ที่มาของ "ป๊อปคอร์น"

ปิดเทอมกันแล้ว สบายกันเลยล่ะซี้ -*- น่าอิจฉาจริงๆเนาะ ปิดเทอมแบบนี้ กิจกรรมสุดโปรดก็คงไม่พ้น เที่ยว ดูหนัง ร้องเกะ ใช่มั้ยล่ะ วันนี้พี่หนิงก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับการดูหนังมาฝากกัน ไม่ได้เกี่ยวกับตัวหนังโดยตรง แต่เป็นเรื่องของเจ้าป๊อปคอร์น หรือ ภาษาไทยก็คือ "ข้าวโพดคั่ว" ของกินเล่นเวลาดูหนังนั่นเอง



กินกันมาตั้งนาน เคยสงสัยไหมว่าใครหนอ ช่างคิดทำป๊อปคอร์นขึ้นมา ?? คำตอบก็คือ ชาวอินเดียนแดงแห่งทวีปอเมริกาไงล่ะ เพราะบริเวณนั้นเนี่ยเป็นแหล่งปลูกข้าวโพดนานาชนิด เค้าสันนิษฐานกันว่าปลูกกันมาตั้งแต่เมื่อ 5,600 ปีที่แล้วแน่ะ

หลักฐานสำคัญก็คือ มีนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสไปพบหลักฐานข้าวโพดคั่วในซากเมืองโบราณหลายแห่งเช่น เมืองอินคาในอเมริกาใต้ โดยเค้าพบหม้อดินปั้นพิเศษสำหรับคั่วข้าวโพด วิธีทำข้าวโพดคั่วสมัยก่อนก็คือ ฝังหม้อในทรายที่ร้อนจัด จากนั้นโรยเมล็ดข้าวโพดลงไปแล้วปิดฝา ความร้อนจากทรายทำให้ข้าวโพดแตกกลายเป็นข้าวโพดคั่ว ... พี่หนิงว่าคล้ายๆ เวลาเราเอาซองป๊อปคอร์นใส่เข้าไปในไมโครเวฟเนาะ

นอกจากนี้เค้ายังพบว่ามีการนำข้าวโพดคั่วมาร้อยเป็นเครื่องประดับสำหรับหัวหน้าเผ่าหรือนักรบ แม้แต่ในเม็กซิโกปัจจุบันยังมีการนำพวงข้าวโพดคั่วมาประดับเทวรูปด้วย ...โอ้ แนวมากๆ : )

ชาวพื้นเมืองอเมริกันเป็นผู้พัฒนารูปแบบข้าวโพดคั่วอย่างเป็นทางการมากว่าพันปีแล้ว และแพร่หลายในยุโรปราวศตวรรษที่ 15 เมื่อโคลัมบัสบันทึกไว้ว่าชนพื้นเมืองอเมริกานำช่อดอกไม้และเครื่องประดับ ศีรษะที่ทำด้วยข้าวโพดคั่วมาขายลูกเรือของเขา

ในปลายศตวรรษที่ 19 อเมริกาเป็นประเทศแรกที่มีการจำหน่ายข้าวโพดคั่วเป็นธุรกิจ ข้าวโพดที่จะนำมาทำข้าวโพดคั่วต้องเป็นพันธุ์พิเศษโดยเฉพาะ เรียกว่า Zea mays L. Var. everta เมล็ดมีเปลือกแข็ง แต่เนื้อในเมล็ดนุ่ม

เริ่มมีการปลูกข้าวโพดเป็นการค้าสำหรับข้าวโพดคั่วครั้งแรกในอเมริกา ราวปี ค.ศ.1887 ส่วนเครื่องทำข้าวโพดคั่วเกิดขึ้นครั้งแรก ในปี ค.ศ.1885 โดยนายชาลส์ เครเตอส์ ชาวเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ต่อมาปี ค.ศ.1925 มีการผลิตเครื่องคั่วข้าวโพดแบบไฟฟ้าเป็นผลสำเร็จ ลักษณะเป็นเครื่องแก้วและเครื่องไฟฟ้าสีโครเมียม ทำให้ข้าวโพดคั่วได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นไปอีก



และเมื่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ในอเมริกาเติบโตในช่วงศตวรรษที่ 20 มีการเปิดโรงภาพยนตร์หลายแห่ง และมีการนำเครื่องทำข้าวโพดคั่วไปทำข้าวโพดคั่วขายให้แก่ผู้เข้าชมในโรงด้วย โดยเริ่มนำมาขายในปีค.ศ. 1912 เป็นต้นมา ทำให้ข้าวโพดคั่วกลายเป็นสัญลักษณ์ควบคู่กับความบันเทิงในรูปแบบนี้จน กระทั่งปัจจุบัน และเมื่อโทรทัศน์เริ่มแพร่หลาย กินข้าวโพดคั่วหน้าจอโทรทัศน์ก็ยังเป็นที่นิยมของชาวอเมริกันด้วย

ของอร่อยๆ อย่างนี้ ในไทยก็ฮิตไม่แพ้เขาเหมือนกัน แต่โปรดระวังความอ้วนให้ดี เพราะมีทั้งเนยและแป้งนะจ๊ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คอลัมน์ รู้ไปโม้ด หนังสือพิมพ์ข่าวสดค่ะ

พี่หนิง
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

35 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด