|
บ้าน นับได้ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทุกคนล้วนต้องมี โดยถ้าเราเอ่ยถึงที่อยู่อาศัย แน่นอนว่าทุกคนต้องนึกถึงบ้าน แม้ว่าในปัจจุบันจะมีที่อยู่อาศัยอย่างอื่นมาแทนบ้าน เช่น คอนโด อพาร์ทเม้นท์ หรือกระทั่งถึงหอพักเก่าๆ เล็กเป็นแมวดิ้นตาย แบบที่พี่ปออยู่ อยู่ตอนนี้นั้นเอง ฮ่าๆ แต่หากถ้าพูดถึงบ้านนั้น ถ้าเราเป็นเด็ก เราก็คงจะวาดรูปทรงสี่เหลี่ยมเป็นตัวบ้าน มีหลังคาทรงสามเหลี่ยม และปิดท้ายด้วยทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงกลางบ้าน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราเรียกว่า ประตู นั้นเอง เพราะภาพวาดเกี่ยวกับบ้านในสมัยเด็กๆ ของพวกเราทุกคนนี่แหละ จึงก่อให้เกิด บทความนี้ขึ้นมา คือ พี่นั่งๆ คิดไปแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า จริงๆ แล้ว บ้านของเรานั้น ควรจะมีสักกี่ประตู .จะมี 1ประตู ตามภาพที่เราชอบวาดกันในเด็กๆ หรือมีมากกว่านั้น หลังจากค้นหาข้อมูลไปนานพอสมควร จึงได้รับข้อมูลดีๆ มาจากผู้เชี่ยวชาญด้านบ้านแห่งศูนย์บ้าน และที่ดินภาคเหนือ พี่ปอ จึงได้รู้ว่า จำนวนประตูบ้านของเรานั้น ถ้ามองตามศาสตร์อย่างหนึ่งของจีนที่เกี่ยวกับการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ในชีวิตของเรา ให้เข้ากับสถานที่
ที่เรารู้จัก และเคยได้ยินกันดีว่า ฮวงจุ้ย (หุหุ อ่านกันให้ถูกต้องนะคร๊าบทุกคน ไม่ใช่ฮวงซุ้ยน๊า) จะได้คำตอบของจำนวนประตู ว่า จริงๆแล้วจะมีจำนวนประตูกี่ประตู ก็ได้ แต่ไม่ควรมากเกินไปและให้ ยึดตามหลัก ดังต่อไปนี้ 1.บ้านทุกหลัง จะต้องมีประตูหลังบ้านเสมอ ในทางฮวงจุ้ยถือว่า บ้านที่ไม่มีประตูหลัง จะก่อสภาพอุดตัน เพราะกระแสต่างๆ ความความเชื่อไม่สามารถไหลเวียนจากหน้าบ้านไปหลังบ้านได้ ทำให้ลมไม่สามารถหมุนเวียนภายในบ้านได้ ส่งผลกระทบในเรื่องสุขภาพของคนในบ้านได้ง่าย 2.ประตูหลังไม่ควรใหญ่กว่าประตูหน้าบ้าน หรืออาจจะมีขนาดเท่ากันก็ได้ 3.ประตูห้ามวางตรงกัน เพราะทางฮวงจุ้ยแล้ว เชื่อกันว่าถ้าวางประตูตรงกันจะทำให้การใช้ชีวิต หรือกระทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตเราทำได้ไม่สะดวก ไม่คล่องตัว 4.ประตูเข้าออกตัวบ้าน ไม่ควรมีมากเกินไป หลักฮวงจุ้ยบอกว่าจะทำให้ เก็บทรัพย์ไม่อยู่ เพราะมีช่องรั่วไหลมาก โอ้ว เป็นแบบนี้นี่เองเนอะ สำหรับคำตอบที่เราอาจจะข้องใจมาตั้งแต่ตอนหัดวาดรูป บ้าน ในสมัยเด็กๆ แล้วว่า บ้านนั้น มีกี่ประตูกันแน่ โดยคำตอบที่พี่ปอนำเสนอไปนี้ เป็น แนวทางหนึ่งที่อาศัยหลักเหตุผลทางฮวงจุ้ย ซึ่งถือว่าเป็นศาสตร์ชนิดหนึ่ง ที่จะว่าไปก็อาจจะคล้ายกับการดูดวง หรือ โหราศาสตร์ของบ้านเรา ซึ่งถึงมาว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่อาจจะพิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ทั้งหมด แต่พี่ปอคิดว่า ทุกอย่างก็ย่อมมีเหตุผลของสิ่งนั้นอยู่แล้วตามหลักธรรมชาติ .จริงไหม ??? พี่ปอ มองได้ข้อหนึ่งเลยว่า ถ้ามีประตูมากไป จะทำให้เราต้องออกแรงทำความสะอาดมาก และต้องดูแลมากกว่าบ้านที่มีประตูน้อย นี่แหล่ะ อาจจะเข้าหลักฮวงจุ้ยเลย ว่า เก็บทรัพย์ไม่อยู่ เนื่องจากเสียไปกับค่าทำความสะอาด แล้ว ฮ่าๆ สุดท้ายนี้พี่ปอขอฝากไปนิดหนึ่งว่า อย่าลืมส่งต่อบทความดีๆ มีสาระแบบนี้ไปให้แก่เพื่อนๆ ได้อ่านกันบ้างนะคร๊าบ อ้อ!!! ที่สำคัญเลย อย่าลืมไปเล่าและแนะนำแก่ พ่อแม่พี่น้องของเราด้วยละ จะได้มีบ้านน่าอยู่ตามหลักฮวงจุ้ยด้วยไง "บ้านของ ชาว Dek-D มีกี่ประตูกันล่ะ มาบอกเล่าเก้าสิบ ผ่านคอมเม้นอันแสนดีกันหน่อยเร็ว!!!"
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?


47 ความคิดเห็น
ห้ามเหยียบที่คั่นธรณีประตู
เพราะอะไรนี่จำไม่ได้แล้วอ่ะ
ยังไงก้อควรดูดีๆๆนะครับ
กอนจะซื้อหรือจะปลูกบ้าน
ไม่งั้นต้องมานั่งแก้ไขไปตลอด
เซงกานตายเลย 55555555
บ้านเรามีกี่ประตูน้า อ้อ..3 ประตู แถมแต่ละประตูกว้างเป็นวาสองวา ไม่น่าเงินมันถึงไม่มีให้ใช้เลย ไหลออกหมด
มี 2 ประตูเอง
คิดว่าที่ควรไม่มีประตูเยอะ ๆน่าจะกลัวว่าจะลืมปิดมากกว่านะ อิอิ แล้วขโมยก็ขึ้น ทรัพย์ก็หายไป ~
มีสี่ประตู หน้าบ้านประตูใหญ่มาก หลังบ้านครึ่งหนึ่งของหน้าบ้าน ไม่ตรงกันด้วย
แล้วก็มีประตูข้างอีกสองบานเล็กๆ แต่มีอยู่บานหนึ่งไม่ได้ใช้ ที่ใช้จึงมีแค่สาม
มีสี่ประตู หน้าบ้านประตูใหญ่มาก หลังบ้านครึ่งหนึ่งของหน้าบ้าน ไม่ตรงกันด้วย
แล้วก็มีประตูข้างอีกสองบานเล็กๆ แต่มีอยู่บานหนึ่งไม่ได้ใช้ ที่ใช้จึงมีแค่สาม
ดีมากเลย
ขอบคุณ
เพราะบ้านสมัยก่อน ไม่ได้มีตะปู หรือเป็นปูน
ธรณีประตูมันโค่นได้ค่ะ
เลยเป็นกุศโลบายของคนสมัยก่อน จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุ
พูด ถึง เรื่อง ทางเดินของวิญญาณ แล้วละก็...
เพื่อน เราเคย โดน ปลุก ตอน กลาง ดึก ให้ หลีก ทาง ด้วย ล่ะ
เพราะ คนเยอะ แล้วมัน ดัน ไปนอน ตรง ประตู พอดี๊.....
โดน เลยยยย...แต่ก็ แค่ ปลุก ให้ หลบ แหละ...เหอ เหอ
มีประตูเหล็ก ประตูไม้1คู่ ประตูห้องนำ2 ประตูหลังบ้าน1 ประตูห้องนอน1คู่ ประตูห้องเรา1 ประตูห้องน้อง1 ประตูห้องนอนรวม1 ประตูราวเหล็กเล็ก1
รวม9
แต่เรานั่งบ่อยมากเลย