|
ยะฮู้ๆๆ... ในที่สุดวันวาเลนไทน์ก็มาถึงเสียที แอบหวังเล็กๆ ว่าจะมีสาวๆ แอบเอาของขวัญมาให้บ้าง แหะๆ แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเนอะ เพราะวันวาเลนไทน์ก็แค่วันๆหนึ่งนี่นา (ปลอบใจตัวเองซะงั้นเลยเรา ) ... โดยเหตุการณ์การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น เกิดจากการล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส โดยก่อนหน้าปี 2466 ไทยก็เสียดินแดนให้กับฝรั่งเศสไปถึงสามครั้งแล้ว ได้แก่ ครั้งที่ 1 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ใน พ.ศ. 2410 ไทยเสียเขมรส่วนนอกและเกาะอีก ๖ เกาะ ให้แก่ฝรั่งเศส นับเป็นการเสียดินแดนครั้งแรกในรัชกาลของพระองค์ในสมัยรัชกาลที่ 5 เสียดินแดนทั้งหมด 4 ครั้ง คือครั้งที่ 2 พ.ศ. 2431หลังจากที่ไทยได้ปราบพวกฮ่อเรียบร้อยแล้วใน พ.ศ. 2428 ในปีต่อมาฝรั่งเศสเข้ามาขอทำสัญญากับไทย ตั้งศาลกงสุลที่นครหลวงพระบาง และตั้งให้ ม. ปาวีร์ เป็นกงสุล ใน พ.ศ.2430 พวงฮ่อได้เข้ามาปล้นเมืองหลวงพระบางอีก แต่ไทยก็ปราบฮ่อได้อีก ซึ่งครั้งนี้ ม. ปาวีร์ ตกอยู่ในอันตราย ซึ่งไทยช่วยให้รอดชีวิตมาได้ การปราบฮ่อทุกครั้งฝรั่งเศสไม่เคยช่วยเลย แต่เมื่อไทยปราบฮ่อเสร็จแล้วฝรั่งเศสกลับมายึดเอาแคว้นสิบสองจุไทยและหัวพันทั้งห้าทั้งหกไว้ โดยอ้างว่าเอาไว้เป็นกำลังปราบฮ่อ ไทยจะเจรจาอย่างไรฝรั่งเศสไม่ยอมถอยทัพกลับ ฉะนั้นใน พ.ศ. 2431 แคว้นสิบสองจุไทยจึงตกเป็นของฝรั่งเศส
ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) ฝรั่งเศสแต่งตั้ง ม. ปาวีร์ เป็นอัคราชทูตฝรั่งเศสประจำกรุงเทพ ฯ ในระหว่างนี้ฝรั่งเศสอ้างสิทธิว่าดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเดิมเป็นของญวนและเขมร ดังนั้นฝรั่งเศสควรมีสิทธิครอบครองดินแดนนี้ด้วย และในการปักปันเขตแดนนี้ฝรั่งเศสได้ถือโอกาสเอาแม่น้ำโขงเป็นหลัก ไทยเราไม่ยอม ฝรั่งเศสส่งทหารญวนลุกล้ำเข้ามาจึงเกิดการปะทะกับทหารไทยที่รักษาดินแดนอยู่ และยังได้ส่งเรือนำร่องมาจากพนมเปญมาตามลำน้ำโขง เกิดปะทะกับฝ่ายไทยและต่อมาไม่นานก็ได้ส่งเรือรบ 2 ลำ ใน พ.ศ. 2436 เข้ามาในอ่าวไทยโดยอาศัยเรือสินค้าเป็นเรือนำร่อง เจ้าหน้าที่ไทยที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ ส่งสัญญาณห้ามให้หยุดไม่เป็นผล จึงยิงลูกหลอกขู่ ฝรั่งเศสได้ระดมยิงเรือไทย คือเรือมกุฎราชกุมารของไทยเสียหาย ส่วนเรือนำร่องของฝรั่งเศสถูกยิงชำรุด แต่เรือรบ 2 ลำ คือเรือแองคองสตังต์และเรือโคเมตได้แล่นสู่กรุงเทพ ฯ จอดหน้าสถานทูตฝรั่งเศส ม. ปาวีร์ ได้ยื่นคำขาดให้ตอบภายใน ๔๘ ชั่วโมง ดังนี้คือ 1. ให้ไทยยอมรับว่าดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ตลอดทั้งเกาะต่าง ๆ ในลำน้ำโขงเป็นของฝรั่งเศสทั้งสิ้น และไทยถูกบังคับให้ถอนทหารชายแดนทั้งหมด 2. เสียค่าปรับ ค่าทำขวัญแก่ฝรั่งเศส เป็นเงินไทยประมาณ 3 ล้านบาท และเงินฝรั่งเศส 2 ล้านฟรังก์ ไทยขอให้เสนอมหาประเทศพิจารณา ถ้าฝรั่งเศสมีหลักฐานอ้างอิงได้ว่าดินแดนแถบนี้เป็นของญวนและเขมรก็จะยอมยกให้ ฝรั่งเศสไม่ยอมและพร้อมกันนี้ก็ประกาศปิดอ่าวไทย เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 ไทยต้องยอมทำตามคำขาดของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2436 ต่อมา ฝรั่งเศสได้ยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกันอีกเป็นเวลา 10 ปี แต่เมื่อไทยได้ปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วนแล้ว ฝรั่งเศสก็ไม่ยอมถอนทหารจากจันทบุรี จันทบุรีเป็นดินแดนสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ฉะนั้น ไทยต้องทำสัญญากับฝรั่งเศสอีก 2 ฉบับฉบับที่ 1 ใน พ.ศ.2445 ไทยยอมทำสัญญาแลกเปลี่ยนยอมยกเมืองจำปาศักดิ์ มโนไพร ให้แก่ฝรั่งเศส โดยฝรั่งเศสจะยอมยกออกจากเมืองจันทบุรี แต่แล้วฝรั่งเศสก็ไม่ยอมถอนทหารจากจันทบุรีฉบับที่ 2 ใน พ.ศ. 2446 ไทยต้องทำสัญญาอีก กำหนดเขตแดนระหว่างไทยกับเขมรโดยใช้ภูเขาบรรทัดเป็นหลัก และยกดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงตรงข้ามเมืองหลวงพระบางให้แก่ฝรั่งเศส และให้ฝรั่งเศสเช่าที่ทำท่าเรือที่หนองคาย มุกดาหาร และปากน้ำมูลได้
สัญญาฉบับที่ 2 ในปี 2446 นี้เอง ไทยต้องสูญเสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงไปอีก ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2466 นับได้ว่า เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ก่อนจะเป็นวันแห่งความรัก ที่คนไทยมิอาจลืมเลือนได้เลยจริงๆและหลังจาก 13 กุมภาพันธ์ 2446 ไทยเราก็ต้องสูญเสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศสอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นคร้งสุดท้าย ในปี 2449 โดยเสียพระตะบอง เสียมราฐ และ ศรีโสภณ สรุปการเสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศส ครั้งที่ ปี พ.ศ. เสียดินแดน ประมาณเนื้อที่ 1 2410 เสียส่วนใหญ่ของประเทศเขมรและเกาะ 6 เกาะ 124,000 ตร.กม. 2 2431 เสียแคว้นสิบสองจุไทย 87,000 ตร.กม. 3 2436 เสียฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง 243,000 ตร.กม. 4 2446 เสียฝั่งขวาแม่น้ำโขง 62,500 ตร.กม. 5 2449 เสียจังหวัดพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ 51,000 ตร.กม.
เป็นไงบ้างครับ กับเรื่องราวของ before valentine ที่คนไทยมิอาจลืมเลือนได้ ที่พี่ปอนำมาฝากกัน...พี่ปอหวังว่าหลังจากที่น้องๆได้อ่านแล้ว คงจะเกิดข้อคิดและ ทำให้เรารักชาติบ้านเมืองของเรามากขึ้นนะครับ ดังนั้น พี่ปอว่า เรามาถือโอกาส วันแห่งความรัก มามอบความรักให้แก่ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา นอกเหนือจากการที่จะมอบความรักให้แก่คนที่เรารัก กันดีกว่านะ "รักเธอ....ประเทศไทย" พี่ปอขอขอบคุณต้นเรื่องจาก - สถานีโทรทัศน์ช่อง7สี (ที่ทำให้พี่ปอนึกถึง before valentine วันนี้ได้) |


51 ความคิดเห็น
เมื่อวานวันเกิดด้วยอ่า แงๆ เรื่องนี้พิ่งเรียนมาสดๆร้อนๆเลย
อาจารย์บอกว่า เรียนแล้วจะโคตรเกลียดประเทศฝรั่งเศสเลย
แบบบางอย่างคือ เอาด้วยเล่ห์ เอาด้วยกล เอาด้วยมนต์อะไรแบบนี้
แต่ก็ต้องขอบคุณพระมหากษัตริย์ไทยที่ยังรักษาดินแดนไว้ให้ได้อยู่อาศัยในปัจจุบัน
เห็นด้วยกับ คห. 2 ที่ซู้ดดดดดดดดดดดดด
เห็นว่าประเทศไทยยังไม่เสียดินแดนนี่ใหญ่มากเลยอ่ะ
กินพื้นที่แถบคาบสมุทรนี้เกือบหมด
เศร้าจัง
ฝรั่งเศส......
รร.เรามันอยุ่เครือของฝรั่งเศสนี่หว่า = =*
กำๆๆๆๆ
เคยมีทหารมาที่ ร.ร. เราอ่ะ
อบรมเรื่องยาเสพติพ แต่ตอนหลังๆ เค้าเหมือนจะปลูกฝังความรักชาติ(มีแถมๆ^^)
เค้าให้พวกเราดู การเสียดินแดนประเทศไทย ทั้งหมด 14 ครั้งมั้ง(ถ้าจำไม่ผิดนะคะ*3*)
แล้วเป็น สไลด์ ดูแต่ละครั้ง แบบ เสียเยอะมากเลย เดี๋ยวแหว่งๆ *-*
เราว่านะ ที่หายไป ก็เกือบๆเท่าประเทศไทยปัจจุบันนี้เลยอ่ะT T
ทำให้เราและเพื่อนๆ ฮึกเหิมมาก 555+ แอบแค้นๆ - -
ครั้งที่ 14 ก็เขาพระวิหารอ่ะ ร.๙
เฮ้ออออ ~~ ตอนนี้ เราก็ต้องรักกันไว้ให้มากๆ^^
(ถ้าภาคใต้โดนโจรใต้เอาไป ก็.....เศร้าเลยT T แต่ไม่มีทางหรอก เนอะ!?)
โห
บีฟอร์วาเลนไทน์ของแท้เลยนะ
รักไทยๆๆ
ค.ห. 1...
โรงเรียนเดียวกันรึเปล่าเรา = =?
รักประเทศไทย ....
ประเทศที่ใครๆก็อยากมาอยู่ ^^
คนไทยรักกัน อย่าตีกันเล๊ยยย...
นึกถึงความลำบากยากเย็นของบรรพบุรุษ...แล้วเสียดาย
:)
ให้กับประเทศ อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน ลาว พม่า เขมร นะคะ แต่ประเทศละกี่ครั้งมิอาจจำ -.-
แล้วครั้งที่ ๑๔ ก็คือ เขาพระวิหารนิคะ ... ซึ่งที่เป็นของฝ่ายนู้นก็เพราะว่า..(เอาที่ครูเล่ามานะคะ)
เพราะแต่ก่อนไทยเราเป็นประเทศใจดีค่ะ ไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องดินแดนว่าจะต้องเป๊ะ ๆๆๆ
ปรากฏว่าฝรั่งเศสเค้าชิงเขียนแผนที่ก่อนไงคะ ... เค้าก็เลยได้เปรียบ เอาอะไรก็ใส่เข้าไป
จึงทำให้ไทยมาเสียรู้ทีหลัง .... นั่นแหละค่ะ ที่รู้มา
อ่า...เราเรียนสายอังกฤษ-ฝรั่งเศสค่ะ ถามว่าเรียนทำไม เค้าไม่ดีกะประเทศเรา
เราเรียนเพื่อจะได้รู้ทันไงคะ ว่าเค้าคิดอะไร เค้าพูดยังไง จะได้ไม่เสียเปรียบ เวลาไปต่อรอง อิอิ ^O^
เสียดายเนอะ
เกลียดฝรั่งเศสแล้ว T0T
เสียไปแล้วก็ให้มันเสียไป ดำรงรักษาที่มีอยู่ไว้ให้ดีดีกว่า
เห้ย
คห.1,9,12,13
ร.ร.เดียวกันกะเรา-[]-
ไม่ชอบเลย
I ♥ THAILAND