นางในวรรณคดีครั้งที่ 2 สุวรรณเกษร

<!--[if !supportLists]-->       <!--[endif]-->นางในวรรณคดี คนที่ 3 : สุวรรณเกษร

 

นางในวรรณคดีกลับมาอีกครั้งแล้วจ้า   

คิดว่าครั้งที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีมาก สมความตั้งใจ พี่ตินก็เลยปลื้ม

และมีกำลังใจจะทำเรื่องนางในวรรณคดีต่อไป ยังไงก็ติดตามกันด้วยนะ อิอิ

 

นางในวรรณคดีคนที่สองของเราชื่อว่า นางสุวรรณเกษร

(แปลเป็นไทยอาจจะไม่ดีเท่าไหร่นะเนี่ย คล้ายๆ สุวรรณมาลี -*-)

อ่านชื่อแล้ว น้องๆ อาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าอ่านเนื้อเรื่อง เชื่อพี่ตินสิว่าคุ้นสุดๆ

เพราะงั้น ไม่รอช้า พี่ตินจะเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้เลยเด้อ

 

นานมาแล้วที่ชายป่าแห่งหนึ่ง มีนกกระจาบสามีภรรยาทำรังอยู่ด้วยกัน และมีลูกเล็กๆ อยู่สี่ตัว

ทั้งสองรักใคร่กันอย่างดี แม่นกจะเฝ้ารัง ส่วนพ่อนกก็จะเป็นคนออกไปหาอาหารมาให้ลูกเมียกินกัน

จนวันหนึ่ง พ่อนกออกไปหาอาหารไกลถึงบึงใหญ่

ในบึงมีดอกบัวมากมาย ขณะที่พ่อนกกำลังเก็บฝักบัวอย่างเพลิดเพลินนั้น

ก็ไม่ทันซะแล้ว ดอกบัวหุบกะทันหัน ขังพ่อนกหนุ่มให้ตกอยู่ในนั้น ไม่สามารถออกมาได้

 



แม่นกและลูกๆ ที่เฝ้ารอพ่อนกก็หิวโหยไปตามๆ กัน แถมคืนนั้น เกิดไฟไหม้ป่าอีก

แม่นกตัวเดียว ไม่สามารถช่วยลูกๆ ไว้ได้ ได้แต่ร้องไห้อยู่ตัวเดียว

 

เช้าวันต่อมา พ่อนกรีบกลับมาที่รัง ก็พบแต่รังที่กลายเป็นเถ้าถ่าน และแม่นกที่ร้องไห้อยู่ข้างๆ รัง

แม่นกกล่าวหาพ่อนกต่างๆ นานา ก่อนจะบินเข้ากองไฟที่ยังเหลือจากเมื่อคืน และยังไม่มอด

ฆ่าตัวตายไป พ่อนกเสียใจอย่างยิ่ง ก็เลยกระโดดเข้ากองไฟ ตายตามไปด้วยอีกตัวนึง

 

ในชาติต่อมา แม่นกตัวนี้ได้ไปเกิดเป็นพระธิดาโทนของท้าวพรหมฑัต กับพระนางโกสุมา แห่งเมืองโกสัมพี

นอกจากนี้ นางยังสวยงามอย่างหาที่ติไม่ได้

แต่ก็นั่นแหละ นางสุวรรณเกษร คนนี้ หรือก็คือแม่นกกลับชาติมาเกิด กลับมีปัญหากับหนุ่มๆ

(พี่ตินเชื่อว่าคงส่งผลมาจากชาติที่แล้วอย่างแน่นอน)

คือไม่ว่าจะทำอย่างไร นางก็ไม่ยอมพูดกับผู้ชายคนใดเลย แม้แต่พระบิดาก็ไม่ละเว้น

(ท่าทางจะแค้นมากๆ นะเนี่ย น่ากลัว)

 



ในที่สุด ท้าวพรหมฑัตจึงออกประกาศว่า ขอเพียงชายใดทำให้นางพูดได้ พระองค์จะยกนางให้แต่งงานด้วยทันที

พอข่าวนี้แพร่ออกไป เจ้าชายจำนวนมากก็ต่างพากันมาทดลอง

แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่มีใครสามารถทำให้นางสุวรรณเกษรพูดได้เสียที

 

ส่วนพ่อนก ก็ไปเกิดใหม่เหมือนกัน เป็นพระโอรสของท้าวโกญทัญราชา ที่เมืองพาราณสี

มีชื่อว่า สรรพสิทธิ์ และแน่นอนว่า เจ้าชายสรรพสิทธิ์ก็ต้องได้ยินเรื่องนี้ และเดินทางมาเช่นเดียวกัน

และแน่นอนว่า เจ้าชายกับเจ้าหญิงก็ต้องได้ครองรักกัน

เดี๋ยวๆ อติน

ไม่ใช่จ้า เล่าต่อๆๆ

 

เจ้าชายมีพี่เลี้ยงคนหนึ่งชื่อว่าชานุ

เมื่อเด็กๆ ทั้งสองได้เคยเดินทางไปศึกษาวิชากับอาจารย์ที่เมืองตักศิลา

วิชาที่ศึกษานี้ชื่อว่า “ถอดวิญญาณ” คือสามารถถอดวิญญาณเข้าไปในร่างของสัตว์หรือสิ่งของได้

(น่าเรียนมากๆ วิชานี้ ว้าว)

 

ดังนั้นเจ้าชายกับพี่เลี้ยงก็ได้เตี๊ยมกันไว้ว่า พี่เลี้ยงนายชานุจะถอดวิญญาณไว้ในตะเกียง

และเจ้าชายก็จะตั้งคำถามกับตะเกียง เพื่อหลอกล่อให้เจ้าหญิงสุวรรณเกษรพูดให้ได้

 

หลังจากนั่งเงียบๆ มาสักพัก เจ้าชายก็เอ่ยขึ้นมาว่า

“พี่ชวาลา (แปลว่าตะเกียง) ฉันนั่งเงียบมานานแล้ว เจ้าหญิงก็ไม่ยอมพูดกับฉันเสียที

เอางี้ เรามาทายปัญหากัน ฉันจะเล่านิทานให้พี่ฟังนะ”

เจ้าหญิงแปลกใจมากที่จู่ๆ เจ้าชายองค์นี้ก็มาแปลก มาพูดกับตะเกียง

แล้วยิ่งแปลกใจเมื่อตะเกียงก็โต้ตอบอย่างดี เธอจึงตั้งใจฟังเรื่องที่เจ้าชายเล่าเป็นพิเศษ

 

เจ้าชายเล่าว่า มีชายสี่คน สนิทกันมาก

คนหนึ่งชอบยิงธนู อีกคนชอบเรื่องหมอดู (คล้องกันดีนะ) อีกคนชุบคนตายให้ฟื้นได้ และคนสุดท้ายเก่งเรื่องว่ายน้ำ

วันหนึ่งทั้งสี่เดินทางไปด้วยกัน แล้วหมอดูก็ดูดวงว่าจะมีนกอินทรีย์คาบผู้หญิงมาให้

พอเกิดเหตุการณ์นั้น นักธนูก็ยิงนกอินทรีย์ตกลงในน้ำ

นักว่ายน้ำก็รีบไปช่วยผู้หญิงขึ้นมา แต่พบว่าเธอตายเสียแล้ว จึงทำพิธีชุบชีวิตขึ้น

 

ถึงตอนนี้ เจ้าชายก็ถามตะเกียงว่า “คิดว่าใครควรได้แต่งงานกับเธอ”

ตะเกียงก็แกล้งตอบว่า “ต้องเป็นนักชุบชีวิตสิ เค้าช่วยชีวิตนางนี่”

เจ้าหญิงสุวรรณเกษรได้ยินเข้าก็แย้งทันที “ไม่ใช่นะ ต้องเป็นนักว่ายน้ำสิ ก็เค้าแตะตัวนางแล้วนี่”

(อย่าคิดมากน้องๆ มันเป็นความเชื่อของคนสมัยก่อน

ถ้าผู้หญิงคนไหนโดนผู้ชายแตะตัว ก็ต้องแต่งงานกับคนนั้นแหละ)

 

ผลที่ได้ ก็รู้กัน เจ้าหญิงและเจ้าชายได้แต่งงานและครองรักกันอย่างมีความสุข

 

เรื่องราวหลังจากนั้น มีอีกนิดหน่อย พี่ตินจะเล่าคร่าวๆ นะ (วันนี้ยาวแล้ว 555)

เมื่อพี่เลี้ยงชานุเกิดอิจฉาเจ้าชายสรรพสิทธิ์ ดังนั้น วันหนึ่งเมื่อไปเที่ยวกันในป่า

เมื่อเจ้าชายเกิดนึกสนุก ถอดวิญญาณใส่ตัวกวาง แล้วไปเที่ยวเล่น

ชานุจึงถอดวิญญาณเข้าร่างเจ้าชาย แล้วเผาร่างตัวเอง

เจ้าชายกลับมาก็โกรธมาก จึงถอดวิญญาณเข้าตัวนกแก้ว แล้วรีบกลับไปหาเจ้าหญิง

และวางแผนให้เจ้าหญิงไปบอกให้ชานุในตัวเจ้าชาย แสดงการถอดวิญญาณให้ดู

แน่นอนว่า ชานุยอมทำ และพอเขาถอดวิญญาณเข้าไปในตัวแพะ




เจ้าชายก็กลับเข้าร่าง และแพะชานุก็ถึงคาด ส่วนเจ้าหญิงเจ้าชายก็แฮปปี้เอนดิ้งจ้า

 

เชื่อว่าน้องๆ คงสนุกกับตำนานที่พี่อตินเอามาฝากน้า

ชอบกันไหมจ๊ะ

คราวหน้าจะพบกับใคร รอดูได้เลยน้า

 

อตินเอง

 

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ นางในวรรณคดี  

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

82 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
#-Malilin-# Member 13 ม.ค. 50 16:59 น. 5

นึกตั้งนาน  ใครหว่านางสุวรรณเกษร  ที่แท้ก็แม่นกกระจาบน้อยนี่เอง  อ่านมานานมากก็เลยจำไม่ได้ซะแล้ว  แต่ยังจำเนื้อเรื่องได้ดีอยู่ค่า สมัยก่อนชอบเรื่องนี้มากๆเลย อ่านแบบร้อยแก้วไปหลายรอบแล้ว อิอิ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
อ้ายหวา Member 14 ม.ค. 50 00:16 น. 13


 สนุกดี ค่ะ นางวรรณคดีท่านนี้ คงแค้นพ่อนกมากเลยผูกใจเจ็บกับผู้ชาย อืม อืม
ถ้าเป็นสาวสมัยนี้ไม่ยักโดดเข้ากองไฟ แต่จะจับเจี๋ยน ฮี่ ฮี่

0
กำลังโหลด
kuLi 14 ม.ค. 50 02:56 น. 15
เอาอีกๆๆๆ มาเล่าให้ฟังบ่อยๆเลยนะคะ
ชอบเรื่องนี้จังเลย มันคือเรื่องอะไรเหรอคะ อยากจาไปหาอ่านมั่ง
ดูน่าอ่านดีมากเลยค่ะ(รึว่าพี่ตินเล่าเก่งไม่รุ 5555+)
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด