ซามูไรนั้นหนา คือ...

คราวที่แล้ว รู้จักนินจากันไปแล้ว พี่ตินก็เริ่มสงสัยว่าพี่ตินลืมซามูไรไปใช่ไหมเนี่ย

ก็เลยต้องกลับเอาเรื่องซามูไรมาให้น้องๆ รู้กันด้วย

มันจะได้ครบเครื่องไปเลยไง ทั้งนินจา และซามูไร เลยทีเดียว อิอิ

 

ซามูไร เป็นชื่อเรียก ทหารประเภทหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันดีในยุคก่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น

คำว่า ซามูไร มีต้นกำเนิดจากคำว่า ซาบูเรา เป็นคำกิริยาในภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า รับใช้

ถ้าแปลตรงตัวแล้ว ซามูไรก็คือผู้รับใช้แก่เจ้านายข้าแผ่นดินนั่นเอง

 

เป็นที่เชื่อกันว่า รูปแบบของเหล่านักรบบนหลังม้า มือธนู และทหารเดินเท้าในช่วงศตวรรษที่ 6

น่าจะเป็นต้นแบบของซามูไรดั้งเดิม

ในช่วงหลังจากการสู้รบในสงครามนองเลือดกับฝ่ายราชวงศ์ถังของจีน และชิลละของเกาหลี

ญี่ปุ่นได้เข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูป โดยการปฏิรูปครั้งสำคัญที่สุดคือการปฏิรูปไทกะ

โดยจักรพรรดิโคโตกุเมื่อ 646 ปีหลังคริสตกาล การปฏิรูปในครั้งนั้น

ทำให้ญี่ปุ่นเริ่มนำเอาวัฒนธรรมการปฏิบัติและเทคนิคการบริหารต่างๆ ของจีน

มาใช้กับกลุ่มชนชั้นสูงและระบบราชการในประเทศของตน

 

ต่อมาในสมัยของ จักรพรรดิคัมมุ ช่วงต้นของยุคเฮอัง ประมาณปลายศตวรรษที่ 8 และต้นศตวรรษที่ 9

พระองค์หาทางจะทำให้อำนาจของตนทรงพลังและแผ่ขยายไปทั่วตอนเหนือของเกาะฮอนชู

จึงทรงริเริ่มตำแหน่งเซอิไตโชกุง หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า โชงึง หรือ โชกุน ขึ้นมา

แต่แทนที่การตั้งโชกุนจะเป็นผลดี กลับทำให้อำนาจของจักรพรรดิคัมมุอ่อนแอลงเรื่อยๆ






กลุ่มตระกูลที่มีกำลังแข็งแกร่งทั่วเมืองเกียวโต เริ่มเข้าครองตำแหน่งรัฐมนตรี

กลุ่มผู้ปกครองเหล่านี้มักจะเรียกเก็บภาษีจากประชาชนอย่างหนักหน่วง

ส่งผลสำคัญให้ชาวนาหลายต่อหลายคนไร้ที่ดินอยู่

เหล่าผู้ปกครองจึงแก้ปัญหาโดยการรับสมัครผู้ถูกเนรเทศในเขตคันโตให้มาฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อย่างเข้มงวด

เพื่อที่จะใช้พวกเขาเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ทรงประสิทธิภาพ

บางครั้งก็ให้ไปช่วยเก็บภาษีและยับยั้งการทำงานของเหล่าหัวขโมยและโจรป่า

พวกเขาเหล่านี้ได้ถูกเรียกว่า ซาบุไร (saburai) หรือผู้ที่ถวายตัวเป็นข้ารับใช้ให้แก่กองทัพ

ซึ่งผู้ที่เป็นซาบุไรมักจะได้เปรียบกว่าคนอื่น เนื่องจากพวกเขาจะได้รับอำนาจทางการเมืองและมีชนชั้นที่สูงขึ้น

 

หลังจากการผ่านพ้นของศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมา

ผู้ที่จะมาเป็นซามูไรต่างได้รับการคาดหวังว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรมและอ่านออกเขียนได้

โดยพวกเขาจะต้องสามารถใช้ชีวิตให้กลมกลืนไปกับคำกล่าวโบราณที่ว่า บุง บุ เรียว โดะ

(สว่าง, ศิลปะอักษร, ศิลปะการทหาร, วิถีทั้งสอง) หรือ ความกลมกลืนแห่งพู่กันและดาบ ให้ได้

พร้อมกับต้องมีความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ด้วย (อะไรจะเก่งขนาดนี้)

นอกจากนั้น ยังได้รับความคาดหวังว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีความสนใจในศิลปะด้านอื่นๆ

อย่างเช่น การเต้นรำ การเล่นโกะ งานวรรณกรรม บทกวี และชา เป็นต้น

ถึงแม้ว่าศิลปะเหล่านี้ไม่ได้จำเป็นต่อพวกเขาเลยก็ตาม

 

เรียกว่าการเป็นซามูไร ต้องเพียบพร้อมทุกอย่าง ว่างั้นเหอะนะ

 

อตินเอง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

4 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
@~Pisces~@ Member 1 เม.ย. 50 08:44 น. 2

ซามูไรนี้จะต้องรู้รอบด้านว่างั้น ยังกะดาวินชีเลย
ขอบคุณนะค่ะ ที่เอาเรื่องดีๆมาให้อ่านอยู่เสมอ

0
กำลังโหลด
ฟรีเซ่ Member 2 เม.ย. 50 13:29 น. 3

ไม่น่าเชื่อ เลยนะเนี่ยว่าเป็นซามูไรจะลำบากขนาดเนี่ย  เฮ้อ  เป็นถึงซามูไรนอกจากจับดาบแล้วยังต้องจับพู่กันอีก  สงสัยคนตั้งกฎเค้าอยากให้พวกซามูไรมีความสมดุลในตัว  ระหว่างมือที่เปรอะเปื้อนเลือดกับมือที่อ่อนโยนไว้จับงานศิลป์

0
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด