(พักสมอง)ชวนมาแชร์ฉากดราม่าที่คุณคิดว่าหนักที่สุดเท่าที่คุณเขียนมากันค่ะ [ยินดีให้แชร์]

วิว
เริ่มจากเราเลยก็แล้วกันนะคะ...

          สตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ไอออกมาไม่หยุดจนกระทั่งกระอักเลือดออกมาอย่างแรงจนชายหนุ่มตรงหน้าถึงกับตื่นตระหนก  

          “ท่านไม่อาจ...ไม่อาจที่จะได้ครอบครองใจข้าอีก...ชั่วนิรันดร์”

          “เพราะ...เพราะว่าคนอย่างท่าน…ไม่คู่ควร”

          ไม่คู่ควร...

          บุรุษในชุดอาภรณ์สีทองอร่ามปักลวดลายมังกรถึงกับหน้าซีดเมื่อได้ยินคำกล่าวที่ออกมาจากปากของหญิงงาม ชายหนุ่มรู้สึกคล้ายดวงใจถูกจ้วงแทงด้วยมีดกรีดลึกจนเป็นแผล เขายืนมองร่างอ่อนแอและบอบบางค่อย ๆ ทรุดกายลงตรงหน้าด้วยแววตาที่เจ็บปวด

          ใช่คนอย่างเขามันไม่คู่ควร...

          เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจเขาถึงกับหักหลังนางหักหลังครอบครัวของนาง...

          เพื่อให้ได้มาซึ่งกำลังสนับสนุนทางทหารเขาถึงกับทรยศต่อความรักความไว้ใจที่นางได้มอบให้ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว เขายังจะมีสิทธิ์อะไรไปร้องขอให้นางยกโทษให้

          สามร้อยสิบแปดชีวิตที่ต้องถูกประหารไปอย่างไร้ซึ่งความผิดเขาจะชดใช้คืนให้กับนางได้อย่างไร

          เขายืนมองร่างของหญิงสาวที่เขารักร่วงหล่นลงกับพื้นราวกับหงส์ที่ปีกหัก ใบหน้าของนางยังคงประดับด้วยรอยยิ้มงดงามเหมือนอย่างเคย แต่ดวงตาคู่นั้นของนางกับปิดสนิท ไม่ว่าเขาจะพยายามตะโกนเรียกหรือเขย่าร่างของนางรุนแรงเพียงใด ดวงตางดงามคู่นั้นก็ไม่เคยลืมตาตื่นขึ้นมามองเขาอีกเลย

          “ไม่!”

          บุรุษในชุดอาภรณ์สีทองอร่ามปักลวดลายมังกรตะโกนออกมาเสียงดังราวกับไม่ยินยอมกับผลลัพธ์ที่ออกมา

          ไม่มีผู้ใดกล้าเดินเข้าไปใกล้ ไม่มีผู้ใดกล้าเหลือบสายตามองบุรุษที่เป็นถึงจักรพรรดิที่บัดนี้มีน้ำตาไหลอาบไปทั่วทั้งใบหน้า เขาร้องไห้คร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดจนผู้คนต่างพากันปวดใจแทน

          เขาพยายามถ่ายทอดพลังภายในเข้าไปในร่างของโฉมสะคราญนางนั้นเพื่อรั้งชีวิตของนางเอาไว้ แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามมากเพียงใดเลือดก็ยังคงไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดไม่หยุด

          หัวหน้าราชองครักษ์เฉิงอี้ได้แต่มองภาพตรงหน้าพร้อมกับลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบากก่อนที่จะฝืนใจก้าวเดินออกไปรายงานต่อบุรุษเบื้องหน้า

          “ฝ่าบาท ขบวนเกี้ยวของเจ้าสาวมาถึงด้านหน้าของประตูวังหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

          เกี้ยวเจ้าสาว...

          เมื่อได้ยินถ้อยคำที่บาดหูนั้นบุรุษในชุดอาภรณ์สีทองก็พลันได้สติ เขาหันกลับไปมองหัวหน้าราชองครักษ์ที่คุกเข่าอยู่ข้างกายด้วยสายตาเย็นเยียบ

          “สังหารพวกมันให้หมด!” เสียงตวาดอย่างเกรี้ยวกราดพร้อมลมปราณกดดันที่รุนแรงทำให้เฉิงอี้ถึงกับร่างกายสั่นสะท้าน

          “ฝ่าบาทพระองค์จะทรงทำเช่นนั้นมิได้นะพ่ะย่ะค่ะ!”

          แม้เฉิงอี้จะรับใช้อยู่ข้างพระวรกายของฝ่าบาทมาตั้งแต่ครั้งพระองค์ยังทรงพระเยาว์ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่เคยมีสักครั้งที่เห็นพระองค์ทรงโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ ฝ่าบาทในยามนี้เปรียบเสมือนสัตว์ร้ายที่หลุดออกมาจากกรงขัง

          ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก!

ปล.ดราม่าหนักกว่านี้ยังไม่เคยลองเขียนเลย ไม่ถนัดจริง ๆ (ร้องไห้)

 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #14
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ม่ายยมี

    วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ สบายใจอิอิ

    https://image.dek-d.com/27/0698/1099/128513918

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #9
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #15
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ถ้าลงท่าจะยาว.. คร่าวๆละกันค่ะ


    พระเอกเห็นพ่อ แม่ น้องสาว ถูกฆ่า

    (ก่อนตายมันข่มขืนน้องสาวด้วย)

    อย่างโหดเหี้ยมแต่ลุกไปทำอะไรไม่ได้

    เพราะตัวเองก็โดนพวกมันใช้เหล็กร้อนสอดคอลงไปกระชากบางอย่าง

    ในตัวเขาออกมา เขาต้องนอนเป็นศพ

    อยู่อย่างนั้น> แล้วนางเอกทำสมาธิเลยรับรู้เรื่องราวในอดีตพวกนี้ เธอร้องไห้สะอึก

    สะอื้นแทบขาดใจ เพราะเหตุการ์ณฆาตกรรม

    เกิดหลังเขาขอเธอแต่งงาน ก่อนที่เธอจะรับรู้

    ว่าเขาตาย ไม่คิดว่าเขาจะตายทั้งเป็น

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #32
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ขอคำแนะนำด้วยค่า


    ......


    หยูไป่ฝูยังคงอยู่ข้างกายนางเช่นนี้ กอบกุมมือน้อยๆของนางอย่างทะนุถนอมยิ่ง ความอบอุ่นที่แสนอ่อนโยนนี้ ช่างคล้ายกับสัมผัสจากสามีของนางเหลือเกิน แม้การเกลี่ยไล้เส้นผมนี้ก็ใช่

    นางคิดถึงเขาเหลือเกิน คิดถึงจนรู้สึกไปว่าการปลอบโยนจากหยูไป่ฝูคือสิ่งที่ได้รับจากเขา

    หยาดน้ำใสรินผ่านแก้มนวลทั้งเนตรคู่งามยังหลับอยู่ ปลายนิ้วที่ปาดไล้ละมุนยิ่ง ราวสัมผัสของริมฝีปากอุ่นที่คุ้นเคย

    องค์หญิงศาสตรายามนี้กลับกลายเป็นเพียงสตรีผู้รานร้าวยามลำพัง ทอดถอนลมหายใจเป็นเสียงสะอื้น ร่างเล็กบอบบางของนางจึงถูกยกขึ้นโอบกอดแนบแน่น ความอ่อนล้าทั้งกายและใจที่ไร้สิ้นความหวัง ทำให้มิอาจกระทำได้แม้เพียงฝืนเนตรตื่น เอ่ยแผ่วเบาด้วยไร้สิ้นแล้วซึ่งเรี่ยวแรง

    “ไป่ฝู..ข้าคิดถึงเขา..ข้าคิดถึงเขายิ่งนัก”

    ………………………….

    …………………………..

    “เมื่อข้านำทัพไปถึง เผ่าซินหนี่ได้ถูกกำจัดแล้วสิ้น มิมีสิ่งใดตกค้างให้ข้าต้องกระทำอีก”

    “ฝีมือผู้ใด”

    สุรเสียงยังคล้ายมิอาจเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น

    ซินหนี่ทั้งเผ่าถูกกวาดล้างสิ้นในราตรีเดียวก่อนทัพลี่คุนไปถึง ? เป็นไปได้อย่างไรกัน ?

    “ผู้เดียวที่ปกป้องข้า เพื่อที่ข้าจะไม่ต้องอาศัยสิ่งนี้..”

    เสียงยะเยือกราวธารไหลเอื่อยไร้รู้ไร้รับในทุกสิ่ง นางยื่นสิ่งในมือไปเบื้องหน้า

    “บำเหน็จรางวัล ที่ข้าทูลขอจากพระบิดาอย่างไรเล่า”

    หน้ากากฝีมือประณีตที่ตีขึ้นจากทองคำบริสุทธิ์สะท้อนแสงเปล่งประกายอร่ามเรือง เป็นหน้ากากที่ให้ความรู้สึกถึงความเย็นชาไว้อย่างล้นหลาม มิผิดนามศาสตราไร้ใจของผู้ถือ

    “ข้ามิอาจฝืนไร้รู้สึกใดต่อการนองเลือดได้อีก ทว่าความเป็นศาสตราที่ผู้คนยึดมั่นนั้นมิอาจให้ข้า ไม่ ดำรงความไร้ใจนี้ได้ ข้าจึงมีแต่ต้องเก็บซ่อนตัวตนของข้าไว้ภายใต้สิ่งนี้ กระทำหน้าที่ของข้าตามที่ทุกผู้คาดหวัง ข้ามิอาจร่ำร้องบอกความคับข้องใดใดได้ เพราะศาสตรามิใช่ปุถุชน ศาสตราเป็นเพียงอาวุธพิฆาตแห่งลี่คุน มีเพียงหน้าที่ มิอาจมีจิตใจ..กระทั่งจะชื่นชมความงดงามของฮวาน้อยเพียงดอกก็มิอาจกระทำได้”

    หมู่ฮวารายล้อมรอบเรือนริมธารหลังน้อยปรากฏใต้พักตร์งามที่ตกในภวังค์ลึก เอ่ยราวมิใช่กับผู้ใด

    “และข้า..มิอาจปั้นใบหน้าไร้สำนึกให้ เขา ได้เห็น”

    ลี่ไท่หยางทอดเนตรจับพักตร์งามนั้น ความเดียวดายไร้ซึ่งจิตวิญญาณกลับมาปรากฏบนพักตร์งามเช่นกาลก่อน

    หทัยองค์ไท่จื่อหนึบชา ราวสิ่งมีค่าที่มิเคยรู้ว่าสำคัญตกแตกกระจายต่อหน้า กว่าจะรู้ว่าควรถนอมรักษาก็สายเสียแล้ว

    “วารีมิสังหารผู้ใดมิใช่หรือ”

    สุรเสียงรำพึงนี้เรียกหัวร่อแปร่งปร่าจากร่างที่คล้ายสนเดียวดายในทุ่งกว้าง

    “ท่านยังมิเข้าใจอีกหรือ..องค์ไท่จื่อของข้า”

    ใบหน้าเย็นชานั้นพลันเกิดความปวดร้าวจนส่งไปถึงเนตรงาม

    “เพื่อข้า เขายอมเป็นวารีเพื่อคงอยู่ในลี่คุนร่วมกับข้า แต่แล้ว..เขาต้องละทิ้งเผ่าพันธุ์ที่หล่อเลี้ยงเขาจนเติบใหญ่ ละเมิดหลักการเพื่อถนอมรักษาข้าไว้ พี่ข้า..คนผู้นี้สละได้ในทุกสิ่งเพื่อข้า กระทั่งมิเหลือสิ่งที่จะบอกกล่าวถึงตัวตนของเขา ยามนี้..เขามีสิ่งใดบ้างเล่า..เขามีเพียงข้า..เพียงข้าเท่านั้น..องค์ไท่จื่อ”

    ปลายเสียงทอดบางด้วยโรยล้าถึงที่สุดแล้ว เนตรโศกไร้แววหวังใดใดหลงเหลือ

    ..ข้าเพียงมอบลมหายใจของข้าให้แก่นาง..

    หยุนตวน เพื่อน้องของข้า เจ้ากระทำให้กับนางถึงเพียงนี้

    แสงอัสดงจับต้องขุนเขาอีกฝั่งส่องประกายคล้ายแสงที่จับต้อง บำเหน็จ ในมือบาง

    โถงรับรองที่กว้างใหญ่นี้กลับอวลด้วยบรรยากาศที่เงียบเหงาและความยะเยือกที่แผ่จากร่างเล็กนี้

    องค์ไท่หยางคล้ายกับมิเคยรู้จักกับร่างนี้มาก่อน

    ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางจมใต้ความไร้สิ้นทุกอย่างมามากเพียงใด

    ทุกผู้ต่างยกย่องเทิดทูนนางเพราะความเป็นศาสตรา แต่มิเคยมีผู้ใดหวนนึกถึงร่างใต้นามนี้ กระทั่งเขาผู้เป็นพี่ชายร่วมสายโลหิตเดียวกับนางก็ยังทอดทิ้งให้นางหลงคว้าง

    มายามนี้กลับเป็นเขาอีกครั้ง ที่สะบั้นสายใยเดียวที่ยึดนางไว้ในความหวังของการมีชีวิตในโลกใบนี้



    .....................


    ไม่ได้เข้ามาหลายวัน

    คิดถึงทุกคนนะคะ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    ตอบกลับ

41 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป