Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆของชาย/หญิงในยุคจีนโบราณ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#จีนโบราญ #นิยายจีนโบราณ #นิยายพีเรียดจีน #พีเรียดจีน
หลังจากที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆของคนจีนในยุคโบราณมาได้บ้างเเล้ว เเต่ก็เหมือนจะยังไม่พอ(เหมือนโลภอะ) มันจะมีข้อปฏิบัติต่างๆบางข้อที่เรามาเจอในนิยายแปลจีน/นิยายพีเรียดจีน เช่น
-การที่ชายรับผ้าจากหญิงสาวก็เหมือนสนใจในตัวหญิงสาว เเต่ถ้าหญิงสาวรับก็จะเหมือนรับสาสน์ท้ารบ
-หญิงสาวไม่ควรเข้าไปในย่านหอโคมเขียว
และอีกเยอะเเยะที่เราพึ่งจะเคยอ่านเจอในนิยาย เราอยากรู้ว่ามันมีอะไรอีกบ้างสำหรับธรรมเนียมปฏิบัติของคนในยุคจีนโบราณ ใครที่มีความรู้โปรดช่วยชี้เเนะเราด้วย

Ps.ขอบคุณล่วงหน้ากับคำตอบนะคะ

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    จีนโบราณมีหลายยุคสมัยค่ะ แต่ละยุคสมัยมีค่านิยมต่างกัน รวมไปถึงธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ บางยุคเคร่งครัด บางยุคปล่อยอิสระ ขอก๊อปบทความที่เคยเขียนมานะคะ


    เรื่อง sex ของชาวจีนยุคโบราณ

    ก่อนหน้านี้เราเองก็คิดว่า สตรีชาวจีนโดยเฉพาะยุคโบราณจะต้องหวงเนื้อหวงตัว รักษาความบริสุทธิ์ยิ่งชีพ ห้ามผู้ชายเห็นแม้แต่ข้อเท้า คืนแต่งงานต้องมีเลือดบริสุทธิ์ ทั้งยังถูกรังแก กดขี่ข่มเหง ไม่มีบทบาทด้านการเมืองการปกครองหรือแม้แต่การทำงานนอกบ้าน แต่พอมาอ่านพวกหนังสือเกร็ดประวัติศาสตร์ต่างๆแล้วกลับพบว่า


    เรา คิดผิด มาตลอด


    อันที่จริงก็ไม่ได้ผิดอะไรมาก แค่ผิดครึ่งเดียว เพราะค่านิยมแต่ละยุคสมัยไม่เหมือนกัน

    ก่อนจะไปถึงเรื่องใต้สะดือและฉากอุ่นเตียง เราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับยุคสมัยของจีนเสียก่อน ซึ่งหากแบ่งง่ายๆ ก็แบ่งเป็น ยุคราชวงศ์ และ ยุคสังคมนิยม ซึ่งยุคโบราณก็แบ่งย่อยลงไปอีก (เอาคร่าวๆที่เป็นที่รู้จักกันดี) เป็น


    ===== ขอเรียกว่ายุคที่ 1=====

    - 3 ราชา 5 จักรพรรดิ

    - ซาง

    - โจว

    * ชุนชิว (ขงจื้อ)

    * จ้านกว๋อ

    - ฉิน (จิ๋นซีฮ่องเต้)

    ===== ขอเรียกว่ายุคที่ 2 =====

    - ฮั่น

    - สุย

    - ถัง

    - เหนือ-ใต้

    ===== ขอเรียกว่ายุคที่ 3 =====

    - ซ่ง

    - หยวน

    - หมิง

    - ชิง


    แรกเริ่มเดิมที ในก่อนหน้ายุคที่ 1 และยุคที่ 1 ผู้คนยังคงนับถือผีสาง เทพเซียน ต่อมาเริ่มมีลัทธิเต๋า ซึ่งพูดถึงการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ เรื่องเพศของลัทธิเต๋านั้นคือความเชื่อเรื่อง หยินหยาง ความสมดุลของหญิงชาย ทำให้เรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติ ธรรมด๊าาาธรรมดา ดังนั้นพอถึงวัยเจริญพันธุ์ ก็แลกเปลี่ยนหยินหยางกันไป สตรีคนไหนแต่งงานแล้วสามีตายก็แต่งงานใหม่เป็นเรื่องปกติ หรือสตรีที่โสดก็สามารถเลือกบุรุษที่ชอบพอไปได้เรื่อยๆ ถึงขนาดที่ว่า ไม่ท้องไม่แต่งก็มี คือให้สิทธิ์กับสตรีเต็มที่ อยากทำอะไรทำเลยจ้า


    แต่พอมาถึงลัทธิขงจื้อถือกำเนิดในยุคชุนชิว คำสอนของขงจื้อกลับเป็นอีกอย่าง


    ในยุคชุนชิวนั้นมีสงครามและความวุ่นวาย ดังนั้น ขงจื้อท่านก็เลยมีแนวคิดด้านการเมืองการปกครองที่เน้นให้ผู้ปกครองมีคุณธรรม มีหลักการปกครองเพื่อประชาชน แต่ หนึ่งในความคิดของขงจื้อกลับเป็นการกดขี่สตรี คือขงจื้อเห็นว่า "สตรีคือต้นเหตุแห่งความวุ่นวายและสงคราม ดังนั้น สตรีจึงควรอยู่อย่างสงบเสงี่ยม อย่ามายุ่งกับการปกครอง" (อันนี้เราเขียนตามความเข้าใจนะคะ) รวมทั้งคิดว่า สตรีควรอยู่แต่ในบ้าน อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ดูแลลูกดูแลสามีก็พอ


    แนวคิดด้านการเมืองของขงจื้อเป็นที่นิยมและแพร่หลาย แต่แนวคิดเรื่องสตรี "ดับสนิท"


    ฮ่องเต้และนักปกครองยุคที่ 2 (ฮั่น-เหนือใต้) ให้ความสำคัญต่อหลักการปกครองของขงจื้อ แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องสตรี เรื่องเพศในสังคมยังถือเป็นเรื่องลัลล้าแสนชิลล์กันต่อไป สถานะของสตรีก็เป็นเหมือนคนทั่วไป ถึงขนาดมีคำพูดว่า "ยุคฮั่น-ถัง เป็นยุคเสื่อมทราม" ผู้คนพูดถึงเรื่องเพศกันอย่างเปิดเผย มีหอนางโลมเปิดอย่างถูกกฏหมายและได้รับความนิยม มีอวัยวะเพศชายเทียมขายกันกลางถนน รัฐเองก็ส่งเสริมให้คนโสดแต่งงาน จัดงานเลือกคู่ให้ ใครถึงวัยแต่งแล้วไม่แต่งมีความผิด ต้องจ่ายภาษีหรือโดนลงโทษ เรื่องหญิงรักหญิง ชายรักชาย ก็เป็นเรื่องปกติ รวมทั้งการมีอนุสามีหรืออนุภรรยา


    ในยุคที่ 2 นี้เอง มีการแต่งตำราแพทย์ หนึ่งในนั้นคือหมวดศิลปะในห้องนอน มีถึง 8 เล่ม ในต้นฉบับนับได้ 186 ม้วน ได้แก่

    (1) คู่มือเพศรสของบัณฑิต หยงเฉิน 26 ม้วน

    (2) คู่มือเพศรสของบัณฑิต วู่เฉิง 36 ม้วน

    (3) คู่มือเพศรสของฮ่องเต้หยาวและชุน 23 ม้วน

    (4) คู่มือเพศรสของฮ่องเต้ทงและฮ่องเต้ผานเชียน 20 ม้วน

    (5) คู่มือเพศรสขอเทียนหลาวและอื่นๆ 25 ม้วน

    (6) คู่มือเพศรสของเทียนอี้ 24 ม้วน

    (7) ตำรารักษาสมรรถภาพของฮ่องเต้หวังตี้และสามฮ่องเต้ 20 ม้วน

    (8) วิธีการมีบุตรของ 3 สำนัก 17 ม้วน


    คัมภีร์เพศรสชื่อดังที่สุดคือ ซูโหน่ยจิง หรือ คัมภีร์ซูโหน่ย ในยุคฮั่น เป็นการสนทนาระหว่างฮ่องเต้กับหญิงลึกลับที่แนะนำเรื่องข้อควรการปฏิบัติบนเตียงของทั้งชายหญิง


