อย ๆ หอมแก้มและบอกรักพวกเค้า เพราะเราไม่รู้ว่าจะอยู่กับพวกเค้าได้อีกนานเท่าไหร่

         ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบ ขอบคุณทุกคนที่รับฟังครับ ขอบคุณจริง ๆ

 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    สุกิต
    Guest IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ทำไมน้ารู้สึกว่าธรรมดานะ


    คนเราจะรักกันแค่ไม่เกิน 7 ปีแรกหรอก นี่น้าบอกได้เลยนะ

    ไม่ใช่แค่ครอบครัวหนุ่มนะ น้าว่า 99% หมดรักภายใน 7 ปี


    ส่วนพ่อแม่น้าไม่เคยรักกันด้วยซ้ำ คลุมถุงชน

    ทุกวันนี้ก็ไม่ถูกกัน น้าไม่เคยรู้สึกอะไรเลย

    เพราะน้ารู้อยู่แล้ว ว่าความรักหนุ่มสาว มันเกือบจะ

    ไม่มีจริงด้วยซ้ำ


    ส่วนครอบครัวพี่ชายน้า ก็เหมือนกันเลยคือ อยู่เพื่อลูก

    หมดรักตั้งนานแล้ว ทนกันไปเพื่อครอบครัวนั่นล่ะ


    น้าแทบไม่เคยเห็นใครรักกันนาน ๆ นะ

    เพราะอะไรอะเหรอ ก็เพราะ ความรักมันเหมือน

    น้ำบนฝ่ามือน่ะ มันจะค่อย ๆ จืดจาง เพราะความรัก

    มันเป็นอารมณ์ที่ ต้องการสิ่งกระตุ้นเพื่อทำให้รักษามันไว้


    มันไม่เหมือน ความรักพ่อแม่ลูกหรอก นั่นมันเป็น

    ความรักกึ่งความรับผิดชอบ มันเลยทนนาน

    อย่างน้าก็รักและห่วงแม่ ถึงจะไม่ค่อยรักพ่อ

    แต่ก็ไม่ปล่อยปละละเลย ทำด้วยความรับผิดชอบ


    มันต่างกันนะ ต่างแบบสุดกู่เลย เพราะความรัก

    พ่อแม่ลูกมันมีคุณธรรมมาเกี่ยวแบบมาก ๆ

    ขณะที่ความรักหนุ่มสาว มันจะมีอารมณ์มาเกีี่ยว

    มาก ๆ เหมือนกัน ซึ่งอารมณ์คนเรายากนะ

    จะทำให้มันคงที่ ไม่เหมือนสติ ปัญญา หรือ

    ความคิดใคร่ครวญ ที่จะค่อนข้างคงที่ ยากจะเปลี่ยนแปลง


    โดยปกติมันก็ควรเป็นอย่างนั้นนะ ไม่งั้นคนเรา

    คงโกรธ โลภ หรือ หลง อย่างยากจะถอนแน่

    ถ้าอารมณ์คงที่นานเกินไป


    น้าว่าความรัก มันเกิดง่าย หมดง่าย

    แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ มันมีข้อดีเหมือนกัน

    คือทำให้เรารู้ว่า บางครั้งเราก็ทำอะไรไปแบบ

    ไม่มีเหตุผลได้เหมือนกัน แม้ว่าปกติเราจะไม่ทำแบบนั้น

    ในช่วงเวลาที่รักยังหอมหวานนะ มันเป็นแบบนั้น


    แต่พอเวลาที่มันหมดไป ความหน่าย ความชังจะมา

    แทนที่ มากพอ ๆ กับตอนที่ความรักมันเกิดน่ะ

    คนเราคาดหวังเยอะไง แต่ความจริงความรัก

    มันไม่ได้สวยงามขนาดนั้น มันก็เป็นธรรมดา

    ที่ความรู้สึกตรงข้ามจะมาแทน

    ตอบกลับ

20 ความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป