/>

ไม่อยากเรียนหมอต้องอธิบายยังไงให้แม่ยอมคะ [ยินดีให้แชร์]

เหนื่อยค่ะ
Guest IP
วิว
#เรียนไม่เข้าหัว #เรียนไม่เก่ง
ครอบครัวเรามี 4 คนค่ะ แต่พ่อไปทำงานที่อื่น เราอยู่กับพี่แม่สามคนแม่ค่อนข้างมีหน้าตาทางสังคมนิดหน่อยรวมญาติเราด้วยค่ะ

เรารู้สึกว่ายิ่งเรียนยิ่งเครียด เรียนไม่เข้าใจ พอมาอ่านหนังสือเองก็พอได้แต่ไม่ถึงกับเป๊ะทุกย่างจำได้ทุกสูตร ซึ่งพื้นฐานเราอ่อนมาก ไปเจอข้อสอบไหนก็ทำไม่ได้ เราเริ่มท้อมากค่ะ

แม่อยากให้เรียนหมอ เราได้ยินมาตั้งแต่เด็ก โดนปลูกฝังมาเรื่อยๆ เราพยายามบอกว่าเราอยากเรียนอย่างนี้นะไม่อยากเรียนหมอพวกแพทย์อะไรทำนองนี้ เพราะเราสมองไม่ไหวมันไม่ได้ ไม่ไหวจริงๆ เราเหมือนโดนตีกรอบ

เราอยู่ ม.3 ช่วงนี้มีงานจากโรงเรียนกิจกรรม การสอบ เยอะแยะไปหมด เราเหนื่อย เวลาเราเสนอความคิดตัวเองอะไรไป แม่เราชอบพูดว่าเราตามเพื่อนตลอด อะไรๆ ก็เพื่อน ว่าเราติดเพื่อน เพราะเราออกจากบ้านไปทำงานบ่อยมาก แต่ช่วงหลังๆ เราทำทุกอย่างให้ออกจากบ้านน้อยลงหาข้ออ้าง เพื่อไม่ออกจากบ้าน

แต่สุดท้ายก็โดนว่าติดเพื่อนอยู่ดี

แล้วหลังจากนั้นมาแม่เราให้หาที่เรียนต่อค่ะว่าที่ไหนเราเคยเสนอไป แม่เราก็บอกให้เลือก แล้วเราตอบว่าแล้วแต่แม่ เพราะพูดไปกลัวแม่จะว่าเราติดเพื่อน เราเลยให้แม่ตัดสิน

แกก็ว่าเราไม่มีความคิดไรเลยวันๆ เอาแต่พึ่งแม่ ด่าเราบ้าง ว่าเรา แกเป็นคนโมโหง่าย เคยใช้หลังมือตัวเข้าตาเราครั้งนึงพ่อพี่อยู่ไม่มีใครห้ามค่ะ

พี่เราก็ชอบซ้ำเติมเราตลอด เหนื่อยทุกอย่าง แฟนก็ไม่เข้าใจ บอกว่าเห็นเราเหนื่อย เขาก็เหนื่อยมากกว่าทั้งๆ ที่แฟนเราครอบครัวไม่บังคับอิสระในการเลือก เราอิจฉาค่ะ

ที่เล่ามายังไม่หมดค่ะ แต่อยากหาคำปรึกษาต้องอธิบายยังไง อยากพูดกับแม่ว่าเราไม่อยากเรียนหมอ(ไม่ว่าหมอไรก็ตาม)นะ เราไม่ชอบ อยากหาสิ่งที่เรารักจริงๆ
ต้องทำยังไงดีคะ
กลัวพูดแล้วไม่เข้าหูแม่ กลัวว่าจะโมโหกลัวจะตีเรา เราโดนด่านิดหน่อย ก็ร้องแล้วค่ะ
เราอ่อนแอมาก...
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เพิ่งอยู่ม.3 เองครับ ยังมีเวลาค่อย ๆ ค้นหาตัวเองไป

      พี่คิดว่าความสำคัญคือ น้องต้องวางแผนชีวิตให้ได้ชัดเจนที่จะบอกผู้ใหญ่ครับ

      ว่าอยากจะเรียนอะไร แล้ววางแผนจะทำงานประมาณไหน

      วางแผนการอ่านหนังสือหรือการสอบอย่างไร

      ถ้าตอบคำถามพวกนี้ได้อย่างน้อยผู้ใหญ่เค้าก็ฟังเรามากขึ้นครับ

      แต่ถ้าเค้าไม่ฟัง พี่ว่าเราก็แสดงให้เค้าเห็นไปเรื่อย ๆ ว่าเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจกับทางที่เราเลือกจริง ๆ ครับ

      แต่ที่สำคัญคือต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าอยากจะทำงานอะไรครับ แล้วค่อยกลับมาเลือกว่าคณะอะไรจะช่วยในการสนับสนุนการทำงานที่เราต้องการครับ

      เป็นกำลังใจให้ครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      1. อย่างแรก ทำใจ เพราะสิ่งที่ จขกท เจอ

      มีคนเจอมาเยอะกว่ามากในโลกใบนี้

      แค่ในประเทศนี้ก็เยอะจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้วมั้ง

      จขกท ไม่ลำบากหรอก อย่าไปคิดมาก โชคดีกว่าใครตั้งหลายคน


      2. พ่อแม่คือผู้ประเสริฐที่สุด เราไม่รู้นะว่าใครจะว่ายังไง

      แต่สำหรับเรา เราถือว่าเราอาศัยเลือดเนื้อท่านมาเกิด

      ที่ทุกวันนี้มันสมองคิดได้ เดินได้ พูดได้ ทำอะไรได้

      ก็เพราะท่านให้มา ถ้าจะมาด่ามาว่าท่าน แบบนั้นไม่ถูก

      กรรมกับพ่อแม่หนักมาก ที่พูดไม่ใช่อะไร เจอเองมาแล้ว

      เลิกคิดไม่ดีกับพ่อแม่ก่อน ในทุกทาง ไม่งั้นจะไม่มีอะไรดีๆตามมาเลย


      3. ต้องวางเกมส์ วางทางหนีทีไล่

      จขกท รู้หรือยังว่าตัวเองอยากทำอะไร และรู้จริงไหม?

      เช่น บางคนบอกไม่อยากเรียน แต่อยากไปเป็นนักร้อง

      พอถามว่า แล้ว-จะไปฝากตัวกับคนไหน รู้ไหมว่าระบบเขาเป็นยังไ

      เอ๋อ-ไปเลยก็มี เพราะไม่รู้จริง เราต้องดูว่า ถ้าเราอยากไปทำอะไร

      อาชีพนั้นมีอนาคตไหม ไปได้ไหม เพราะหลายคนใช้ความอยากนำ

      แต่พอจบออกมาพึ่งมารู้ว่า อ้อ... งานในตลาดรองรับมีไม่มากแฮะ... หรือไม่ก็คู่แข่งสูง


      4. ที่ส่วนมากแม่ๆอยากให้เรียนหมอหรือวิศวะ เพราะหางานง่ายกว่าสายอื่น

      เพราะตลาดมันต้องการตลอด อย่างตอนนี้ก็ต้องเรียนสายพวกวางโปรแกรม สาย IT ให้ตายก็ไม่ตกงาน

      เพราะยังไง AI มันก็ต้องการคนพัฒนาหรือมาคอยดูระบบหลังบ้านอยู่แล้ว

      เราไม่เข้าข้างใครเลย แค่บางครั้งมุมมอง ความหวังดี กับความต้องการ มันก็สวนทางกันเองก็มี


      5. การชอบด้านไหน แล้วเก่งด้านนั้นจริงๆ ไม่มีคำว่าอดตาย

      ถ้า จขกท เจอทางที่มุ่งมั่น ชอบ และรู้ว่าตัวเองพัฒนาได้

      ก็ลองเสนอดู ทุกอย่างใจร้อนไม่ได้ ต้องใช้เวลา


      6.แล้วถ้าตัดสินใจแล้ว ห้ามโทษใคร ต้องรับผลที่เราเลือกเองเท่านั้น

      ทุกอย่างมีความเสี่ยงหมด จะเชื่อแม่ก็เสี่ยง จะเชื่อตัวเองก็เสี่ยง

      ต่อให้ จขกท มีอิสระในการเลือกนะ จขกท ก็จะเจอกรณีเดียวกับเด็กหลายคนที่ว่า

      แล้วฉันจะเลือกอะไรดี แล้วฉันจะทำได้ไหม โอ้ย เครียด

      ซึ่งพอเราโดนตีกรอบ เรากลับอิจฉาเด็กที่มันได้อิสระ แต่บางครั้ง-เด็กอิสระบางคนมันก็คิดว่า ใครก็ได้มาตีกรอบให้กูที ก็มีเหมือนกัน


      เราเปลี่ยนพ่อแม่ ชาติพันธุ์ กรรมของเราไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนความคิดให้มันดี เป็นคนดีได้

      ทุกคนต้องสู้ในทางของตัวเองทั้งนั้นแหละ จขกท. มันไม่มีหลักสูตรตายตัวหรอกว่าควรทำยังไง

      พ่อแม่ของ จขกท เองก็มีหัวใจ มี Story ที่มาแตกต่างจากพ่อแม่คนอื่น จะใช้มุขเดียวกันมันไม่ได้

      จขกท เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด เธอต้องรู้ดีที่สุดว่าต้องทำยังไง คนอื่นเขาเอาที่เขาคิด หรือเขาใช้กับพ่อแม่ตัวเอง แต่เอามาใช้กับพ่อแม่ จขกท จะมั่นใจได้ไงว่าถูกต้อง? ในเมื่อเป็นคนละคน?


      ใจเย็นๆ คนทุกคนเวลาเจอปัญหา ก็คิดว่ามันลำบากเหมือนกันหมดแหละ

      ไม่มีใครที่เจอปัญหาแล้วดีใจหรอก มันต้องหลายๆอย่าง

      บางครั้งเราโตมาขนาดนี้ ยังคิดเลย เออ บางอย่างพ่อแม่ก็มองขาด

      ตอนนั้นเรามองไม่ขาดเพราะเรายังเด็กว่ะ เออ แบบนั้นก็มีเหมือนกัน

      ทุกอย่างมันต้องเรียนรู้ สิ่งที่เราเคยคิดว่าถูกก็อาจผิด ผิดก็อาจถูก เผลอๆถึงขั้นไม่มีถูกผิดก็มี

      ดังนั้น..... จขกท ต้องตัดสินใจเองแล้ว ต้องรวบรวมสติปัญญาความสามารถที่มีในการแก้ไข

      ถ้าเชื่อคนอื่น แล้วคนอื่นแนะนำ ทำให้ตัวเองเกิดกรรมบาป กรรมหนักที่ทำกับพ่อแม่ขึ้นมาจะว่าไง?

      เราต้องใช้ปัญญาด้วยนะ ต้องใช้ข้อมูลรอบด้านด้วย


      บางคนวางแผนมา แต่ระหว่างเรียน 4 ปี โลกมันเปลี่ยนไป แผนแตกก็มี

      เพราะงั้นคนเราต้องปรับเปลี่ยนตามหน้างานไง

      โลกอ่ะมันเปลี่ยนแปลงเสมอ

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป