/>

เงินแสนกับงานเขียนออนไลน์? [ยินดีให้แชร์]

วิว
ขอเกริ่นบอกก่อนเลยนะครับว่าผมค่อนข้างมีประเด็นกับ User หลายคนในบอร์ด ซึ่งนักเขียนที่ดีไม่ควรทำ [ผมค่อนข้างมีปัญหากับเรื่องนี้]    ซึ่งจากประเด็นด้านบนอาจจะทำให้มีเกิดเรื่องดราม่าได้

กระทู้นี้ตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร คำตอบเพื่อให้ความรู้จากคนที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จกับงานเขียนออนไลน์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานี้ [อาจจะมีคนหมั่นไส้นะแต่ช่างเถอะ]


ประเด็นแรกที่เกิดดราม่าขึ้นกับผมคือหัวข้อ ถ้าเริ่มเขียนเพราะหวังเงินทองมันจะทำให้งานเขียนเราแย่ไหม? สมควรไหม?   สำหรับผมนะครับ ผมเริ่มเขียนด้วยความคิดที่ง่ายๆเหมือนทุกคนนั่นแหละ แค่อยากจะเขียน  อยากพิสูจน์ตัวเอง  จุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียนอาชีพมันเริ่มแค่ตรงนั้น  ผมจะเล่าให้ฟัง

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบใช้เวลาว่างคิดพลอตเรื่อยเปื่อย เช่นถ้าเราเกิดมีพลังแปลงร่างได้อย่างในการ์ตูนแล้วมีพลังพิเศษขึ้นมาเราจะทำยังไงดีนะ?  โอยถ้าเราเกิดมีเงินพันล้านบาทขึ้นมาแล้วเราจะใช้ยังไงนะ? ผมคิดไว้เป็นตุเป็นตะตั้งแต่มัธยม มหาลัย คิดพลอตนิยายได้เป็นร้อยแต่สิ่งที่ไม่เคยทำเลยนั่นคือการลงมือเขียนจริงๆ  แต่แล้ววันหนึ่งผมก็เปิดเข้าไปเจอคำคมอะไรบางอย่างในเว็บเพจของ Dek-D นี่แหละครับ ถ้าเรามัวแต่คิดแล้วไม่เริ่มลงมือเขียนสักทีนิยายของเรามันก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก   และนั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผมเริ่มเขียนนิยายเมื่อประมาณ 3-4ปีก่อน

ผลงานเรื่องแรกของผมเป็นยังไง? บอกตามตรงแม้แต่ผมกลับไปอ่านเองผมยังต้องยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผากเลย สำนวนการเขียนไม่แน่นอน ไร้มาตราฐาน เดี๋ยวใช้ภาษาโบราณ เดี๋ยวไช้ภาษาปัจจุบันปนเปกันไปหมด มันทำให้ผมที่เขียนแล้วไม่กล้าที่จะกดเผยแพร่ออนไลน์ให้กับใครอ่านเพราะอาย กลัวว่าจะถูกด่า  [นี่คือกำแพงความกลัวอีกอย่างที่นักเขียนใหม่ต้องเจอและก้าวข้ามให้ได้ทุกคนนะหลังจากที่เริ่มเขียนแล้ว]

พอเริ่มเขียนไปได้ 10 ตอน ผมเลยตัดสินใจเอาก็เอาวะกดออนไลน์ให้คนอ่าน  ช่องนั้นมียอดวิวขึ้นมา 1 คนผมก็โครตดีใจแล้ว มีคอมเม้นมา 1 คอมเม้นผมนี่รีบกดเข้าไปอ่านแบบทันทีเลยครับ ความรู้สึกตอนนั้นคือมันอยากรู้ความเห็นของนักอ่านมากๆ   พอมีคนชมว่าสนุก มาต่อเร็วๆนะ มันก็ทำให้ผมมีกำลังใจ ช่วงนั้นเหมือนผีเข้า  ผมลงนิยายตอนใหม่ทุกๆ 3ชั่วโมง 1 วันลง 6 ตอนครับ    [สิ่งที่ผมทำไปโดยไม่รู้ตัวนี้ ผมมารู้ทีหลังว่ามันเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่จะทำให้นิยายประสบความสำเร็จได้]  ผมทำแบบนี้อยู่ 4-5 วันติดต่อกันพอวันที่ 6 เรื่องที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น คือนิยายผมติด top 20 หมวดแฟนตาซี   เหตุการณ์หลังจากที่ติดtop20ได้คือนักอ่านไหลมาเทมา ยอดกดติดตามพุ่ง << [ถ้านิยายมาถึงจุดนี้ได้แสดงว่าติดลมบนแล้ว สัญญาณที่ดีมาก]

เมื่อนิยายผมติด top สำเร็จและสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ ทำได้อย่างที่หวังแล้วพอนานวันไปผมที่ต้องเขียนนิยายทุกวัน ใช้เวลาวันละ 3-4ชั่วโมงในการเขียน  มันทำให้ผมรู้สึกถึงความเหนื่อย ท้อ เราต้องเอาเวลาว่างของเรามาเขียนนิยาย? จากการที่เขียนแล้วสนุกมันเริ่มไม่สนุก ความสนุกเปลี่ยนเป็นความเหนื่อย คอมเม้นที่เราอยากได้ ยอดวิวที่เราต้องการ เราได้มาพอแล้ว ได้มาเยอะจนเกินไป top 1 หมวดแฟนตาซีก็ติดแล้ว top 10 หมวดรวมก็เคยขึ้นแล้ว ความสนุกในการเขียนมันหายไปเลยและแทนเข้ามากลายเป็นความเหนื่อยและคำว่าภาระ   [การเขียนนิยายแฟนตาซียิ่งเราเขียนตอนเยอะและเรื่องยาวขึ้นเท่าไหร่ ความยากในการเขียนมันจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น ตัวละครมากขึ้น จะเขียนอะไรเราก็ต้องคำนึงถึงตอนก่อนว่าเราเขียนเรากำหนดสเกลต่างๆไว้ว่ายังไง  งานหนักขึ้น  ความรู้สึกแบบนี้มันทำให้จากที่ผมขยันเขียนก็เริ่มห่างหายไป จากลงทุกวันก็กลายเป็นสองวันตอน สามวันตอน อาทิตย์ละตอน  [นี่คือเหตุผลหลักที่นักเขียนทิ้งนิยายครับ]

พอนานไปผมเริ่มได้คำตอบว่างานเขียนมันไปด้วยความรักอย่างเดียวไม่ไหว เพราะมันเหนื่อย เราต้องทุ่มเทเวลาส่วนตัวของเราไปกับมัน คำตอบของเรื่องนี้ที่เข้ามามันคือเงิน ถ้าเราได้เงินตอบแทนจากงานเขียนของเรามันก็จะตอบโจทย์ให้กับสิ่งที่ขาดไปได้  มาถึงตรงนี้ผมเลยเข้าใจว่างานเขียนมันต้องไปคู่กับเงินมันถึงจะอยู่ได้ ขาดอะไรไปไม่ได้ครับ  [หลายคนอาจจะเถียง ไม่จริงหรอกแค่เขียนยามว่างก็ได้ไม่เห็นต้องมีเงินเข้ามาเลย แค่ใจรักอย่างเดียวก็พอแล้ว  << ไปดูได้เลยครับว่าคนที่พูดแบบนี้บางทีเขียนนิยายยังไม่ได้ถึง50ตอนเลย เขียนไม่จบด้วยซ้ำ ใช่มันอาจจะทำได้แบบนั้น เอาเวลาว่างมาเขียนไปเรื่อยเพราะใจรักมันทำได้ แล้วคำถามต่อมาคือ 1 ปีจะจบสักเรื่องไหม? 5 ปีเขียนได้กี่ตอน? แบบนั้นเรียกว่านักเขียนจริงๆได้ไหมล่ะ?]

ตอนที่ผมคิดถึงรายได้มันประจวบเหมาะกับทางเว็บ Dek - D เขาพึ่งเอาระบบขายนิยายเข้ามาได้ไม่นานพอดี ผมเลยเริ่มศึกษาระบบ ตัวผมทำอะไรก็ไม่เป็น ประสบการณ์อะไรก็ไม่มี เส้นสายก็ไม่มี คิดได้อย่างเดียวก็-ขายออนไลน์นี่แหละ ตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะโอเคไหม ผมตัดสินใจอยู่นานมากจนสุดท้ายก็ลองไปอ่านนิยายที่เขาเปิดขายแล้วได้ยอดขายหลักพันสองพันเซลล์ว่าคุณภาพนิยายของเขามันระดับไหนกันถึงขายได้   ผมกลัวที่จะขายนิยายของตัวเองมาก กลัวว่านิยายของผมจะไม่มีคุณภาพพอ

ผมศึกษานิยายที่เปิดขายอยู่นานสุดท้ายผมก็ได้รู้ว่าเฮ้ยนิยายที่เปิดขายและขายๆกันอยู่มันก็ไม่ได้ดีมากไปกว่านิยายของเราเลยนี่ บางเรื่องคำผิดยังมีเยอะ อ่านแล้วต้องแปลไทยเป็นไทยอีกนี่หว่า? ทำไมมันถึงขายได้วะ?   ผมนั่งเฝ้าหาคำตอบให้กับคำถามของตัวเองนานมาก ผมไล่เปิดอ่านนิยายขายดี ดูว่าเขาเขียนยังไง ทำยังไง  ผมสรุปที่ผมได้คือคำว่าวินัยซึ่งผมขาดไปนานมากๆแล้ว   เขาลงผลงานทุกวัน ลงถี่ เขาถึงขายได้  พอผมรู้แบบนั้นผมเลยทำอะไรแปลกๆนั่นคือลองเปิดขายนิยายตัวเองทันที   ง่ายเหมือนความคิด ดวยระบบที่สะดวกสบาย กดคลิกไม่กี่ขั้นตอน ส่งข้อมูลเลขบัญชีกับบัตรประชาชนให้ทางเว็บ ไม่ถึง 1 อาทิตย์ นิยายของผมก็เปิดขาย   

ผมจำไม่ได้ว่าผ่านไปนานไหม ไม่น่าจะเกิน 5 วัน นิยายที่ผมเขียนๆหายๆ ทิ้งๆ ขว้างๆ เปิดขายแค่ 5 วัน ได้เงินมาสองพันกว่าบาท  [ด้วยตอนนั้นแค่อยากรู้ว่ามันจะมีใครซื้อนิยายห่วยๆของเราวะ พอรู้แล้วเกิดความรู้สึกผิดเพราะรู้ดีว่านิยายเรายังห่วย] ผมเลยปิดขายไปครับแล้วรีไรท์ใหม่หมด [รีไรท์แล้วก็ยังห่วย กลับไปอ่านตอนนี้ก็ยังห่วยมีแพลนจะรีไรท์เรื่องแรกอีกรอบให้มีคุณภาพเพราะพลอตมันขายได้แต่สำนวนการบรรยายห่วยเท่านั้น]  

ผมใช้เวลาเป็นเดือนทุ่มเทกับมัน รีไรท์ + เขียนตอนใหม่ไปด้วย แล้วลองเปิดขายใหม่ ผลสรุปคือเดือนแรกได้มา 15,000 เดือนสองได้มาอีก 15,000 ตามรูปที่แนบให้ท้ายกระทู้ซึ่งผมก็เขียนๆหายๆ เขียนๆหายๆ  แต่สรุปแล้วสองปีแรก ผมมีรายได้เดือนละ 15,000 บาทโดยเฉลี่ยกับงานเขียนทุกเดือน [ข้อมูลตรงนี้ปกติคงไม่มีใครเขาเอามาบอกกันแต่ผมบอกหมดก็แล้วกันเพราะผมอยากให้คนที่กำลังอ่านอยู่ กำลังตัดสินใจอยู่ได้รู้ไปเลยว่ารายได้นักเขียนจริงๆมันเท่าไหร่ พอคุ้มค่ากับการทุ่มเทพยายามไหม มันเป็นข้อมูลที่มีค่านะ]

ระหว่างสองถึงสามปีนี้ผมเขียนๆเลิกๆ เขียนๆหยุดๆ ห่างๆหายๆ ความสม่ำเสมอไม่มีนะครับ  ยิ่งเขียนไปคนอ่านก็ลดน้อยลงเรื่อยๆแต่ถึงจะเป็นแบบนั้นสิ่งที่ผมได้มาคือประสบการณ์ วิธีการ เทคนิค เรียนรู้จากความผิดพลาด รู้ว่าทำยังไงงานถึงจะขายได้ คุณภาพงานขนาดไหนโอเค ปัจจัยอะไรที่ทำให้คนอ่านเยอะ ต้องทำยังไงถึงจะติด top Dek-d ได้ 

ยิ่งเวลาผ่านไปวงการนิยายไทยก็บูมขึ้นเรื่อยๆ [หมายถึงออนไลน์นะ จะเห็นได้จากปีสองปีมานี้เว็บนิยายเปิดใหม่เยอะมาก]  นั่นหมายความว่าช่องทางการขายนิยายเพิ่มขึ้น กลุ่มผู้อ่านขยายตัว ช่องทางจ่ายเงินออนไลน์เข้าถึงง่ายขึ้น ตลาดนิยายโตขึ้น 3 - 4 เท่า [ออนไลน์นะ]  ผมเลยตัดสินใจมุ่งมั่นจริงจังกับทางนี้และคิดว่านี่แหละงานประจำ ได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวความสนุกที่คิดไว้ออกมา เลี้ยงตัวเองได้ด้วย ผมเลยมาเขียนนิยายแบบค่อนข้าง full time  นิยายเรื่องแรกของผมเขียนไป 300+ ตอนผมพักไว้ก่อนเพราะตอนนั้นเขียนด้วยประสบการณ์ที่น้อยนิด คำผิดคำถูกมั่วไปหมด ผมกำลังรีไรท์เรื่องแรกเพื่อให้มีคุณภาพมากขึ้น ส่วนปีนี้ผมเปิดเรื่องสองแล้วถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จมาก [รายได้ต่อเดือน 40kบาทนะครับดูได้จากรูปที่สองเนาะ นี่คือรายได้จาก dek d ที่เดียว ปกติขายอยู่ 2-3เว็บครับ] 



ตอนนี้สำหรับนักเขียนในยุคที่โลกเปิดกว้างแล้วเงินแสนมันหาไม่ยากเลย อยู่ที่ว่าน้องๆทุกคนที่กำลังฝันอยู่จะพยายามมากพอไหม จะทุ่มเวลาไปกับมันมากพอไหม จะศึกษาเรียนรู้ไหม?   ผมไม่ชอบเลยที่หลายคนในนี้ชอบพูดประมาณว่ามีนิยายดีๆตั้งมากมายทำไมถึงไม่ติด top กันนะ  นิยายติด top ไม่เห็นจะสนุกเลยติด top ได้ยังไง ?   ผมให้คำตอบได้แค่ว่าถ้ายังคิดแบบนั้นอยู่ก็ไม่มีวันที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางนักเขียนได้เพราะเอาแต่ตั้งคำถามแต่ไม่ยอมหาคำตอบเลยไม่รู้ยังไงล่ะว่าเขียนยังไงถึงสนุก เขียนยังไงคนถึงชอบ เขียนยังไงคนถึงติดตาม 

การเขียนนิยายออนไลน์ เงินหมื่นหาไม่ยาก เงินแสนไม่ไกลเกินเอื้อม เงินล้านได้แน่ถ้าพยายามมากพอ อยู่ที่ตัวเราเท่านั้น และผมยังยืนยันคำเดิม เงินกับงานเขียนมันต้องไปด้วยกัน ไม่งั้นถ้าไม่มีเงินมาสนับสนุนเราก็คงทำสิ่งที่เรารักแบบไม่ได้ผลตอบแทนไม่ได้หรอก เพราะการเขียนงานมันต้องใช้ความคิด ใช้เวลา ใช้ความพยายามไม่ต่างกับการทำงาน  นี่เล่าจากประสบการณ์ตรงของคนที่เริ่มเขียนจากไม่รู้อะไรเลยจนตอนนี้พูดได้เลยว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง  

ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งที่สุด ณ ปัจจุบันงานผมก็ยังมีข้อบกพร่องมาก คำผิดยังมี รูปประโยคไม่สวย ณ เวลาที่พิมพ์อยู่นี้ผมก็อ่านนิยายของท่านอื่นๆเพื่อเรียนรู้และพัฒนาไปตลอด ฝีมือของผมก็เก่งและดีขึ้นเรื่อยๆ การเป็นนักเขียน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวินัยในการเขียนครับผมขอยืนยัน  ความพยายามต้องมี อย่าเป็นน้ำที่เต็มแก้ว ต้องอ่านให้มากเรียนรู้ให้เยอะ   

และสุดท้ายผมคงเขียนอะไรที่อยากจะบอกออกมาได้ไม่หมดและไม่ครอบคลุม  ที่ลงรูปรายได้ให้ดูก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าผมทำได้จริงไม่ใช่แค่ฝันมโน [ไม่ได้จะอวดนะครับแต่คงห้ามความคิดใครไม่ได้ ผมอยากให้ความรู้และแบ่งปันเทคนิคจริงๆ  ใครที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมอยากปรึกษา อยากได้แนวทาง IB มาได้นะครับ ผมพร้อมจะให้คำปรึกษาในถนนการเป็นนักเขียนออนไลน์]


ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้น หนึ่งคืออยากจะสื่อไปถึงคนที่เขามีประเด็นกับผมว่าผมเล่าจากประสบการณ์จริง ไม่ใช่การฝันเพ้อมโนขึ้น ทุกอย่างที่เล่าเจอมากับตัวสื่อออกมาได้เป็นตัวอักษรว่าแค่ใจรักมันไม่พอให้เป็นนักเขียนจนสุดทางได้ ผมไม่ได้ทรนงตัวว่าเก่งแต่ผมคิดว่าตัวเองมีประสบการณ์ในเรื่องนี้พอจะถ่ายทอดให้กับคนที่เริ่มหัดเขียนได้  ตอนผมเริ่มเขียนผมหาข้อมูลพวกนี้ไม่ได้เลยว่าจริงๆแล้วนักเขียนรายได้เขาเท่าไหร่กันพอเลี้ยงตัวเองได้ไหม  นี่เลยเอามาเปิดให้ดูเลยว่า เริ่มจาก 0 แบบผม เดือนละ 50k บาททำได้ ถ้ายังเป็นเด็กนักเรียนหรือยังเรียนอยู่ เดือนละ 7-8 พันบาททำได้แน่ถ้าพยายามมากพอและต่อยอดไปถึงหลักแสนได้ด้วยถ้าหัดเรียนรู้พัฒนาตัวเอง



ปล.เห็นมีนักอ่านหลายคนเข้าใจเจตนาผมผิด กระทู้นี้คือการให้ข้อมูลกับนักเขียนใหม่ครับ ผมเชื่อว่ามันจะมีประโยชน์  ผมไม่ได้ตั้งใจแขวะการตีพิมพ์หรือนักเขียนที่เขียนไม่ถึง 50 ตอน หรือเขียน 5 ปี 10 ปี ไม่จบ   [ผมเข้าใจว่ามันมีคนที่เขียนงานเป็นงานอดิเรก ที่ผมจะสื่อคือ งานเขียนกับเงินมันคือของคู่กันถ้าเราต้องการทำเป็นอาชีพ หรือไม่ก็ต้องเลือกให้มันกลายเป็นงานอดิเรกแบบไม่จริงจัง  ดังนั้นท่านจะมาบอกว่าเงินไม่สำคัญ เงินทำให้งานเขียนแย่ลง มันไม่ได้ครับ แค่นี้ เจตนาไม่ได้ต้องการแขวะ]     

และที่สำคัญที่ผมไม่กล่าวถึงการตีพิมพ์ มันเพราะผมเป็นคนสายเขียนออนไลน์ ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์กับการตีพิมพ์เลยครับ ในเมื่อผมไม่รู้จริงและไม่เคยมีประสบการณ์ ผมเลยเลือกจะไม่เอ่ยถึง ถ้าทำให้ใครเข้าใจผิด ผมขออภัยด้วยครับ







+ นะครับ]


 
 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    บางอย่างในกระทู้ที่คุณพูด เราว่าดีเลยนะ แต่จะไม่โอเคที่ไปแขวะบุคคลที่สามเสียมากกว่า อย่างพวกที่ใจรักเขียนไม่ถึง 50 ตอน ไม่จบ อันนั้นภาพกว้างที่คุณมอง? อันที่จริงคนเขียนจบก็มี แต่เป็นส่วนน้อย ทางนี้เข้าใจว่าเห็นได้ยาก อยากให้ลองพูดอื่น ๆ ดูนะคะ แบบไม่แขวะคนอื่น เพราะสายออนไลน์เอง ก็มีประเด็นไม่แพ้กัน แน่นอนว่าเราไม่คิดโจมตีใครขอไม่พูดถึงแล้วกัน


    อ่านมาทั้งหมดเนี่ย เรานับถือใจในการศึกษาจนทำให้งานเขียนขายได้เลย เพราะเราก็เคยแล้วคิดTOP 100 แน่นอนว่าเป็นช่วงใกล้นิยายจบ แล้วปล่อยจบ ทั้งที่หลายคนบอกว่า ทำแบบนั้นแบบนี้สิ นิยายจะได้ขึ้น TOP กระแสดี แต่เรายืนยันว่า นิยายมันจบก็ปล่อยจบไปเถอะ นิยายเราไม่ถึง 50 ตอนค่ะ แล้วเราก็ไม่เคยไต่อันดับไปถึงจุดนั้นได้อีก ถามว่ารู้สึกอะไรไหม? ก็ไม่นะคะ ไม่ใช่ว่าใจรักหรืออะไร พล็อตเรามีแค่นี้ ถ้ายืดไปจะเสียหมด ปัจจัยที่เขียนนิยายไม่จบมันมีหลายอย่างค่ะ อย่างเราเขียนจบแต่ช้ามาก แล้วเป็นงานอดิเรกที่ทำได้นานมากกว่า คิดหาเงินจากตรงนี้ไหม? คิดค่ะ แต่อยากรับผิดชอบมากกว่า ส่วนตัวทำงานประจำ ไม่ได้เขียน Full Time


    ทัศนคติ เงินแสนกับงานเขียนออนไลน์ของคุณ มันเป็นจริงได้เพราะมีปัจจัยหลายอย่างด้วย บางคนอาจไม่มีความพร้อมขนาดนั้น แต่การแบ่งปันของคุณไม่ผิดนะคะ ส่วนที่ว่าดีเราจะบอกว่าดีค่ะ ส่วนไม่ดีไม่ขอนำมาพูดต่อ อย่างที่บอกไปข้างต้น เราไม่โอเคแค่การแขวะ การแซะ ต่าง ๆ เท่านั้น ทุกวันนี้พวกสายผลิตเองก็ไม่เคยแซะพวกเขียนออนไลน์นะคะ ด้วยเราทำงานเหมือนกัน ไม่มีประโยชน์จะต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย แบบคุณก็เขียนงานของคุณไปสิ เราก็เขียนของเรา ไม่มานั่งแซะว่าคนนั้นคำผิด ขายดี ติดท๊อป คนอ่าน ทำไมเราบลา ๆ คือ มันเสียเวลาชีวิตค่ะ เอาเวลาไปพัฒนาตัวเองดีกว่า


    แล้วที่เป็นประเด็นเนี่ย มันมาจากตรงนี้ส่วนหนึ่งนะคะ ไม่ใช่แค่เรื่องขายฝันแบบ 300% ด้วยคุณทำได้อย่างที่พูด มีรายได้จริงจัง คือ การที่คุณมาตั้งกระทู้แล้วมีการพูดถึง ว่าเขียนไม่ถึง 50 ตอน ใจรัก1 ปีจะจบสักเรื่องไหม? 5 ปีเขียนได้กี่ตอน? แล้วก็มีประเด็นเนี่ย ลองมองว่า 'เขวี้ยงก้อนหินใส่คนอื่นก่อนแล้วคาดหวังว่าเขาจะโยนดอกไม้กลับมาเหรอคะ' นั่นแหละค่ะ คือสิ่งที่กลายเป็นประเด็น การเป็นนักเขียน ไม่ว่าจะสายไหนต้องระวังสักนิดก็ดีนะคะ ดราม่ามันเกิดง่ายค่ะ


    สุดท้าย ขอบคุณการแบ่งปันนี้นะคะ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #6
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ขอบคุณมากที่มาแชร์ให้ฟังครับ ใจมาใจกลับไม่โกง (555)


    สารภาพตามตรงว่าเมื่อก่อนเคยรู้สึกดูถูกพวกนิยายติดท็อปอยู่เหมือนกัน เช่นว่าทำเพื่อเงินมั่งล่ะ คุณภาพแย่บ้างล่ะ แต่พักหลังมานี้ผมเริ่มรู้สึกว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ อย่างนักเขียนหลายๆคนทุ่มเทหนักมากกับการเขียนนิยายให้ออกมาดีแต่กลับแป๊ก แต่คนเขียนเล่นๆเอามันส์กลับได้ดิบได้ดีขึ้นไปเรื่อยๆกันซะงั้น มันทำให้ผมสงสัยว่าเป็นไปได้ไหม...ว่าตัวเองกำลังมีทัศนคติที่ผิด?


    - เวลาเราเห็นตัวร้ายในละครหรือในหนังมักจะเป็นพวกคนรวย

    - เวลาได้ยินว่าใครทำอะไรเพื่อเงิน ก็จะมีคนโผล่มาด่าว่าไร้อุดมการณ์

    - เวลาเกิดเรื่องอะไรไม่ยุติธรรม ก็จะมีคนบ่นกันว่าพวกคนรวยแม่มรอดหมด

    - เราได้ยินแต่เรื่องพวกนี้ตั้งแต่เด็ก...จนเผลอคิดว่า 'เงิน' คือสิ่งเลวร้ายอยู่หรือเปล่า?


    อย่างในวันที่สถานะครอบครัวตกต่ำถึงขีดสุดของสตีเวนคิง ถ้าเขาดันไม่ได้เงินค่าต้นฉบับจากเรื่องแคร์รี่มาช่วยเอาไว้ เราก็คงไม่มีวันได้ยินชื่อ 'ราชาแห่งนิยายสยองขวัญ' ในวันนี้


    มียูทูปเบอร์คนนึงที่ผมชอบชื่อซานแบรี่ พี่เขาเคยพูดประมาณว่า "ถ้าเราใช้เงินเพื่อหาความสุขใส่ตัว เราจะมีกำลังใจให้อยากทำคลิปต่อไปเรื่อยๆเว้ย" ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน ยังกะบอกว่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพื่อให้รวยกว่าเดิม แล้วพี่เขาก็ดูมีความสุขตลอดเวลาจริงๆ ในคลิปเป็นไงตัวจริงเป็นงั้น


    อะไรหลายๆอย่างรวมทั้งกระทู้นี้มันทำให้ผมกลับมานั่งคิด ว่าเป็นไปได้หรือเปล่าว่า...ผมกำลังพยายามเขียนให้มันดีเพื่อ 'อัตตา' ของตัวเอง? (พยายาม = ฝืนใจ = เหนื่อย) ผมเห็นหลายคนโปรโมทนิยายตัวเองโดยอ้างว่าไม่ใช่แนวนู้น แนวนั้น แนวนี้...ยังกะว่าหลีกเลี่ยงพวกนิยายขายดีที่ติด Top แทนที่จะบอกว่านิยายตัวเองเป็นแนวไหน แต่ถ้านิยาย Top มีคนซื้อ...ก็แปลว่าคนอ่านมีความสุขกับมันไม่ใช่เหรอ? มันเท่ากับว่าเป็นการทำ 'เพื่อคนอื่น' ด้วยไม่ใช่เหรอ?


    คนนึงพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ทำทุกอย่างให้ซับซ้อน ตั้งเงื่อนไขสารพัด...คนไม่อ่าน

    แต่อีกคนนึงปล่อยใจแบบเด็กๆ ใส่ทุกอย่างที่อยากเขียน แต่เขียนไม่หยุด...คนซื้อเพียบ

    สรุปแล้วเรากำลังเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับ 'เงิน' อยู่หรือเปล่า?


    นี่คือความคิดที่ตกตะกอนหลังจากผมอ่านกระทู้นี้ครับ ขอบคุณมากๆ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #10
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่วิธีการอธิบายของจกท.ก็ดึงดราม่าได้ดีเหมือนกัน

    ไม่รู้นะว่านอกเรื่องรึเปล่า สำหรับเราถ้าคิดจะเขียนนิยายหาเงิน นอกจาก-เทคนิคที่ว่ามาแล้ว ความขยันอย่างเดียวไม่ช่วยอะ ต้องมีฝีมือด้วย ถ้าเขียนห่วยต่อให้ขยันคนก็ไม่ตามอ่านหรอก

    ถ้ามีแค่ขยันก็ต้องขยันให้ตลอด เพราะทันทีที่หยุดขยันคนอ่านคนเม้นท์ก็หายทันทีเพราะนิยายมันไม่ดึงดูด ไม่ทำให้คนอ่านรักหรืออยากติดตามแม้ว่าจะหายไปนาน

    เพราะฉะนั้นนอกจากขยันก็ต้องหาทางพัฒนาฝีมือของตัวเองด้วย และถ้ามันดีจริงต่อให้หายไปเป็นเดือนยังไงคนก็ยังติดตามอ่านเรื่องนั้นอยู่ดี

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ขอบคุณสำหรับความรู้และการตัดสินใจให้กับหลายๆคนที่อยากจะขายงานค่ะ

    ใจรักแต่กินแกลบก็ไม่ไหว ใครที่หมั่นไส้ก็ขอคงต้องมองความจริงบ้างนะว่านักเขียนก็กินข้าว (ฮา)

    ไล่ตามความฝันจริงๆอาจจะมีแค่ครอบครัวที่บ้านมีฐานะเหลือเฝืออยู่แล้ว ชีวิตจริงไม่สวยหรู ใช่ว่าทุกคนจะทำได้

    คนหมั่นไส้อาจจะมี แต่เราหวังว่าจะไม่มีใครคิดว่าการออกหนังสือเพื่อตีพิมพ์กับสนพเป็นอะไรที่ทำให้ถูกกดราคานักเขียนก็พอ เพราะสำนักพิมพ์ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในฝันของนักเขียนหลายคนอยู่ คุณขายออนไลน์ ใช่ว่าจะมาพูดใส่นักเขียนที่ออกเล่มได้นะ

    ถึงจะมีสื่อออนไลน์เข้ามาก็ใช่ว่าจะสามารถทดแทนได้ทั้งหมดอยู่ดี

    ดังนั้นอ่านแล้วใช้วิจารณญาณเยอะๆนะคะ สำคัญมากค่ะสำหรับคนอยากเขียน

    ขอบคุณ

    ตอบกลับ

15 ความคิดเห็น

    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของ

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของ
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พิสูจน์กับตัวเองว่า ต่อให้ฝีมือจะห่วยยังไงก็ช่าง แต่ขยันอัพถี่ๆ ไว้ก่อน ให้สำหรับนักอ่านที่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วหลงเข้ามาอ่านบ่อยๆ งั้นหรอ?


      โอโห้ คนอ่านเยอะจังเลยนะ ติดท้อปเยอะจังเลย เพราะงานเขียนของนายจริงๆ หรือเปล่า? หรือเพราะเทคนิคยัดเยียดการขายของ?


      เรื่องเหนื่อยจะไม่เกิดขึ้นถ้าเขียนเพราะความรัก แต่มันเป็นข้ออ้างของคนร้อนเงินที่เห็นผลประโยชน์จากผลงานตัวเอง(ซึ่งสร้างยอดวิวได้เยอะ) เกิดการหวงและภูมิใจกับยอดวิวจนไม่สามารถละทิ้งวิธีการเขียนที่หวังเพียงยอดวิวของตัวเองได้ เรื่องความชอบและเขียนครั้งแรกเพราะอะไรน่ะหรอ...หึ ลืมไปแล้ว


      เงิน ไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์ของการทำอะไรสักอย่างต่อได้ แต่มันคือจิตวิญญาณเท่านั้นที่จะทำให้เราไปต่ออย่างไม่มีทางหยุดอีกเลยในชีวิตนี้ เงินเป็นเพียงแค่ผลพลอยได้ เมื่อนายทำจากใจของนายจริงๆ นายจะรู้เลยว่าไม่จำเป็นต้องพัก ไม่รู้สึกว่าเหนื่ิอย!


      เหตุผลที่พวกมันที่บอกใจมันรัก แต่เขียนไม่ได้ เขียนไม่จบ เขียนไม่สำเร็จ เพราะใจมันไม่รักจริงไง มันก็แค่คำพูดให้ดูเท่ มันคือของปลอม มันไม่ผ่านการทดสอบ และมารู้ทีหลังไงว่าความจริงแล้วไม่ได้รัก แต่ก็ไม่กล้าไปบอกให้ใครรู้ หวังอยากให้คนอื่นเข้าใจ อยากจะโบ้ยความผิดไปให้โลกนี้ ชีวิตนี้ที่กลั่นแกล้งมัน แต่ความจริงคือตัวมันเองที่กระจอก


      คนอย่างนายไม่ได้คิดเรื่องนิยายตัวเองจะไม่มีคุณภาพพอเมื่อถึงมือผู้อ่านหรอก นายรู้มันไม่มีค่าอะไรนอกจากเงินในกระเป๋าผู้อ่านที่จ่ายให้นายอยู่แล้ว นายก็แค่กลัวว่านิยายจะทำเงินไม่ได้และเสียเวลาทำเงินทำทองไปอีกตั้งหนึ่งเรื่อง



      พอแล้ว อย่าให้พูดมากกว่านี้เลย สงสารว่ะ นายก็แค่คนที่พยายามพูดให้สวยหรูและพยายามแก้ตัวให้กับข้อผิดพลาดของตัวเอง โดยไม่คิดจะแก้ไขความคิดที่ตกต่ำซึ่งมันเป็นรากเหง้าความบัดซบและความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของนาย เหมือนที่ข้าเคยพูดไปในคห.แรกที่เราคุยกัน


      โง่ไม่เปลี่ยน.





      *พอกลับไปอ่านต่อ นายก็วกกลับมาเทคนิคการยัดเยียดขายของ 555 นั่นคงเป็นเทคนิคแรกและหัวใจหลักของการล้มเหลวในอาชีพและทิ้งความเป็นตัวตนของนายสินะ


      ฟังนะ เหตุผลที่นายรีไรท์กี่รอบก็ยังห่วย เพราะมันไม่ได้เกิดมาจากความชอบของนาย ก้นบึ่งของนาย ตอนนั้นนายหวังแค่ยอดวิว ตอนนี้มันจึงไม่แปลกที่ตัวนายจะไม่ชอบมันยังไงล่ะ


      เห็นมั้ย เมื่อนายเอาเทคนิคขายบ้าบอนั้นออกไป นายก็จะรู้จักกับตัวเองมากขึ้น


      นั่นเพราะนิยายติดท้อป ไม่ใช่นิยายดีๆ ที่นักเขียนในโลกอยากจะมีแบบนั้น แต่นั่นเป็นนิยายที่เกิดมาจากการเสพติดยอดวิว เพราะเงิน เพราะเทคนิคยัดเยียดให้คนอ่าน เพราะฉะนั้นจงภูมิใจกับผลงานของตนเอง แม้มันจะช้า แต่เราใส่หัวใจทั้งดวงเข้าไปในนิยาย เราภูมิใจได้แม้ใครจะไม่เห็นค่าอะไร ไม่ได้กำไร แต่พอเมื่อมีคนเห็นค่าของมันและชอบในความเป็นตัวตนของเรา ตอนนั้นเราและผลงานเราจะถูกบูชาและเป็นที่จดจำไม่เปลี่ยนแปลง นั่นแหละคือผลงานที่นักเขียนทุกคนในโลกอยากให้มันเป็น




      สรุป ถ้าคนเริ่มหัดเขียนฟังจากกระทู้นี้พูด พวกนายก็มาผิดเส้นทางแล้ว

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อู้หู ตุดยอด อยากว่างเขียนได้วันละ 6 ตอนบ้างจัง...

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอบคุณสำหรับความรู้และการตัดสินใจให้กับหลายๆคนที่อยากจะขายงานค่ะ

      ใจรักแต่กินแกลบก็ไม่ไหว ใครที่หมั่นไส้ก็ขอคงต้องมองความจริงบ้างนะว่านักเขียนก็กินข้าว (ฮา)

      ไล่ตามความฝันจริงๆอาจจะมีแค่ครอบครัวที่บ้านมีฐานะเหลือเฝืออยู่แล้ว ชีวิตจริงไม่สวยหรู ใช่ว่าทุกคนจะทำได้

      คนหมั่นไส้อาจจะมี แต่เราหวังว่าจะไม่มีใครคิดว่าการออกหนังสือเพื่อตีพิมพ์กับสนพเป็นอะไรที่ทำให้ถูกกดราคานักเขียนก็พอ เพราะสำนักพิมพ์ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในฝันของนักเขียนหลายคนอยู่ คุณขายออนไลน์ ใช่ว่าจะมาพูดใส่นักเขียนที่ออกเล่มได้นะ

      ถึงจะมีสื่อออนไลน์เข้ามาก็ใช่ว่าจะสามารถทดแทนได้ทั้งหมดอยู่ดี

      ดังนั้นอ่านแล้วใช้วิจารณญาณเยอะๆนะคะ สำคัญมากค่ะสำหรับคนอยากเขียน

      ขอบคุณ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #3-1

        ขออภัยด้วยครับที่ผมไม่ได้กล่าวถึงเรื่องสำนักพิมพ์ ปกติผมเขียนแนวแฟนตาซี ซึ่งต้องยอมรับว่าสำนักพิมพ์ในไทยตอนนี้ค่อนข้างปิดเกี่ยวกับตลาดแนวนี้ มันไม่ปังเท่านิยายรักแนวจีนย้อนยุค นิยายรัก นิยายวาย มันเลยผ่านสำนักพิมพ์ยากมากถ้าผลงานไม่สุดยอดจริงๆ ผมก็เลยไม่ได้เลือกทางสำนักพิมพ์และไม่มีประสบการณ์ครับ เลยไม่ได้กล่าวถึงในสิ่งที่ผมไม่รู้ จริงๆไม่ได้คิดว่าสำนักพิมพ์ไม่ดีครับแค่ผมไม่เคยมีประสบการณ์ก็เลยไม่รู้จะแนะนำยังไง

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      บางอย่างในกระทู้ที่คุณพูด เราว่าดีเลยนะ แต่จะไม่โอเคที่ไปแขวะบุคคลที่สามเสียมากกว่า อย่างพวกที่ใจรักเขียนไม่ถึง 50 ตอน ไม่จบ อันนั้นภาพกว้างที่คุณมอง? อันที่จริงคนเขียนจบก็มี แต่เป็นส่วนน้อย ทางนี้เข้าใจว่าเห็นได้ยาก อยากให้ลองพูดอื่น ๆ ดูนะคะ แบบไม่แขวะคนอื่น เพราะสายออนไลน์เอง ก็มีประเด็นไม่แพ้กัน แน่นอนว่าเราไม่คิดโจมตีใครขอไม่พูดถึงแล้วกัน


      อ่านมาทั้งหมดเนี่ย เรานับถือใจในการศึกษาจนทำให้งานเขียนขายได้เลย เพราะเราก็เคยแล้วคิดTOP 100 แน่นอนว่าเป็นช่วงใกล้นิยายจบ แล้วปล่อยจบ ทั้งที่หลายคนบอกว่า ทำแบบนั้นแบบนี้สิ นิยายจะได้ขึ้น TOP กระแสดี แต่เรายืนยันว่า นิยายมันจบก็ปล่อยจบไปเถอะ นิยายเราไม่ถึง 50 ตอนค่ะ แล้วเราก็ไม่เคยไต่อันดับไปถึงจุดนั้นได้อีก ถามว่ารู้สึกอะไรไหม? ก็ไม่นะคะ ไม่ใช่ว่าใจรักหรืออะไร พล็อตเรามีแค่นี้ ถ้ายืดไปจะเสียหมด ปัจจัยที่เขียนนิยายไม่จบมันมีหลายอย่างค่ะ อย่างเราเขียนจบแต่ช้ามาก แล้วเป็นงานอดิเรกที่ทำได้นานมากกว่า คิดหาเงินจากตรงนี้ไหม? คิดค่ะ แต่อยากรับผิดชอบมากกว่า ส่วนตัวทำงานประจำ ไม่ได้เขียน Full Time


      ทัศนคติ เงินแสนกับงานเขียนออนไลน์ของคุณ มันเป็นจริงได้เพราะมีปัจจัยหลายอย่างด้วย บางคนอาจไม่มีความพร้อมขนาดนั้น แต่การแบ่งปันของคุณไม่ผิดนะคะ ส่วนที่ว่าดีเราจะบอกว่าดีค่ะ ส่วนไม่ดีไม่ขอนำมาพูดต่อ อย่างที่บอกไปข้างต้น เราไม่โอเคแค่การแขวะ การแซะ ต่าง ๆ เท่านั้น ทุกวันนี้พวกสายผลิตเองก็ไม่เคยแซะพวกเขียนออนไลน์นะคะ ด้วยเราทำงานเหมือนกัน ไม่มีประโยชน์จะต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย แบบคุณก็เขียนงานของคุณไปสิ เราก็เขียนของเรา ไม่มานั่งแซะว่าคนนั้นคำผิด ขายดี ติดท๊อป คนอ่าน ทำไมเราบลา ๆ คือ มันเสียเวลาชีวิตค่ะ เอาเวลาไปพัฒนาตัวเองดีกว่า


      แล้วที่เป็นประเด็นเนี่ย มันมาจากตรงนี้ส่วนหนึ่งนะคะ ไม่ใช่แค่เรื่องขายฝันแบบ 300% ด้วยคุณทำได้อย่างที่พูด มีรายได้จริงจัง คือ การที่คุณมาตั้งกระทู้แล้วมีการพูดถึง ว่าเขียนไม่ถึง 50 ตอน ใจรัก1 ปีจะจบสักเรื่องไหม? 5 ปีเขียนได้กี่ตอน? แล้วก็มีประเด็นเนี่ย ลองมองว่า 'เขวี้ยงก้อนหินใส่คนอื่นก่อนแล้วคาดหวังว่าเขาจะโยนดอกไม้กลับมาเหรอคะ' นั่นแหละค่ะ คือสิ่งที่กลายเป็นประเด็น การเป็นนักเขียน ไม่ว่าจะสายไหนต้องระวังสักนิดก็ดีนะคะ ดราม่ามันเกิดง่ายค่ะ


      สุดท้าย ขอบคุณการแบ่งปันนี้นะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอบคุณที่มาแบ่งปันประสบการณ์นะคะ เราได้อ่านจนจบทั้งหมดเลย

      ตอนนี้กำลังแต่งเรื่องแรกอยู่ค่ะ อ่านแล้วมีไฟ มีกำลังใจเลย กระทู้นี้ของคุณ ตอบคำถามเราได้มากมายหลายประเด็น ขอบคุณมากจริงๆที่เปิดเผยอย่างไม่มีกั๊ก

      เรามีความฝันว่าในสักวันเราจะได้ทำงานเขียน เป็นงานประจำเช่นกันค่ะ
      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-13.png

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอบคุณมากที่มาแชร์ให้ฟังครับ ใจมาใจกลับไม่โกง (555)


      สารภาพตามตรงว่าเมื่อก่อนเคยรู้สึกดูถูกพวกนิยายติดท็อปอยู่เหมือนกัน เช่นว่าทำเพื่อเงินมั่งล่ะ คุณภาพแย่บ้างล่ะ แต่พักหลังมานี้ผมเริ่มรู้สึกว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ อย่างนักเขียนหลายๆคนทุ่มเทหนักมากกับการเขียนนิยายให้ออกมาดีแต่กลับแป๊ก แต่คนเขียนเล่นๆเอามันส์กลับได้ดิบได้ดีขึ้นไปเรื่อยๆกันซะงั้น มันทำให้ผมสงสัยว่าเป็นไปได้ไหม...ว่าตัวเองกำลังมีทัศนคติที่ผิด?


      - เวลาเราเห็นตัวร้ายในละครหรือในหนังมักจะเป็นพวกคนรวย

      - เวลาได้ยินว่าใครทำอะไรเพื่อเงิน ก็จะมีคนโผล่มาด่าว่าไร้อุดมการณ์

      - เวลาเกิดเรื่องอะไรไม่ยุติธรรม ก็จะมีคนบ่นกันว่าพวกคนรวยแม่มรอดหมด

      - เราได้ยินแต่เรื่องพวกนี้ตั้งแต่เด็ก...จนเผลอคิดว่า 'เงิน' คือสิ่งเลวร้ายอยู่หรือเปล่า?


      อย่างในวันที่สถานะครอบครัวตกต่ำถึงขีดสุดของสตีเวนคิง ถ้าเขาดันไม่ได้เงินค่าต้นฉบับจากเรื่องแคร์รี่มาช่วยเอาไว้ เราก็คงไม่มีวันได้ยินชื่อ 'ราชาแห่งนิยายสยองขวัญ' ในวันนี้


      มียูทูปเบอร์คนนึงที่ผมชอบชื่อซานแบรี่ พี่เขาเคยพูดประมาณว่า "ถ้าเราใช้เงินเพื่อหาความสุขใส่ตัว เราจะมีกำลังใจให้อยากทำคลิปต่อไปเรื่อยๆเว้ย" ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน ยังกะบอกว่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพื่อให้รวยกว่าเดิม แล้วพี่เขาก็ดูมีความสุขตลอดเวลาจริงๆ ในคลิปเป็นไงตัวจริงเป็นงั้น


      อะไรหลายๆอย่างรวมทั้งกระทู้นี้มันทำให้ผมกลับมานั่งคิด ว่าเป็นไปได้หรือเปล่าว่า...ผมกำลังพยายามเขียนให้มันดีเพื่อ 'อัตตา' ของตัวเอง? (พยายาม = ฝืนใจ = เหนื่อย) ผมเห็นหลายคนโปรโมทนิยายตัวเองโดยอ้างว่าไม่ใช่แนวนู้น แนวนั้น แนวนี้...ยังกะว่าหลีกเลี่ยงพวกนิยายขายดีที่ติด Top แทนที่จะบอกว่านิยายตัวเองเป็นแนวไหน แต่ถ้านิยาย Top มีคนซื้อ...ก็แปลว่าคนอ่านมีความสุขกับมันไม่ใช่เหรอ? มันเท่ากับว่าเป็นการทำ 'เพื่อคนอื่น' ด้วยไม่ใช่เหรอ?


      คนนึงพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ทำทุกอย่างให้ซับซ้อน ตั้งเงื่อนไขสารพัด...คนไม่อ่าน

      แต่อีกคนนึงปล่อยใจแบบเด็กๆ ใส่ทุกอย่างที่อยากเขียน แต่เขียนไม่หยุด...คนซื้อเพียบ

      สรุปแล้วเรากำลังเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับ 'เงิน' อยู่หรือเปล่า?


      นี่คือความคิดที่ตกตะกอนหลังจากผมอ่านกระทู้นี้ครับ ขอบคุณมากๆ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #6-1

        ที่จริงคนอ่านนิยายก็แค่อยากได้ความสนุกเท่านั้นแหละค่ะ เราเชื่อว่าคนอ่านทุกคนเขาฉลาดที่จะเลือกเสพในสิ่งที่เจาะใจของเขาได้

        คนเขียนหลายคนเหยียดว่าคนอ่านชอบอ่านแนวเด็กเบียว ไร้สมอง บลาๆมากมายที่เราเห็นแล้วก็ว่าแรงมากในกลุ่ม ซึ่งมันน่าเศร้านะ คนอ่านก็คน เขารู้แหละว่าตัวเองกำลังอ่านอะไร แต่เขามีสิทธิ์ที่เลือกในสิ่งที่เข้าถึงจิตใจของเขาและสนุกตอนอ่าน ดังนั้นถึงนิยายติดท๊อปจะดูบ้าบอในสายตาคนเขียนขี้จับผิด แต่มันเจาะใจคนส่วนใหญ่ได้ //กระแสและดวงก็มีผลแหละ ใครเขียนก่อนก็กอบโกยได้ก่อนมันคือเรื่องปกติในทุกๆตลาด

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คือเนื้อหากระทู้จะบอกว่าการเขียนนิยายทำเงินได้มากถ้าเราศึกษาลูกค้าและคนที่ประสบความสำเร็จแล้วทำตาม ถึงไม่เก่งด้านการเขียนก็กำเงินหมื่นได้ทุกเดือน และมีหลักฐาน

      แต่เราไม่เข้าใจกับกระทู้นี้มาก คือเหมือนไปเฟลอะไรมาแล้วต้องการเรียกความมั่นใจ เป็นกำลังใจให้แล้วกันครับ จงเป็นอย่างแบทแมนในจักรวาล DC https://image.dek-d.com/27/0733/2441/129114065

      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมเข้าใจคุณนะ เพราะผมก็อยู่ในเหตุการณ์นั้น พอดีมีโทรลตัวนึงดูถูกนักเขียนนิยายออนไลน์ อ้างว่าเขียนตามกระแสเพื่อให้ตัวเองดูดี และนิยายที่เขียนตามกระแสจะไร้คุณภาพในที่สุด


      ถามว่าถ้าผมเจอแบบนี้ผมขึ้นไหม ผมขึ้นนะ เพราะแต่งนิยายตามกระแสแล้วมันยังไง ถ้าไร้ฝีมือมันก็แต่งไม่จบ แล้วก็เงียบหาย ดังนั้นคุณเลยพิสูจน์ให้ดูว่านิยายออนไลน์ ถ้าเขียนด้วยใจรัก ความขยัน ต่อให้เขียนตามแนวหรือกระแสยังไงมันก็ขายได้


      และสุดท้ายเมื่อฝีมือเรามีจนถึงระดับหนึ่ง "เงิน" จะตามมา ไม่มีนักเขียนยอดฝีมือคนไหน ไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับงานเขียน นั่นคือสิ่งที่คุณจะสื่อใช่มั้ยครับ เพราะถ้าเราเก่งจริง "เงิน" จะตามมาเอง



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เป็นแรงบันดาลใจที่ดีมากครับ​ ส่วนตัวผมก็พึ่งจะเริ่มเหมือนกัน​ แต่ตอนยังน้อยและคนติดตามก็น้อยอยู่เช่นกัน​ แต่ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควรที่ขึ้นไปติดTOP2ของโหมดออนไลน์ได้​ (สิ้นเดือนคงย้ายไปโหมดแฟนตาซีเพราะความเป็นเกมมันน้อยไปหน่อย)​


      ตั้งใจไว้ว่าอยากจะสะสมจำนวนตอนให้มากซัก50​ 60​ ตอนก่อนแล้วค่อยรวมแพ็คขาย


      ซึ่งความฝันผมก็คือ​ การออกจากงานประจำเพื่อกลับไปดูแลพ่อที่ป่วยจนเดินไม่ไหวที่ต่างจังหวัด​ แต่เพราะงานประจำมันคือรายได้ที่เรามีทางเดียว​ ถ้าทำได้แบบ​ จขกท นะ​ ผมจะไม่รีรอเลยที่จะกลับบ้านไปดูแลท่าน​ ทุกวันนี้ก็ใช้พลังตรงนี้เป็นการขับเคลื่อนแรงใจให้ตัวเองอยู่แล้ว​ แต่พอเห็นลู่ทางชัดๆว่ามันสามารถทำได้นะ​ กำลังใจมาเต็มเลยครับ​ ขอบคุณ​มากๆที่มาแบ่งปันให้กัน​ แต่ด้วยสำนวนและวิธีอธิบายแล้วผมนี่ปูเสื่อรอเลยครับ5555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่วิธีการอธิบายของจกท.ก็ดึงดราม่าได้ดีเหมือนกัน

      ไม่รู้นะว่านอกเรื่องรึเปล่า สำหรับเราถ้าคิดจะเขียนนิยายหาเงิน นอกจาก-เทคนิคที่ว่ามาแล้ว ความขยันอย่างเดียวไม่ช่วยอะ ต้องมีฝีมือด้วย ถ้าเขียนห่วยต่อให้ขยันคนก็ไม่ตามอ่านหรอก

      ถ้ามีแค่ขยันก็ต้องขยันให้ตลอด เพราะทันทีที่หยุดขยันคนอ่านคนเม้นท์ก็หายทันทีเพราะนิยายมันไม่ดึงดูด ไม่ทำให้คนอ่านรักหรืออยากติดตามแม้ว่าจะหายไปนาน

      เพราะฉะนั้นนอกจากขยันก็ต้องหาทางพัฒนาฝีมือของตัวเองด้วย และถ้ามันดีจริงต่อให้หายไปเป็นเดือนยังไงคนก็ยังติดตามอ่านเรื่องนั้นอยู่ดี

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #10-1

        ฝีมือมันมาพร้อมกับความขยันครับ วิธีการเรียนรู้ในการเขียนที่ดีที่สุดคือการลงมือเขียน ถ้าขยัน มันหมายความว่ามเราต้องขยันอ่าน ขยันหาข้อมูล ขยันเปรียบเทียบ เมื่อเราทำอย่างเป็นประจำ ไม่เกินสามเดือน เก่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย ปัจจัยแรกคือขยัน เขียนได้ทุกวันยิ่งดี

        ถ้าคุณได้อ่านนิยายที่เคย ติด top ขายดีแล้วเมื่อก่อนๆแล้ว คุณจะต้องไม่พูดแบบนี้ ที่ผมพิมพ์อธิบายบอกไปว่าต้องแปลไทยเป็นไทย มันคือเรื่องจริง คืออ่านแล้วต้องแปลไทยอีกที แต่มันขายได้เพราะเขาลงวันละ 3-4ตอน ติดต่อกันเป็นเดือนๆ พอลงเยอะมันก็ติดอันดับ พอติดอันดับมันก็มีคนอื่น พอมีคนอ่านมันก็ขายได้ นี่เรื่องจริงครับ พลอตมันก็พลอตตลาดทั่วไปนั่นแหละ

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอบคุณที่มาแชร์ประสบการณ์อันมีค่านี้ให้ฟังนะฮะ

      เราชอบอ่านอะไรเกี่ยวกับประสบการณ์ตรงแบบนี้มากเลย :)

      อ่านแล้วได้รู้ถึงความพยายามที่จขกท.ได้ผ่านอะไร ๆ มา เทคนิคต่าง ๆ ในการไปสู่จุดติดท็อป และ การขายทำรายได้ สุดยอดเลยอ่ะ ยกนิ้วให้เลยฮับ


      ปล.เป็นคนหนึ่งที่เคยอ่านนิยายติดท็อป ได้ลองศึกษาหาอ่านดูแล้วก็ แต่ไม่ใช่ทางเราเท่าไหร่อีกอย่างเรามีนิยายเล่มที่ดองไว้เยอะด้วยเลยจำเป็นต้องอ่านเป็นแนวรูปเล่ม ซึ่งพอมาลองหาอ่านบนเว็บเลยไม่ชินซะงั้น ทั้งภาษา สำนวน พล็อต ความสมเหตุสมผล จะมีน้อยเรื่องมาก ๆ ที่ถูกใจเราจริง ๆ ซึ่งคนอื่นเขาก็รอซื้อ รอเมนท์ รอติดตามกันเยอะแยะไปนะฮะ แต่แค่ตัวเราแค่ไม่อินเหมือนพวกเขาเท่านั้นเอง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอแสดงความชื่นชมในความสำเร็จครับ และขอบคุณที่ใจดีแชร์ข้อมูลส่วนตัวขนาดนี้ (เรื่องรายได้นี่ผมถือเป็นเรื่องอ่อนไหวมาก)



      ปล. แต่น่าจะเซ็นเซอร์ชื่อตัวเองหน่อยนะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเห็นด้วยกับคุณเลยค่ะ เราเขียนนิยายมานาน พัฒนาตัวเองสม่ำเสมอ เขียนตรงตลาดบ้าง เขียนตามใจตัวเองบ้าง แต่ไม่เคยเขียนอะไรที่ไม่ผ่านการคัดกรองก่อนเผยแพร่ เราลงขายเรื่องสั้นเรื่องนึงในเมบ ลงเล่น ๆ ไม่โปรโมทอะไรเลย ไม่แชร์ลงเฟส ไม่แชร์ลงกลุ่ม ตอนแรกคิดว่าจะมีคนซื้อไหม ไป ๆ มา ๆ ตอนนี้เรื่องนั้นติดสายสะพาย ได้เบสท์เซลเลอร์เรียบร้อยแล้วค่ะ


      กับนิยายอีกเรื่องที่ลงออนไลน์ได้ไม่ถึง 30% ของเรื่อง มีนักอ่านมาถามแล้วค่ะว่าจะลงอีบุ๊กมั้ย เราขอแสดงความเห็นในแง่ของหลักการและเหตุผลนะคะ นิยายคือความบันเทิงชนิดหนึ่ง เขาเสพเพื่อความบันเทิงค่ะ เขียนถูกจริตนักอ่านเขาก็พร้อมซื้อค่ะ เสน่ห์ของการเป็นนักเขียนก็เหมือนกับเสน่ห์ของจิตรกร ศิลปินแหละค่ะ ไม่มีนักเขียนคนไหนที่มาซ้ำรอยกันได้ ทุกคนมีสไตล์การเขียนเป็นของตัวเองทั้งนั้น ที่สำคัญคือไม่ว่าจะเขียนนิยายออกมาแบบไหน ย่อมมีคนมาอ่านแน่นอนถ้าหากว่าลงออนไลน์ไม่ได้เก็บไว้กับตัวเอง เป็นนักเขียนก็เหมือนก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นค่ะ ไปเรื่อย ๆ สะสมไปเรื่อย ๆ ท้อก็พัก แต่อย่าทิ้ง ทุกอย่างต้องมีการสะสมทั้งนั้นค่ะ ใช้เวลา ไปช้า ๆ แต่สักวันจะเห็นผลเอง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็เขียนมา3-4ปี แต่ยังไม่จบสักเรื่องเลยเกือบ20เรื่องเลย ไม่จบแล้วเปิดใหม่ตลอด ราวกับเต้พระราม7ที่ชอบเปิดตลอด


      อยากจะจบสักเรื่องเหมือนกัน อยากลองขายดู แต่สิ่งที่ทำไม่ได้ตอนนี้คือ... เขียนได้น้อยมากต่อวัน ยังไม่ปิดได้สักที อยากติดลมบนแล้วเขียนได้มากๆเหมือนกัน //แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง การดำเนินชีวิต จิตใจ ข้ออ้างต่างๆนาๆ ที่ทำให้เขียนไม่ได้มากเช่นนั้น //แต่ถึงอย่างนั้นเราก็อยากเขียนจบนะ อยากลองขายดู คุณอาจเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ ที่ทำให้เราอยากเข็นมันออกมาขายไวๆก็ได้ อยากมีเงินหมื่นเงินแสนด้วยงานเขียนเช่นกัน...



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ค่ะ เราเป็นนักเขียนหน้าใหม่ จะพยายามไปให้ได้อย่างคุณ สู้ สู้ (บอกตัวเอง)

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป