ซ่อน
แสดง

[review แบบละเอียด] อ่านหนังสือ+เตรียมสอบยังไงให้ติดอักษร จุฬาฯ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#pat7 #เตรียมตัวสอบ #tcas62 #อักษรจุฬา #dek62
 
         กระทู้นี้เขียนขึ้นเพราะว่าก่อนประกาศผลเราสัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าถ้าสอบติดแล้ว จะเขียนกระทู้รีวิวการอ่านหนังสือและทำข้อสอบต่าง ๆ ให้น้อง ๆ และเด็กซิ่วที่เตรียมตัวสอบเข้าคณะเดียวกันเอาไว้ดูเป็นแนวทาง อาจจะยาวไป เพราะพยายามจะอธิบายแบบละเอียด ๆ แต่เราหวังว่ากระทู้ของเราจะให้ประโยชน์กับทุกคนที่กดเข้ามานะคะ :D
 
อย่างแรกที่จะบอกก่อนเลยคือ เราเป็นเด็กต่างจังหวัด ยื่นคะแนนเข้าอักษรใน TCAS รอบ 3 แบบที่ใช้คะแนน PAT7 ซึ่งเกณฑ์คะแนนคือ
  • PAT7 25%
  • 9 วิชาสามัญ ภาษาไทย 25% ภาษาอังกฤษ 25% สังคมศึกษา 25%
เรายื่น PAT7.7 ซึ่งเป็นภาษาเกาหลี เนื้อหาเตรียมสอบกับหนังสือจะอธิบายตามวิชานะคะ ส่วนเรื่องการเรียนพิเศษ เราเรียนเพิ่มวิชาภาษาอังกฤษ คอร์สเอนทรานซ์ กับวิชาสังคมเพื่อสอบ 9 สามัญฯ ที่สถาบันสอนพิเศษในจังหวัดแค่ที่เดียว (ภาษาเกาหลีจะอธิบายแยก) เราไม่ได้เรียนที่อื่นอีกเลยเพราะไม่ชอบเรียนวันอื่นนอกจากเสาร์-อาทิตย์ด้วยอันที่จริงแล้ว เพราะฉะนั้นคนที่ไม่ได้เรียนพิเศษเยอะหรือไม่ได้เรียนพิเศษเลยเนี่ย ก็อย่าเพิ่งกังวลไปว่าตัวเองจะสอบไม่ติด ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน แต่ต้องตั้งใจแล้วก็อดทนหน่อยนะ ถ้าพยายาม ยังไงก็ทำได้แน่ ๆ
 
 
การอ่านหนังสือ
เราเริ่มอ่านหนังสือและเรียนพิเศษช่วงเดือนมีนาคม (ปิดเทอมขึ้นม.6) ช่วงเปิดเทอมแรกไม่ได้ถึงกับอ่านตาแตกขนาดนั้น แต่พยายามหยิบหนังสือมาอ่านอย่างน้อยก็วันละ 4-5 หน้าหรือวันละบท พยายามตั้งเป้าว่าวันนี้เราจะอ่านถึงบทไหน เรื่องไหน กี่หน้า แล้วต้องทำให้ได้ ทำทุกวันจนเป็นนิสัย

เราชอบอ่านหนังสือตอนกลางคืน เพราะเงียบแล้วก็มีสมาธิ หลังเลิกเรียนกลับบ้านมาเราจะนอนก่อน เรียนที่โรงเรียนก็เหนื่อยแล้ว ให้ตัวเองได้พักบ้าง แล้วจะตื่นสักประมาณ 4-5 ทุ่ม แล้วเริ่มอ่านหนังสือ เราจะอ่านวันละอย่างน้อย 1 ชั่วโมงครึ่ง – 2 ชั่วโมง ถ้ามากกว่านั้นก็จะดีมาก พออ่านเสร็จตามที่ตั้งใจก็เอาเวลาไปพักผ่อน เล่นโทรศัพท์บ้าง ฟังเพลง อ่านนิยาย ดูหนังตามสะดวก แล้วก็เตรียมตัวไปเรียนปกติ

ส่วนช่วงใกล้สอบ ที่โรงเรียนเราไม่มีเรียนแล้ว เราจะออกไปอ่านที่คาเฟ่ข้างนอกกับเพื่อนช่วงบ่ายโมง เปลี่ยนบรรยากาศให้สมองแล่นบ้าง แล้วหยุดอ่านช่วงหกโมงเย็นหรือทุ่ม ช่วงใกล้สอบก็อ่านถึงสามทุ่มแล้วกลับบ้าน พักสักหน่อยแล้วก็อ่านต่อหรือบางวันก็จะพักนอนไปเลย
แต่ทุกคนไม่จำเป็นต้องทำเหมือนเรานะ เราแค่แนะแนวทางในแบบที่เราชอบเป็นตัวเลือกให้ เราเชื่อว่าทุกคนจะมีวิธีจัดการตารางเวลาที่เหมาะกับตัวเองนะ

 
             
นี่คือโต๊ะอ่านหนังสือของเราเอง ;__; ไม่มีรูปที่ถ่ายจริงจังไว้เลย และตอนนี้รกมากเลยจำเป็นต้องไปค้นจาก Story ที่อยากบอกอีกอย่างก็คือ การแต่งโต๊ะอ่านหนังสือ ติดของกระจุ๊กกระจิ๊กน่ารักม้อบแม้บไว้ที่โต๊ะ ทำบรรยากาศให้มันน่านั่ง น่าอยู่ จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเวลานั่งอ่านหนังสือนะ อย่างเราชอบเกาหลี ก็มีพวกรูปไอดอล หรือข้อความให้กำลังใจจากนักร้องที่เราชอบเขียนให้อะไรแบบนี้ติดอยู่ ไว้แปะศัพท์ แปะเป้าคะแนนตรงผนังต่าง ๆ อะไรก็ว่าไป
 
         ตั้งเป้าคะแนนของตัวเอง
        เราตั้งเป้าคะแนนที่พอลองมาคิดเป็นคะแนน 30,000 คะแนนแล้ว มีโอกาสที่จะติด หรือเสี่ยงให้น้อยที่สุด ไม่จำเป็นว่าเราต้องได้ตามที่ตั้งไว้เป๊ะ ๆ แต่เอาไว้เช็คเวลาลองทำข้อสอบจริงแล้วคำนวณคะแนน เพื่อดูว่าคะแนนเท่านี้มากพอที่จะสอบติดหรือเปล่า หรือถ้าไม่ คะแนนน้อยตรงไหน เราพลาดอะไรไป ก็กลับไปรีเช็คเรื่องนั้นอีกรอบเพื่อทำข้อสอบให้ดีกว่าเดิม แต่ความจริงแล้วคะแนนเราตอนทำข้อสอบจริงกับตอนเตรียมสอบต่างกันมาก เรียกได้ว่าผิดคาด อะไรที่คิดว่าจะได้ตามเป้าก็ไม่ได้ เราได้ตามเป้าสามวิชารวมแกท แต่คณะเราไม่ได้ใช้แกท นี่แหละที่แย่

         ลองตั้งเป้าไว้หลาย ๆ แบบ เช่น ดูว่าตัวเองถนัดวิชาไหน วิชาไหนที่จะทำได้เยอะก็ตั้งเป้าไว้สูงหน่อย จะได้ลดภาระการทำคะแนนวิชาที่ไม่ถนัด แบบเราคิดว่าจะทำภาษาไทยกับแพทเกาหลีได้เยอะ เราก็ตั้งเป้าภาษาไทยกับเกาหลีไว้สูง ๆ เพื่อที่สังคม วิชาที่เราคิดว่ายากที่สุด กับภาษาอังกฤษ 9 สามัญฯ ที่ให้เวลาน้อยมากแต่อ่านเยอะมาก ๆ เนี่ยไม่หนักจนเกินไป เพราะสัดส่วนคะแนนเท่ากันคือ 25% (แต่เราก็ไม่ได้ภาษาเกาหลีตามคาดนะ ผิดคาดไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว)
 
          หนังสือ + ข้อสอบ
PAT7.7 (ภาษาเกาหลี)        
         เราเริ่มเรียนภาษาเกาหลีตั้งแต่ ม.4 ที่สถาบันสอนพิเศษในจังหวัด ที่เดียวกับที่เรียนภาษาอังกฤษแล้วก็สังคม การฟังเพลง ดูซีรีส์ช่วยให้เราเจอศัพท์เยอะมาก ซึ่งมีประโยชน์เวลาเราท่องศัพท์เพราะว่าคุ้นหูคุ้นตามาบ้าง ในส่วนของการเตรียมสอบคือที่สถาบันเรียนพิเศษเรา คุณครูจะเป็นคนเตรียมเนื้อหาแพทแล้วก็พวกความรู้ทั่วไปกับประวัติศาสตร์ให้ เราได้คะแนนวิชานี้มา 249/300 (83/100) ถือว่าผิดคาดมากสำหรับเรานะ แอบเสียใจเพราะเราตั้งเป้าไว้ที่ 279 ปีนี้ข้อสอบยากขึ้นจากปี 61 นิดหน่อย เคยทำข้อสอบของปี 61 ได้ 288 พอเปิดคะแนนมาหน้าแห้งมาก ช็อค ส่วนตัวเรารู้สึกว่าทำได้เยอะแต่ก็ไม่รู้ว่าพลาดตรงไหนไป
         สำหรับข้อสอบ เพิ่งมีมาสองปี แนวข้อสอบอาจจะหายากนิดหน่อย (จริง ๆ ก็ไม่หน่อย ตอนเราสอบเพิ่งได้ข้อสอบของปี 61 ตอนคืนสุดท้ายก่อนสอบ) แนะนำให้ลองสอบ Pre-TCAS ของเด็กดี เพราะแนวข้อสอบเหมือนจริงมาก ๆ ตอน ม.5 เราสอบ ได้ 225 หรือลองไปหาทำข้อสอบ TOPIK I ดูได้ ไม่ได้ยากเกินนี้เท่าไหร่นะเราคิดว่า ระดับความยากอยู่ตรงกลางระหว่าง TOPIK I กับ TOPIK II
         แต่ที่สำคัญมาก สกิลล์ที่จำเป็นต้องมีเลยก็คือไวยากรณ์ คำศัพท์ อ่านเข้าใจ รู้เรื่อง จับประเด็นบทอ่านง่าย ๆ ได้และแปลออก ระวังโจทย์ให้ดี บางทีถามหาข้อที่ถูก บางทีถามหาข้อที่ไม่ถูกหรือไม่ควรใส่ มีสำนวน 1 ข้อ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศเกาหลี 10 ข้อ ซึ่งสุ่มมาก ๆ เราไม่สามารถเดาได้เลยว่าจะถามอะไร ของปีเรามีถามผลิตภัณฑ์ส่งออก ถามเครื่องดนตรี ถามที่อยู่ของประธานาธิบดี ถามว่าสถานที่ไหนอยู่ทิศไหนของเกาหลี เรื่องแผนที่ก็สำคัญนะ ปีเราไม่มีออกเหรียญหรือธนบัตร แต่ปีหน้าอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ เตรียมไว้จะดีที่สุดจ้า
         หนังสือที่เราอ่านจะเป็นชีทที่เรียนพิเศษเกือบทั้งหมดแล้วก็จำไวยากรณ์ตัวสำคัญ ๆ และเราเพิ่งซื้อหนังสือสองเล่มนี้มาก่อนวันสอบ 1 วัน คือก่อนหน้านั้นพยายามหาหนังสือแล้วแต่หายากมาก เรียกได้ว่าแทบจะไม่มี ก็เลยจำเป็นต้องอ่านรวดเดียวสองเล่มในหนึ่งวัน แต่รุ่นน้อง หลังจากนี้น่าจะมีอ่านกันมากขึ้นนะ
 
                           
 
  • เล่มแรกซ้ายมือ เรารู้สึกว่าข้อสอบยากกว่าเล่มที่สองนิดหน่อย (เหลืองม่วง) เป็นข้อสอบและมีเฉลยเป็นภาษาไทยให้ ด้านหลังมีคำศัพท์กับไวยากรณ์ระดับต้น – ระดับกลางให้ด้วย
  • เล่นที่สองเหลืองม่วง มีสรุปเนื้อหาให้ก่อนสำหรับคนที่อาจจะลืมหรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม มีสำนวนให้อ่านเยอะด้วย มีเนื้อหาความรู้ทั่วไปอยู่ด้วย ดีมาก ๆ สำหรับคนที่อาจจะไม่แม่น เราตอบข้อที่ถามที่อยู่ประธานาธิบดีได้เพราะเล่มนี้เลย
 
9 วิชาสามัญ
ภาษาไทย
สำหรับเราคิดว่าวิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่เก็บคะแนนได้ง่ายที่สุดในข้อสอบ 9 วิชาสามัญแล้ว เพราะฉะนั้นมีอย่างเดียวที่ต้องระวังเลยคือรอบคอบให้มาก ๆ แล้วก็ไม่ต้องรีบอ่านมากเกินไปจนสะเพร่า เราอ่านหนังสือแค่เล่มนี้เล่มเดียวเพราะมีสรุปหลักภาษาด้านหน้าให้ ด้านในมีข้อสอบที่คล้ายของจริงมาก แล้วนอกนั้นก็ทำข้อสอบจริงเลย เป็นข้อสอบของปีเก่า ๆ ลองไปเสิร์ชหาดูแล้วเปิดทำได้เลย
                             
 

ภาษาอังกฤษ
          วิชานี้ขึ้นชื่อเรื่องบทอ่านที่โหดมากแล้วก็โหดจริง ๆ ค่ะ แนะนำว่าให้ทุกคนใส่นาฬิกาเข้าห้องสอบนะคะ เราทำข้อสอบทันเพราะแบ่งเวลาเอาไว้เองเลยว่าพาร์ทนี้ต้องเสร็จภายในกี่นาที บางอย่างทำเร็วได้ บางอย่างต้องค่อย ๆ อ่าน หรือไม่ก็ลองทำข้อสอบจริงแล้วจับเวลาดูค่ะ จะได้ฝึกทำให้ทันเวลาด้วย สำหรับหนังสือเราอ่านเล่ม CU-TEP เป็นเล่มแรกเพราะเตรียมสอบ CU-TEP ก่อนด้วย ซึ่งได้ฝึกฝนให้คุ้นชินกับบทอ่านทางวิชาการหรือที่มีศัพท์ระดับสูง ศัพท์แปลกตาจากน้องเล่มชมพูเยอะมาก ๆ

                                    
                             
          ถัดมาเป็น Reading เล่มสีส้ม เราเชื่อว่าเกือบ 80% ของเด็กทุกคนต้องเคยเห็นเนอะ ที่เหมือนเป็นซีรีส์หลาย ๆ เล่ม ฝึกทำ Reading จากเล่มนี้ก็ช่วยได้เยอะเลย
          สำหรับเล่มแนวข้อสอบ 9 วิชาสามัญ ภาษาอังกฤษเล่มสุดท้าย เป็นแนวข้อสอบแต่เรารู้สึกว่ายากกว่าของจริงไปนิดหน่อย (หรืออาจจะไม่นิด) เราทำข้อสอบจริงของปีก่อน ๆ แล้วรู้สึกว่าได้คะแนนดีกว่าทำแนวข้อสอบ แต่พอเจออันที่ยากไปก่อนก็จะดีตรงพอทำข้อสอบจริงแล้วทำได้เนี่ย รู้สึกสบายใจขึ้นมาก อย่าลืมเด็ดขาดว่าต้องทำข้อสอบจริงด้วยนะ

                                   


สังคมศึกษา
          วิชาสุดท้ายแล้ว วิชานี้ก็ของขึ้นชื่อของ 9 สามัญฯ เลยจ้า ถ้าถามว่ายากไหม ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า อืม ยาก แต่ถ้าถามถึงหนทางที่จะได้คะแนน ก็มีอีกเหมือนกัน เอาเป็นว่าอยู่ในระดับยากที่ถ้าอ่านไปดี ๆ ข้อมูลแน่น จำที่อ่านได้ ก็ทำได้แน่นอน เรารู้สึกว่าวิชานี้เราพลาดจุดที่เป็นข้อมูลละเอียด ๆ ไปหลายที่ เพราะงั้นก็อยากให้รุ่นน้องเตรียมตัวกันให้ดี ๆ นะ เหมือนจะเป็นข้อสอบแนววิเคราะห์เสียส่วนใหญ่ ไม่ได้ถามแบบตรง ๆ ว่าอันนี้คืออะไร แต่จะถามแบบให้เราต้องใช้ความคิด
          ในส่วนของหนังสือ เราอ่านเล่มนี้แล้วก็ทำข้อสอบที่มีมาในเล่ม มีสรุปเนื้อหาครบถ้วน แต่ถ้าใครอยากฟังอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติม ครูพี่บอลมีวิดีโอที่อธิบายเนื้อหาอยู่ในยูทูปนะ ลองไปเปิดดูเพิ่มได้ หลังจากนั้นก็เริ่มทำข้อสอบจริงของปีเก่า ๆ ได้เลย หรือใครอยากลองทำข้อสอบก่อนก็ได้นะ
                           

 
กระดาษคำตอบ
          เพิ่มเติมอย่างสุดท้ายคือเวลาเราทำข้อสอบ เราจะทำลงในกระดาษคำตอบที่เป็นช่อง ๆ เหมือนที่เราเคยใช้กันที่โรงเรียน มันง่ายเวลาเช็คว่าข้อสอบของปีนี้แต่ละวิชาเราได้คะแนนเท่าไหร่บ้าง หรือง่ายเวลาทำข้อสอบซ้ำ ๆ ห่อละไม่กี่บาทได้เยอะมาก ๆ เราเองก็ใช้ไม่หมด รูปข้างล่างคือกระดาษคำตอบบางส่วนที่เราใช้ทำข้อสอบไป
                 
 
 
          หมดแล้วจ้า ยาวมาก ถ้าใครอ่านจนจบก็ขอบคุณมากนะคะ พยายามจะทำแบบละเอียด ๆ ให้คนที่อาจจะไม่รู้จะเริ่มยังไงได้เข้าใจแบบชัดเจน ไม่รู้ว่าเขียนรู้เรื่องหรือเปล่าด้วย แหะ ๆ หมดเท่านี้แล้ว ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านแล้วก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เตรียมสอบนะคะ อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่มีแค่ตัวเราที่พาตัวเองไปอยู่จุดนั้นได้ ตอนเห็นประกาศผลจะหายเหนื่อยเลยค่ะ เคยได้ยินรุ่นพี่บอกแบบนี้ ไม่เคยรู้เลยว่ารู้สึกยังไงจนถึงคราวตัวเองบ้าง เข้าไปในคณะก็เรียนเหนื่อยอีก ถือว่าอ่านหนังสือเข้ามหาลัยเป็นการซ้อมแล้วกันนะคะ สู้ ๆ
 
 
ปล. ถ้าใครมีคำถามเพิ่มเติมอะไรทิ้งไว้ได้ค่ะ เผื่อเราเข้ามาตอบโน๊ะ
 

 
 
 
 
 

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

3 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป