|
ช่วงนี้มีแต่คนบ่นว่าฝนตก... ซึ่งจริงๆ ถ้าจะมาคิดๆ ดูก็ไม่รู้ว่าจะบ่นทำไม เพราะถึงยังไงตอนนี้ก็เป็นช่วงฤดูฝน ฝนตกก็คงจะไม่แปลกหรอกค่ะน้องๆ dek-d.com ว่าจริงไหมล่ะคะ
|
แต่ก็อย่างว่า อากาศแบบนี้ใครที่ต้องออกไปข้างนอกก็คงจะอดหงุดหงิดไม่ได้ ไหนจะต้องแบกกระเป๋าสัมภาระมากมายแล้วยังจะต้องมาพก "ร่ม" ให้เกะกะอีก จะไม่พกก็ไม่ได้ซะด้วย ก็ไม่อยากกลายเป็นลูกหมาตกน้ำนี่นะ ...
และเมื่อพูดถึงหน้าฝนแล้ว สิ่งแรกที่พี่เหมี่ยวเชื่อว่าใครๆ ก็ต้องนึกถึงเพราะเป็นเหมือนไอคอนของฤดูนี้ นั่นก็คือ "ร่ม" นั่นเองล่ะค่ะ หน้าฝนแบบนี้ไม่ว่าใครก็ต้องถือร่มกันทั้งนั้นใช่ไหมล่ะคะ
แต่จะมีใครรู้บ้างรึเปล่านะว่า จริงๆ แล้ว "ร่ม" ที่เราถือกันฝนกันอยู่นั้น แท้จริงแล้วเค้าไม่ได้มีไว้กันฝนหรอกนะจ๊ะ |
"ร่ม" หรือที่เรียกว่า "Umbrella" ซึ่งเป็นคำที่เราคุ้นเคยกันนั้นมีรากศัพท์มาจากคำว่า "Umbra" ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลว่า "บังแดด"
โดยร่มถือกำเนิดขึ้นในดินแดนเมโสโปเตเมีย ประมาณ 3,500 ปีมาแล้ว ซึ่งดินแดนแถบนี้จะมีพื้นที่เป็นทะเลทรายเกือบทั้งหมด นานๆ จะมีฝนตกลงมาสักที ร่มจึงใช้ในการกันแดดมากกว่ากันฝน
เวลาผ่านไปจนเมื่อราว 1,200 ปีก่อนคริสต์กาล ในสังคมอียิปต์เชื่อกันว่า ท้องฟ้าคือร่างกายของเทพธิดานามว่า นัต ซึ่งปกคลุมโลกดุจร่มอันมหึมา มนุษย์จึงได้คิดสร้างร่มขึ้นไว้เป็นตัวแทนของเทพธิดานัต เพื่อใช้ปกป้องคุ้มครองผู้ที่อยู่ใต้ร่มเงา ซึ่งในสมัยนั้นส่วนใหญ่ผู้ที่ใช้ร่มจะเป็นผู้สูงศักดิ์ โดยเฉพาะกษัตริย์เท่านั้น
ในเวลาต่อมา ชาวกรีกได้รับเอาวัฒนธรรมการกางร่มมาจากอียิปต์ ในยุคแรกๆ นั้นจะมีความเชื่อว่าผู้ที่จะกางร่มได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจเท่านั้น แต่ระยะหลังความเชื่อนี้เริ่มจางลง ทำให้คนธรรมดาก็สามารถที่จะเดินกางร่มได้ แต่การกางร่มก็จำกัดอยู่เฉพาะในวงของสตรีเท่านั้น ซึ่งวัสดุที่ใช้ในการทำร่มส่วนใหญ่คือ กระดาษ

ต่อมาบรรดาผู้หญิงก็เริ่มที่จะเรียนรู้วิธีการทำร่มแบบใหม่ ที่นอกจากจะกันแดดได้แล้ว ยังสามารถกันฝนได้ด้วย โดยการใช้น้ำมันทาลงบนร่มกระดาษให้ทั่ว ซึ่งร่มก็จะสามารถกันน้ำได้
จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ผู้ที่กางร่มส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นผู้หญิง เพราะเนื่องจากว่าผู้ชายกลัวที่จะโดนสบประมาทว่าอ่อนแอ จึงไม่ค่อยมีใครนิยมกางร่มเท่าใดนัก จนในปี ค.ศ.1750 โจนาส แฮนเวย์ ชายชาวอังกฤษ เป็นชายคนแรกที่ลุกขึ้นมาพกร่ม ท่ามกลางเสียงเย้ยหยันของคนรอบข้าง แต่เขาไม่สนใจ และยังยืนยันว่าจะพกร่มต่อไป จนกระทั่งการพกร่มเป็นที่ยอมรับของคนอังกฤษไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม จนกระทั่งถึงทุกวันนี้
แหม! ก็เพิ่งจะรู้นะคะเนี่ยว่าผู้ชายเค้าไม่ชอบพกร่มกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ใครจะไม่พกก็ตามใจนะคะ แต่พี่เหมี่ยวคนนึงล่ะที่มีร่มติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลา ไม่มีทางที่จะยอมตัวเปียกฝนให้เสียบุคลิกเป็นอันขาดเลยล่ะค่ะ แถมไม่แน่นะอาจจะทำให้ป่วยเป็นหวัดอีกด้วยก็ได้ พกร่มกันไว้ดีกว่านะคะ เพื่อสุขภาพที่ห่างไกลไข้หวัดยังไงล่ะ
พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข้อมูลประกอบจากวิกิพีเดียค่ะ |
68 ความคิดเห็น
เน้น ร่มกระดาษ
ในเมื่อใช้ร่มกระดาษกันได้ทั้งแดดทั้งฝนได้อยู่แล้ว แล้วจะหันมาใช้พลาสติกทำไมล่ะ?
คงจะเพราะว่าสร้างง่ายกว่า แต่ถ้าร่มกระดาษสร้างยากกว่าเพียงนิดหน่อย หรือมากกว่านั้น ยังไงก็ยังสร้างได้นี่นา?
เพราะฉะนั้นหันกลับมาสร้างร่มกระดาษดีกว่า น่าจะดีกว่าพลาสติกนะ
ร่มกระดาษเป็นร่มที่เป็นของยุคเก่าใช่มั้ย? เอาของเก่ามาใช้ก็คลาสสิกดีออก
ส่วนเรื่องลวดลายเราเติมเองก็ได้ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย จะได้เป็นลายที่ไม่ซ้ำใครเขา
แต่ถ้าวาดไม่สวยก็ไม่ต้องเติมก็ได้ มีสีเดียวเฉยๆ ก็เรียบดีนี่
โลกร้อนจะแย่แล้วนะ แล้วมันก็กระทบมาถึงคนตั้งนานแล้วด้วย หยุดทำให้โลกร้อนซะทีเถอะ!!
เป็นไรไปแค่พกร่ม ห่วงสุขภาพมากกว่าสายตาคนอื่นสิ ขนาดพี่เรายังพกเลย สมัยก่อนนี่แปลกเนอะ...
แต่ไม่เอาออกมากาง
จนกว่ามันจะหนักจริงๆ
อีกเหตุผลที่ไม่พกก็เพราะมันรกกระเป๋า
555+
เข้าใจเเล้ว ผู้ชายไม่ชอบพกร่มเพราะอะไร
เหอะๆ ๆ ประวัติน่าสนใจมากคะ
เหตุผลหลักคือกลัวลืม
แต่ที่ผู้ชายไม่อยากถือร่มก็เพราะกลัวว่าจะถูกแซวมากกว่าล่ะมั้งนะ
ก็จริงนะที่ผู้ชายไม่ชอบพกร่ม
แต่เหตุผลส่วนใหญ่คือมันเกะกะ !
เหอๆๆ ไม่รุ้อะ พึ่งรุ้ไม่ พกแร้ว ว ว ว
แต่เดี๋ยวนี้ต้องพกแล้ว เพราะเผื่อเจอสาวๆ วันฝนตก
เราจะได้กางร่มให้สาวๆฮ่าๆๆๆๆ
พอวันไหนไม่พกดันตกหนักซะนี่ เซ็งจริงๆ
คือ พลาสติก มันอยู่ได้ทนนาน
กระดาษ ขาดง่ายกว่า
เหอะๆ
ก้อแค่ผู้ชายพกร่มจะอะไรนักหนา
แต่ก้อไม่น่าเชื่อนะ แค่ร่ม ก้อต้องจำกัดวงศ์ด้วย เหอๆ แปลกดีจัง
แต่ไม่ยอมใช้
พกเพราะแม่สั่ง555+