    คัมภีร์เหล่านี้มีการคัดลอกแพร่หลายและนิยม "มอบให้เจ้าสาวในวันแต่งงาน" เพื่อนำไปใช้และวางไว้หัวนอนจะได้หยิบใช้ง่ายๆ (และยังมีคัมภีร์อื่นๆอีกมากมายยยยยยยยย)


    แม้ว่าในช่วงดังกล่าวจะมีคนแต่งหนังสือว่าด้วยคุณสมบัติของสตรี แต่กลับไม่เป็นที่นิยมเพราะแม้แต่ราชสำนักก็ไม่เอาด้วย ผู้คนจึงยังคงลัลล้า เสพกามากันสบายใจ หญิงมีหลายสามี ชายมีหลายเมีย ชายแต่งหญิง หญิงแต่งชาย หญิงรักหญิง ชายรักชาย เป็นเรื่องยอมรับได้


    จนกระทั่งเข้าสู่ยุคที่ 3 ช่วงรอยต่อถังซ่ง เกิดค่านิยมการรัดเท้าของชาวฮั่น ลัทธิขงจื้อกลับมาได้รับการยอมรับนับถือผ่านทางสำนักหยู (เผยแพร่คำสอนของขงจื้อ) และนับจากนั้น สตรีก็ถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นเพียงแค่วัตถุหนึ่งในบ้าน มีข้อจำกัดและข้อปฏิบัติมากมาย ห้ามออกนอกบ้าน ถ้าจะออกต้องมีผ้าคลุมหน้า ห้ามนั่นนู่นนี่ นอนก็ห้ามนอนเสมอผู้ชาย ไม่มี-ง ชีวิตขึ้นอยู่กับสามีและลูก


    พวกคำกล่าวที่ว่า "สตรีเก่งเกินไปไม่ดี" สะท้อนชัดเจนถึงยุคที่ 3 ที่สตรีควรเก็บตัวในบ้าน อย่าได้เก่งออกหน้าออกตา หรือค่านิยมว่าต้องเก็บความบริสุทธิ์เอาไว้ก็เพิ่งจะมีในยุคนี้เช่นกัน และความคิดนี้ยังส่งผลมาถึงยุคสาธารณรัฐ ดังที่เห็นว่าอากงอาม่าทั้งหลายมีแนวคิดแบบนี้ทั้งนั้น


    ดังนั้น สรุปได้ว่า พฤติกรรมรักนวลสงวนตัวนั้น เพิ่งเกิดใช้ช่วงราชวงศ์ตอนปลายถึงยุคสาธารณรัฐ นั่นเองค่ะ

    รวบรวมจาก

    - หนังสือวิจิตรกามาในอารยธรรมจีน

    - หนังสือเต๋าแห่งรักและกามอารมณ์

    - ราคจริต





    https://m.facebook.com/groups/321009858373126





    ตอบกลับ

5 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เวลาที่ผู้หญิงเจอผู้ชายที่ชอบเขาจะปาผลไม้ใส่หากฝ่ายชายรับแสดงว่าชอบฝ่ายหญิงเหมือนกันเขาก็จะตอบแทนด้วยหยก


      ป.ล.แอบคิดว่าถ้าบังเอิญฝ่ายหญิงถือทุเรียนอยู่ฝ่ายชายจะไม่ตายอนาถรึ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันหรือเปล่า อ่านเจอจากพวกนิยายจีน ถ้ามีพวกชอบเบ่งในนิยายกำลังภายใน มันมักชอบบอกว่า "ข้าคือบิดาของเจ้า" หรือไม่ก็ "จงเรียกข้าว่าบิดา" หรือไม่ก็ "จงมากราบเท้าบิดาเสีย ข้าจะยอมปล่อยเจ้าไป"


      ไม่ทราบว่าหมายถึงอะไร แต่จากที่อ่านมา น่าจะเป็นต้นฉบับ ที่พวกมือบอนชอบไปพ่นสีตามกำแพง แล้วเขียนว่า "พ่อทุกสถาบัน"

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        ลัคกี้แบร์
        Guest IP
        #2-1

        คนจีนเวลาโมโหชอบแทนตัวเองว่าเป็น ปู่ ย่า บิดา มารดา เหมือนกับกดข่มคู่สนทนา อาทิ


        "ข้าเป็นใคร? หึๆ ข้าเป็นปู่เจ้า! ไม่เชื่อก็ลองไปถามบิดาเจ้าสิ!"


        "จงเรียกบิดาว่านายท่านซะ!"


        "เจ้าสารเลว! มาให้ย่าของเจ้าสั่งสอนเดี๋ยวนี้!"


        "มารดาโกรธแล้ว มารดาจะฆ่าเจ้าตัวโสโครกเช่นเจ้า!"


        *แม้แต่ในปัจจุบันที่จีนก็ยังมีการใช้การพูดข่มแบบนี้อยู่

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เท่าที่เราอ่านมา และเขียนมานะคะ หญิงกับชาย ไม่ควรแตะเนื้อต้องตัวกันค่ะ ในกรณีไม่ใช่สามีภรรยากัน นอกจากยามจำเป็น อย่างเช่น ชายช่วยหญิงเมื่อมีภัยค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่น่าจะมีใครตอบได้จริงๆ เพราะวัฒนธรรมจีนได้สูญสลายไปตั้งแต่สมัยปฏิวัติวัฒนธรรมโดยเหมาเจ๋อตุง ที่เห็นๆยากจะบอกได้ว่าเป็นของโบราณแท้จริง


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จีนโบราณมีหลายยุคสมัยค่ะ แต่ละยุคสมัยมีค่านิยมต่างกัน รวมไปถึงธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ บางยุคเคร่งครัด บางยุคปล่อยอิสระ ขอก๊อปบทความที่เคยเขียนมานะคะ


      เรื่อง sex ของชาวจีนยุคโบราณ

      ก่อนหน้านี้เราเองก็คิดว่า สตรีชาวจีนโดยเฉพาะยุคโบราณจะต้องหวงเนื้อหวงตัว รักษาความบริสุทธิ์ยิ่งชีพ ห้ามผู้ชายเห็นแม้แต่ข้อเท้า คืนแต่งงานต้องมีเลือดบริสุทธิ์ ทั้งยังถูกรังแก กดขี่ข่มเหง ไม่มีบทบาทด้านการเมืองการปกครองหรือแม้แต่การทำงานนอกบ้าน แต่พอมาอ่านพวกหนังสือเกร็ดประวัติศาสตร์ต่างๆแล้วกลับพบว่า


      เรา คิดผิด มาตลอด


      อันที่จริงก็ไม่ได้ผิดอะไรมาก แค่ผิดครึ่งเดียว เพราะค่านิยมแต่ละยุคสมัยไม่เหมือนกัน

      ก่อนจะไปถึงเรื่องใต้สะดือและฉากอุ่นเตียง เราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับยุคสมัยของจีนเสียก่อน ซึ่งหากแบ่งง่ายๆ ก็แบ่งเป็น ยุคราชวงศ์ และ ยุคสังคมนิยม ซึ่งยุคโบราณก็แบ่งย่อยลงไปอีก (เอาคร่าวๆที่เป็นที่รู้จักกันดี) เป็น


      ===== ขอเรียกว่ายุคที่ 1=====

      - 3 ราชา 5 จักรพรรดิ

      - ซาง

      - โจว

      * ชุนชิว (ขงจื้อ)

      * จ้านกว๋อ

      - ฉิน (จิ๋นซีฮ่องเต้)

      ===== ขอเรียกว่ายุคที่ 2 =====

      - ฮั่น

      - สุย

      - ถัง

      - เหนือ-ใต้

      ===== ขอเรียกว่ายุคที่ 3 =====

      - ซ่ง

      - หยวน

      - หมิง

      - ชิง


      แรกเริ่มเดิมที ในก่อนหน้ายุคที่ 1 และยุคที่ 1 ผู้คนยังคงนับถือผีสาง เทพเซียน ต่อมาเริ่มมีลัทธิเต๋า ซึ่งพูดถึงการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ เรื่องเพศของลัทธิเต๋านั้นคือความเชื่อเรื่อง หยินหยาง ความสมดุลของหญิงชาย ทำให้เรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติ ธรรมด๊าาาธรรมดา ดังนั้นพอถึงวัยเจริญพันธุ์ ก็แลกเปลี่ยนหยินหยางกันไป สตรีคนไหนแต่งงานแล้วสามีตายก็แต่งงานใหม่เป็นเรื่องปกติ หรือสตรีที่โสดก็สามารถเลือกบุรุษที่ชอบพอไปได้เรื่อยๆ ถึงขนาดที่ว่า ไม่ท้องไม่แต่งก็มี คือให้สิทธิ์กับสตรีเต็มที่ อยากทำอะไรทำเลยจ้า


      แต่พอมาถึงลัทธิขงจื้อถือกำเนิดในยุคชุนชิว คำสอนของขงจื้อกลับเป็นอีกอย่าง


      ในยุคชุนชิวนั้นมีสงครามและความวุ่นวาย ดังนั้น ขงจื้อท่านก็เลยมีแนวคิดด้านการเมืองการปกครองที่เน้นให้ผู้ปกครองมีคุณธรรม มีหลักการปกครองเพื่อประชาชน แต่ หนึ่งในความคิดของขงจื้อกลับเป็นการกดขี่สตรี คือขงจื้อเห็นว่า "สตรีคือต้นเหตุแห่งความวุ่นวายและสงคราม ดังนั้น สตรีจึงควรอยู่อย่างสงบเสงี่ยม อย่ามายุ่งกับการปกครอง" (อันนี้เราเขียนตามความเข้าใจนะคะ) รวมทั้งคิดว่า สตรีควรอยู่แต่ในบ้าน อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ดูแลลูกดูแลสามีก็พอ


      แนวคิดด้านการเมืองของขงจื้อเป็นที่นิยมและแพร่หลาย แต่แนวคิดเรื่องสตรี "ดับสนิท"


      ฮ่องเต้และนักปกครองยุคที่ 2 (ฮั่น-เหนือใต้) ให้ความสำคัญต่อหลักการปกครองของขงจื้อ แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องสตรี เรื่องเพศในสังคมยังถือเป็นเรื่องลัลล้าแสนชิลล์กันต่อไป สถานะของสตรีก็เป็นเหมือนคนทั่วไป ถึงขนาดมีคำพูดว่า "ยุคฮั่น-ถัง เป็นยุคเสื่อมทราม" ผู้คนพูดถึงเรื่องเพศกันอย่างเปิดเผย มีหอนางโลมเปิดอย่างถูกกฏหมายและได้รับความนิยม มีอวัยวะเพศชายเทียมขายกันกลางถนน รัฐเองก็ส่งเสริมให้คนโสดแต่งงาน จัดงานเลือกคู่ให้ ใครถึงวัยแต่งแล้วไม่แต่งมีความผิด ต้องจ่ายภาษีหรือโดนลงโทษ เรื่องหญิงรักหญิง ชายรักชาย ก็เป็นเรื่องปกติ รวมทั้งการมีอนุสามีหรืออนุภรรยา


      ในยุคที่ 2 นี้เอง มีการแต่งตำราแพทย์ หนึ่งในนั้นคือหมวดศิลปะในห้องนอน มีถึง 8 เล่ม ในต้นฉบับนับได้ 186 ม้วน ได้แก่

      (1) คู่มือเพศรสของบัณฑิต หยงเฉิน 26 ม้วน

      (2) คู่มือเพศรสของบัณฑิต วู่เฉิง 36 ม้วน

      (3) คู่มือเพศรสของฮ่องเต้หยาวและชุน 23 ม้วน

      (4) คู่มือเพศรสของฮ่องเต้ทงและฮ่องเต้ผานเชียน 20 ม้วน

      (5) คู่มือเพศรสขอเทียนหลาวและอื่นๆ 25 ม้วน

      (6) คู่มือเพศรสของเทียนอี้ 24 ม้วน

      (7) ตำรารักษาสมรรถภาพของฮ่องเต้หวังตี้และสามฮ่องเต้ 20 ม้วน

      (8) วิธีการมีบุตรของ 3 สำนัก 17 ม้วน


      คัมภีร์เพศรสชื่อดังที่สุดคือ ซูโหน่ยจิง หรือ คัมภีร์ซูโหน่ย ในยุคฮั่น เป็นการสนทนาระหว่างฮ่องเต้กับหญิงลึกลับที่แนะนำเรื่องข้อควรการปฏิบัติบนเตียงของทั้งชายหญิง


      คัมภีร์เหล่านี้มีการคัดลอกแพร่หลายและนิยม "มอบให้เจ้าสาวในวันแต่งงาน" เพื่อนำไปใช้และวางไว้หัวนอนจะได้หยิบใช้ง่ายๆ (และยังมีคัมภีร์อื่นๆอีกมากมายยยยยยยยย)


      แม้ว่าในช่วงดังกล่าวจะมีคนแต่งหนังสือว่าด้วยคุณสมบัติของสตรี แต่กลับไม่เป็นที่นิยมเพราะแม้แต่ราชสำนักก็ไม่เอาด้วย ผู้คนจึงยังคงลัลล้า เสพกามากันสบายใจ หญิงมีหลายสามี ชายมีหลายเมีย ชายแต่งหญิง หญิงแต่งชาย หญิงรักหญิง ชายรักชาย เป็นเรื่องยอมรับได้


      จนกระทั่งเข้าสู่ยุคที่ 3 ช่วงรอยต่อถังซ่ง เกิดค่านิยมการรัดเท้าของชาวฮั่น ลัทธิขงจื้อกลับมาได้รับการยอมรับนับถือผ่านทางสำนักหยู (เผยแพร่คำสอนของขงจื้อ) และนับจากนั้น สตรีก็ถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นเพียงแค่วัตถุหนึ่งในบ้าน มีข้อจำกัดและข้อปฏิบัติมากมาย ห้ามออกนอกบ้าน ถ้าจะออกต้องมีผ้าคลุมหน้า ห้ามนั่นนู่นนี่ นอนก็ห้ามนอนเสมอผู้ชาย ไม่มี-ง ชีวิตขึ้นอยู่กับสามีและลูก


      พวกคำกล่าวที่ว่า "สตรีเก่งเกินไปไม่ดี" สะท้อนชัดเจนถึงยุคที่ 3 ที่สตรีควรเก็บตัวในบ้าน อย่าได้เก่งออกหน้าออกตา หรือค่านิยมว่าต้องเก็บความบริสุทธิ์เอาไว้ก็เพิ่งจะมีในยุคนี้เช่นกัน และความคิดนี้ยังส่งผลมาถึงยุคสาธารณรัฐ ดังที่เห็นว่าอากงอาม่าทั้งหลายมีแนวคิดแบบนี้ทั้งนั้น


      ดังนั้น สรุปได้ว่า พฤติกรรมรักนวลสงวนตัวนั้น เพิ่งเกิดใช้ช่วงราชวงศ์ตอนปลายถึงยุคสาธารณรัฐ นั่นเองค่ะ

      รวบรวมจาก

      - หนังสือวิจิตรกามาในอารยธรรมจีน

      - หนังสือเต๋าแห่งรักและกามอารมณ์

      - ราคจริต





      https://m.facebook.com/groups/321009858373126





      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป