วัยรุ่นเกินครึ่งสนใจทำศัลยกรรม จริงหรือ?

 

 



       สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D.com หลังจากที่ “เด็กดีโพล” โดยเว็บไซต์เด็กดีดอทคอม อวดผลโพลครั้งแรกเกี่ยวกับคะแนนสอบ GAT PAT ที่ร้อนระอุไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงโพลที่สอง ที่ผลออกมาน่าสนใจไม่แพ้กันแน่นอน

      โพลที่สองของการสำรวจความคิดวัยรุ่น... ครั้งนี้พี่มิ้งขอเสนอ ผลการสำรวจความคิดเห็นเยาวชนไทยที่มีอายุระหว่าง 10-25 ปี จำนวน 5,074 คน ในหัวข้อ “วัยรุ่นกับค่านิยมการทำศัลยกรรมเสริมความงาม” ผลที่ได้พบว่า

 

          วัยรุ่นไทยเกินครึ่ง สนใจการทำศัลยกรรมความงาม 

         ผลสำรวจเด็กดีโพลพบว่า ปัจจุบัน ศัลยกรรมความงามไม่เพียงได้รับความสนใจแพร่หลายและเต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ ทำให้การทำศัลยกรรมความงามไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างเมื่อก่อนเท่านั้น แต่ยังพบข้อมูลที่น่าสนใจกว่าคือ เยาวชนไทยสนใจทำศัลยกรรมความงามมากถึง 57.77% หมายถึงกลุ่มคนที่สนใจและเริ่มทำศัลยกรรมความงามมีอายุเฉลี่ยลดลง หรือหมายถึงคนที่มีอายุน้อยเริ่มสนใจทำศัลยกรรมมากขึ้นนั่นเอง โดยจากการสำรวจแยกตามช่วงอายุพบว่า เยาวชนไทยช่วงอายุ 18-22 ปี เป็นกลุ่มที่สนใจทำศัลยกรรมความมากที่สุดถึง 68.88%

          เมื่อสอบถามเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำศัลยกรรมพบว่า เยาวชน 59.82% ให้ความไว้วางใจในความปลอดภัยจากการศัลยกรรมความงาม นั่นหมายความว่า ปัจจุบันวัยรุ่นมีทัศนคติที่ดีต่อการศัลยกรรมเสริมความงามมากขึ้น ทั้งในด้านของการให้การยอมรับต่อตัวผู้ทำศัลยกรรมความงาม และความเชื่อถือในตัวศัลยแพทย์อีกอีกด้วย

 

 

          "จมูก" เป็นอวัยวะที่นิยมศัลยกรรมความงามมากที่สุด 

         ปัจจุบัน อวัยวะชิ้นเล็กแต่โดดเด่นที่สุดในใบหน้าอย่างจมูก กลับได้รับความนิยมในการทำศัลยกรรมมากที่สุด โดยพบว่า ในกลุ่มเยาวชนที่เคยทำศัลยกรรมเสริมความงามนั้น มีเยาวชนที่เคยทำศัลยกรรมจมูกแล้วถึง 59.25% รองลงไปคือการลบรอยแผลเป็น รักษาผิวหรือทำหน้าใส 46.82% ขณะที่อวัยวะที่เคยได้รับความนิยมและตกเป็นข่าวดังจากผลข้างเคียงของการศัลยกรรมในช่วงหนึ่งอย่างการเสริมหน้าอกมีเพียง 1.73% เท่านั้น

         แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันแม้ทัศนคติของวัยรุ่นต่อการทำศัลยกรรมความงามจะมีแนวโน้มที่ดีและได้รับความสนใจมากขึ้น แต่การตัดสินใจทำหรือไม่ทำนั้น ก็ยังขึ้นอยู่กับค่านิยมของสังคมว่า ต้องสวย ต้องดูดี จึงจะได้รับความสนใจ ดังที่สังเกตได้จากการสำรวจเหตุผลของการตัดสินใจทำศัลยกรรมความงามที่พบว่า เยาวชนไทย 81.82% ตัดสินใจทำศัลยกรรมความเพราะต้องการให้ตนเองดูดีขึ้น


 

 

          วัยรุ่นไทยเกือบครึ่ง "อยากทำ" แต่ยังหวั่น "ผลกระทบ" 

         แม้ว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่จะให้ความสนใจในการทำศัลยกรรมความงาม โดยเชื่อถือในมาตรฐานและความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ดี ยังมีวัยรุ่นอีกเกือบครึ่งที่สนใจทำศัลยกรรมความงามแต่ยังกังวลต่อผลกระทบและผลข้างเคียงที่ตามมา โดยมีวัยรุ่นถึง 41.42% ที่ยังไม่สนใจทำศัลยกรรมความงามเพราะกลัวอันตราย ขณะที่ มีเพียงส่วนน้อยที่ให้เหตุผลของการไม่ทำศัลยกรรมความงามว่ากลัวไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม

        นั่นแสดงให้เห็นว่า ความไม่มั่นใจในความปลอดภัยรวมถึงการที่สังคมไม่ยอมรับดังกล่าว อาจเป็นผลมาจากข่าวผลข้างเคียงและผลกระทบจากการทำศัลยกรรมความงามที่ถูกนำเสนอออกมาเป็นระยะ เช่น ข่าวการเสพติดศัลยกรรม ข่าวการฉีดสารบางอย่างเข้าร่างกายโดยไม่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ข่าวผลกระทบต่างๆ จากการศัลยกรรมผิดกฎหมาย หรือไม่ได้มาตรฐานและความปลอดภัย รวมถึงการไม่มีกฎหมายบังคับเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมกระทั่งก่อให้เกิดคดีความหลากหลายตามมา รวมถึงกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่ทำศัลยกรรมความงามว่าทำแล้วดีหรือไม่ดี



 

          "ผู้เชี่ยวชาญ" มีความเห็นว่าอย่างไร 

         จากผลการสำรวจของ “เด็กดีโพล” ชี้ให้เห็นว่า เยาวชนไทยส่วนใหญ่มีค่านิยมว่าการทำศัลยกรรมเสริมความงามทำให้ดูดี ช่วยเสริมความมั่นใจ และอาจมีผลต่อหน้าที่การงาน โดยมักมีต้นแบบจากศิลปินดาราที่ชื่นชอบ ซึ่งส่วนมากเชื่อถือในศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีชื่อเสียง จากการหาข้อมูลด้วยตนเองและผ่านการแนะนำจากผู้อื่น ทั้งนี้ บางคนยังได้รับความเห็นชอบและความยินยอมจากผู้ปกครองอีกด้วย ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

         นายแพทย์ กรีชาติ พรสินศิริรักษ์ ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมตกแต่ง โรงพยาบาลยันฮี กล่าวถึงผลการสำรวจจาก “เด็กดีโพล” ว่า แนวโน้มอายุของเยาวชนที่เริ่มทำศัลยกรรมเสริมความงามลดลง แต่ไม่ใช่อายุน้อยๆ จะมาทำกันมาก เพียงแต่มีปริมาณที่มากกว่าเดิมเพราะพ่อแม่ยอมรับมากขึ้น ปัจจุบันนี้วัยรุ่นเป็นวัยที่สนใจเรื่องบุคลิกภาพ หน้าตา โดยเพศชายก็เริ่มทำศัลยกรรมมากขึ้น เช่น การทำตา ทำจมูก เหตุผลที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมก็เพราะอยากสวย บางคน อายุ 13-14 แม่ก็พามาทำ เพราะอยากให้ลูกเข้าวงการ หรือเด็กเขาต้องไปทำงานต้องใช้หน้าตา โดยส่วนใหญ่ก็จะมีต้นแบบ เอารูปดารายอดนิยมมาวาง ซึ่งทำได้ไม่ได้แค่ไหนก็ดูรูปจมูกเขา

          ด้านมาตรฐานนั้น อันดับแรกต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะอาด ขึ้นอยู่ที่ว่าทำที่ไหน คลีนิกบางอาจไม่เหมือนโรงพยาบาลในเรื่องอุปกรณ์ ความเอาใจใส่ ถ้าเป็นระดับประหยัดทำผ่าตัดใหญ่ๆ ก็อันตราย

         ใจจริงไม่อยากให้วัยรุ่นทำอะไร อยากให้สนใจเรื่องเรียนหนังสือ ถ้าเรียนจบแล้วต้องทำงาน อยากมีบุคลิกดี ถ้าไม่เดือดร้อนค่อยทำก็ได้ วัยรุ่นก็แค่รักษาสิวก็พอแล้ว อยากให้สนใจเรื่องการเรียน เรื่องครอบครัวบ้าง ความงามก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่สำคัญอย่าไปฉีดอะไรเข้าไป อย่าคิดว่าเอาง่ายไว้ก่อน บางทีฉีดเข้า อยากจะแก้ทีหลัง มันเป็นความเสียหายถาวร มันแก้ไม่ได้



 

          วัยรุ่นเชื่อ "หมอเก่ง" และศัลยกรรมความงามทำให้ "ดูดีขึ้น" 
      

         จากการสอบถามความคิดเห็นของวัยรุ่นที่ทำศัลยกรรมความงามแล้วพบว่า ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมความงามได้มีการค้นคว้าข้อมูลและสอบถามผู้รู้จนแน่ใจ โดยยอมรับว่าตัดสินใจทำเพราะเชื่อว่าจะช่วยเสริมบุคลิก ทำให้ตนเองดูดีขึ้น ทั้งนี้ได้มีการปรึกษาผู้ปกครองก่อน ส่วนผลที่ออกมาหลังจากทำศัลยกรรมความงามแล้ว โดยรวมมีความพอใจ แต่หากจะให้แนะนำผู้อื่นต่อ คงให้เพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจ แต่จะไม่ชี้นำ

         ด้านวัยรุ่นที่ไม่ได้ทำศัลยกรรมและไม่คิดจะทำให้ความเห็นว่ากลัวเจ็บ และกังวลว่าผลจะออกมาไม่ดีอย่างที่คิด แต่ทั้งนี้ก็เชื่อว่า สมัยนี้แพทย์มีความชำนาญและน่าเชื่อถือมากขึ้น

 

          มี "ตัวอย่าง" จึงอยากทำ หรือไม่อยากทำตาม "ตัวอย่าง" 

         อย่างไรก็ดี ความคิดเห็นของเยาวชนไทยที่เข้ามาทำการสำรวจโพลครั้งนี้ มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการทำศัลยกรรมเสริมความงาม ซึ่งผู้ที่เห็นด้วยยอมรับว่า การทำศัลยกรรมเสริมความงามแทบจะถือว่าเป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน อีกทั้งให้ความสำคัญกับใบหน้าเป็นหลัก โดยเลือกทำศัลกรรมที่ใบหน้าก่อน รวมถึงผิวพรรณก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยกลุ่มที่เห็นด้วยให้ความเชื่อถือในความปลอดภัยจากการทำศัลยกรรมเสริมความงาม โดยบางส่วนมีตัวอย่างมาจากการทำศัลยกรรมเสริมความงามของศิลปินดาราที่ทำแล้วดูดีขึ้น
 
        ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยนั้น กังวลถึงอันตรายเป็นหลัก อาจเพราะ มีตัวอย่างจากผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการทำศัลยกรรมความงาม ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว อีกทั้งยังมองว่าไม่มีความจำเป็น และยังเป็นความสิ้นเปลือง เนื่องจากไม่มีความจำเป็นในการใช้รูปร่างหน้าตาในการประกอบอาชีพเหมือนศิลปินดารา ทั้งนี้ศิลปินดาราต่างก็มีความโดดเด่นอยู่แล้ว จึงยากที่จะเลียนแบบ อีกทั้งการทำศัลยกรรมความงามนั้น ยังต้องคำนึงถึงโครงสร้างร่างกายเป็นหลักอีกด้วย

 

 

         อย่างไรก็ดี จากผลสำรวจดังกล่าวประกอบกับความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องยืนยันได้ว่า แม้ทัศนคติของเยาวชนไทยต่อการทำศัลยกรรมจะเปลี่ยนแปลงไปและมีแนวโน้มว่าจะเริ่มทำกันมากขึ้น แต่ด้านแพทย์ก็ไม่ละทิ้งเรื่องของมาตรฐานและความปลอดภัย ส่วนผู้ที่สนใจจะทำก็มีการค้นคว้าข้อมูลประกอบเพิ่มขึ้น อีกทั้งส่วนมากยังอยู่ในความยินยอมของผู้ปกครอง ดังนั้น สิ่งที่น่ากังวลในลำดับต่อไปคงไม่ใช่เรื่องของผลกระทบจากการทำศัลยกรรมเสริมความงาม แต่เป็นค่านิยมของสังคมปัจจุบันว่า คนที่ดูดี หน้าตาดี เท่านั้นที่จะได้รับการยอมรับ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญและดูแลอย่างใกล้ชิด

           พี่มิ้งคิดว่าโพลครั้งนี้ เป็นการสำรวจตรวจวัดความคิดเห็นของวัยรุ่นในประเด็นที่น่าสนใจทีเดียวและผลของโพลที่ออกมาก็บ่งชี้ว่ากว่า 50% ของวัยรุ่น ยอมรับการทำศัลยกรรมความงามกันมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ปกครองก็ยอมให้ลูกหลานทำกันมากขึ้นด้วย บางรายถึงขนาดพาลูกไปทำเลยก็มี แต่มีเรื่องหนึ่งที่พี่มิ้งอยากจะเน้นทิ้งท้าย ด้วยคำพูดของ นายแพทย์กรีชาติ พรสินศิริรักษ์ ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมตกแต่ง โรงพยาบาลยันฮี ที่ว่า "ใจจริงไม่อยากให้วัยรุ่นทำอะไร อยากให้สนใจเรื่องเรียนหนังสือ ถ้าเรียนจบแล้วต้องทำงาน อยากมีบุคลิกดี ถ้าไม่เดือดร้อนค่อยทำก็ได้"

 

น้องๆ ชาว Dek-D.com ละครับ
มีความเห็นเรื่องการทำ "ศัลยกรรมความงาม" อย่างไรบ้าง?

 

ดาวน์โหลด รายงานการวิจัยเด็กดีโพล #2 "วัยรุ่นกับค่านิยมการทำศัลยกรรมเสริมความงาม"

 

 

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

150 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
LazyBeaver Member 14 พ.ย. 52 02:20 น. 9
มีความเห็นว่าการรักษาสิวไม่น่าจะนับเป็นการทำศัลยกรรมเลยอ่ะ ในความเห็นของเรา เหมือนเป็นการรักษาโรคผิวหนังมากกว่า คนที่ไปทำจมูก กรีดตา ความรู้สึกมันต่างกับคนที่ไปรักษาสิวมากเลยนะ ตอนตอบโพลเลยรู้สึกเหมือนตอบได้ไม่เต็มที่เพราะติดขัดตรงข้อนี้แหละ ส่วนที่วัยรุ่นไทยยอมรับการทำศัลยกรรมมากขึ้นมันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ ในเมื่อสังคมของเราให้ความสำคัญกับ "รูปลักษณ์" มาก่อน "จิตใจ" และ "ความสามารถ" เมื่อคนเราเชื่อว่าพอสวยแล้วก็จะเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป ใครบ้างจะไม่อยากทำให้ตัวเองสวย เราเองก็ชอบคนสวย แล้วก็ไม่คิดขวางสังคมศัลยกรรมที่กำลังเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ(ตามผลสำรวจ)ด้วย แต่เราไม่ขอไหลไปกับกระแส "ความสวย" นี้แน่ๆคนนึงล่ะ ที่พ่อกับแม่ให้มาแค่นี้เราก็พอใจแล้ว
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Ti  na i Rene Member 14 พ.ย. 52 10:05 น. 13
เฉย ๆ 

ทำก็ได้ ไม่ทำก็ดี - -*


ปล.  อินู๋จ๋า..มีผลหมากรากไม้มาขาย เน้อ ซื้อ ๆ ไปกินกันซะเหอะน้า งาม อะ งาม งามจากข้างใน งามแบบยาวนาน

วะฮะ ๆ  ธรรมชาติบ่ลงโทษ
 
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
OngSa Member 14 พ.ย. 52 11:01 น. 16

ถ้าจะทำนะ อยากทำจมูกแบบไม่ได้เอาโด่งนะคือเอาปลายจมูกสวยๆ

*0* แล้วก็ปาก ให้ริมฝีปากตกอ่ะ มันดูเท่ดี 555 5

อีกอย่างไม่น่าถือเป็นศัลยกรรมก็คือเอาหน้าใส ๆ ขาว ๆ  โอ้ว

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Spirit_Girl Member 14 พ.ย. 52 13:18 น. 20
ตอนนี้ขอแค่รักษาสิวกับรอยแผลเป็นก็โอเค จมูกชั่งแม่ง -..-
บางคนดั้งเค้าไม่ค่อยมี แต่มีคนจีบเยอะแยะ
หน้าใสวิ้ง ก็โอเคละ
คนสมัยนี้ส่วนมากชอบคนที่หน้าตาเป็นอันดับแรกอะละ
แต่ความจริงรักษาสิวกับรอยแผลเป็นไม่น่านับเป็นการศัลยกรรมนะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด