|
ภาพประกอบมิวสิควีดีโอ เพลง แทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ
จิตแพทย์ชี้เพลงวัยรุ่นสมัยใหม่เข้าข่ายชี้นำฆ่าตัวตาย ล่าสุดกรณีเพลง "แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ" ของค่ายเพลงย่านอโศก เผยงานวิจัยยืนยัน เพลง หนัง ข่าว ทำให้คนเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ยิ่งผู้ป่วยด้านจิต คนอกหัก รักคุด ฟังแล้วยิ่งกระตุ้นให้อยากตาย แนะอนาคตอาจต้องจัดเรตติ้งเพลงเหมือนทีวี เพราะเนื้อหาเพลงส่อเซ็กซ์ หยาบคาย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณี เพลง "แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ" ของศิลปินอ๊อฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ ในสังกัดแกรมมี่ ซึ่งมีเนื้อหาที่รุนแรงในเนื้อเพลง คือ "อยากตาย" อยู่ในเนื้อเพลง ว่า มีผลวิจัยทางวิชาการยืนยันชัดเจนว่า มีคนฆ่าตัวตาย หรือมีพฤติกรรมเลียนแบบการฆ่าตัวตายจากสื่อที่ได้รับ ทั้งเรื่องหนัง เพลง หรือหนังสือ ซึ่งเป็นวิธีการเลียนแบบที่ไม่รู้ตัว แต่เกิดจากการได้รับข้อมูล หรือประสบการณ์มาก่อน เช่นเดียวกับเด็กที่เลียนแบบการแปลงร่างของอุลตร้าแมน หรือการบินของซูเปอร์แมน ซึ่งเกิดจากการได้รับสื่อทั้งสิ้น ทำให้การได้รับข้อมูลด้านลบมากๆ จะทำให้เมื่อเกิดปัญหาคนจะเลือกใช้วิธีในการแก้ปัญหาตามที่ได้รับข้อมูลประสบการณ์มา "ปัจจุบันมีเพลงที่มีเนื้อหารุนแรง ใช้คำที่หยาบคาย และสื่อถึงเรื่องเซ็กซ์ในด้านลบเรื่องเพลงจำนวนมาก ในอนาคตอาจต้องมีการจัดเรตติ้งเพลง เหมือนกับการจัดเรตติ้งทีวี เพราะเด็กแต่ละวัยมีวุฒิภาวะไม่เหมือนกัน การได้รับสื่อทางลบบ่อยๆ อาจทำให้เลือกวิธีตัดสินใจในทางลบไปด้วย และในกรณีของเพลงนี้ ในมิวสิกวิดีโดตอนท้ายพระเอกเสียชีวิตด้วย ยิ่งทำให้เกิดอิทธิพลมากขึ้น เมื่อรวมกับเนื้อเพลงท่อนสำคัญคือ ฉันเหมือนคนไม่มีกำลังและหมดแรง จะยืนจะลุกจะเดินไป ฉันเหมือนคนกำลังจะตายที่ขาดอากาศจะหายใจ ฉันเหมือนคนที่โดนเธอแทงข้างหลัง และมันทะลุถึงหัวใจ เธอจะให้ฉันมีชีวิตต่อไปอย่างไร ไม่มีอีกแล้ว กับเธอไม่มีเหลือซักอย่าง อยากตาย เสียใจแค่ไหนถ้าอยากรู้ บอกเธอได้คำเดียวอยากตาย" โฆษกกรมสุขภาพจิตกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ การฟังเพลงหรืออ่านข่าวแล้วคิดจะฆ่าตัวตายนั้น บางคนฟังแล้วไม่เกิดอะไร แต่บางคนก็จะเกิดผลขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีความคิดในเรื่องนี้มาก่อน พอได้ยิน ได้อ่าน หรือได้เห็น วิธีการฆ่าตัวตาย หรือวิธีแก้ปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย ก็จะใช้เป็นทางเลือก ทางออกให้แก่ชีวิต เหมือนเป็นการเสริมข้อมูลเข้าไป กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบมากขึ้น แม้จะยังไม่มีตัวเลขแน่ชัด เพราะต้องใช้การเก็บข้อมูลเชิงลึกและสภาพแวดล้อม แต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยง โดยเฉพาะคนบางกลุ่มที่กล่าวไป ยิ่งกรณีของคนที่มีอาการซึมเศร้าอยู่ก่อน เมื่อได้รับสารที่เกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย หรือวิธีการฆ่าตัวตาย จะเป็นการเติมความคิดในส่วนดังกล่าว ทั้งที่เดิมอาจจะไม่ได้คิดมาก่อน แต่เมื่อถูกกระตุ้นก็จะก่อให้เกิดพฤติกรรมการเลียนแบบการฆ่าตัวตายได้เร็วขึ้น และมีคนอีกประเภทที่ไม่เคยคิดเรื่องฆ่าตัวตายเลย แต่เกิดเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจในขณะนั้น เช่น อกหักก็จะรู้สึกอินในเนื้อหาเพลง หรือหนังมากกว่าปกติ เมื่อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย อาจจะยังไม่ใช่ฟางเส้นสุดท้าย แต่ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ และอาจถูกนำมาใช้เมื่อใดก็ไม่สามารถคาดได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเรื่องกระตุ้นทางอารมณ์
"การสร้างสื่อควรมีการให้ข้อมูลเชิงบวก เพลงก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถสร้างเรื่องราวเชิงสร้างสรรค์ได้ จะเห็นได้จากบางประเทศมีการสร้างหนังหรือแต่งเพลงเพื่อปลุกกำลังใจคนในชาติให้มีความรัก สามัคคี สะท้อนว่าสื่อนั้นมีอิทธิพลต่อจิตใจของคนอย่างมาก แม้ว่าคนทำงานด้านสื่อจะค้านว่าเกิดขึ้นไม่ได้ แต่เรื่องของจิตใจนั้น ไม่เหมือนกับเชื้อโรค ที่จะสามารถพิสูจน์ทราบได้ทันทีว่าเป็นโรคอะไร แต่ในทางการแพทย์ แม้แต่องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ได้ให้ความสำคัญกับการลดอัตราการฆ่าตัวตาย ด้วยวิธีบันได 6 ขั้น และหนึ่งในภารกิจดังกล่าวคือ สื่อต้องลดข่าวร้าย กระจายข่าวดี ดังนั้นการสร้างสื่อจึงจำเป็นต้องคิดตั้งแต่เริ่มแรก ว่าจะทำให้เกิดผลกระทบกับใคร อย่างไรบ้าง การทำงานแต่ละชิ้นจึงต้องรอบคอบและคิดเผื่อว่าเมื่องานออกมาแล้ว แม้แต่จะเป็นคนส่วนน้อยในสังคมก็ต้องดูถึงผลกระทบด้วย ถือว่าเป็นความรับผิดชอบและหน้าที่หนึ่งของสื่อ และหากเห็นว่ามีผลเสียที่อาจจะทำให้กระทบกับคนในสังคม ก็ต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบมากกว่าเดิม" นพ.ทวีศิลป์กล่าว ขณะที่ นายอมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเพลงอีกเยอะที่ไม่เหมาะสม เช่น เพลงลูกทุ่ง ที่มีเนื้อหาส่งเสริมให้คนมีกิ๊ก มีเมียน้อย เมื่อเด็กได้รับฟังทุกคนก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา ถือว่าสื่อได้ทำเกินกว่าบรรทัดฐานที่ดีของสังคม ซึ่งไม่ถูกต้อง และสังคมควรจะมีการหารือร่วมกันหลายๆ ฝ่าย ระหว่างคนทำสื่อ นักวิชาการ คนทำงานด้านเด็ก เพื่อให้สื่อที่มีความล่อแหลมลดน้อยลงในสังคม หากเกิดความร่วมมือกันขึ้นก็จะเป็นเรื่องดีต่อสังคม "สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสร้างให้เด็กมีจิตใจที่เข้มแข็ง สังคมปัจจุบันทำให้เด็กเปราะบาง แพ้ไม่เป็น เมื่อเกิดความผิดหวังขึ้นก็ตัดสินใจที่จะทำร้ายตัวเองแบบฉับพลัน จากการสำรวจของสถาบันรามจิตติ พบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี พยายามฆ่าตัวตายวันละ 8-10 คน และฆ่าตัวตายสำเร็จวันละ 1 คน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าเด็กเปราะบางเพียงใด หากแก้ปัญหาให้เด็กรู้จักความผิดหวัง แพ้ให้เป็น ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง เด็กก็จะไม่คิดฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน" นายอมรวิชช์กล่าว.
พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ และ ภาพประกอบจาก gmember.com |


7 ความคิดเห็น
เอ่อ มาว่าเพลงพี่เรา พาอยากฆ่าตัวตาย เวรกำ จริงๆ
เราคิดว่า คนไทยฆ่าตัวตายเพราะความไร้สาระของประเทศไม่เคยพัฒนาแบบนี้มากกว่านะ - -
คนเราไม่มีความคิดขนาดนั้นเลยเหรอ ที่ต้องไปเลียนแบบ กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นอ่ะ
ไม่รู้สินะ แต่เราคิดว่ามันไม่เกี่ยวกัน มันขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละคน ว่า มันมีความคิดมากเพียงใด
ถ้าแค่นี้มันคิดไม่ได้นะ เราว่ามันก็สมควรแล้วอ่ะนะ
ขอโทษนะที่บางคำมันแรงไป แต่เราฟังไม่เห็นมีความรู้สึก อยากตายตรงไหนอ่ะ