|
>..< สวัสดีค่ะน้องๆ dek-d.com ... พี่เหมี่ยวสังเกตมาหลายวันแล้วนะคะ ว่าเวลานั่งอยู่บนรถเมล์หรือรถประจำทางทีไร จะต้องเห็นคนเล่นเจ้าของเล่นเหลี่ยมๆ มีหลายๆ สีแล้วก็บิดไปบิดมา ตอนแรกๆ พี่เหมี่ยวก็สงสัยนะคะว่า เจ้านี่น่ะมันคืออะไร???
แล้วสุดท้ายก็อดรนทนไม่ได้ ก็เลยไปถามน้องชายว่ามันคืออะไร ... "โห่ เชยจังเลย ไม่รู้จักรูบิค" ได้ไงเนี่ย!!! ... อะไรนะ "รูบิค" เหรอ เห็นมาตั้งนานไม่รู้เลยนะคะเนี่ยว่าเจ้านี่เค้ามีชื่อเรียกว่า "รูบิค" ...

"รูบิค" หรือที่เรียกกันว่า ลูกรูบิค เป็นของเล่นลับสมอง ประดิษฐ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1974 โดย เออร์โน รูบิค (Ernö Rubik) ซึ่งเป็น ประติมากร และศาสตราจารย์ในสาขาสถาปนิก ชาวฮังการี ค่ะ
...แรงบันดาลใจซึ่งเป็นที่มาของ "รูบิค" นั้นเกิดจาก เออร์โนเป็นผู้ที่มีความสนใจในเรขาคณิต และ รูปทรงสามมิติ เออร์โนได้จดสิทธิบัตร HU170062 สิ่งประดิษฐ์ ในชื่อ "ลูกบาศก์มหัศจรรย์" (Magic Cube) ในปี ค.ศ. 1975 ที่ประเทศฮังการี แต่ไม่ได้ทำการจดสิทธิบัตรนานาชาติ นี่เองจึงเป็นสาเหตุให้ร้านขายของเล่นต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกผลิต "รูบิค" ออกมาขาย จนทำให้เป็นของเล่นยอดนิยม
โดยทั่วไป ตัวลูกบาศก์นั้นทำจากพลาสติก แบ่งเป็นชิ้นย่อยๆ 26 ชิ้น ประกอบกันเป็นรูปลูกบาศก์ที่สามารถบิดหมุนไปรอบๆ ได้ ส่วนที่มองเห็นได้ของแต่ละด้าน จะประกอบด้วย 9 ส่วนย่อย ซึ่งมีสีทั้งหมด 6 สี ส่วนประกอบที่หมุนไปมาได้นี้ทำให้ การจัดเรียงสีของส่วนต่างๆ สลับกันได้หลายรูปแบบ น้องๆ คนไหนที่เคยได้สัมผัสกับเจ้านี่มาบ้างคงพอจะรู้ใช่ไหมคะว่าการเล่นรูบิคน่ะมีเทคนิคในการเรียงสีที่หลากหลากหลายวิธีเลยทีเดียว
|
นอกจากจะให้ความเพลิดเพลินกับผู้เล่นแล้ว จุดประสงค์ของเกมคือ การจัดเรียงให้แถบสีทั้ง 9 ที่อยู่ในด้านเดียวกันของลูกบาศก์ ซึ่งมีทั้งหมด 6 ด้านนั้น มีสีเดียวกันทั้งหมด
"รูบิค" ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงต้นของทศวรรษ 1980 และได้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมสมัยนิยมของยุคนั้น "รูบิค" นั้นถือได้ว่าเป็นเป็นของเล่นที่ขายได้มากที่สุดในโลก โดยมีจำนวนยอดขายรวม ทั้งของแท้ และเลียนแบบมากกว่า 300,000,000 ชิ้นทั่วโลก!!! | ...แล้วน้องๆ dek-d.com ไหมคะว่า ตอนนี้มีคนไทยติดอยู่อันดับที่ 22 ของโลก ในการทำเวลาที่ดีที่สุดในการแข่งขันรูบิค แถมคนไทยคนนี้ใช้เวลาฝึกรูบิคเพียง 1 ปี ก็เป็นมือหนึ่งของเมืองไทย และที่สำคัญที่สุด เด็กหนุ่มคนนี้มีคำนำหน้าชื่อว่าเด็กชาย เพราะเขาอายุเพียง 13 ปี !
เด็กหนุ่มคนที่พี่เหมี่ยวพูดถึงก็คือ "ด.ช.ปิติ พิเชษฐพันธ์" นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนเซนต์ดอมินิก ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการหลงใหลในเกมรูบิคนี้ว่า
"ผมเริ่มเล่นตั้งแต่ตอนคริสต์มาสเมื่อปี 2550 เมื่อประมาณปีกว่าๆ มาแล้ว ตอนนั้นมีจับสลากของขวัญ เพื่อนคนหนึ่งซื้อรูบิคมาจับสลาก พอซื้อมาก็เล่นกับเพื่อน ผมไปเล่นด้วย เล่นไปเล่นมาก็ติด มีอะไรที่น่าสนใจ รู้สึกผ่อนคลายได้ดีกว่าการเล่นเกมคอมพิวเตอร์...
|
...ช่วงแรกที่เล่นรูบิค ผมศึกษาด้วยตัวเอง มีหนังสือสูตรพื้นฐาน ก็เปิดหนังสือหาสูตรของเกมว่าจะเล่นยังไง ? แล้วดูข้อมูลตามเว็บไซต์ต่างๆ แล้วก็เลยไปเจอเว็บไซต์ไทยแลนด์คิ้วบ์ (www.thailandcube.com) แล้วรู้จักชมรมรูบิคจากเว็บไซต์นี้ ก็ตรงมาที่ชั้นสามของฟอร์จูนทาวน์ ชื่อร้าน 109 คอมพิวเตอร์ เป็นร้านขายคอมพิวเตอร์ และก็เป็นแหล่งจำหน่ายรูบิคด้วย เจ้าของเป็นกรรมการชมรมรูบิค เลยมาเล่นรูบิคที่นี่
ปกติผมไม่ค่อยเล่นอะไร ก่อนหน้านี้ก็เล่นคอมพิวเตอร์บ้าง แต่พอมาเล่นรูบิคก็เล่นวันละ 3-4 ชั่วโมง ถ้าว่างหน่อยก็ถึงวันละ 6 ชั่วโมง เล่นมากๆ จนเก็บไปฝันก็มี ใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือนถึงจะเล่นรูบิคได้คล่อง" |
 |
ปิติบอกว่า การเล่นรูบิคช่วยในเรื่องระบบคิดของเขาด้วย ...
"ช่วยเรื่องการคิดได้ครับ เขาเรียกว่าความเฉียบพลันของสมอง แบบว่าสามารถคำนวณอะไรที่กะทันหันหรือมาหาเราโดยตรง จะคำนวณได้เร็ว และใช้ได้ทันที ในชีวิตประจำวัน อย่างเรียนหนังสือก็เอาไปประยุกต์กับการเรียนคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ได้ คณิตศาสตร์ใช้ในการคำนวณ ส่วนวิทยาศาสตร์ใช้ในการวิเคราะห์ ใช้หลักการเดียวกันกับการเล่นรูบิค พอเอามาคิดในเรื่องการเรียน คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ก็ดีขึ้น แต่อย่างอื่นก็เหมือนเดิม เป็นคนเรียนระดับกลางๆ ได้เกรดเฉลี่ยประมาณสามกว่า"
แต่เพียงแค่ไม่กี่เดือนหลังจากการเล่นรูบิค เด็กหนุ่มผู้ออกตัวว่าเรียนหนังสือได้ระดับกลางๆ ก็เข้าสู่สนามแข่งขันของเจ้าลูกบาศก์จิ๋วมหัศจรรย์ทันที และต่อมาอีกไม่นานชื่อของ ปิติ พิเชษฐพันธ์ ก็ปรากฏอยู่ในเวิรลด์เร็กคอร์ดของสมาคมลูกบาศก์โลก (World Cube Association)
อัจฉริยะรูบิค คนนี้ให้ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับการเล่นรูบิคว่า ส่วนใหญ่ใครที่เล่นแล้วก็อยากจะเป็นแชมป์โลก แต่ตนคิดว่าการเล่นรูบิค เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เล่นเอาสนุกมากกว่าไปแข่งขัน เล่นไปเรื่อยๆ ไม่ต้องซีเรียสกับเรื่องสถิติ แต่ถ้ามีกำลังใจก็อยากให้ไปถึงการแข่งขันระดับแชมป์โลกให้ได้
... ถือว่าเป็นของเล่นอีกหนึ่งชิ้นที่มีทั้งเสน่ห์และประโยชน์มากมายจริงๆ ถ้าน้องๆ คนไหนที่ยังไม่เคยเล่นล่ะก็ พี่เหมี่ยวแนะนำให้ลองหามาเล่นดูนะคะ แล้วรับรองว่าจะติดใจจนวางไม่ลงเลยล่ะค่ะ ^^
พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข้อมูลประกอบจาากวิกิพีเดีย และบทสัมภาษณ์บางส่วนจาก D-Life ค่ะ |
120 ความคิดเห็น
^^
ตอนแรกกะว่าไม่ดูสูตรเด็ดขาด อยากคิดเองได้ ปวดหัวเกือบตาย555+
สุดท้ายก้อพึ่งเวบช่วยสอน
อยากหมุนเร็วๆบ้างง่ะ TT^TT
ครั้งแรกที่เล่นเกือบตายค่ะ
พอเล่นเป็นแร้วก็ง่ายๆเอง
จำสูตรไม่ได้ -*-
ใครให้สอน ต้องมานั่งหมุนไปนึกสูตรไป
เล่น 2*2*2 กะ 3*3*3
แต่4*4*4อ่ะดิ มีแล้วแต่แก้ไม่ได้ซักที - -
เราก๊เล่นไม่เป็น
ทำได้แค่ด้านเดียวเอง TT;
ถ้ารู้สูตรมันน้า เราว่าโครตง่ายเลยอ่ะ
ตอนที่เราไม่รุสูตร เรานั่ง งง ตั้งนาน ก้อไม่ได้