|
สวัสดีครับ เย็นของวันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมาท้องฟ้ากรุงเทพมืดครึ้มเหมือนฝนกำลังตั้งเค้าประหนึ่งเป็นการอาลัยยิ่งครั้งสุดท้ายต่อการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)
วันนี้เพื่อเป็นการน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในการปฏิบัติพระกรณียกิจของพระองค์ท่านตลอดพระชนม์ชีพที่ยาวนานถึง 4 รัชกาลเจ้าแผ่นดิน พี่ลาเต้ และเว็บไซต์เด็กดีดอทคอม จึงได้นำพระราชประวัติของพระองค์ท่านมาเผยแพร่เพื่อเป็นการร่วมอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ท่านในครั้งนี้
พระองค์ทรงเป็นพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวของรัชกาลที่ 6 สมเด็จทรงเป็นพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) กับพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ซึ่งพระนามว่า เพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นพระนามที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.7) พระราชทานให้ใช้คำนำหน้าพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าภาติกาเธอ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (ร.8) ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ออกคำนำหน้าพระนามเป็น สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ และคำนำหน้าพระนามนี้ยังใช้จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน (ร.9)
พระองค์ประสูติได้เพียง 1 วัน เสด็จพ่อ (ร.6) ก็เสด็จสวรรคต ทันทีที่พระนางเจ้าสุวัทนาฯ มีพระประสูติการเจ้าฟ้าหญิงในวันที่ 24 พฤศจิกายน จากนั้นในเวลาบ่าย เจ้าพระยารามราฆพ ได้เข้าเฝ้าฯ และกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว มีพระราชดำรัสว่า ก็ดีเหมือนกัน จนรุ่งขึ้นในวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน เจ้าพระยารามราฆพ เชิญเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์น้อยไปเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมชนกนาถผู้ทรงพระประชวรหนักบนพระแท่น เมื่อทอดพระเนตรแล้ว ทรงพยายามยกพระหัตถ์ขึ้นสัมผัสพระราชธิดา แต่ก็ทรงอ่อนพระกำลังมากจนไม่สามารถจะทรงยกพระหัตถ์ได้เนื่องจากขณะนั้นมีพระอาการประชวรอยู่ในขั้นวิกฤต เจ้าพระยารามราฆพจึงเชิญพระหัตถ์ขึ้นสัมผัสพระราชธิดา เมื่อจะเชิญเสด็จพระราชกุมารีกลับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงโบกพระหัตถ์แสดงพระราชประสงค์จะทอดพระเนตรพระราชธิดาอีกครั้ง จึงเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอมาเฝ้าฯ เป็นครั้งที่สอง และเป็นครั้งสุดท้ายแห่งพระชนมชีพจนกลางดึกคืนนั้นเองก็เสด็จสวรรคต
ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โรงเรียนต่างๆ ถึง 30 แห่ง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ทรงรับสถาบัน และองค์กรต่างๆ ไว้ในพระอุปถัมภ์เป็นจำนวนกว่า 30 แห่ง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร วชิราวุธวิทยาลัย โรงเรียนศรีอยุธยาในพระอุปถัมภ์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย โรงเรียนราชินี โรงเรียนราชินีบน โรงเรียนราชินีบูรณะ โรงเรียนวิเชียรมาตุ โรงเรียนสภาราชินี โรงเรียนศรียานุสรณ์ โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โรงเรียนสายน้ำผึ้ง โรงเรียนเพชรรัชต์ โรงเรียนเพชรรัตนราชสุดา โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์เพชราวุธวิทยา โรงเรียนสยามธุรกิจ สถาบันสันติราษฎร์บริหารธุรกิจ โรงเรียนพณิชยการสยาม วชิรพยาบาล โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ศิริราชพยาบาล กิจการลูกเสือ-เนตรนารี และกิจการอาสาสมัครรักษาดินแดน ตลอดจนการสังคมสงเคราะห์อื่นๆ
พระตำหนักของพระองค์มีเพียง 2 แห่ง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ทรงประทับ ณ วังรื่นฤดี (ซอยสุขุมวิท 38) ตั้งแต่ปี 2502 ตราบจนกระทั่งปัจจุบัน ส่วนในช่วงฤดูร้อนพระองค์จะเสด็จแปรที่ประทับไปยังตำหนักพัชราลัย ถนนเพชรเกษม อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พระอาการประชวรที่ยาวนาน สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงมีพระอาการประชวรตามพระชันษา คณะแพทย์จากศิริราชพยาบาลได้ถวายการรักษา และเฝ้าระวังพระอาการอย่างใกล้ชิด ในเวลาต่อมาทรงเริ่มมีพระอาการเส้นพระโลหิตอุดตัน ทรงรับสั่งน้อยลง แต่ทรงทราบกิจทุกเรื่อง แต่พระอาการดังกล่าวทำให้พระวรกายด้านซ้ายขยับยาก คณะแพทย์ศิริราชจึงได้ถวายพระโอสถ มีนางพยาบาลมาดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และมีนักกายภาพบำบัดมาถวายการออกกำลัง ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ กล่าวถึงพระอาการประชวรของพระองค์ว่า พระองค์ทรงไม่สามารถรับสั่งได้แต่ทรงเข้าพระทัยทุกอย่าง พระองค์จะทรงพยักพระพักตร์แสดงว่าทรงเข้าพระทัย
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้เสด็จประทับรักษาพระอาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต ณ ตึก 84 ปี ชั้น 5 ด้านตะวันออก โรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 16 นาฬิกา 37 นาที วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 รวมพระชันษา 85 ปี
พระองค์ทรงเป็นเจ้าฟ้าที่มีชนม์ชีพยาวนานถึง 4 รัชกาล สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระองค์ประสูติในรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 และสิ้นพระชมน์ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 9 โดยตามฐานันดรศักดิ์แล้ว สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ทรงเป็นลูกพี่ลูกน้องกับรัชกาลที่ 8 และรัชกาลปัจจุบัน แต่ที่ไม่ใช้นำพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เพราะจะไปซ้ำซ้อนกับ สมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ผู้เป็นพระโสทรเชษฐภคินีแท้ๆ (พี่สาวแท้ๆ) ดังนั้นจึงเลี่ยงคำเป็น สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ แทน ซึ่งไม่เคยปรากฎเจ้านายพระองค์ใดที่มีคำนำพระนามดั่งนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์
ทางเว็บไซต์ Dek-D.com จึงขอร่วมแสดงความอาลัย และเชิญชวนน้องๆชาว Dek-D มาร่วมน้อมรำลึก ถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี องค์กษัตริย์ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของปวงประชาตลอดมา
ขอขอบคุณข้อมูล และรูปภาพประกอบ เว็บวิพิกิเดีย และ เว็บผู้จัดการออนไลน์ |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?



209 ความคิดเห็น
ได้ มา รับ ใช้ เป็น บริวาร ของ พระอง ค์ และ ในหลวง ด้วย เถิด
พระองค์จะสถิตอยู่ในใจลูกผึ้งรั้วน้ำตาลเหลืองตลอดกาล
ขอพระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย
ขอเกิดเป็นคนไทยทุกชาติไป
ขอเกิดเป็นคนไทยทุกชาิติ : )
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 กรกฎาคม 2554 / 15:57
ขอพระองค์ทรงเสด็จสู่สรวงสวรรค์
พิราลาลัยสิ้นแล้วดวงแก้วเจ้า
แห่ง ธ องค์มงกฎเกล้าบดีศรี
เสด็จสู่อกนิษฐ์ดุสิตธานี
สถิตย์ที่สราญรมณ์นิจนิรันดร์
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 กรกฎาคม 2554 / 17:24