/>

เราขอวิธีที่ปฏิเสธแบบอ้อมๆยังไงๆม่ให้กระทบความรู้สึกและจิตใจของคนที่เราไม่ได้ชอบเขาคะ? [ยินดีให้แชร์]

Ppaapps
Guest IP
วิว
#เพื่อนร่วมห้อง #ปัญหาที่โรงเรียน
คือ เรื่องมันมีอยู่ว่า เรามีเพื่อนในห้องคนนึงอ่ะค่ะที่เขาแอบชอบเราอยู่ แต่ว่าเขาก็ได้บอกชอบเราแล้วค่ะ คือ เราอ่ะไม่กล้าปฏิเสธเขาไปตรงๆหรอกนะคะ เพราะว่า เรากลัวเพื่อนคนนี้เขาเจ็บ แล้วก็อีกอย่าง เขาเป็นคนที่มีโรคประจำตัวคือ โรคซึมเศร้า และ หัวใจเต้นผิดจังหวะค่ะ และเขาก็เคยแอบชอบเพื่อนในห้องซึ่งไม่ใช่เราอยู่มาก่อนหน้านั้นค่ะ แล้วพอเขาก็บอกชอบเพื่อนคนนั้นไป เพื่อนคนนั้นก็ไม่ได้ชอบเขา เขาก็เข้าใจดีค่ะ แต่ว่าเขาก็เกิดอาการชัก และ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ค่ะ ซึ่งเราไม่อยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับเขาซ้ำอีกครั้งค่ะ
.
..เราเป็นห่วงเพื่อนมาก มากจนเราไม่กล้าบอกเขาไปตรงๆ และเขาก็เป็นคนที่เราสนิทนิดๆเพราะมีความฝันที่คล้ายคลึงกัน คุยกันตลอด แต่เราก็ไม่ได้ชอบเขาแบบแฟนค่ะ เพราะเราไม่ชอบเอาเพื่อนสนิทตัวเองมาเป็นแฟนด้วย แต่การที่เราไม่ปฏิเสธมันก็ทำให้เรารู้สึกเป็นทุกข์มากๆเลยค่ะ
.
...และเราเป็นโรคแพนิคอยู่ด้วย มันทรมาณมากเลยค่ะกับการที่เราต้องทนอยู่แบบนี้ พอเราปรึกษาแม่ของเรา แม่ก็บอกว่าให้ปล่อยไป แต่เราลองทำดูแล้วมันกลับรู้สึกว่าเขาล้ำเส้นเรามากเกินไปแล้วค่ะ เราทนไม่ไหวแล้วค่ะ พอจะมีวิธีที่ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลหรือไม่กระทบจิตใจเขาไหมคะ รบกวนขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ...
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

10 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


      เราขอวิธีที่ปฏิเสธแบบอ้อมๆยังไงๆม่ให้กระทบความรู้สึกและจิตใจของคนที่เราไม่ได้ชอบเขาคะ?


      ...


      ......


      ....................


      แต่เราลองทำดูแล้วมันกลับรู้สึกว่าเขาล้ำเส้นเรามากเกินไปแล้วค่ะ เราทนไม่ไหวแล้วค่ะ พอจะมีวิธีที่ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลหรือไม่กระทบจิตใจเขาไหมคะ รบกวนขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ...


      สวัสดีค่ะ


      หากคุณไม่รักเขานะคะ แนะนำว่าก็พยายามตีตัวออกห่างๆๆๆ...เขาไปเรื่อยๆค่ะ


      ความห่างเหินนะคะ จะนำพาให้คนสองคนเดินไปคนละทางได้ด้วยความสันติในที่สุดค่ะ


      คุณไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะทำร้ายเขาด้วยการที่คุณต้องจากเขาไป...นะคะ


      เพราะความจริงซึ่งมีอยู่ว่า คือคุณไม่รักเขา ก็ไม่ต้องรั้งตัวคุณเอง หรือไม่ต้องคิดมากให้คุณเองต้องสับสนค่ะ


      ในด้านของเขานั้น เมื่อความห่างเหินเข้ามาเป็นตัวกลาง...ทุกอย่างก็จะเลือนลางลง เป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติ


      ในความจริงคนเราทุกๆคนล้วนมีวิถีชีวิตที่เขาจะดำเนินไป...เมื่อห่างกันออกไปแล้ว ในที่สุด ทุกอย่างก็จะจบลง เป็นธรรมดา คือเขาก็จะสามารถเดินต่อไปได้...ด้วยวิธีของเขาอย่างแน่นอนค่ะ


      ขอเพียงให้คุณรู้แก่ใจของคุณเองให้จงได้นะคะ ว่าคุณไม่ได้รักเขาจริง


      เพราะหากความจริงคุณเองที่รักเขา...แต่เพราะอะไร?คุณจึงไม่ยอมรับ กลับที่จะตีตัวจาก...หากเป็นเช่นนั้น คุณเองค่ะที่จะทรมาน(เพราะจริงแล้วจิตใจ จิตใต้สำนึกของคนเรานะ มันต้องการเหตุผลเสมอ เป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติด้วยค่ะ)


      คือแนะนำว่า ขอให้คุณเองรู้ตัวคุณเองว่า คุณรู้สึกอย่างไร...? ต่อเขาคนนั้น...เมื่อรู้ได้แล้ว และก็จัดหาวิธี...คือตีตัวห่างๆๆๆ...ออกไปเรื่อยๆ และเป็นวิธีที่ง่าย และสันติด้วย เท่านี้ความรู้สึกผูกพันธ์ทุกอย่างก็จะจบลงค่ะ


      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        Ppaps
        Guest IP
        #1-1

        ขอบคุณมากๆนะคะ ..... เราจะลองวิธีนี้ดู(อีกครั้งนะคะ)เพราะว่า ตอนแรกเราก็พยายามตีตัวออกห่างแหละค่ะ แต่อีกใจเราเคยกังวลว่าเขาจะเสียใจหรือเปล่า มันจะกระทบโรคของเขาหรือเปล่าอ่ะค่ะ

        .

        ......แต่ตอนนี้เราอ่านความคิดเห็นของคุณแล้ว ขอบคุณมากนะคะที่ทำให้เราได้รู้และเข้าใจว่าตัวเราเองน่าเป็นห่วงที่สุดค่ะ ซึ่งเราก็เห็นด้วยนะคะ เราจะลองดูนะคะ

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เป็นเพื่อนค่ะ "เป็นเพื่อนยังยืนกว่านะคะ" น่าจะ

      ประมาณนี้ค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จากประสบการณ์ที่ถูกปฏิเสธมาหลายครั้งจนเพลา ๆ จากเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ลงได้นะครับ (ฮา)


      อันดับแรกนะครับ เราต้องเด็ดขาดครับว่าเราไม่ได้อยากเป็นไปมากกว่าเพื่อน คือเรายังคงเป็นเพื่อนกัน แต่ต้องหนักแน่นครับ ว่าห้ามล้ำเส้นกันเกินไปนะ เพื่อนก็คือเพื่อน เว้นระยะห่าง (ในแง่ความสัมพันธ์) กับคนนั้นไว้ครับ แน่นอนว่าถ้าไม่หนักแน่นพอเค้าอาจจะคิดว่าเรายังเปิดโอกาสได้อยู่

      และสำหรับกรณีคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แนะนำครับว่าถ้าเค้ารู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคนั้นจริง ๆ ให้เค้าไปพบแพทย์ครับ ผมว่าถ้าเป็นเพื่อนกันก็ยังให้คำแนะนำในเรื่องแบบนี้ได้อยู่นะ แต่ก็พยายามใช้คำพูดที่ในฐานะเพื่อนน่ะครับ ถ้าใช้คำพูดเชิงเป็นห่วงมาก ๆ จนเค้าอาจจะคิดว่า "เรามีใจให้เค้า แบบนี้ก็ยังมีโอกาสสิ" จะกลายเป็นว่าลำบากในการปฏิเสธกว่าเดิมอีก 555

      และอีกวิธีที่คอมเมนท์ข้างบนบอกไปครับ ตัวของจขกท.ก็ส่วนจขกท.เอง เราไปแคร์เค้าได้ไม่ตลอดหรอกครับ พอถึงซักช่วงเวลาก็ต้องมีการแยกย้ายกันไป จะค่อย ๆ ห่างเหินจนสุดท้ายเค้าก็เลิกคิดไปเองแบบนั้นก็ได้ครับ


      เอาเป็นว่าขอให้เค้าเข้าใจและจบด้วยการที่ยังเป็นเพื่อนกันต่อได้นะครับ :)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Windey
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ทางที่ดีควรปฏิเสธไปตรงๆ นะคะ ว่าเราไม่ได้ชอบจริงๆ

      บางทีการปฏิเสธแบบอ้อมๆ อาจจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดมากกว่า

      และมันจะกลายเป็นว่าการปฏิเสธแบบอ้อมๆ ทำร้ายทั้งเราและเพื่อน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ต้องเน้นที่ความเป็นเพื่อนค่ะ เช่น อ้าวหวัดดีเพื่อน เพื่อน.(ชื่อ) วันนี้เป็นไงบ้าง คือพูดไรใส่คำว่าเพื่อนไปให้หมด5555 คือทำแค่นี้เขาก็น่าจะพอรู้สถานะตัวเองอยู่ ถามส่าเขาเสียใจมั้ย ก็ต้องมีบ้างอยู่แล้ว ใครมันจะไปได้สิ่งที่ตัวเองหวังทุกอย่างล่ะ ปฏิเสธตรงๆเองก็ง่ายดีนะ เช่น ขอบคุณนะ แต่เรายังไม่อยากมีความรักตอนนี้ เรามีคนที่ชอบอยู่แล้ว หรืออะไรก็ว่าไป

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        Ppaps
        Guest IP
        #5-1

        เราเคยทำมาทั้งหมดที่คุณแนะนำมาแล้วค่ะ แต่..... เขากลับบอกว่าอยากให้เราเปิดใจ และ เขาบอกว่าจะรอเราจนถึงวันนั้นค่ะ คือ เราก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีแล้วหล่ะค่ะ ยกเว้น ปฏิเสธแบบตรง ๆ ว่าเราไม่ได้ชอบนะคะ อันนี้เรายังไม่ทำเพราะเรากลัวเขาอาการกำเริบ แต่เราเคยไปถามเพื่อน เพื่อนก็บอกว่าให้เราหาแฟนใหม่ทางเดียวอ่ะค่ะ อันนี้ คือ เราก็เคยมีแฟนมาแล้วด้วยในฐานะที่ยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ เราก็ไม่อยากคบใครแล้วอ่ะค่ะ อยากตั้งใจเรียน มากกว่า แต่ว่าเราจะลองหาโอกาสนั้นดูนะคะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำ

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      14147
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ให้เขาเข้ามาอ่านในนี้เลยครับ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #6-1

        สวัสดีค่ะ คห.ที่6


        ให้เขาเข้ามาอ่านในนี้เลยครับ"...แต่คุณเจ้าของกระทู้นะคะเธอน่าจะเป็นคนที่มีจิตใจที่อ่อนโยน คือเธออุตส่าห์เข้ามาตั้งกระทู้ถาม...เพื่อหาทางออกด้วยวิธี่อ้อมๆ เพื่อที่จะรักษานํ้าใจ และความรู้สึกของเขานะคะ


        หากแต่การที่จะให้เขามาอ่านในกระทู้นี้เลย...เป็นคำแนะนำ...นะคะ ดูจะเป็นการทำร้ายความรู้สึกของทั้งเจ้าของกระทู้เอง และเขานะคะ


        ...และเราเป็นโรคแพนิคอยู่ด้วย มันทรมาณมากเลยค่ะกับการที่เราต้องทนอยู่แบบนี้ พอเราปรึกษาแม่ของเรา แม่ก็บอกว่าให้ปล่อยไป


        ยิ่งเจ้าของกระทู้เป็นโรคแพนิคอยู่ด้วยแล้ว น่าจะเป็นอะไรที่ไม่ดีนักนะคะ


        คือหากกระทู้นี้ของเจ้าของกระทู้จะสามารถทำให้คนทั้งสองกลับต้องทุกข์ทรมาน...นั้น ดูคล้ายจะเป็นการสร้างปัญหาบนปัญหานะคะ



        คือเจ้าของเม้นต์นี้สงสารเขาทั้งสองคนค่ะ ไม่อยากให้เขาทั้งสองเสียใจมากมายนะ


        และเรื่องของความรักนะ มันเปราะบางนะคะ เป็นอะไรที่ง่ายที่จะนำความรู้สึกทุกข์ทรมานมา...หากมันถูกกระทบแบบจังๆ คือเข้าใจว่าการที่จะหาทางออกด้วยวิธีอะลุ่มอล่วย และนุ่มนวล หรือที่เจ้าของกระทู้ขอ คือวิธีอ้อมๆ...นั้นจะเป็นเรื่องดีที่สุดค่ะ



        คือเธอต้องการที่จะใช้วิธีนี้ ก็ให้เธอได้ทำตามความรู้สึกดีกว่านะคะ


        หรือคุณว่าไงคะ??



        อะลุ่มอล่วย

        ก. ไกล่เกลี่ยโดยผ่อนหนักผ่อนเบา, ปรองดองกัน, ผ่อนหนักเบาให้แก่กัน (เหมือน อะลุ้มอล่วย).


        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      นกที่บินผ่านมา
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ต้องพูดตรงๆ หนักแน่นเด็ดขาดค่ะ คุณต้องรักษาสิทธิของคุณเองค่ะเขาไม่มีสิทธิอะไรจะมาเอาความเจ็บป่วยของตัวเองเป็นข้ออ้างค่ะ ถ้าปฏิเสธไปแล้วยังไม่ได้ผลแนะนำให้ปรึกษากับพ่อแม่เขาเลยค่ะ เคลียร์ให้จบไม่อย่างงั้นก็ต้องมานั่งเครียดแบบนี้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เป็นเราจะพูดตรง ๆ แบบไม่ปิดโอกาส เอ๊ะ! ยังไง

      เพราะคุณอายุยังน้อย ตอนนี้คุณไม่ชอบเขา แต่วันหนึ่งในอนาคตข้างหน้าไม่แน่ ถึงขนาดคุยกันได้ตลอดแสดงว่ามีใจให้ระดับหนึ่ง (อันนี้ไม่ได้หมายถึงชอบเขาในความสัมพันธ์ฉันคนรักนะ มีใจให้คือคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ) ส่วนที่ตอนนี้ไม่ชอบก็บอกว่าเขาว่าไม่ชอบ ลองพูดประมาณว่า

      "เรายังไม่ชอบนายแบบแฟน ยังไม่ชอบแบบคนรัก อยากให้เป็นเพื่อนกัน ให้ดูกันไปเรื่อย ๆ ก่อน เรายังไม่อยากให้นายล้ำเส้น ถ้าชอบเราจริง รอได้หรือเปล่า"

      ถ้าเขาถามว่าต้องรอไปถึงเมื่อไหร่

      "ก็รอจนกว่าความรักของนายจะทำให้เรารู้สึกชอบนายมากกว่าเพื่อน"

      น้ำเน่าไปหรือเปล่า เราบอกเผื่อไว้ อิอิ แต่ถ้าวันหนึ่งคุณไปเจอคนที่ปิ๊งตรงสเป็ก ก็ดูว่าวันนั้นเขายังชอบคุณอยู่ไหม ฟังจากคุณเล่าเหมือนเพื่อนคุณแค่เหงา หรือมีจุดประสงค์ในการมีแฟน ถ้าเราเป็นคุณ เราจะถามเพื่อนด้วยซ้ำทำไมถึงมาชอบ เมื่อไม่กี่วันก่อนเห็นยังขอบคนนั้นอยู่เลยไม่ใช่เหรอ


      ส่วนเรื่องไม่เอาเพื่อนสนิทมาเป็นแฟน ขอบอกไว้ว่าอย่าปักธง ไม่อย่างนั้นโลกใบนี้จะมีคำว่าเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อเหรออออ คุณรู้หรือเปล่าว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงกลายมาเป็นเพื่อนสนิท เพราะเราถูกชะตากับเขา เพราะเราคุยกับเขาถูกคอ เพราะเราสบายใจที่ได้อยู่กับเขา เพราะเราไม่ทะเลาะกันหรือถึงทะเลาะกันเราก็สามารถกลับมาคืนดีกันได้ นี่มันคือคุณสมบัติของในครอบครัวนะ คนที่เป็นคู่รักเมื่อคบไปนาน ๆ ก็ให้อารมณ์เพื่อนสนิท ไม่อย่างนั้นจะมีข้ออ้างในการเลิกว่าเพราะไม่หวาน ไม่เหมือนคู่รักกันเหรอออ


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คุณจขกทบอกแถมเขาไปนิดหนึ่ง ว่า

      "คนที่ชอบ กับ คนที่ใช้แตกต่างกันนะคะ คนที่

      ไม่ใช้ ถ้าไปให้ความหวัง ก็เหมือนคนที่โดนทิ้ง

      กลางทางนั้นแหลาะ เส้นทางของคุณมีเพียง

      แค่เส้นทางเดียว เพียงแค่คุณเดินออกไป หรือ

      จมอยู่ตรงนี้ ก็แล้วแต่คุณค่ะ" คำพูดประโยคนี้

      เป็นการเตือน ให้เห็นถึงความเป็นจริงว่า แต่ละคน

      ถ้าเดินหลงทาง ควรย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น


      มีแต่คนที่เจอเรื่องหนัก ถึงจะบอกได้ค่ะ

      ไม่ต้องถาม และ อย่าถามเรื่องมันเศร้า T^T

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเคยมีเหตุการ์ณคล้ายๆกันนะคะ จริงๆเราว่ามันไม่มีวิธีบอกแบบอ้อมไม่ให้เขาเจ็บ มีแต่บอกวิธีไหนเจ็บมากน้อยกว่ากัน


      เราเคยปล่อยๆไป สรุปเราโดนว่าว่าให้ความหวังค่ะ อันนี้ความคิดเรา ว่าจขกทจะเก็บทุกอย่างไว้เศร้าเอง หรือคุยกันตรงๆ

      จริงๆโรคซึมเศร้าไม่ใช่ข้ออ้างค่ะ เพราะเราก็เป็น และมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะร่วมด้วย แต่โดนปฏิเสธก็ไม่เป็นขนาดนั้นะคะ แค่นอย์ดๆนิดนึง



      จขกทลองเปิดใจคุยกันเลยว่าแบบนี้ไม่โอนะ เธอชอบเราจริงๆก็แคร์เราบ้างสิ มาหาตรงกลางมั้ยที่รู้สึกโอทั้งสองฝ่ายไรแบบนี้ ลองดูนะคะ เพราะจขกทก็แพนิคอยู่ เราว่าน่าจะคีพความรู้สึกตัวเองนิดนึงก่อนที่จะแย่นะคะ

      สู้ๆค่ะ

      สุดท้าย ทุกปัญหามีทางแก้ค่ะ แค่ตอนนี้เรายังไม่เจอ พอเจอเดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเองเนอะ~

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        Ppaps
        Guest IP
        #10-1

        ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของทุกคนมากเลยนะคะ จขกท จะพยายามทำตามคำแนะนำของทุกเม้นดูนะคะ แต่อาจจะเสี่ยงหน่อยๆ เพราะ จขกท เอง ก็ไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนในห้องซักเท่าไหร่อ่ะค่ะ เพราะ เพื่อนในห้อง จขกท เนี่ย นิสัยน่ารัก กันทุกคนเลย แต่ ก็คิดว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับตัวเองจนได้ แต่ก็ดันเกิด .....งั้น จขกท จะลองดูนะคะ อาจจะต้องใช้เวลานานมากเลยค่ะ เพราะบางทีเราก็สงสารเพื่อนเราอ่ะ แต่ก็สงสารตัวเองอยู่เหมือนกัน

        ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป