before valentine...เหตุการณ์ที่คนไทยมิอาจลืม

  

 

      ยะฮู้ๆๆ... ในที่สุดวันวาเลนไทน์ก็มาถึงเสียที แอบหวังเล็กๆ ว่าจะมีสาวๆ แอบเอาของขวัญมาให้บ้าง แหะๆ แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเนอะ เพราะวันวาเลนไทน์ก็แค่วันๆหนึ่งนี่นา (ปลอบใจตัวเองซะงั้นเลยเรา ) ...
      ไหนๆ ก็มาถึงวันวาเลนไทน์แล้ว พี่ปอขอกล่าวถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์
14 กุมภา กันดีกว่า แต่เรื่องราวที่พี่ปอนำมาฝากนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวาเลนไทน์โดยตรงนะ แต่มันคือ before valentine ...ไม่ใช่หนังที่กำลังฉายอยู่ตอนนี้นะ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.. 2446 ที่คนไทยทั้งประเทศมิอาจลืมเลือนได้...เพราะมันคือ วันที่เราต้องเสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศส เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ก่อน 14
กุมภา วันแห่งความรัก

     โดยเหตุการณ์การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น เกิดจากการล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส โดยก่อนหน้าปี 2466 ไทยก็เสียดินแดนให้กับฝรั่งเศสไปถึงสามครั้งแล้ว ได้แก่

      ครั้งที่ 1

     ในสมัยรัชกาลที่ 4 ใน พ.ศ. 2410 ไทยเสียเขมรส่วนนอกและเกาะอีก ๖ เกาะ ให้แก่ฝรั่งเศส นับเป็นการเสียดินแดนครั้งแรกในรัชกาลของพระองค์

     ในสมัยรัชกาลที่ 5 เสียดินแดนทั้งหมด 4 ครั้ง คือ

     ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2431

     หลังจากที่ไทยได้ปราบพวกฮ่อเรียบร้อยแล้วใน พ.ศ. 2428 ในปีต่อมาฝรั่งเศสเข้ามาขอทำสัญญากับไทย ตั้งศาลกงสุลที่นครหลวงพระบาง และตั้งให้ ม. ปาวีร์ เป็นกงสุล ใน พ.ศ.2430 พวงฮ่อได้เข้ามาปล้นเมืองหลวงพระบางอีก แต่ไทยก็ปราบฮ่อได้อีก ซึ่งครั้งนี้ ม. ปาวีร์ ตกอยู่ในอันตราย ซึ่งไทยช่วยให้รอดชีวิตมาได้ การปราบฮ่อทุกครั้งฝรั่งเศสไม่เคยช่วยเลย แต่เมื่อไทยปราบฮ่อเสร็จแล้วฝรั่งเศสกลับมายึดเอาแคว้นสิบสองจุไทยและหัวพันทั้งห้าทั้งหกไว้ โดยอ้างว่าเอาไว้เป็นกำลังปราบฮ่อ ไทยจะเจรจาอย่างไรฝรั่งเศสไม่ยอมถอยทัพกลับ ฉะนั้นใน พ.ศ. 2431 แคว้นสิบสองจุไทยจึงตกเป็นของฝรั่งเศส

     ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112)

     ฝรั่งเศสแต่งตั้ง ม. ปาวีร์ เป็นอัคราชทูตฝรั่งเศสประจำกรุงเทพ ฯ ในระหว่างนี้ฝรั่งเศสอ้างสิทธิว่าดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเดิมเป็นของญวนและเขมร ดังนั้นฝรั่งเศสควรมีสิทธิครอบครองดินแดนนี้ด้วย และในการปักปันเขตแดนนี้ฝรั่งเศสได้ถือโอกาสเอาแม่น้ำโขงเป็นหลัก ไทยเราไม่ยอม ฝรั่งเศสส่งทหารญวนลุกล้ำเข้ามาจึงเกิดการปะทะกับทหารไทยที่รักษาดินแดนอยู่ และยังได้ส่งเรือนำร่องมาจากพนมเปญมาตามลำน้ำโขง เกิดปะทะกับฝ่ายไทยและต่อมาไม่นานก็ได้ส่งเรือรบ 2 ลำ ใน พ.ศ. 2436 เข้ามาในอ่าวไทยโดยอาศัยเรือสินค้าเป็นเรือนำร่อง เจ้าหน้าที่ไทยที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ ส่งสัญญาณห้ามให้หยุดไม่เป็นผล จึงยิงลูกหลอกขู่ ฝรั่งเศสได้ระดมยิงเรือไทย คือเรือมกุฎราชกุมารของไทยเสียหาย ส่วนเรือนำร่องของฝรั่งเศสถูกยิงชำรุด แต่เรือรบ 2 ลำ คือเรือแองคองสตังต์และเรือโคเมตได้แล่นสู่กรุงเทพ ฯ จอดหน้าสถานทูตฝรั่งเศส ม. ปาวีร์ ได้ยื่นคำขาดให้ตอบภายใน ๔๘ ชั่วโมง ดังนี้คือ

      1. ให้ไทยยอมรับว่าดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ตลอดทั้งเกาะต่าง ๆ ในลำน้ำโขงเป็นของฝรั่งเศสทั้งสิ้น และไทยถูกบังคับให้ถอนทหารชายแดนทั้งหมด

    2. เสียค่าปรับ ค่าทำขวัญแก่ฝรั่งเศส เป็นเงินไทยประมาณ 3 ล้านบาท และเงินฝรั่งเศส 2 ล้านฟรังก์

     ไทยขอให้เสนอมหาประเทศพิจารณา ถ้าฝรั่งเศสมีหลักฐานอ้างอิงได้ว่าดินแดนแถบนี้เป็นของญวนและเขมรก็จะยอมยกให้ ฝรั่งเศสไม่ยอมและพร้อมกันนี้ก็ประกาศปิดอ่าวไทย เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 ไทยต้องยอมทำตามคำขาดของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2436

     ต่อมา ฝรั่งเศสได้ยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกันอีกเป็นเวลา 10 ปี แต่เมื่อไทยได้ปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วนแล้ว ฝรั่งเศสก็ไม่ยอมถอนทหารจากจันทบุรี จันทบุรีเป็นดินแดนสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ฉะนั้น ไทยต้องทำสัญญากับฝรั่งเศสอีก 2 ฉบับ

     ฉบับที่ 1 ใน พ.ศ.2445 ไทยยอมทำสัญญาแลกเปลี่ยนยอมยกเมืองจำปาศักดิ์ มโนไพร ให้แก่ฝรั่งเศส โดยฝรั่งเศสจะยอมยกออกจากเมืองจันทบุรี แต่แล้วฝรั่งเศสก็ไม่ยอมถอนทหารจากจันทบุรี

     ฉบับที่ 2 ใน พ.ศ. 2446 ไทยต้องทำสัญญาอีก กำหนดเขตแดนระหว่างไทยกับเขมรโดยใช้ภูเขาบรรทัดเป็นหลัก และยกดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงตรงข้ามเมืองหลวงพระบางให้แก่ฝรั่งเศส และให้ฝรั่งเศสเช่าที่ทำท่าเรือที่หนองคาย มุกดาหาร และปากน้ำมูลได้

 

     สัญญาฉบับที่ 2 ในปี 2446 นี้เอง ไทยต้องสูญเสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงไปอีก ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2466 นับได้ว่า เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ก่อนจะเป็นวันแห่งความรัก ที่คนไทยมิอาจลืมเลือนได้เลยจริงๆ

     และหลังจาก 13 กุมภาพันธ์ 2446 ไทยเราก็ต้องสูญเสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศสอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นคร้งสุดท้าย ในปี 2449 โดยเสียพระตะบอง เสียมราฐ และ ศรีโสภณ

     สรุปการเสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศส

     ครั้งที่ ปี พ.ศ.                เสียดินแดน                                                     ประมาณเนื้อที่

      1     2410         เสียส่วนใหญ่ของประเทศเขมรและเกาะ 6 เกาะ      124,000 ตร.กม.

      2      2431        เสียแคว้นสิบสองจุไทย                                           87,000 ตร.กม.

      3     2436        เสียฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง                                              243,000 ตร.กม.

      4     2446        เสียฝั่งขวาแม่น้ำโขง                                              62,500 ตร.กม.

      5     2449        เสียจังหวัดพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ          51,000 ตร.กม.

      เป็นไงบ้างครับ กับเรื่องราวของ before valentine ที่คนไทยมิอาจลืมเลือนได้ ที่พี่ปอนำมาฝากกัน...พี่ปอหวังว่าหลังจากที่น้องๆได้อ่านแล้ว คงจะเกิดข้อคิดและ ทำให้เรารักชาติบ้านเมืองของเรามากขึ้นนะครับ ดังนั้น พี่ปอว่า เรามาถือโอกาส วันแห่งความรัก มามอบความรักให้แก่ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา นอกเหนือจากการที่จะมอบความรักให้แก่คนที่เรารัก กันดีกว่านะ

                                                                     "รักเธอ....ประเทศไทย"

      พี่ปอขอขอบคุณต้นเรื่องจาก

      - สถานีโทรทัศน์ช่อง7สี (ที่ทำให้พี่ปอนึกถึง before valentine วันนี้ได้)

     - http://www.search-thais.com

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

51 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
Moon and Star Member 14 ก.พ. 52 13:13 น. 2

เมื่อวานวันเกิดด้วยอ่า แงๆ เรื่องนี้พิ่งเรียนมาสดๆร้อนๆเลย

อาจารย์บอกว่า เรียนแล้วจะโคตรเกลียดประเทศฝรั่งเศสเลย

แบบบางอย่างคือ เอาด้วยเล่ห์ เอาด้วยกล เอาด้วยมนต์อะไรแบบนี้

แต่ก็ต้องขอบคุณพระมหากษัตริย์ไทยที่ยังรักษาดินแดนไว้ให้ได้อยู่อาศัยในปัจจุบัน

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ypsakura Member 14 ก.พ. 52 14:05 น. 4

เห็นว่าประเทศไทยยังไม่เสียดินแดนนี่ใหญ่มากเลยอ่ะ

กินพื้นที่แถบคาบสมุทรนี้เกือบหมด

เศร้าจัง

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
+!keicha!+ Member 14 ก.พ. 52 15:18 น. 7

เคยมีทหารมาที่ ร.ร. เราอ่ะ

อบรมเรื่องยาเสพติพ แต่ตอนหลังๆ เค้าเหมือนจะปลูกฝังความรักชาติ(มีแถมๆ^^)

เค้าให้พวกเราดู การเสียดินแดนประเทศไทย ทั้งหมด 14 ครั้งมั้ง(ถ้าจำไม่ผิดนะคะ*3*)

แล้วเป็น สไลด์ ดูแต่ละครั้ง แบบ เสียเยอะมากเลย เดี๋ยวแหว่งๆ *-*

เราว่านะ ที่หายไป ก็เกือบๆเท่าประเทศไทยปัจจุบันนี้เลยอ่ะT T

ทำให้เราและเพื่อนๆ ฮึกเหิมมาก 555+  แอบแค้นๆ - -

ครั้งที่ 14 ก็เขาพระวิหารอ่ะ ร.๙

เฮ้ออออ ~~ ตอนนี้ เราก็ต้องรักกันไว้ให้มากๆ^^

(ถ้าภาคใต้โดนโจรใต้เอาไป ก็.....เศร้าเลยT T แต่ไม่มีทางหรอก เนอะ!?)

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
amuseii 14 ก.พ. 52 17:53 น. 10
รศ112 รึป่าวหว่า???

รักประเทศไทย ....

ประเทศที่ใครๆก็อยากมาอยู่ ^^

คนไทยรักกัน อย่าตีกันเล๊ยยย...

นึกถึงความลำบากยากเย็นของบรรพบุรุษ...แล้วเสียดาย

:)
0
กำลังโหลด
แมวน้อยติดปีก Member 14 ก.พ. 52 18:06 น. 11
วันที่ ๑๓ วันเกิดหนูด้วย รู้สึกเคยอ่านในเน็ต มันมีบอกว่าเป็นวันที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ด้วยอ่ะ (ถ้าจำไม่ผิด แต่รู้สึกว่าเกี่ยวกะสงครามโลกนี่แหละ) เหอๆ ตกลงเลข ๑๓ มันเป็นลักกี้นัมเบอร์หรือเลขซวยนิ (ปีนี้ตรงกับวันศุกร์อีก เหอๆ)
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แก้ม 14 ก.พ. 52 19:18 น. 14
เท่าที่เรารู้ค่ะ ... ทั้งหมดเสียไป ๑๔ ครั้ง

ให้กับประเทศ อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน ลาว พม่า เขมร นะคะ แต่ประเทศละกี่ครั้งมิอาจจำ -.-

แล้วครั้งที่ ๑๔ ก็คือ เขาพระวิหารนิคะ ... ซึ่งที่เป็นของฝ่ายนู้นก็เพราะว่า..(เอาที่ครูเล่ามานะคะ)

เพราะแต่ก่อนไทยเราเป็นประเทศใจดีค่ะ ไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องดินแดนว่าจะต้องเป๊ะ ๆๆๆ

ปรากฏว่าฝรั่งเศสเค้าชิงเขียนแผนที่ก่อนไงคะ ... เค้าก็เลยได้เปรียบ เอาอะไรก็ใส่เข้าไป

จึงทำให้ไทยมาเสียรู้ทีหลัง .... นั่นแหละค่ะ ที่รู้มา

อ่า...เราเรียนสายอังกฤษ-ฝรั่งเศสค่ะ ถามว่าเรียนทำไม เค้าไม่ดีกะประเทศเรา

เราเรียนเพื่อจะได้รู้ทันไงคะ ว่าเค้าคิดอะไร เค้าพูดยังไง จะได้ไม่เสียเปรียบ เวลาไปต่อรอง อิอิ ^O^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
flute in c major Member 14 ก.พ. 52 21:38 น. 18
ถ้าเราไม่เสียดินแดนไป ไม่อยากจะคิดว่าประเทศไทยจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน ... แต่ก็ต้องขอบคุณพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงรักษาผืนแผ่นดินนี้ไว้ให้เราอยู่จนทุกวันนี้ รักกันไว้นะคะ คนไทย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด